
แอพแต่งรูป AI กลายเป็นแอพฯ ประจำมือถือใครหลายๆ คนเพื่อให้แต่งภาพได้สะดวกรวดเร็ว เพียงกดฟังก์ชั่นพื้นฐานไม่กี่ที ก็เปลี่ยนโทนภาพให้สวยขึ้นแถมยังเพิ่มลดรายละเอียดในภาพได้เลย ไม่ว่าจะลบคนกับสิ่งของในภาพ, แก้ฉากหลังไปจนเปลี่ยนสไตล์ภาพเป็นอย่างอื่นก็ได้ ซึ่งแต่ละแอพฯ โดยพื้นฐานแล้วจะมีระบบปรับแต่งค่าสีติดมาให้ใช้งานอยู่แล้ว ถ้าสมัครใช้งานเป็นรายเดือนหรือปีก็จะได้ฟีเจอร์ AI ไว้ช่วยแต่งภาพและลดขั้นตอนยุ่งยากลงไปและเลือกใช้ Preset ต่างๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและเอาไปแชร์ในบล็อกบน Community หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นผลงานส่วนตัวเพื่อให้ผู้อื่นได้เห็นผลงานและต่อยอดไปยังการสร้างคอนเทนต์หรือจ้างงานอื่นๆ ในอนาคตก็เป็นไปได้
ถึงจะชื่อว่าเป็นแอพแต่งรูป AI แต่ก็ไม่ได้ครอบจักรวาลทั้งหมด เพราะแต่ละตัวก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันทั้งหมด เช่น แอพฯ A เก่งเรื่องลูกเล่นเน้น Generative AI แปลงภาพได้หลายสไตล์ แต่ไม่มีฟังก์ชั่นแก้สีหรือใส่ Preset ต่างๆ เหมือน B ที่สร้างมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะหรือไม่มีระบบ Community เหมือน C ดังนั้นมันจึงไม่จบภายในตัวเดียวและอาจต้องเวียนปรับแต่งหลายแอพฯ จนกว่าจะถูกใจ และควรใส่ใจเรื่องค่าบริการของแต่ละแอพฯ ด้วย เพราะการคิดว่าเดี๋ยวจะได้ใช้แล้วสมัครเก็บเอาไว้ก่อนก็อาจจะเปลืองเงินโดยใช่เหตุได้เหมือนกัน
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับแอพแต่งรูป AI
- ระบบเขียนบล็อกและ Community ในแอพฯ แต่งภาพนอกจากเก็บผลงานเป็น Portfolio ส่วนตัวและแชร์ให้ผู้อื่นดูได้แล้ว ยังต่อยอดไปยังการจ้างงานถ่ายภาพได้ในอนาคตอีกด้วย
- หลายแอพฯ จะมีฟีเจอร์สร้าง Avatar ผู้ใช้โดยเอาภาพเซลฟี่ไปปรับแต่งด้วย AI ให้ออกมาเป็นรูปต่างๆ รวมถึงทำเอฟเฟคภาพแบบใหม่ได้อีกด้วย
- แต่ละแอพฯ จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น แต่งภาพ, เปลี่ยนภาพ หรือใช้รีทัชภาพบุคคล ดังนั้นถ้าจะใช้แต่งภาพจึงควรมี 2~3 ตัว เพื่อให้ครอบคลุมรูปแบบการใช้งานส่วนตัว
7 แอพแต่งรูป AI น่าโหลดติดมือถือ รองรับทั้ง Android, iOS

1. Photo Editor – Polish

Photo Editor – Polish ตัวนี้ติดฟังก์ชั่นมาเพื่อคนเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะ Instagram ก็น่าจะถูกใจแอพฯ นี้แน่นอน เพราะผู้พัฒนาใส่ฟังก์ชั่นแต่งภาพเข้ามาหลายแบบ ตั้งแต่รีทัชใบหน้าให้สวยงาม, ลบวัตถุ, เปลี่ยนฉากหลัง, ปรับภาพเบลอให้ชัด ฯลฯ ให้เลือกใช้ได้ตามชอบ แถมมีฟังก์ชั่นปรับแต่งภาพด้วยตัวเองหรือใช้ Preset เพื่อความสะดวกรวดเร็วก็ได้ แถมมีฟังก์ชั่นลบฉากหลังออกเพื่อเอาภาพไปใช้ร่วมกับภาพอื่น, เปลี่ยนสีกับทรงผม, มีเลย์เอ้าท์กรอบภาพไว้ทำเป็น IG Story อีกด้วย ถือว่าครบเครื่องถูกใจชาวโชเชียลแน่นอน
