
เวลาจะซื้อของใช้ชิ้นใหม่สักชิ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ไอทีอย่างแท็บเล็ตซึ่งหลายคนก็หวังอยากซื้อครั้งเดียวจบใช้งานได้รอบด้านจนสงสัยว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดี เพราะตอนนี้มีตัวเลือกเยอะมากจนตัดสินใจไม่ถูก ซึ่งอันที่จริงหากเริ่มกำหนดโจทย์ว่าเรากำลังจะซื้อเครื่องนี้ไปทำอะไรบ้างและเงื่อนไขสำคัญอีกสัก 2~3 เรื่อง ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นแล้วตัดตัวรองออกไปได้หลายตัวจนเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นหรือได้คำตอบในทันทีก็เป็นไปได้ และอาจจะไม่ต้องจ่ายแพงอย่างที่คิดด้วย
นอกจากวิธีเลือกแท็บเล็ตทั่วไปอย่างดูขนาดหน้าจอให้พอดีแล้วดูว่าชิปเซ็ตว่าได้รุ่นไหนแล้ว ก็มีประเด็นอย่างการทำงานร่วม Ecosystem และการใช้ Keyboard cover และสไตลัสทำงานได้หรือเปล่า? ซึ่งอย่างหลังนี้ถ้าใครจะใช้แท็บเล็ตทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊กแล้วใช้อุปกรณ์เสริมคู่นี้ได้ก็จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน
เลือกแท็บเล็ตรุ่นไหนดีถึงจะตอบโจทย์การใช้งานของเรากันนะ?
- แท็บเล็ตสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ในตอนนี้สามารถเอาสไตลัสวาดเขียนสิ่งต่างๆ ได้แล้ว แต่ถ้าใช้ Keyboard cover ด้วย จะต้องเลือกรุ่นหน้าจอใหญ่ 10″ ขึ้นไป ซึ่งบางรุ่นจะแถมมาให้ในกล่องหรือซื้อเพิ่มได้
- หากต้องถ่ายภาพเอาไว้ใช้ประกอบเอกสารหรือทำงานแนะนำให้เลือกรุ่นรองรับ MicroSD Card เพื่อให้มีพื้นที่เก็บไฟล์ได้มากขึ้น
- ถ้ากำลังคิดว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีไว้เล่นเกมเป็นหลัก แนะนำให้เลือกรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 3 เป็นต้นไปหรือ MediaTek Dimensity 9000 series จะดีสุด

5 แท็บเล็ตรุ่นไหนดี สเปคแรงน่าใช้ถูกใจเกมเมอร์และครีเอเตอร์
- Xiaomi Pad Mini (8+256 GB) (17,490 บาท)
- Lenovo Yoga Tab (12+256 GB) (29,290 บาท)
- HONOR MagicPad4 (12+256 GB) (29,999 บาท)
- Samsung Galaxy Tab S11 (12+128 GB) (30,900 บาท)
- iPad Pro M5 (256 GB) (42,900~61,900 บาท)
1. Xiaomi Pad Mini (8+256 GB) (17,490 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 8.8″ 3K (3008*1880) IPS Refresh rate 165Hz ขอบเขตสี DCI-P3 HDR10 Dolby Vision รองรับสไตลัส กล้องหน้าความละเอียด 8MP กล้องหลังความละเอียด 13MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Dimensity 9400+ แบบ Octa-core Immortalis-G925 MC12 GPU Storage 256 GB RAM 8 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | Xiaomi HyperOS 2 พัฒนาจาก Android 15 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.2 USB-C 2.0 Audio combo Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 7,500mAh ชาร์จเร็ว 67W |
| ราคา | 17,490 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Xiaomi Shopee Mall |
