
หูฟังเกมมิ่งในปัจจุบันทั้งหาซื้อได้ง่ายแถมราคาก็เริ่มต้นหลักร้อยบาทเท่านั้น แถมเอาไปต่ออุปกรณ์อื่นนอกจากพีซีได้ เช่น เครื่องคอนโซล, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ตหรือเครื่องเกมพกพาก็ได้ ตอบโจทย์คนมีพีซีเป็นเครื่องหลักแล้วคู่กับเครื่องคอนโซลไว้เปิดเกม Exclusive ในแพลตฟอร์มนั้นเล่นมาก เพียงสลับการเชื่อมต่อก็พอแล้วจึงไม่ต้องซื้อหูฟังมาให้ซ้ำซ้อนเกินจำเป็นแม้แต่น้อย นอกจากเล่นเกมแล้วบางรุ่นก็ถูกปรับแต่งให้รองรับการเล่นเสียงแบบ Dolby Atmos ให้เหมาะกับความบันเทิงด้านอื่นอย่างการดูหนังฟังเพลงได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งครอบคลุมโจทย์การใช้งานของเกมเมอร์ยุคนี้ครบถ้วนแน่นอน
หูฟังเกมมิ่งรุ่นใหม่มีจุดเด่นอย่างไรบ้าง?
- หูฟังเกมมิ่งรุ่นใหม่ๆ รองรับการเชื่อมต่อ 2 ระบบพร้อมกัน ทั้ง USB RF 2.4 GHz และ Bluetooth และสลับใช้งานโดยอัตโนมัติ
- หูฟังบางรุ่นจะไม่มีซอฟท์แวร์ตั้งค่า เน้นใช้ฟังก์ชั่นในตัวและใช้ระบบปฏิบัติการปรับแต่งเสียงเป็นหลัก ส่วนรุ่นที่มีโปรแกรมตั้งค่าจะมาจากแบรนด์เกมมิ่งเกียร์ชั้นนำเป็นหลัก
- ถ้าใครมีเครื่องเกมคอนโซลก็เอาหูฟังเกมมิ่งไปต่อใช้งานได้ผ่านทาง USB RF 2.4 GHz ได้ทันที ไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมในภายหลัง
- จุดเด่นของหูฟังรุ่นใหม่จะสามารถจำลองทิศทางเสียงแบบ 7.1 แชนแนล หรือรองรับเทคโนโลยีเสียง Dolby Atmos, DTS Headphone:X ได้

7 หูฟังเกมมิ่งน่าใช้ ต่อคอมหรือเครื่องคอนโซลก็ได้!!
- FANTECH WHG04 (839 บาท)
- HyperX Cloud Jet Wireless (1,350 บาท)
- MCHOSE V9 Pro Wireless Gaming Headset (1,690 บาท)
- Corsair HS80 MAX (4,290 บาท)
- Razer Barracuda X Chroma Wireless (4,990 บาท)
- Logitech G PRO X3 LIGHTSPEED Wireless Gaming Headset (7,889 บาท)
- HyperX Cloud Alpha 2 + RGB Control (10,990 บาท)
1. FANTECH WHG04 (839 บาท)

| Drivers & Frequency response | ไดรเวอร์ขนาด 40 mm. Frequency response 20 Hz ~ 20 kHz |
| Connectivity & Battery Life | USB RF 2.4 GHz Bluetooth 5.3 AUX 3.5mm. TRRS 300mAh ใช้ได้ 22 ชม. |
| Support hardware | Windows 7 เป็นต้นไป macOS 10.11 เป็นต้นไป Android iOS Nintendo Switch PlayStation 4~5 Xbox Series X|S |
| Software | – |
| ราคา | 839 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: FANTECH Shopee Mall |
FANTECH WHG04 เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายราคาเป็นมิตรและใช้ได้แข็งแรงทนทานพอตัว จะซื้อไปต่อพีซี, สมาร์ทโฟนหรือเครื่องเกมคอนโซลแล้วใช้ได้ทันที แต่ไม่มีซอฟท์แวร์ตั้งค่าให้ใช้งานจึงต้องใช้ฟังก์ชั่นตั้งค่าเสียงของระบบปฏิบัติการแทนจึงใช้งานได้ไม่ยุ่งยากแต่ลูกเล่นก็มีไม่มากนัก หากไม่ได้ซีเรียสประเด็นนี้และเน้นต่อใช้งานได้ก็ไม่มีปัญหา