กลับกันแอพฯ นี้เวลาใช้งานฟรีจะมีฟิลเตอร์ให้ใช้จำกัดและมีโฆษณาแทรกมาให้ผู้ใช้ตัดสินใจสมัครใช้บริการหรือซื้อแอพฯ ดังนั้นถ้าใครตั้งใจจะโหลดมาใช้แค่แต่งภาพนิดหน่อยก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าแต่งภาพเป็นระยะๆ ก็แนะนำให้ลงทุนกับแอพฯ นี้สักนิดก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน หากใครสนใจสามารถดาวน์โหลดได้ตามลิ้งค์ข้างล่างนี้
ข้อดี
- มีเครื่องมือและฟังก์ชั่นปรับแต่งภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย ใช้งานได้ง่าย
- ฟังก์ชั่น AI มีระบบปรับแต่งภาพให้สวยงามคมชัดขึ้นและแก้ภาพพื้นหลังได้หลากหลาย
- มีระบบรีทัชภาพบุคคลให้ดูอ่อนกว่าวัยและดูสวยงามขึ้นในไม่กี่ขั้นตอน
- มีเลย์เอ้าท์กรอบภาพสำหรับทำภาพเพื่ออัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ
ข้อสังเกต
- เวอร์ชั่นฟรีมีโฆษณารบกวนระหว่างใช้งานพอควรเพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจสมัครสมาชิก
- ฟิลเตอร์และบางฟังก์ชั่นไม่มีให้ใช้ในเวอร์ชั่นฟรี ต้องสมัครใช้บริการเท่านั้น
2. VSCO

หลายคนน่าจะรู้จักแอพฯ VSCO ในฐานะแอพฯ แต่งภาพสามัญประจำมือถือที่มี Preset แต่งภาพติดมาให้มากมายรวมถึงฟังก์ชั่นปรับแต่งภาพต่างๆ อย่างตัดกรอบภาพ (Crop), ปรับความสว่าง, แก้ Contrast, ความเข้มสี ฯลฯ ให้เจ้าของปรับแต่งเองได้หลากหลายโทนให้ดูสวยงาม ถ้าใครชอบแอพแต่งรูป AI พร้อมระบบปรับแต่งอย่างละเอียดและทำงานร่วมกับ Adobe Lightroom ได้อีกด้วย ส่วนจุดเด่นเฉพาะตัวคือแอพฯ นี้มีระบบ Community ไว้แชร์ผลงานและเขียนบล็อกเล่าเรื่องการถ่ายภาพไว้ให้ผู้อื่นดูและอาจต่อยอดไปยังการจ้างงานหรืออื่นๆ ได้ในอนาคต
จุดน่าเสียดายคือเวอร์ชั่นฟรีเทียบกับเวอร์ชั่น Pro ซึ่งต้องจ่ายค่าบริการเดือนละ 4.99 ดอลลาร์ หรือราว 170 บาท/เดือน แล้วจะมีฟังก์ชั่นใช้งานน้อยกว่ามาก ตั้งแต่ Preset พื้นฐานจาก 15 แบบ ขึ้นมาเป็น 200 แบบ รวมถึงระบบการแต่งสีปรับรายละเอียดภาพก็น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่พอถ้าจะใช้ Scout AI assistant ต้องใช้แพ็คเกจ VSCO One ค่าบริการเดือนละ 41.67 ดอลลาร์ หรือราว 1,400 บาท/เดือน และรองรับเฉพาะ iPhone หรือเปลี่ยนมาใช้เวอร์ชั่นเดสก์ท็อปเท่านั้น จึงเหมาะกับผู้ใช้ iPhone และ MacBook เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าช่างภาพและครีเอเตอร์ท่านใดใช้ระบบ Apple Ecosystem เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาแน่นอน
ข้อดี
- มีระบบและฟิลเตอร์เพื่อปรับแต่งภาพได้มากกว่า 200 แบบและปรับแต่งได้ละเอียดเป็นพิเศษ
- รองรับการทำงานร่วมกับโปรแกรม Adobe Lightroom ให้ปรับแต่งภาพสวยเป็นมืออาชีพ