ถ้ากำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีมาใช้เล่นเกมและวาดภาพได้สะดวก ก็มี Xiaomi Pad Mini เป็นตัวเลือกแรกเพราะขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก ใส่กระเป๋าสะพายพาดลำตัวไปไหนมาไหนก็ง่าย แถมชิปเซ็ตก็แรงพอให้เล่นเกมออนไลน์อย่าง Wuthering Waves, Genshin Impact ฯลฯ ปรับกราฟิคสูงได้สบายมาก แถมทางบริษัทก็เข้าใจเกมเมอร์จึงติดพอร์ต USB-C มาให้ 2 ช่อง ไว้ต่อตรงกลางข้างเครื่องเพิ่มจากขอบล่าง ทำให้จับเล่นเกมในแนวนอนสะดวกขึ้น ส่วนถ้าใครจะใช้จดบันทึกหรือสเก็ตช์ภาพก็เอาสไตลัสมาวาดเขียนได้ทันที แถมหน้าจอก็มีความคมชัดสูงจะใช้ดูหนังฟังเพลงก็เหมาะ น่าเสียดายว่ามีแต่รุ่น Wi-Fi จึงต้องแชร์เน็ตจากมือถือมาให้ใช้เท่านั้น แต่ถ้าปกติแชร์เน็ตมือถืออยู่แล้วก็ไม่ต้องใส่ใจเรื่องนี้มากก็ได้แถมสเปคนี้ก็ใช้งานไปได้อีกหลายปีแน่นอน
ข้อดี
- ขนาดกะทัดรัดพกพาง่ายเพียง 8.8″ และมีความละเอียดสูงขอบเขตสีกว้าง
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ มีสมรรถนะสูงเหมาะกับการทำงานและเล่นเกม
- แบตเตอรี่มีความจุสูงพอควรและรองรับชาร์จเร็ว 67W ใช้เล่นเกมได้นานพอควร
- ติดตั้งพอร์ต USB-C มาให้ 2 ช่อง เพื่อต่อชาร์จและเล่นเกมไปพร้อมกันได้
- สามารถซื้อ Xiaomi Focus Pen มาใช้่ร่วมกันเพื่อวาดเขียนสิ่งต่างๆ ได้
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะแบบเชื่อมต่อ Wi-Fi เท่านั้น ไม่ใส่ SIM เพื่อต่ออินเทอร์เน็ตมือถือไม่ได้
2. Lenovo Yoga Tab (12+256 GB) (29,290 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11.1″ 3.2K (3200*2000) IPS Refresh rate 144Hz 98% DCI-P3 รองรับสไตลัส กล้องหน้าความละเอียด 13MP กล้องหลังความละเอียด 13+2MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 แบบ Octa-core Qualcomm Adreno 750 GPU Storage 256 GB RAM 12 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | Android 15 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.2 Audio combo Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 8,860mAh ชาร์จเร็ว 45W |
| ราคา | 29,290 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Advice Shopee Mall |
แท็บเล็ต Lenovo Yoga Tab รุ่นนี้มีข้อดีว่าทางบริษัทแถมสไตลัสมาให้ทันทีตั้งแต่ต้นและซื้ออุปกรณ์เสริมอย่าง Keyboard cover มาใช้ร่วมกันได้ ซึ่งหากใครทำงานเลขานุการธุรการจะเหมาะมาก เพราะเจ้าของสามารถอัดเสียงลงโน้ตแล้วเอากล้องหลังถ่ายภาพประกอบและพิมพ์เพิ่มรายละเอียดหรือเขียนวาดข้อมูลต่างๆ เพิ่มได้ทันที แถมหน้าจอก็มีขนาดใหญ่ 11.1″ จึงมองเห็นได้ชัดเจน ด้านชิปเซ็ตแม้จะเป็น Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ซึ่งมีอายุพอควรแล้ว แต่ก็ยังดีพอให้ใช้แอพฯ ทำงานได้อย่างลื่นไหลและสลับใช้งานไวทันใจ แถมมี RAM, Storage มากพอควรอีกด้วย นอกจากนี้ถ้าใครเล่นเกมออนไลน์เน้นใช้กำลังประมวลผลกราฟิคอย่าง Arknights: Endfield หรือ Persona 5X ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม Yoga Tab จะเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้แบบเดียวเท่านั้นจึงต้องปล่อยสัญญาณเน็ตจากมือถือหรือใช้บริการ Wi-Fi ฟรีตามสถานที่ต่างๆ แทน และแท็บเล็ต Lenovo ถ้าเทียบกับแบรนด์ชั้นนำแล้วมักอัพเดต Android ให้ไม่กี่เวอร์ชั่นเท่านั้น แถมไม่มี UI เฉพาะของตัวเอง จึงไม่มีลูกเล่นเฉพาะใดๆ ให้ใช้งานนัก แต่ถ้าเน้นเรื่องความเรียบง่ายและอุปกรณ์เสริมเยอะเป็นหลักก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน
ข้อดี
- Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 สมรรถนะยังสูงพอให้ใช้ทำงานและเล่นเกมได้ลื่นไหล
- หน้าจอมีขนาดใหญ่ 11.1″ ความละเอียดสูงและขอบเขตสีกว้าง ให้ภาพสวยงาม
- แบตเตอรี่มีความจุสูงและรองรับการชาร์จเร็ว 45W ให้แบตเตอรี่เต็มในเวลาไม่นาน
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) และรองรับ Bluetooth 5.4
- แถมสไตลัสและ Keyboard cover มาให้พร้อมใช้งาน ไมต้องซื้อเพิ่มภายหลัง
- ลำโพง 4 ดอก เป็นคู่ Woofer และ Tweeter รองรับการเล่นเสียง Dolby Atmos
- กล้องหน้ารองรับการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องอย่างสะดวกรวดเร็ว
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อไร้สายได้เฉพาะ Wi-Fi เท่านั้น ไม่รองรับเครือข่าย 5G
- นโยบายการอัพเดตเวอร์ชั่น Android น้อยกว่าแบรนด์อื่นและไม่มี UI เฉพาะของตัวเอง
3. HONOR MagicPad4 (12+256 GB) (29,999 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 12.3″ HD+ (3000*1920) OLED Refresh rate 165Hz ขอบเขตสี DCI-P3 รองรับสไตลัส กล้องหน้าความละเอียด 9MP กล้องหลังความละเอียด 13MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Qualcomm Snapdragon 8 Gen 5 แบบ Octa-core Storage 256 GB RAM 12 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | MagicOS 10 พัฒนาจาก Android 16 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.2 Audio combo Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 6.0 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 10,100mAh ชาร์จเร็ว 66W |
| ราคา | 29,999 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HONOR Shopee Mall |
HONOR MagicPad4 ออกแบบมาเป็นแท็บเล็ตเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะสายธุรการกับคนทำงานเอกสารเป็นประจำมาก เพราะ UI ดีไซน์มาให้ทำงานได้เหมือน PC แถมมีโหมดนี้แยกมาโดยเฉพาะ จึงเปิดหน้าต่างแอพฯ พร้อมกันได้หลายตัว, จัดพื้นที่หน้าต่างแอพฯ หรือแม้แต่จัดการไฟล์เข้าออกเครื่องสะดวกรวดเร็วขึ้น แถมยังได้ฟีเจอร์อื่นๆ มาช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นอีกหลายรายการ แถมคีย์บอร์ดก็ได้เลย์เอ้าท์แบบโน้ตบุ๊กจึงปรับตัวไม่นานก็ใช้ได้แล้ว และนอกจากทำงานถ้าจะเล่นเกมชั้นนำอย่าง Honkai: Star Rail, Arknights: Endfield ปรับกราฟิคระดับสูงก็เล่นได้ลื่นไหลต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ไม่ร้อนเพราะมีระบบ Vapor Chamber ไว้ช่วยคุมอุณหภูมิอีกด้วย แต่ว่าหน้าจอมีขนาดใหญ่จึงจับได้ไม่ถนัดและต้องต่อเน็ตด้วย Wi-Fi เท่านั้น ถ้าใครไม่แน่ใจว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีถึงจะคุ้มก็เลือกแบรนด์นี้ไปใช้ได้ไม่ผิดหวัง
ข้อดี
- หน้าจอ OLED ขนาด 12.3″ มีความละเอียดสูงและใช้สไตลัสวาดเขียนลงไปบนจอได้
- ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 5 มีสมรรถนะสูงพอให้ใช้งานลื่นไหล