จุดเด่นของมันนอกจากเชื่อมต่อไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz, Bluetooth หรือต่อสายหูฟังใช้ได้ทันทีแล้ว ก้านไมโครโฟนถ้ายกลงมาเพื่อใช้งานแล้วต้องการปิดเสียง (Mute) ก็แค่ยกก้านขึ้นก็พอแล้ว จึงเหมาะกับเกม Multiplayer อย่าง Among Us มาก ถ้าหูฟังอันเก่าของใครสภาพเริ่มโทรมใช้งานไม่ดีหรืออยากหามาสำรองเอาไว้สักตัวก็แนะนำให้เก็บมันไว้ในตัวเลือกยังไงก็ไม่ผิดหวัง
ข้อดี
- ไดรเวอร์มีขนาด 40 mm. เหมาะกับการใช้งานและเล่นเกมมาก
- เชื่อมต่อด้วยสาย AUX 3.5 mm., USB RF 2.4 GHz และ Bluetooth ได้หมด
- รองรับอุปกรณ์หลากหลายระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะพีซีหรือเครื่องคอนโซล
- ก้านไมค์มีระบบดึงลงเพื่อพูดและยกก้านขึ้นเพื่อตัดเข้าโหมด Mute ในทันที
ข้อสังเกต
- ไม่มีซอฟท์แวร์ปรับตั้งค่าให้ติดตั้งเพิ่ม เน้นใช้การปรับแต่งของระบบปฏิบัติการเท่านั้น
2. HyperX Cloud Jet Wireless (1,350 บาท)

| Drivers & Frequency response | ไดรเวอร์ขนาด 40 mm. Frequency response 20 Hz ~ 20 kHz |
| Connectivity & Battery Life | USB RF 2.4 GHz Bluetooth 5.3 300mAh ใช้ได้ 25 ชม. |
| Support hardware | Windows 7 เป็นต้นไป macOS 10.11 เป็นต้นไป Android iOS PlayStation 4~5 Xbox Series X|S |
| Software | HyperX NGENUITY |
| ราคา | 1,350 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HP Gaming Store Shopee Mall |
HyperX Cloud Jet Wireless รุ่นนี้จะเชื่อมต่อเฉพาะแบบไร้สายเท่านั้น ไม่มีช่อง AUX 3.5 mm. ไว้ต่อสายและพอร์ต USB-C ก็ไม่รองรับ Audio over USB-C จึงใช้ชาร์จไฟเท่านั้น ซึ่งถ้าจะใช้แบบไร้สายอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แถมเอาไปต่อใช้กับพีซี, สมาร์ทโฟนหรือเครื่องเกมคอนโซลใช้ได้ทันทีและสลับโหมดระหว่าง USB RF 2.4 GHz และ Bluetooth ด้วยสวิตช์เลื่อนตัวเดียวเท่านั้น ถ้าติดตั้ง HyperX NGENUITY แล้วก็ใช้ปรับแต่งฟังก์ชั่นให้หูฟังได้มากขึ้นและมีฟีเจอร์ยกก้านหูฟังขึ้นแล้วปิดเสียงไมค์ทันทีเหมือนหูฟังเกมมิ่งรุ่นอื่นอีก ตอนสวมก็สบายหัวเพราะมีสายคาดศีรษะเสริมมาให้ใส่สบายทั้งวันแน่นอน หากใครกำลังหาหูฟังใหม่ราคาไม่แรงเกินไปแถมมีโปรแกรมตั้งค่าให้ใช้ก็ตอบโจทย์อย่างน่นอน
ข้อดี
- เชื่อมต่อกับพีซี, เครื่องเกมคอนโซลและสมาร์ทโฟนเพื่อเล่นเกมและฟังเพลงได้ทันที
- ตั้งค่าด้วยซอฟท์แวร์ HyperX NGENUITY ร่วมกับเกมมิ่งเกียร์ในเครือได้สะดวก
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 25 ชม. นานพอให้เล่นเกมไปจนจบวันอย่างแน่นอน
