Home » Review

Review – ASUS TUF Gaming F15 FX506 สเปก Intel Core i5-10300H + GTX 1650 จอ IPS 144Hz แรงคุ้มค่า

16 Sep 20 - By l

ASUS TUF Gaming F15 FX506 อีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับ Gaming Notebook สเปก Intel Core i Gen 10H มาพร้อมกับชิปประมวลผล Core i5-10300H ตัวแรงราคาไม่แพง จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 ประสิทธิภาพพอตัว โดยได้รับการอัพเดทจาก ASUS TUF Gaming Series รุ่นก่อนๆ โดยนอกจากการตีบวกยัดสเปคจัดเต็มแน่นเอียดในราคาสุดคุ้ม เพียง 27,990 บาท ยังได้อัพเกรดในอีกหลายๆ ส่วนนับว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ปี 2020 ที่คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท

โดย ASUS TUF Gaming F15 FX506 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมเครื่องที่เราได้รับมารีวิวนั้น เป็นเครื่องขายจริงจากทางร้าน IT City ส่วนสเปกอื่นๆ มีหน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และมี SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มาให้ด้วย ส่วนหน้าจอก็ขนาด 15.6″ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 144 Hz ให้ภาพลื่นไหลสบายตา พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้ประกัน 2 ปี แบบ Global Warranty และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีแรก พร้อมบริการด้วย 7-11 droppoint กว่าหมื่นสาขาทั่วประเทศไทย

VDO Review

NBS Verdict

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ดีไซน์ใช้สีสัน Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างจาก ASUS TUF A15 FA506 ซึ่งให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming ที่ได้รับการขัดเงาตัดแถบสีแดงที่เร่าร้อน TUF Gaming ได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด และตัวคีย์บอร์ดก็ตอบสนองพร้อมความทนทานที่เยี่ยมยอด ซึ่งปกตินี้หาได้ยากใน Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ 

โดย ASUS TUF Gaming F15 FX506 นับว่าเป็นมาตรฐาน Gaming Notebook ยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-10300H ซึ่งได้เทคโนโลยีในการผลิตสถาปัตยกรรม Comet Lake H ส่งผลให้แรงขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมทั้งทำงานด้วยความเร็ว 2.50 – 4.50GHz โดยเป็นแบบ 4 คอร์ 8 เธรด พร้อมด้วยสเปกการ์ดจอ Gaming ยุคใหม่อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 ที่สร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่ตอบสนองเยี่ยมยอด สามารถดูได้จากผลการทดสอบเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Gaming Notebook สเปกเดิมๆ มาก  พร้อมแรม 8GB  และ SSD M.2 อีก 512GB ซึ่งเหลือเฟือในการใช้งานพื้นฐาน (แต่ถ้าอัพเกรดแรมเป็น 16GB น่าจะดีกว่านี้อีก)

อีกทั้งได้หน้าจอพาเนล IPS ที่สีสันสวยงาม และเที่ยงตรงระดับกลางๆ (ถ้าไม่ได้เอาไปใช้งานด้านสีสันจริงจังมากก็ยอมรับได้อยู่) พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ก็ถือว่าให้ประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลภาพไม่ฉีกขาด ร่วมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ด้วยแบตยาวนานกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนหน้า ที่สำคัญคือจัดการอุณหภูมิได้ดีด้วย จากเทคโนโลยีการระบายความร้อนที่ดีและเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น โดย ASUS TUF Gaming F15 FX506 ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่คุ้มค่าจัดเต็ม ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก Intel Core i Gen 10H ในตลาด เหมาะกับนักเรียนนักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการครบจบในเครื่องเดียว แต่ก็น่าเสียดายที่มีในตลาดเพียงสเปกในตอนนี้เท่านั้น คาดว่าอนาคตอาจจะมีอัพเดทเพิ่มเติมเป็น Core i7-10750H + GTX 1650 Ti เข้ามา ก็เป็นไปได้

จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจตามสไตล์ TUF Gaming งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • ขอบหน้าจอบางพิเศษ มิติเทียบเท่ารุ่น 14″ ตัวเครื่องเบา 2.3 กิโลกรัม
  • ประสิทธิภาพดีเยี่ยมด้วยชิปประมวลผล Core i5-10300H การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650
  • แรมขนาด 8GB Bus 3200MHz ที่ 1 แถว เพียงพอต่อการใช้งานและเล่นเกม
  • ติดตั้ง SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อมอัพเกรด SSD M.2 / SSD 2.5″ ได้ภายหลัง
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพดี พร้อมรองรับ 144 Hz ลื่นไหลกว่า 60 Hz เดิมๆ
  • คีย์บอร์ดมีไฟ RGB All Zone พร้อมมีซอฟต์แวร์มาช่วยปรับแต่ง
  • อุณหภูมิในการใช้งานถือว่าไม่ร้อนจนเกินไป
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 6 ชั่วโมง
  • ได้มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่า Wi-Fi 5 AC 
  • มีความทนทานระดับ Military Grade น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที และซอฟต์แวร์ที่ดี
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต

  • หน้าจอ IPS ขอบเขตสีอยู่ในระดับกลางๆ ถ้าได้ sRGB ระดับ 90% + จะเยี่ยมยอดมาก
  • อัพเกรดเพิ่มแรมอีก 1 แถว 8GB รวมเป็น 16GB น่าจะลื่นไหลหว่านี้อีก
  • ตัวเครื่องจะไม่มี SD Card Reader 

Specification

ASUS TUF Gaming F15 FX506 จะมีจำหน่ายอยู่เพียงสเปกเดียวเท่านั้น ซึ่งเน้นความคุ้มค่าแต่ว่าแรงลื่น ได้ชิปประมวลผลตัวแรงเป็น Intel Core i5-10300H (2.50 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 4.50 GHz) ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) พร้อมฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ไว้ด้วย ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 Bus 2933 MHz หนึ่งแถว โดยสามารถอัพเกรดได้สูงสุด 32GB แต่จริงๆ แนะนำเพิ่มเป็น 16GB ก็เพียงพอแล้ว  

โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0

พร้อมติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว (คล้ายใน ROG) ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ สนนราคาของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 รุ่นสเปกที่นำมารีวิวอยู่ที่ 27,990 บาท จัดว่าคุ้มค่าไม่แพงเลย (บางหน้าร้านจะขายถูกว่าราคากลาง)

Hardware / Design

ดีไซน์ ASUS TUF Gaming F15 FX506 มีความโดดเด่นเรื่องการออกแบบสไตล์ Bonfire Black วัสดุเป็นพลาสติกโพลิเมอร์ที่ขึ้นรูปได้อย่างสวยงามทนทาน ดูแล้วดุดันแตกต่างจาก ASUS TUF Gaming A15 FA506 อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง slim bezel Nano-Edge นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 

จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรง แต่น้ำหนักไม่หนักจนเกินไป พกพาสะดวก มีความทนทานระดับ Military Grade (MIL-STD-810H) ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ อีกทั้งดีไซน์การออกแบบของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 เรียกได้ว่ายกระดับกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาแบบเหนือชั้น ด้านหลังตัวเครื่องออกแบบให้มีช่องระบายความร้อนแบบไม่มีอะไรมากั้นเพราะดีไซน์ฝาหลังเว้นเอาไว้ พร้อมด้วยสองช่องขนาดใหญ่ด้านหลัง ฟินระบายความร้อนเป็นสีทองแดง การันตีเรื่องของการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม

ฝาด้านล่างตัวเครื่องเป็นพลาสติกโพลีเมอร์ผสมซิลิคอนคาไบด์ สินแร่ที่มักถูกใช้ผสมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อความร้อน พบได้ในเบรก/คลัทช์ของรถยนต์ และแผ่นเซรามิกในเสื้อเกราะกันกระสุน นอกจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทานน่าเหลือเชื่อ ฝาด้านล่างยังถูกออกแบบเพื่อเสริมความแข็งแกร่งอีกขั้น ด้วยรูปทรงหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง (Honeycomb) ที่บริเวณช่องระบายความร้อน