- มีระบบ Community เพื่อเก็บ Portfolio ของตัวเองเอาไว้นำเสนอผลงาน
- มีฟังก์ชั่นตัดต่อวิดีโอในตัวเอาไว้ให้ตัดคลิปใช้งานเร่งด่วนสะดวกขึ้น
ข้อสังเกต
- VSCO Pro ใช้ได้เฉพาะระบบปฏิบัติการ iOS และเดสก์ท็อปพีซีเท่านั้นและคิดค่าบริการรายเดือน
- เวอร์ชั่นฟรีมีโหมดปรับแต่งสีสันและ Preset ภาพจำกัดมาก เพื่อให้ผู้ใช้สมัครใช้บริการเพิ่ม
3. Picsart

Picsart เป็นแอพแต่งรูป AI พร้อมลูกเล่นมากมาย ตั้งแต่ฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่างการลบวัตถุในภาพออกไป, แต่งภาพให้ดูสวยงาม, รีทัชใบหน้าให้สวยงาม ฯลฯ รวมถึงระบบพื้นฐานอย่างการตัดฉากหลัง, ตัดกรอบภาพใส่ฟิลเตอร์ไปจน Prompt ภาพในหัวเป็นตัวอักษรให้ AI Model ต่างๆ ทำเป็นภาพนิ่งออกมาให้ใช้งานจนเปลี่ยนภาพนิ่งเป็นคลิปเพื่อใช้งานก็ได้เช่นกัน ถ้าใครเน้นใช้ AI สร้างผลงานอยู่เป็นระยะๆ จะเหมาะมาก และยังมีระบบ Plugin เชื่อมต่อกับโมเดลชั้นนำอย่าง ChatGPT, Claude, Grok, Google Gemini, Hermes Agent, Codex ฯลฯ เพื่อเพิ่มขอบเขตการทำงานได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตามแอพฯ Picsart เวอร์ชั่นฟรีมีฟังก์ชั่นใช้งานจำกัดรวมถึงเรียกใช้ AI ได้ไม่มากนักเพื่อให้ผู้ใช้สมัครใช้บริการรายปี โดยแยกเป็น 2 แพ็คเกจ คือ Pro ราคา 10.5 ดอลลาร์ หรือปีละ 126 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินบาทแล้วตก 4,300 บาท/ปี จะได้ 500 เครดิตต่อเดือนเพื่อสร้างภาพนิ่งหรือคลิปด้วย Nano Banana Pro, Seedance 2.5 video และเพิ่มฟีเจอร์ใช้งานมาให้มากขึ้น แต่ถ้าใช้งานหนักก็ต้องเพิ่มเป็นเวอร์ชั่น Ultra ค่าบริการ 24.5 ดอลลาร์ คิดเป็นปีละ 294 ดอลลาร์ หรือร่วม 10,000 บาท/ปี แล้วได้ระบบเก็บภาพใน Getty stock และเพิ่มพื้นที่เก็บภาพออนไลน์ให้มากขึ้นจาก 100 GB เป็น 300 GB ต่อคนทันที หากใครเน้นแต่งภาพและใช้ระบบ Generative AI เป็นประจำจะโหลดแอพฯ แล้วสมัครใช้บริการเอาไว้ยังไงก็คุ้มค่า
ข้อดี
- มี AI ช่วยแต่งภาพหรือวิดีโอให้ใช้งานในตัวไม่ต้องทำงานข้ามแอพฯ ไปมาให้ยุ่งยาก
- มีระบบรีทัชใบหน้าบุคคลให้ปรับแต่งใบหน้าได้สวยงามยิ่งขึ้น
- มีระบบปรับแต่งภาพเสริมมาให้ ไม่ว่าจะตัดฉากหลัง, ตัดกรอบภาพ, ใส่ฟิลเตอร์ ฯลฯ
- รองรับการเชื่อมต่อกับ AI model อื่นเพื่อเปลี่ยนภาพนิ่งเป็นวิดีโอได้
- สามารถพิมพ์ Prompt ภาพในความคิดแล้วให้ AI วาดภาพออกมาได้
ข้อสังเกต
- ฟังก์ชั่น AI มีเครดิตการใช้งานจำกัดและผลลัพธ์บางครั้งอาจเกิดอาการภาพเพี้ยนได้
- ฟีเจอร์ปรับแต่งภาพบางส่วนต้องสมัครใช้งานแพ็คเกจเวอร์ชั่น Pro, Ultra ถึงมีให้ใช้งาน
4. Remini