- มีสวิตช์เลื่อนสลับการเชื่อมต่อระหว่าง USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth ได้
- ก้านไมโครโฟนสามารถยกขึ้นเพื่อตัดเข้าโหมดปิดเสียง (Mute) ได้ทันที
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth เท่านั้น
3. MCHOSE V9 Pro Wireless Gaming Headset (1,690 บาท)

| Drivers & Frequency response | ไดรเวอร์ Bio-Cellulose ขนาด 53 mm. Frequency response 20 Hz ~ 20 kHz จำลองเสียง 7.1 แชนแนล |
| Connectivity & Battery Life | USB RF 2.4 GHz Bluetooth 5.3 Wired 2,000mAh ใช้ได้ 250 ชม. |
| Support hardware | Windows 7 เป็นต้นไป macOS 10.11 เป็นต้นไป Android iOS Nintendo Switch PlayStation 4~5 Xbox Series X|S |
| Software | MCHOSE HUB |
| ราคา | 1,690 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: MCHOSE Shopee Mall |
จุดเด่นของ MCHOSE V9 Pro Wireless Gaming Headset เป็นเรื่องการเชื่อมต่อใช้งานได้ 3 วิธี ไม่ว่าจะใช้สาย USB, USB RF 2.4 GHz แบบถอดแยกเป็นอะแดปเตอร์ USB-C อันเล็กไว้ใช้กับแท็บเล็ตหรือมือถือหรือ Bluetooth ก็ได้ หากต่อคอมพิวเตอร์ก็ดาวน์โหลดโปรแกรม MCHOSE HUB มาตั้งค่าปรับ EQ เพิ่มเติมได้สะดวก แถมเลือกเปลี่ยนโหมดได้ 3 แบบ แยกเป็นโหมดฟังเพลงหรือเล่นเกมที่ตั้งค่าแยกได้ 2 แบบ ให้เลือกใช้ตามชอบตามใช้งาน ด้านไดรเวอร์ Bio-Cellulose ใหม่นั้นถูกปรับแต่งให้เก็บรายละเอียดเสียงดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนแบตเตอรี่มีความจุสูงกว่าหูฟังเกมมิ่งแบรนด์อื่นจึงไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยนัก หากใครกำลังอยากได้หูฟังใหม่ราคาไม่แรงแล้วคุณภาพดีเกินตัวก็เก็บไว้เป็นตัวเลือกได้ เสียดายว่าถ้าซอฟท์แวร์เป็นระบบ Web driver เมื่อไหร่ก็จะดีมาก
ข้อดี
- ไดรเวอร์ Bio-Cellulose ขนาด 53 มม. ให้เสียงดี จำลองเสียงแบบ 7.1 แชนแนลได้
- ตัวรับส่งสัญญาณ USB RF 2.4 GHz สามารถถอดออกมาเป็นพอร์ต USB-C ได้
- เลือกตั้งค่าโหมดการใช้งานได้ 3 แบบ เป็นโหมดเล่นเกม 2 แบบ และโหมดเพลง
- มีหลายสี ทั้งขาว, ดำ, แดงเข้มและแดงอ่อนให้เลือกตามรสนิยมของแต่ละคน
- แบตเตอรี่มีความจุสูงพอให้ใช้งานต่อเนื่องนานสุด 250 ชม. ไม่ต้องชาร์จบ่อย
- มีโปรแกรม MCHOSE HUB ให้ดาวน์โหลดไปติดตั้งในเครื่องเพื่อตั้งค่าหูฟังเกมมิ่งได้
ข้อสังเกต
- โปรแกรมตั้งค่าหูฟังเป็นแบบติดตั้งในเครื่อง ไม่ได้เป็น Web drivers
4. Corsair HS80 MAX (4,290 บาท)

| Drivers & Frequency response | ไดรเวอร์แม่เหล็กนีโอไดเมียมขนาด 50 mm. Frequency response 20 Hz ~ 20 kHz รองรับเสียง Dolby Atmos Spatial Audio |
| Connectivity & Battery Life | USB RF 2.4 GHz Bluetooth 5.3 USB RF 2.4 GHz ใช้ได้ 24~65 ชม. Bluetooth ใช้ได้ 130 ชม. |
| Support hardware | Windows 7 เป็นต้นไป macOS 10.11 เป็นต้นไป Android iOS Nintendo Switch PlayStation 4~5 Xbox Series X|S |
| Software | CORSAIR iCUE |
| ราคา | 4,290 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Gear Gadget Shopee Mall |
ถ้าคิดถึงเกมมิ่งเกียร์สักแบรนด์หนึ่งแล้ว หลายคนก็อาจจะนึกถึงหรือใช้ผลิตภัณฑ์ของ Corsair อยู่ ซึ่งหูฟังเกมมิ่ง Corsair HS80 MAX ตัวนี้ แม้ราคาจะสูงขึ้นจนเกือบถึงหลักพันกลางแล้ว แต่คุณภาพก็สมราคาทั้งโครงหูฟังอลูมิเนียมและก้านครอบแบบพับราบให้วางไว้กับพื้นโต๊ะได้ ประกอบกับไดรเวอร์แม่เหล็กนีโอไดเมียมขนาด 50 มม. ปรับแต่งมาให้รองรับ Dolby Atmos Spatial Audio ให้ได้ยินเสียงรอบข้างทั้งตอนเล่นเกมและดูหนังให้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศได้ดีขึ้น แถมกดสวิตช์เดียวก็เปลี่ยนโหมดการเชื่อมต่อจากใช้ Bluetooth มาเป็น USB RF 2.4 GHz ได้ทันที ถ้าต่อเข้าพีซีก็ใช้โปรแกรม Corsair iCUE ร่วมกับเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นในเครือเพื่อตั้งค่าได้ทันที นอกจากนี้ไมโครโฟนของหูฟังก็ปรับแต่งมาเป็นพิเศษให้รองรับ NVIDIA Broadcast อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม HS80 MAX ตัวนี้ต่อใช้งานแบบไร้สายเท่านั้น ไม่มีพอร์ต AUX 3.5 mm. ให้ใช้งาน ซึ่งถ้าตั้งใจจะใช้แบบไร้สายอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา ส่วนราคาเทียบกับหูฟังเกมมิ่งรุ่นอื่นถือว่าสูงขึ้นมาร่วม 5,000 บาท ทำให้บางคนตัดสินใจซื้อยากขึ้น แต่ถ้าใครเน้นเรื่องคุณภาพแล้วพร้อมลงทุนเพื่อใช้งานในระยะยาวก็เป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน
ข้อดี
- โครงสร้างหลักของหูฟังเป็นอลูมิเนียมแข็งแรงทนทานและพับให้ก้านวางราบกับโต๊ะได้
- มีปุ่มสลับโหมดการเชื่อมต่อระหว่าง USB RF 2.4 GHz และ Bluetooth ได้
- ไดรเวอร์มีขนาดใหญ่ ให้รายละเอียดเสียงดีและปรับแต่งมาให้รองรับ Dolby Atmos
- ตั้งค่าผ่านทางซอฟท์แวร์ CORSAIR iCUE ร่วมกับเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นในเครือได้ทันที
- ถ้าใช้งานโหมดเกมมิ่งแล้วจะเล่นเกมต่อเนื่องนาน 24~65 ชม. หรือ 130 ชม. ในโหมด Bluetooth
- ไมโครโฟนของหูฟังรับเสียงได้ดี รองรับ NVIDIA Broadcast และยกก้านเพื่อ Mute ได้
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อไร้สายเท่านั้น ไม่มีพอร์ต AUX 3.5 mm. ไว้ต่อสายเข้าอุปกรณ์อื่นๆ
- ราคาหูฟังอยู่หลักพันกลาง ทำให้เกมเมอร์บางคนตัดสินใจซื้อยากขึ้นระดับหนึ่ง
5. Razer Barracuda X Chroma Wireless (4,990 บาท)

| Drivers & Frequency response | ไดรเวอร์ Razer TriForce ขนาด 40 mm. Frequency response 20 Hz ~ 20 kHz จำลองเสียง 7.1 แชนแนล |