- ติดตั้งชุดระบายความร้อน HONOR Ice เป็น Vapor Chamber และกราไฟต์มาคุมอุณหภูมิ
- แถมเคสคีย์บอร์ดมาให้ประกอบใช้งานร่วมกันได้ทันที ไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม
- มี UI แบบพีซีให้สลับเปิดใช้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น จึงใช้ทดแทนโน้ตบุ๊กสะดวกขึ้น
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) และรองรับ Bluetooth 6.0 ในตัว
- แบตเตอรี่มีความจุสูงถึง 10,100mAh และรองรับการชาร์จเร็วให้เติมไฟกลับมาในเวลาสั้นๆ
ข้อสังเกต
- ไม่รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านทาง 5G ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi เท่านั้น
4. Samsung Galaxy Tab S11 5G (12+128 GB) (30,900 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11″ WQXGA (2560*1600) Dynamic AMOLED 2X Refresh rate 120Hz กล้องหน้าความละเอียด 12MP กล้องหลังความละเอียด 13MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Dimensity 9400+ แบบ Octa-core Storage 128 GB RAM 12 GB MicroSD Card 2 TB |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 8.0 พัฒนาจาก Android 16 |
| การเชื่อมต่อ | 5G Sub6 USB-C 3.2 Audio combo Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 8,400mAh ชาร์จเร็ว 45W |
| ราคา | 30,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Samsung Shopee Mall |
ถ้าคิดไม่ออกว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีมาใช้งานได้ทุกแบบแถมทางบริษัทก็อัพเดตแพทช์รักษาความปลอดภัยและ Android เวอร์ชั่นใหม่ๆ ต่อเนื่องหลายปีไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนเครื่องบ่อยๆ ยังไง Samsung Galaxy Tab S11 5G ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไว้ใจได้เสมอ จะใช้ทำงานแทนโน้ตบุ๊กในยามจำเป็นได้เพียงสลับเข้า DeX mode และต่อ Keyboard cover ก็ทำงานง่ายขึ้นแล้ว ถ้ามี S Pen มาใช้ก็วาดเขียนสิ่งต่างๆ ได้ดีด้วยเทคโนโลยี Wacom เลย ดังนั้นจะเลขานุการ, ธุรการหรือศิลปินนักวาดภาพคนไหนไม่สะดวกใช้ iPad ก็เลือกเครื่องนี้ไปใช้ได้เหมือนกัน แถมชิปเซ็ต Dimensity 9400+ เองก็แรงพอให้ใช้เล่นเกมออนไลน์ชั้นนำในปัจจุบันปรับกราฟิคสูงสุดได้ทุกเกมไม่มีปัญหาแน่นอน นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อไร้สายได้ทั้ง 5G Sub6 และ Wi-Fi 6 และรองรับการชาร์จเร็วอีก จึงดูลงตัวมาก
จุดสังเกตสำคัญหากจะซื้อ Galaxy Tab S11 5G มาใช้ คือหน่วยความจำในเครื่องมีเพียง 128 GB ซึ่งในยุคนี้จัดว่าน้อยพอควร ทำให้ติดตั้งแอพฯ และเกมได้จำกัด แต่ยังแก้ทางโดยใส่ MicroSD Card มาเพิ่มความจุสำหรับเก็บไฟล์งานได้ และอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดกับสไตลัสจะต้องซื้อเพิ่ม แต่ก็คุ้มค่าการลงทุนให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน
ข้อดี
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ มีสมรรถนะสูงพอให้ใช้งานได้รอบด้าน
- จอ Dynamic AMOLED 2X ให้สีสันสวยสดใสและลื่นไหล เหมาะกับงานและความบันเทิง
- ต่อ Keyboard cover เพื่อพิมพ์งานและใช้ S Pen วาดเขียนลงบนหน้าจอได้