แอพแต่งรูป AI อย่าง Remini จะเน้นเป็นทาง Generative AI โดยมีฟังก์ชั่นพื้นฐานเป็นการปรับภาพนิ่งหรือวิดีโอที่เบลอให้คมชัดขึ้น, เสริมรายละเอียดของภาพให้สวยงามและรีทัชภาพบุคคลให้ดูสวยงามได้ในตัว แต่ทีเด็ดอย่างระบบ Generative สามารถรีทัชภาพเอาไว้ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้, เปลี่ยนภาพถ่ายมนุษย์ให้เป็นตัวการ์ตูน, สร้างคลิปหรือภาพจำลองแบบต่างๆ เช่น Timelapse ใบหน้าของเราตั้งแต่วัยเด็กจนชรา, วาดภาพลูกในอนาคต ฯลฯ มาให้อัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างสนุกสนาน ถ้าใครอยากได้แอพฯ ประเภทนี้อยู่แล้วน่าจะถูกใจอย่างแน่นอน
กลับกันตัวแอพฯ เวอร์ชั่นฟรีก็มีฟังก์ชั่นจำกัดและมีโฆษณาคั่นระหว่างใช้งานอยู่พอควรเพื่อให้ผู้ใช้ต้องตัดสินใจสมัครสมาชิกใช้บริการแอพเวอร์ชั่นเต็มให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ และเรื่องควรระวังคือตอนใช้แอพเหล่านี้อาจทำให้ภาพเกิดเพี้ยนผิดจากความเป็นจริงได้บ้าง ดังนั้นจึงต้องระวังและคอยหมั่นตรวจสอบเมื่อ AI แต่งภาพเสร็จแล้วด้วย ภาพจะได้ดูไม่ผิดจากความจริงเกินไปนัก
ข้อดี
- ตัวแอพเน้นการปรับคลิป, ภาพเบลอ, ภาพเก่าความละเอียดต่ำให้คมชัดสวยงามยิ่งขึ้น
- มีฟีเจอร์สร้างคลิป Timelapse จำลองใบหน้าวัยเด็กจนชราของเจ้าของภาพได้
- มี Generative AI ไว้เปลี่ยนภาพเป็นการ์ตูนและจำลองภาพตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ ได้
- ได้ระบบรีทัชภาพบุคคลให้ดูสวยงามและปรับสีสันให้ดูดีและนำไปอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้
ข้อสังเกต
- เวอร์ชั่นฟรีมีโฆษณาแทรกเป็นระยะๆ และใช้งานได้จำกัด ถ้าเน้นปรับแต่งภาพบ่อยต้องสมัครใช้บริการ
- ระบบการปรับภาพเก่าให้คมชัดขึ้นอาจทำงานผิดพลาด ทำให้ภาพดูไม่สมจริงอย่างที่ควร
5. Meitu

ถ้าเปิดดูว่าในมือถือของคุณผู้หญิงโหลดแอพแต่งรูป AI อะไรไว้ใช้งานบ้าง หนึ่งในนั้นยังไงก็ต้องมี Meitu ติดเอาไว้เพื่อปรับรีทัชภาพเซลฟี่และภาพถ่ายบุคคลให้ดูสวยงามขึ้นตั้งแต่ปรับโครงหน้าให้เรียว, แต่งโทนสีผิว, เปลี่ยนสีผมและอื่นๆ ได้ตามชอบให้ดูสวยเหมือนเป็นคนละคนได้สบายๆ ไม่พอ ยังใช้ AI ช่วยปรับแก้สไตล์ภาพหรือเปลี่ยนเป็นสไตล์เป็นภาพศิลปะไปเลยก็ยังได้ ให้ภาพของผู้ใช้ดูแตกต่างจากเดิมและยังมีฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการตัดภาพฉากหลัง, ลบวัตถุ, แก้โทนแสงและขยายขนาดภาพให้ดูสวยขึ้นได้เหมือนแอพฯ อื่น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นตัดต่อคลิปและใส่เอฟเฟคเพิ่มให้บุคคลในคลิปสวยขึ้นอีกด้วย ถ้าใครจะปั้นช่องคลิปสั้นก็เหมาะเหมือนกัน
ข้อสังเกตของ Meitu เองก็เหมือนกับแอพฯ อื่น นั่นคือฟีเจอร์ของเวอร์ชั่นฟรีจะมีจำกัดพอสมควร ใช้งานได้ไม่เยอะนักและเน้นให้ผู้ใช้สมัครใช้เวอร์ชั่น VIP ให้ได้ฟีเจอร์สำหรับแต่งภาพมากขึ้น แต่ถ้าอัพโหลดภาพขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นประจำอยู่แล้วก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน
ข้อดี
- ระบบรีทัชใบหน้าบุคคลและทำสีผมทำได้ดีมาก ทำให้ภาพบุคคลสวยมีมิติยิ่งขึ้น
- มีฟีเจอร์ AI พื้นฐานอย่างลบวัตถุ, ตัดและขยายฉากหลังให้ใช้งาน
- มีระบบตัดต่อวิดีโอและใส่เอฟเฟคเพิ่มเพื่อความสวยงามได้ ทำให้คลิปดูน่าสนใจ
- มีฟีเจอร์ AI ไว้ปรับแต่งภาพให้เปลี่ยนเป็นสไตลํภาพศิลปะและอื่นๆ ได้
ข้อสังเกต
- เวอร์ชั่นฟรีมีฟีเจอร์ใช้งานจำกัด หากต้องการปรับแต่งหลายภาพต้องสมัคร VIP
- ระบบปรับแต่งภาพได้มากเป็นพิเศษ ทำให้แต่งแล้วบางภาพดูผิดจากตัวจริงได้
6. YouCam Perfect

แอพแต่งรูป AI อย่าง YouCam Perfect นั้นรวมฟังก์ชั่นและข้อดีของระบบแต่งภาพและคลิปเอาไว้ในตัวเดียวกันทั้งหมด ตั้งแต่ระบบพื้นฐานอย่างการลบวัตถุและเปลี่ยนฉากหลัง, ปรับลบวัตถุอื่นที่ไม่ต้องการออกไปจนกระทั่งเปลี่ยนรูปลักษณ์บุคคลได้ทันทีแถมรีทัชภาพปรับแก้ทรวดทรงร่างกายได้อีกด้วย แต่ทีเด็ดคือตัวมันเรียกใช้ AI Agent มาช่วยปรับแต่งภาพเพียงพิมพ์ Prompt เข้าไปแล้วระบบจะปรับภาพให้ตามต้องการ ตั้งแต่ปรับภาพทั่วไปให้ดูสวยงามจนเปลี่ยนภาพให้ดูแฟนตาซีขึ้นก็ยังได้ตามใจผู้ใช้และเอาภาพนิ่งของเจ้าของและสัตว์เลี้ยงมาผสมกันเจ้าของและเล่นเอฟเฟคได้อีกมากมายไม่พอ ยังเอาภาพตัวอย่างมา Prompt สั่งให้ Agent แต่ละตัวเปลี่ยนภาพตามคิดได้อีก ถือว่าครบเครื่องมาก นอกจากนี้ยังมีระบบปรับความละเอียดของคลิปวิดีโอให้สูงขึ้นระดับ 4K และเปลี่ยนให้วิดีโอขาวดำเป็นคลิปมีสีสันในตัวได้เลย
กลับกัน YouCam Perfect ตอนนี้ใน Google Play Store อย่างเดียว ยังไม่พบใน Apple App Store ซึ่งคาดว่าถูกถอดออกไปด้วยเหตุผลบางประการและลูกเล่นของเวอร์ชั่นฟรีก็มีจำกัดกว่ามาก ทำให้แต่งภาพได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นถ้าต้องการใช้ฟีเจอร์แต่งภาพกับ AI Agent ต้องจ่ายสมัครค่าบริการตามที่กำหนดไม่ว่าจะรายเดือนหรือปีก็ตาม ซึ่งถ้าใครต้องการแอพฯ แต่งภาพประเภทนี้อยู่แล้วและมองหาตัวที่ลูกเล่นแพรวพราวสักหน่อยก็น่าสนใจทีเดียว
ข้อดี
- เป็นแอพแต่งรูป AI โดยใช้วิธี Prompt บอก AI Agent ในตัวแอพฯ ให้ได้ภาพตามชอบ
- มีลูกเล่น Generative AI เสริมเข้ามาให้ทั้งการผสมภาพ, เปลี่ยนสไตล์ภาพและอื่นๆ ให้ใช้งาน
- มีฟีเจอร์ปรับแต่งภาพติดมาให้ครบถ้วน ทั้งลบวัตถุ, แก้ฉากหลัง, เปลี่ยนรูปลักษณ์บุคคลก็ได้
- มีระบบรีทัชภาพใบหน้าบุคคลให้ดูสวยงามขึ้น ตั้งแต่ลบริ้วรอยจนแก้โครงใบหน้าในครั้งเดียว
- ได้ฟีเจอร์ซ่อมและปรับภาพเก่าให้คมชัดสวยงามและนำมาใช้งานในโอกาสต่างๆ
- มีระบบ Video enhancer ปรับความละเอียดของคลิปจากต่ำให้ขึ้นมาเป็น 4K ได้
ข้อสังเกต
- เวอร์ชั่นฟรีมีฟีเจอร์ปรับแต่งภาพจำกัด ต้องสมัครใช้เวอร์ชั่นพรีเมียมถึงมีให้ใช้ครบถ้วน