| Connectivity & Battery Life | USB RF 2.4 GHz Bluetooth เปิดไฟ RGB ใช้ได้ 35 ชม. ปิดไฟ RGB ใช้ได้ 70 ชม. |
| Support hardware | Windows 7 เป็นต้นไป macOS 10.11 เป็นต้นไป Android iOS Nintendo Switch PlayStation 4~5 Xbox Series X|S |
| Software | Razer Synapse Razer Audio App |
| ราคา | 4,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Razer Shopee Mall |
แบรนด์ผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ขวัญใจเกมเมอร์อย่าง Razer เองก็มีหูฟังเกมมิ่งคุณภาพสูงน่าใช้อย่าง Razer Barracuda X Chroma Wireless ให้เลือกเช่นกัน โดยตัวนี้ได้ไดรเวอร์ TriForce ใหม่ซึ่งใช้เล่นเกมก็ดี สามารถจำลองเสียง 7.1 แชนแนล ให้เจ้าของฟังเสียงสภาพแวดล้อมและจับทิศทางคู่ต่อสู้ดีขึ้นและถ้าเปลี่ยนมาใช้ดูหนังก็ได้อรรถรสยิ่งกว่าเดิม แถมทางบริษัทก็ให้ฟีเจอร์เข้าใจเกมเมอร์อย่างการเชื่อมต่อสองระบบทั้ง USB RF 2.4 GHz กับ Bluetooth พร้อมกันแล้วถ้ามีโทรศัพท์เข้าตอนเล่นเกมก็กดรับสายแล้วคุยด้วยไมค์หูฟังจนเสร็จแล้วกลับมาเล่นเกมเหมือนเดิมตอนวางสายโดยอัตโนมัติไม่ต้องเสียเวลาถอดใส่ให้รำคาญใจนัก นอกจากนี้ก็มีโปรแกรมในพีซีและแอพฯ มือถือให้ตั้งค่าหูฟังได้ตามสะดวก ถือว่าครบเครื่องทั้งใช้เล่นเกมและทำงานทั่วไปในชีวิตประจำวันแน่นอน
ข้อสังเกตของหูฟังตัวนี้จะเชื่อมต่อแบบไร้สายเท่านั้น ไม่มีช่องต่อสายหูฟัง AUX 3.5 mm. ให้ใช้ และระบบปฏิบัติการต้องเป็น Windows 10 เป็นต้นไปถึงจะใช้โหมดจำลองเสียงรอบทิศทาง 7.1 แชนแนลได้ ดังนั้นถ้าใครใช้ macOS หรือ Linux จะไม่รองรับ แต่ถ้าทั้งสองเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นใหญ่นักก็ไม่มีปัญหาและน่าจะถูกใจเกมเมอร์แน่นอน
ข้อดี
- เชื่อมต่อใช้งานแบบไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth เพื่อใช้งาน
- รับสายในมือถือด้วยการเชื่อมต่อ Bluetooth ได้โดยไม่ต้องสลับการเชื่อมต่อ
- ไดรเวอร์หูฟังจำลองเสียงแบบ 7.1 แชนแนล ให้เหมาะกับการใช้ฟังเพลงหรือเล่นเกมดีขึ้น
- แบตเตอรี่เมื่อปิดไฟ RGB แล้วใช้งานได้นานสุด 70 ชม. จึงไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยนัก
- ปรับตั้งค่าด้วยโปรแกรม Razer Synapse หรือใช้แอพ Audio App ได้ทั้งคู่
ข้อสังเกต
- ไม่มีช่องต่อสาย AUX 3.5 mm. เข้ากับอุปกรณ์บางประเภทได้
- ระบบจำลองเสียงรอบทิศทาง 7.1 แชนแนล ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 เป็นต้นไป
6. Logitech G PRO X3 LIGHTSPEED Wireless Gaming Headset (7,889 บาท)

| Drivers & Frequency response | ไดรเวอร์ PRO-G GRAPHENE ขนาด 50 มม. Frequency response 20 Hz ~ 20 kHz รองรับเสียง DTS Headphone:X |
| Connectivity & Battery Life | USB RF 2.4 GHz “LIGHTSPEED” Bluetooth 5.3 AUX 3.5mm. TRRS ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 70 ชม. |
| Support hardware | Windows 7 เป็นต้นไป macOS 10.11 เป็นต้นไป Android iOS Nintendo Switch PlayStation 4~5 Xbox Series X|S |
| Software | Logitech G HUB |
| ราคา | 7,889 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Logitech Shopee Mall |
ถ้าพร้อมลงทุนกับหูฟังเกมมิ่งคุณภาพดีระดับนักกีฬา Esport ใช้งานกัน ก็แนะนำให้ดู Logitech G PRO X3 LIGHTSPEED Wireless Gaming Headset ตัวนี้เอาไว้ได้เลย เพราะมันออกแบบมาให้ใช้เล่นเกมได้เยี่ยมเพียงต่อ USB RF 2.4 GHz “LIGHTSPEED” เข้าเครื่องคอนโซลแล้วใช้ได้ทันที ส่วนพีซีก็ตั้งค่าเพิ่มเติมได้ด้วยโปรแกรม G HUB ไม่ว่าจะปรับโทนเสียง เซ็ต EQ ของไดรเวอร์เสียงกับไมโครโฟนได้ตามชอบ หากใครไม่ได้ใช้หรือจะเอาติดตัวไปต่อมือถือเพื่อฟังเพลงก็ถอดไมค์เก็บได้เช่นกัน นอกจากฟีเจอร์ใช้งานซึ่งถูกอัพเกรดขึ้นทุกเวอร์ชั่นแล้ว เกมมิ่งเกียร์ของ Logitech ก็ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงทนทาน ใช้ได้หลายปีไม่เสียง่ายๆ ถ้าไม่เบื่อเสียก่อน แต่เทียบกับหูฟังแบรนด์อื่นแล้ว G PRO X3 LIGHTSPEED จะไม่มีแอพฯ มือถือให้โหลดมาตั้งค่าเพิ่มเติมได้ หากใส่ใจจุดนี้ก็อาจจะไม่ถูกใจนัก
ข้อดี
- ไดรเวอร์ PRO-G GRAPHENE ขนาด 50 มม. รองรับ DTS Headphone:X ทำให้เล่นเกมดี
- ปรับตั้งค่า EQ ได้ละเอียดถึง 10 ย่าน ให้เซ็ตโทนเสียงได้ตรงจริตของผู้ใช้ยิ่งขึ้น
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz, Bluetooth หรือสาย AUX 3.5 mm. ได้
- ตั้งค่าร่วมกับเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นได้ด้วยโปรแกรม Logitech G HUB
- ไมโครโฟนเป็นก้านแบบถอดแยกจากหูฟังได้และคุณภาพเสียงดี ให้เสียงคมชัด
- เลือกได้ 3 สี ทั้งขาว, ดำหรือแดงมาเจนต้า ตามรสนิยมของผู้ใช้
ข้อสังเกต
- ราคาสูงเกือบถึงหลักหมื่นบาท หากไม่ได้ซีเรียสเรื่องเสียงเป็นพิเศษก็ยังไม่แนะนำนัก
- ไม่มีแอพฯ ปรับตั้งค่าหูฟังให้โหลดไปติดตั้งในมือถือเหมือนแบรนด์อื่น
7. HyperX Cloud Alpha 2 + RGB Control (10,990 บาท)

| Drivers & Frequency response | Multi-layer 53mm Dual Chamber Drivers Frequency response 20 Hz ~ 20 kHz รองรับ Spatial Audio by HyperX NGENUITY |
| Connectivity & Battery Life | USB RF 2.4 GHz Bluetooth 5.3 ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 250 ชม. |
| Support hardware | Windows 7 เป็นต้นไป macOS 10.11 เป็นต้นไป Android iOS Nintendo Switch PlayStation 4~5 Xbox Series X|S |
| Software | HyperX NGENUITY |
| ราคา | 10,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HP Gaming Store Shopee Mall |
HyperX Cloud Alpha 2 + RGB Control ตัวนี้นอกจากได้หูฟังไดรเวอร์แบบ Dual Chamber พร้อมเทคโนโลยี Spatial Audio จำลองเสียง 7.1 แชนแนลได้แล้ว ก็มาพร้อมฐาน RGB ติดปุ่มมาโคร 6 ปุ่ม ไว้ให้เจ้าของตั้งค่าคีย์ลัดที่ชอบหรือเอฟเฟคเสียงใดๆ ไว้กดใช้งานได้ แถมมีลูกบิดไว้เร่งหรี่เสียงได้มาให้และใช้โปรแกรม HyperX NGENUITY ตั้งค่าได้เหมือนเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นในเครือ นอกจากลูกเล่นเรื่องฐานพร้อมปุ่มมาโครแล้ว Cloud Alpha 2 จะใช้การเชื่อมต่อไร้สายเข้ากับคอมและมือถือพร้อมกัน ตอนมีสายโทรศัพท์เข้าก็รับสายแล้วคุยด้วยหูฟังเกมมิ่งตัวนี้ได้ทันทีและตัดกลับไปเล่นเกมต่อเหมือนเดิมเมื่อวางสายอีกด้วย เจ้าของจึงไม่ต้องถอดแล้วสวมหูฟังให้รำคาญและเสียเวลานัก
อย่างไรก็ตามหูฟัง Cloud Alpha 2 เทียบกับรุ่นอื่นแล้วจัดว่าแพงพอตัวกับค่าตัวหลักหมื่นบาท จึงตัดสินใจซื้อยากพอควร แถมยังไม่ได้ช่องต่อสาย AUX 3.5 mm. ติดมาให้อีกด้วย ถึงจะเน้นใช้งานแบบไร้สายก็จริงแต่ราคาระดับนี้ก็ควรติดมาให้สักหน่อยก็จะดีมาก
ข้อดี
- โครงหูฟังทำจากโลหะอลูมิเนียม แข็งแรงสวมสบายและพับก้านหูฟังราบกับพื้นโต๊ะได้
- ไดรเวอร์หูฟังขนาดใหญ่แบบ Dual Chamber ปรับแต่งพิเศษให้รองรับ Spatial Audio
- หูฟังมาพร้อมฐาน RGB พร้อมปุ่มมาโคร 6 ปุ่มและลูกบิดปรับเร่งลดเสียงในตัว
- ปรับตั้งค่าการทำงานด้วยแอพฯ HyperX NGENUITY ร่วมกับเกมมิ่งเกียร์รุ่นอื่นได้
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 250 ชม. จึงไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว
- เชื่อมต่อด้วย USB RF 2.4 GHz และ Bluetooth คู่กันแล้วรับโทรศัพท์โดยไม่ต้องถอดหูฟังได้
- ไมโครโฟนเป็นแบบแจ็คต่อหูฟัง จึงถอดแยกจากกันเวลาไม่ใช้งานได้
ข้อสังเกต
- ไม่มีช่องต่อหูฟัง AUX 3.5 mm. ให้ใช้งานเหมือนหูฟังเกมมิ่งรุ่นอื่น
- ราคาสูงถึงหมื่นบาทต้น แลกกับฟีเจอร์และอุปกรณ์เสริมเฉพาะตัว
สรุปสเปค 7 หูฟังเกมมิ่งตัวเด็ดน่าโดน เล่นเกมเพลิน ฟีเจอร์แน่น!!



หูฟังเกมมิ่งเองก็เป็นเกมมิ่งเกียร์ที่สำคัญมากอีกชิ้นไม่แพ้เมาส์หรือคีย์บอร์ดเลย ถ้าหากได้ยินเสียงชัดเจนแล้วแยกทิศทางชัดเจนขึ้นก็ส่งผลต่อการตัดสินแพ้ชนะอย่างแน่นอน ดังนั้นเกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์หรือสตรีมเมอร์หลายคนจึงยอมทุ่มทุนจ่ายซื้อหูฟังดีๆ เอาไว้ใช้งานหรือพกไปแข่งด้วยซ้ำ กลับกันถ้าเป็นเกมเมอร์ทั่วไปที่อยากได้หูฟังอันใหม่ที่ไม่มีสายมารั้งมาพันตัวให้เดินไปไหนมาไหนไม่สะดวกจะซื้อหูฟังราคาหลักพันบาทต้นหรือกลางมาใช้ก็อาจจะมากเพียงพอแล้วก็เป็นไปได้
บทความที่เกี่ยวข้อง