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของระบบระบายความร้อนก็ใช้ระบบ Scenario Profiles และ Self-Cleaning Cooling ที่สามารถปรับเร่งรับได้ พร้อมมี Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย จัดเต็มจริงๆ ให้มาครบไม่มีกั๊ก ส่วนของคีย์บอร์ดจะให้ไฟ RGB แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ 

ส่วนด้านในจะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็รอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของสติ๊กเกอร์ฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึง Core i5 / NVIDIA GeForce 

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีเยี่ยมสมการรอคอยของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าที่ให้ฟีเจอร์แน่นๆ แน่นอน ให้ความแตกต่างชัดเจน เชื่อได้ว่าหลายคนที่เป็น Gamer น่าจะชื่นชอบรูปลักษณ์แนวนี้กัน

ที่ผ่านมาสำหรับ ASUS TUF Gaming Series นับว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีมากๆ ได้ทั้งความคุ้มค่า ประสิทธิภาพความแรง แบบที่หลายๆ อย่างยกมาจากรุ่นพี่ ROG เลย แต่มาในราคาที่ไม่แพง สามารถจับต้องได้ง่าย โดยที่ผ่านมาเราเห็นกันมาแล้ว อย่าง ASUS TUF Gaming FX505 ซึ่งเป็นตัวแรงยอดนิยมสุดๆ โดย ASUS TUF Gaming A15 FA506 ได้สเปกเป็น Intel Core i5-10300H กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 ในช่วงงบ 2x,xxx บาท จัดว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก Intel Core i Gen 10H (เรียกได้ว่าสเปก Core i นั้น หายไปจาก ASUS TUF Gaming Series ไป 1 เจนเนอเรชั่น)

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคยเสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมีแป้นตัวเลข Numpad ใช้งานกันได้สะดวกเช่นเคย

ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน ส่วนของทัชแพดที่มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบแยกปุ่มออกมาชัดเจน และทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน เข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี

Screen / Speaker

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 144Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ทั่วไปมากทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูงกว่า TN จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 60% และ AdobeRGB 45% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีเขียวและสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับกลางๆ ค่อนไปทางดี ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 220 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพหน่อยก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 220 cd/m2 แต่สำหรับช่องแถวกลางด้านซ้ายขวาและกลางบนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 10% ที่ถือว่าค่อนข้างเยอะ ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming F15 FX506 ใช้เป็นแบบ Stereo แบบช่องเสียงออกสี่ทิศทาง ให้เสียงดังขึ้น 1.8 เท่า และเบสที่ลึกกว่าเดิม 2.7 เท่า พร้อมจำลองเสียงแบบ 7.1 แชแนลผ่านการเชื่อมต่อหูฟัง ระบบเสียง DTS:X ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีกว่ามาตรฐาน Gaming Notebook ทั่วไปพอตัว ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านใต้ตัวเครื่องมุมซ้ายขวา ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming F15 FX506 ก็จัดว่าครบครันดีขึ้น ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบถ้วนใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตเกือบทั้งหมดจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง มีทั้ง USB 3.2 Gen2 Type-C จำนวน 1 พอร์ตโดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4  USB 3.2 Type-A (Gen 2) จำนวน 2 พอร์ต, พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา และ USB 2.0 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้เชื่อมต่อเมาส์เป็นหลัก โดยตัวเครื่องจะไม่มี SD Card Reader เหมือนรุ่นก่อนหน้า

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่า Wi-Fi 5 AC ถึง 3 เท่า ได้ความเร็วและสเถียรที่ดีขึ้น รองรับการใช้งานได้แบบสบายๆ ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 359.8 x 256 x 22.8 ~24.7 มม. น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ถือว่าอยู่ในเกณ์ที่ดี อาจจะหลักกว่าเดิม 100 กรัม แต่ก็รับได้ และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 180 W น้ำหนักเบา เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมกลางๆ ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ ก็พกพาไปไหนมาไหนได้สบายๆ แน่นอน

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 FA506 เพื่อทำการอัพเกรดนั้นทำง่ายมากเพียงแกะน็อตออกทุกตัวแล้ว โดยมุมนึงจะมีสกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแง้มขึ้นมาอัตโนมัติ เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว แบบ 3 ทิศทาง พร้อมระบายความร้อนที่มี Self-Cleaning Cooling ที่อยู่ในชุดฟินสีทองแดง หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อนจุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 3 เส้นขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว

ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe สรุปคือเราสามารถติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe ได้ 2 ตัวพร้อมกันนั่นเอง และรองรับการเพิ่ม  HDD/SATA 2.5″ SATA 3 ที่เราอัพเกรดได้ภายหลัง โดยตัวเครื่องได้ให้น็อตมาให้ 4 ตัวในกล่อง ส่วนแรมสามารถอัพเพิ่มได้อีก 1 ช่องทันที แนะนำว่าซื้อแรม 8GB อีกแถวมาอัพเกรด รวมเป็น 16GB มาใส่อีกตัวก็เพียงพอกับการใช้งานมากๆ แล้ว

Performance / Software

   

สำหรับ ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นยอดนิยมของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10H อย่าง Intel Core i5-10300H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ  ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.50 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.50 GHz เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 Buss 2933MHz แบบ 8GB x 1 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ แล้ว แต่ถ้าให้แนะนำอยากให้อัพเกรดเป็น 16GB 

.   

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX GTX 1650 Ti ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GeForce GTX 1650 รุ่นก่อนหน้า จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น เห็นได้ชัดจากแรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงไม่แพ้กัน เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

.   

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยกเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (แต่ออนชิปคือตัวเดิมนะ) เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-10300H จริงๆ

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใชเป็นแบรนด์ Intel ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2179 MB/s และเขียนที่ 1083 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน SATA 3 แบบเดิมๆ แล้ว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4261 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i5-10300H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1650 Ti ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

และด้วยพาเนล IPS แบบ 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่ หรือถ้าอยากให้วิ่ง 144Hz ก็จะปรับกราฟิกของเกมลงมาต่ำๆ หน่อย

นอกเหนือจากนี้ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS ที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบๆ

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS TUF Gaming F15 FX506 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวเกือบๆ 6:19 ชั่วโมงทีเดียว เรียกได้ว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ระยะเวลาที่มากกว่าที่คาดเอาไว้ ซึ่งจากการทดสอบล่าสุดพบว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวกว่า Gaming Notebook ทั่วไปจริงๆ ในสเปกนี้ อย่างไรก็ตามเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่มากกว่านี้ จะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานได้สั้นกว่าเป็นไปได้

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลและการ์ดจอจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 30 องศาเซลเซียส แน่นอนว่าในการใช้งานทั่วไปด้วยการใช้โหมด Windows แทบจะไม่รู้ว่าพัดลมหมุนเลย จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ซึ่งทั้งหมดนี้ดูผ่านทางซอฟต์แวร์ Hardware Monitor รุ่นล่าสุด เพื่อดูว่าชิปประมวลผล CPU / การ์ดจอ GPU ว่าจะร้อนที่สุดเย็นที่สุดเท่าไรในการใช้งานจริงๆ

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องสำหรับชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 94 – 96 องศาเซลเซียส ที่ต้องบอกว่าค่อนข้างเย็นทีเดียว ถ้าเทียบความแรงที่ได้ ส่วนที่เป็นการ์ดจอจะอยู่ที่ 81 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยดูผ่านทาง Hardware Monitor นับว่ามีความเย็นพอตัว ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่เปิดฟีเจอร์ Turbo พร้อมเพิ่มรอบพัดลมอัตโนมัติ จากการที่มีพัดลม 2 ตัว แต่ก็ไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง ด้วยการทำงานด้วยชุดระบายความร้อนของ ASUS TUF Gaming Series

Conclusion / Award

จาการที่สัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง บอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ASUS ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ล้ำหน้า ขอบจอบาง น้ำหนักเบา มีไฟคีย์บอร์ด RGB งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด พร้อมความต่างที่ดีกว่าคือเรื่องความทนทาน ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น สเปคประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้สีสันที่ดีระดับกลางๆ อีกทั้งลื่นไหลสบายตา และมี Windows 10 และซอฟต์แวร์ Armory Crate มาให้พร้อมใช้งานด้วย 

ด้วยการรวมตัวของใหม่อย่าง Intel Core i5-10300H ที่มีความแรงประสิทธิที่ดี ไม่เหนือชั้นกว่ารุ่นก่อนๆ ที่สำคัญความร้อนก็ควบคุมได้ดีขึ้น พร้อมด้วยการ์ดจอ GeForce GTX 1650 และแรม DDR4 ขนาด 8GB อีกทั้งยังมี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB แบบความเร็วสูง มาให้พร้อมใช้งาน ครบครันกับการใช้งาน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น TUF Gaming ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดัน แต่เน้นประสิทธิภาพต่อราคาที่คุ้มค่า อีกทั้งมีความสเถียรรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป หรือเล่นเกมจริงจังด้วย เชื่อได้ว่าตอบสนองคนรุ่นใหม่อย่าง นักเรียน นักศึกษา คนทำงานแน่นอน 

เรื่องของการออกแบบที่ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ทำได้ดีมาก ฉีกรูปแบบเดิมๆ ออกไป ด้วยดีไซน์สไตล์ TUF Gaming ที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ แต่มีมิติตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 14″ แบบเดิมๆ ที่ดูดุดันจริงจังเกินราคา บวกกับฟีเจอร์อย่างคีย์บอร์ดมีไฟแบบพิเศษ ด้วยปุ่ม WASD เป็นแบบโปร่งแสงโดดเด่น ​ระบบเสียงคุณภาพดีเยี่ยม แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 6:19 ชั่วโมง ที่สำคัญเครื่องนี้มีระบบป้องกันฝุ่น Self-Cleaning Cooling พร้อมระบบระบายความร้อนจัดเต็ม เพื่อการใช้งานที่ยาวนานและต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับตระกูล ROG เข้าไปอีกขั้น

ปิดท้าย ASUS TUF Gaming F15 FX506 เทียบกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาดตอนนี้ที่ขายๆ กันอยู่ ในช่วงราคา 25,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ก็ต้องยอมรับว่า น่าสนใจจริงๆ นอกจากได้ชิปประมวลผลที่แรงขึ้นกว่าเดิม การ์ดจอที่แรงลื่น ทำให้เล่นเกมได้ลื่นกว่าแล้ว ความร้อนก็ไม่ร้อนจนรบกวนการทำงานเลย   ที่แม้ไม่มี SD Card Reader มาให้ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ก็ยังเป็นอะไรที่รับได้อยู่ เพราะสามารถซื้ออุปกรณ์มาทดแทนได้ เมื่อเทียบประสิทธิภาพต่อราคา และฟีเจอร์อื่นๆ ที่ได้มา และเป็นไปได้อัพเกรดเป็นแรม 16GB ด้วยนะ เชื่อว่าจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพโดยให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

สั่งซื้อ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ได้ที่ itcityonline  

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS TUF Gaming F15 FX506 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ASUS TUF Gaming F15 FX506 สเปคเป็น Intel Core i5-10300H + NVIDIA GeForce GTX 1650 + 8GB + SSD M.2 NVMe PCIe 512GB + มี Windows 10 แท้ ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ ทั้ง AMD Ryzen / Intel Core i รุ่นก่อนมากๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ IPS 144Hz แบบนี้ แนะนำว่าเพิ่มแรมเป็น 16GB น่าจะแรงขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ TUF Gaming โน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS TUF Gaming F15 FX506 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ที่สำคัญคือขอบจอบาง ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงพวกจอ 14″ แถมน้ำหนักเบาแค่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ที่สำคัญคือดีไซน์ให้ความสวยงามดูทนทานกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด จากการใช้สีสันเป็น Fortress Gray ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้น

Best Durability

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มีงานประกอบที่เรียบร้อยสวยงาม ที่สำคัญยังได้เรื่องของความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาเราจะหาความทนทานระดับ Military Grade ได้ก็พวก Ultrabook ราคาแพงเท่านั้น แต่สิ่งนี้ ASUS จัดเต็มมาให้เลย สำหรับ Gaming Notebook ช่วงราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท นับว่ามีความใจเป็นอย่างมาก มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน


© Copyright - Notebookspec.com All Rights