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย 5G Sub6, Wi-Fi 6 (802.11ax) และ Bluetooth 5.4 ได้
- แบตเตอรี่มีความจุสูงและรองรับชาร์จเร็ว 45W ให้ใช้งานต่อเนื่องได้นานขึ้น
- One UI ได้รับการอัพเดตแพทช์และเวอร์ชั่น Android ต่อเนื่องหลายปี ไม่ถูกละเลย
- มี Samsung DeX mode เปลี่ยนหน้า UI ให้เหมือนพีซี ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น
- พอร์ต USB-C ต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงได้ด้วยสาย USB-C เส้นเดียว
ข้อสังเกต
- อุปกรณ์เสริมอย่าง Keyboard cover และ S Pen ต้องซื้อเพิ่มเท่านั้น
- มีความจุในเครื่อง 128 GB เท่าน้้น แต่ยังชดเชยโดยใส่ MicroSD Card
5. iPad Pro M5 (256 GB) (42,900~61,900 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | Ultra Retina XDR 11″ 2420*1668 พิกเซล พาเนล OLED ProMotion 10~120 Hz True Tone ขอบเขตสี P3 Ultra Retina XDR 13″ 2752*2064 พิกเซล พาเนล OLED ProMotion 10~120 Hz True Tone ขอบเขตสี P3 กล้อง TrueDepth 12MP กล้องหลังความละเอียด 12MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Apple M5 แบบ 9 คอร์ Apple GPU 10 คอร์ Neural Engine 16 คอร์ Storage 256 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | iPadOS |
| การเชื่อมต่อ | 5G Sub6 USB-C 3 Audio combo Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 6 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | – |
| ราคา | หน้าจอ 11″ Wi-Fi ราคา 42,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Apple Shopee Mall หน้าจอ 13″ Wi-Fi ราคา 54,900 บาท 5G ราคา 61,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: iStudio by copperwired Shopee Mall |
iPad Pro M5 Wi-Fi ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสุดเมื่อจะซื้อแท็บเล็ตไปใช้ทำงานกับ iPhone หรือ MacBook ไม่ใช่แค่สมรรถนะของชิปเซ็ต Apple M5 เท่านั้น แต่เป็นระบบ Ecosystem ที่ Apple ทำงานร่วมกันได้ลงตัว ตั้งแต่ทำงานกราฟิควาดภาพ, แต่งภาพถ่ายหรือตัดคลิปสั้นแบบเร่งด่วนแล้วอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คทันที หรืออยากเอาไว้ใช้เป็นหน้าจอเสริมของ MacBook เพิ่มพื้นที่ Desktop เวลาพกไปทำงานนอกสถานที่หรือประชุมในร้านกาแฟได้แบบไร้สาย แถมถ้าต้องแก้งานเร่งด่วนก็ปรับแต่งชั่วคราวแล้วไปจบงานในโน้ตบุ๊กในภายหลังได้สบายเช่นกัน
ขนาดของ iPad Pro จะมี 11″ และ 13″ ซึ่งต่างแชร์สเปคร่วมกันแทบทั้งหมด ต่างกันเพียงความละเอียดของหน้าจอเล็กน้อย ส่วนพาเนลเป็น OLED พร้อมเทคโนโลยี ProMotion ทั้งคู่ให้ภาพลื่นไหล ติดกล้อง Face ID ไว้สแกนใบหน้าเจ้าของเพื่อปลดล็อคเครื่องหรือทำธุรกรรมได้ พอร์ต USB-C รองรับการต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงให้นำเสนอหรือทำงานง่ายขึ้น ถ้าต่อ Magic Keyboard และ Apple Pencil แล้วยิ่งทำงานสะดวก แต่อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้ต้องเสียเงินซื้อเพิ่มแถมราคาก็สูงเกิน MacBook Pro บางรุ่นไปแล้ว ยังไม่รวมว่าเลือกความจุสูงและจะเอาการเชื่อมต่อ 5G ด้วยเมื่อไหร่ ราคาก็จะแพงขึ้นหลายเท่า หรือไม่ก็ต้องใช้บริการ iCloud เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บไฟล์เท่านั้น