- ปัจจุบันมีเฉพาะ Android Play Store เท่านั้น ไม่มีใน Apple App Store
7. Photoroom

แอพฯ Photoroom จะต่างจากแอพแต่งรูป AI ตัวอื่นซึ่งเน้นแต่งภาพมนุษย์เป็นหลักกลายเป็นแต่งภาพหรือทำวิดีโอโปรโมตสินค้าเพื่อวางจำหน่ายในช่องทางต่างๆ ให้ดูน่าสนใจขึ้น ซึ่งนอกจากระบบพื้นฐานอย่างการตัดฉากหลังหรือตัดกรอบภาพให้พอดีใช้งานแล้ว ก็จะเน้นฟีเจอร์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ดูโดดเด่นด้วย Generative AI แทน ทั้งเอาภาพสินค้ามาสร้างเป็นคลิปโฆษณา, แก้ไขฉากหลังของภาพให้บรรยากาศในภาพดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าใครทำร้านแฟนชั่นเครื่องแต่งตัวจะมีฟังก์ชั่นเอาภาพบุคคลมาจำลองใส่เครื่องแต่งกายที่ต้องการได้ทันที ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ว่าชุดนี้จะเหมาะกับโทนสีผิวหรือบุคลิคส่วนตัวไหม และเชื่อมต่อกับระบบขายสินค้าของ Shopify สร้างเป็นคอลเล็คชั่นใหม่ได้เลย
แต่เมื่อเป็นแอพฯ ใช้ทำงานและไม่มีฟีเจอร์ปรับแต่งภาพบุคคล จึงไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป แถมเวอร์ชั่นฟรีก็แต่งภาพแล้ว Export ได้เพียง 25 ภาพต่อสัปดาห์หรือเดือนละ 100 รูปเท่านั้น ถ้ามีเสื้อผ้ากับสินค้าหลายชิ้นหลายคอลเล็คชั่นก็ทำงานได้ช้าลงและมีฟังก์ชั่นแต่งภาพจำกัดจึงควรสมัครใช้งานไปเลยให้ทำงานได้ต่อเนื่องและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพด้วย
ข้อดี
- เป็นแอพแต่งรูป AI สำหรับทำภาพโปรโมตสินค้า สามารถรวมภาพสินค้าและบุคคลเข้าหากันได้ทันที
- มีระบบ Generative ไว้สร้างคลิปโปรโมตสินค้าได้โดยใช้ภาพตัวอย่างเท่านั้น
- สามารถปรับแต่งขนาด, รายละเอียด, ฉากหลังของภาพสินค้าได้หลากหลายแบบ
- เชื่อมต่อเข้ากับระบบหน้าร้านของ Shopify ให้อัพโหลดภาพสินค้าเข้าไปในระบบได้โดยตรง
ข้อสังเกต
- เวอร์ชั่นฟรีจำกัดโควต้าการ Export ภาพเพียง 25 ภาพต่อสัปดาห์ หรือ 100 ภาพต่อเดือน
- ฟีเจอร์แต่งภาพในเวอร์ชั่นฟรีมีจำกัดพอควร หากใช้งานเยอะควรสมัครเวอร์ชั่นพรีเมียม

แอพแต่งรูป AI ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายแบบ แถมแต่ละตัวก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวต่างกันไป ไม่ว่าจะทำภาพบุคคล, แก้ภาพให้สวยงาม, ทำวิดีโอให้คมชัดสวยงาม ฯลฯ ก็ได้ แถมไม่ได้เป็นแค่ภาพนิ่งอย่างเดียวแต่ใช้ทำคลิปได้อีกด้วย แต่ถึงแอพฯ เหล่านี้จะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นมากก็จริง แต่ขอแนะนำให้ผู้ใช้ฝึกใช้ฟังก์ชั่นปรับแต่งภาพด้วยตัวเองให้เข้าใจว่าเวลาต้องการปรับแก้ภาพเองจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไรและเผื่อได้นำไปใช้ในยามจำเป็นได้อีกด้วย
บทความที่เกี่ยวข้อง