อีกประเด็นสำคัญสำหรับใครที่คิดจะซื้อ iPad Pro มาใช้ทำงาน แม้ว่าสมรรถนะของมันจะสูงมากก็จริง แต่มีข้อจำกัดพอควรโดยเฉพาะฟังก์ชั่นในแอพทำงานเช่น Microsoft Office suite หรือ Canva จะมีฟังก์ชั่นสำคัญให้ใช้น้อยกว่าในเวอร์ชั่นพีซีมากเพราะต้องตัดฟีเจอร์เชิงลึกหลายอย่างออกไปเพื่อให้ใช้และแก้ไฟล์ได้ระดับหนึ่ง ถ้าลงรายละเอียดเพิ่มเติมก็ต้องไปจบงานในพีซีอยู่ดี ยิ่งถ้าใช้กับระบบปฏิบัติการอื่นนอกจาก macOS ก็จะทำงานแยกกันแล้วใช้ฟังก์ชั่นของแท็บเล็ตนี้ได้บางส่วนเท่านั้น แม้ตอนนี้จะพอส่งไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ได้สะดวกกว่าเดิมโดยใช้ Quick Share และ AirDrop ได้ดีแล้ว แต่ก็เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งอยู่ดี แต่ถ้าคิดว่าแท็บเล็ตนี้ตอบโจทย์ว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีและมีแผนจะซื้อสินค้า Apple ชิ้นอื่นมาใช้อยู่แล้วก็จัดว่าเหมาะสมอยู่
ข้อดี
- หน้าจอ Ultra Retina XDR ให้สีสันสวยงาม เหมาะกับการทำงานและเล่นเกมมาก
- ชิปเซ็ต Apple M5 ทรงพลังมากจนใช้งานและเล่นเกมได้เยี่ยมอีกหลายปี
- เป็นตัวเลือกที่ดีสุดเมื่อคิดว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีไปใช้กับ iPhone และ MacBook
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) และรองรับ Bluetooth 6 ในตัว
- รองรับการสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องด้วย Face ID ได้ทันที
- มี LiDAR scanner ไว้สแกนวัตถุกับสิ่งต่างๆ เป็นแบบ 3D ได้ทันที
- พอร์ต USB-C ต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูง 6K 60 Hz เพื่อทำงานได้
ข้อสังเกต
- เพิ่มหน่วยความจำในภายหลังไม่ได้ ต้องใช้ร่วมกับ External SSD หรือ iCloud เท่านั้น
- ต้องซื้อ Magic Keyboard กับ Apple Pencil Pro มาต่อเพิ่มเพื่อให้ทำงานได้สะดวกขึ้น
- ราคาเครื่องกับอุปกรณ์เสริมรวมกันแล้วแพงมาก ถ้าเป็นรุ่น 5G ราคาจะสูงขึ้น
- ใช้ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android, Windows ได้ไม่ราบลื่นเหมือน macOS
สรุปสเปค 5 แท็บเล็ตรุ่นไหนดีทีเดียวจบทั้งทำงานและเล่นเกม!!



หากตอบตัวเองได้แล้วว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีมาใช้งาน ไม่ว่าจะเอามาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างเดียวหรือเป็นตัวเสริมจากโน้ตบุ๊กก็ตาม ถ้ากำหนดขอบเขตได้ว่าเราต้องการเอามันไปทำอะไรบ้างและต้องมีอุปกรณ์เสริมชิ้นไหนก็จะช่วยจำกัดตัวเลือกไปได้พอควรแล้ว หรือจะเลือกซื้อตาม Ecosystem หลักของตัวเองเพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานดีขึ้นก็เหมาะเหมือนกัน ส่วนเรื่องราคาก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคนว่าพร้อมจ่ายเท่าไหร่ ถ้าคิดว่าใช้งานไม่เยอะก็เอาแต่พอดีในงบหมื่นต้นก็พอ แต่ถ้าอยากได้อุปกรณ์เสริมเยอะขึ้นเพื่อจะได้ใช้ทำงานในยามจำเป็นได้จะจ่ายเพิ่มสักหน่อยก็เหมาะเช่นกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง






