
จอคอมเป็นสิ่งที่ซื้อแล้วใช้กันยาวๆ จึงต้องเลือกให้ตอบโจทย์งานและความบันเทิงได้ครบ กับจอในซีรีส์ MSI PRO MAX รุ่นใหม่นี้ เป็นหนึ่งในกลุ่มของจอสายครีเอเตอร์ และเกมเมอร์ ด้วยคุณสมบัติมากมาย และเทคโนโลยีการแสดงผลระดับมืออาชีพ กับรูปลักษณ์ในโทนสีขาวสะอาดตา มีทั้งพาแนล OLED, IPS ที่มีความคมชัด รีเฟรชเรตสูง ตอบสนองไว พร้อมฟีเจอร์การปรับจูนที่ง่าย และการถนอมสายตา เช่นเดียวกับฟีเจอร์ KVM, EyesErgo+, Less Blue Light PRO ไม่ว่าจะเป็น MSI PRO MAX 271UPXW12G ที่ใช้พาเนล QD-OLED 4K 120Hz เหมาะกับสายกราฟิก 4K และผู้ใช้ Mac และ MSI PRO MAX 271QPHW E14
จอ IPS 2K (WQHD) 144Hz ขนาด 27 นิ้ว ที่บาลานซ์พื้นที่ทำงานกับเกมมิ่งได้อย่างลงตัว สุดท้ายกับน้องเล็กไซส์กะทัดรัด MSI PRO MAX 241PHW E14 ขนาด 23.8 นิ้ว FHD 144Hz ที่เน้นความประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงาน แต่จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ถนอมสายตา และการเชื่อมต่อ USB-C 65W เหมาะสำหรับคนทำงานและเกมเมอร์สาย Minimal อย่างแท้จริง
ข้อมูลเพิ่มเติม https://msi.gm/NBS-Move2PROMAX
รวม 3 จอระดับโปร MSI PRO MAX series ดีไซน์ล้ำ คมชัด ตอบสนองไว
MSI PRO MAX 271UPXW12G
MSI PRO MAX 271UPXW12G จอคอมขนาดใหญ่ มาในโทนสีขาวทั้งบอดี้ ออกแบบมาเอาใจผู้ใช้ Mac เป็นพิเศษ ให้รองรับผู้ใช้ในสายทำงานระดับมืออาชีพ ด้วยพาเนล QD-OLED เจนเนอเรชั่นที่ 4 พื้นที่แสดงผล 27 นิ้ว ให้ความละเอียด 4K (3840 x 2160) คมชัดสูง ด้วยความหนาแน่นเม็ดสีระดับ 166 PPI จึงได้สีสันแม่นยำทั้งภาพและตัวอักษรที่คมกริบ พร้อมเทคโนโลยี DarkArmor ในการลดแสงสะท้อนและเพิ่มความดำ ให้เข้มดำสนิทยิ่งขึ้น พร้อมพอร์ตการแสดงผล ที่มีให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB-C Dual PD ที่จ่ายไฟสูงสุด 98W และ 15W มี KVM รองรับการสลับใช้งาน 3 อุปกรณ์พร้อมกัน ฐานและขาตั้งออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้ปรับมุมและความสูงได้หลากหลาย โดยมีค่าความแม่นยำสี Delta-E >2 ให้สีที่ถูกต้องคมชัด จอนี้จึงเหมาะมากกับการนำไปใช้งานแต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอ หรือทำงานด้านคอนเทนต์ สนนราคาประมาณ 26,900 บาท
ข้อมูลสเปกของ MSI PRO MAX 271UPXW12G

กับบอดี้ที่ออกแบบมาดูทันสมัย เข้ากับธีมห้องทำงาน หรือบนโต๊ะทำงานของใครหลายคน จะโทนขาวหรือโทนดำ เทาก็ยังดูดี แต่ไซส์หน้าจออาจจะใหญ่ตามมาตรฐานของจอ 27″ จึงอาจจะต้องจัดพื้นที่โดยรอบเอาไว้ก่อนที่จะจัดวาง

การประกอบจอรุ่นนี้ ถือว่าทำได้ง่ายมาก ไม่ต้องใช้เครื่องมือ ขาตั้งและฐาน ใช้เป็นสลักล็อก แค่ใส่ กด และล็อก เท่านี้เลย มีแค่ตัวฐานที่จะต้องหมุนตัวล็อกเท่านั้น

ตัวฐานเป็นสี่เหลี่ยม พร้อมโลโก้ PRO MAX series ชัดเจน เป็นฐานที่ออกแบบมาให้รับน้ำหนัก เพื่อรับโครงสร้างขนาดใหญ่ของตัวจอได้อย่างสมดุล

ขาตั้งสี่เหลี่ยม ที่มีความโค้งมน จับถนัดมือ มีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะให้ความแข็งแรงแล้ว ยังรองรับการปรับเลื่อน หันซ้ายขวา และการปรับความสูงต่ำได้ในตัว

ขอบจอบางเฉียบทั้ง 3 ด้าน ให้การใช้งานพื้นที่แสดงผลได้อย่างเต็มตา

ขอบด้านล่าง เล็กกระทัดรัด พร้อมโลโก้ MSI ตรงกลาง นับเป็นจอที่มีดีไซน์สวยลงตัวอีกรุ่นหนึ่งของค่าย MSI นี้


ด้านหลังมาพร้อมโลโก้ MSI และ PRO MAX ขนาดใหญ่ ดูสะดุดตา จะหันเข้าผนัง หรือเปิดออกด้านหน้าโต๊ะทำงานก็ยังดูดี

ปุ่มควบคุมการทำงาน หรือใช้ในการปรับ OSD settings อยู่บริเวณด้านล่างของจอ ใช้ง่ายมาก แค่หงายมือเข้าไปด้านใต้จอตรงกลาง จะมีให้ 3 ปุ่ม เปิด-ปิด, เลื่อนจอยสติ๊ก และปุ่มคีย์ลัด


ปรับความสูงเพิ่มขึ้นได้ 15cm.


หันข้างซ้าย-ขวา ได้ด้านละ 30 องศา


ปรับมุมก้ม-เงยที่ -5 ไปจนถึง 20 องศา

การปรับเลื่อนจอทำได้หลากหลายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นมุมก้ม-เงย, หันข้างซ้าย-ขวา, ปรับเลื่อนความสูง และการปรับ Pivot 90 องศา ด้วยความเป็นจอใหญ่ การปรับเลื่อนไปทางใด ก็ควรทำด้วยความระมัดระวัง




การปรับ OSD settings นั้น มีตัวเลือกปรับใช้มากมาย โดยเฉพาะการปรับจูนด้วย AI ของระบบ ไม่ว่าจะเป็น AI Vision, AI Care Sensor, AI, Brightness และ AI Light Sensor
แท็ป Feature มีให้ใช้งาน KVM, Color Weakness, การใช้งาน Adaptive-Sync และ Timer



ส่วนที่น่าสนในนั่นคือ Picture Profile ที่มีให้เลือกเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Eco, Native, sRGB, AdobeRGB Display-P3 ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมาก สำหรับการทำงานด้านภาพอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับการใช้งานของ Certified สี ทั้งบน Windows และ Mac OS
แต่ถ้าไม่ถนัดกับการปรับแต่ง OSD ด้วยปุ่มคอนโทรลบนจอ ยังมีทางเลือกอย่างการใช้ซอฟต์แวร์ MSI Productivity Intelligence (P.I.) ซึ่งผู้ใช้จะปรับจูนได้ง่ายกว่า ด้วยการคลิ๊กเมาส์ เลือกโพรไฟล์หรือการใช้งานตามที่ต้องการ และมีการปรับเปลี่ยนในแบบเรียลไทม์อีกด้วย

พอร์ตการเชื่อมต่อถือว่าเป็นไฮไลต์เด็ดบนจอ MSI PRO MAX รุ่นนี้ เพราะมีให้เลือกใช้มากมาย และยังสนับสนุนฟีเจอร์อย่าง KVM อีกด้วย ซึ่งในแท็ปนี้ สามารถกำหนดการใช้งานพอร์ต เพื่อความรวดเร็วในการแสดงผลที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ HDMI, DisplayPort, USB Type-C ก็ตาม
จากภาพนี้จะเห็นได้ว่า มีพอร์ตสัญญาณขาเข้าให้ใช้งานอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
2x USB Type-C 98W/ 15W PD
2x HDMI 2.1
1x DisplaPort 1.4a
4x USB Type-A 5Gbps
1x USB Type-B
1x Headphone-out
โดยที่ USB-C ที่มีมาให้ 2 พอร์ตนั้น สามารถใช้ได้การชาร์จ, แสดงผล DP, โอนถ่ายข้อมูลและอัปเดตเฟิร์มแวร์ แต่ความพิเศษนั่้นคือ สามารถชาร์จได้ในระดับ 98W และ 15W รองรับการชาร์จได้ตั้งแต่มือถือ แท็บเล็ตและโน้ตบุ๊ก มินิพีซี รวมถึงชาร์จให้กับ MacBook หรือ MacBook Air ได้แบบสายเส้นเดียวจบอีกด้วย

การให้อิสระในการเชื่อมต่อคือ เสน่ห์ของจอรุ่นนี้ เพราะช่วยคุณใช้งานมีเดียต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ KVM ระหว่างโน้ตบุ๊ก, MacBook, NUC และแท็บเล็ตหรือไอแพด ก็สามารถสลับใช้งานร่วมกันได้ผ่านทาง KVM ด้วยสัญญาณจาก USB-Type-C และ HDMI ที่มีบนจอ

แต่สิ่งที่ทาง MSI โฟกัสให้กับผู้ใช้จอคอมนี้ ยังเป็นเรื่องของความสบายตาในการใช้งาน โดยเฉพาะคนทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากระบบ Fricker-Free แล้ว ยังมี Less Blue Light PRO ในการลดแสงสีฟ้า ก็ยังมี VisiClarity ที่ช่วยลดแสงสะท้อน และดูสบายตา แม้จะอยู่ในที่แสงมากก็ตาม

และนอกจากนี้ยังมี AI CARE SENSOR ที่เป็นเซ็นเซอร์ด้านหน้าเครื่อง เป็นเหมือนผู้ช่วย เพิ่มในเรื่องของความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว รวมถึงการปรับความสว่างอัตโนมัติ เพื่อให้เข้ากับการใช้งาน เช่น ลดแสง ปิดหน้าจอ เมื่อไม่อยู่หน้าคอม และยังเช็ค แยกแยะคนกับวัตถุได้อย่างแม่นยำอีกด้วย
ส่วนใครที่งานจอ OLED แบบนี้เป็นเวลานานๆ ในแต่ละวัน ก็อาจจะมีความกังวลเรื่องของอาการจอเบิร์นอยู่บ้าง แต่ด้วยเทคโนโลยี MSI OLED Care 3.0 กับระบบตรวจจับมากมาย เพื่อไม่ให้เกิดการแสดงผลค้าง หรือซ้ำในจุดที่ต้องดูแล เช่น ไอคอน ขอบหน้าจอ ทาส์กบาร์ โดยมีระบบเลื่อนพิกเซล ขยับตามช่วงเวลา และรีเฟรชพิกเซลอัตโนมัติ เมื่อใช้งานจอต่อเนื่องนานๆ อีกด้วย

เรื่องพื้นที่ใช้งานบน MSI PRO MAX 271UPXW12G รุ่นนี้ มีให้อย่างเหลือเฟือ เพราะนอกจากจะเป็นจอขนาดใหญ่ 27″ แล้ว ยังมีความละเอียดสูงถึง 4K 2160p ยิ่งทำให้มีพื้นที่ใช้งานเต็มที่มากกว่าการที่ใช้จอใหญ่ บนความละเอียดแค่ FHD เห็นรายละเอียด ภาพ ตาราง และจัดวางเครื่องมือ (Tool) ได้เยอะขึ้น สะดวกสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมในงานต่างๆ

อย่างตัวอย่างโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ หรือทำกราฟิก 3D จะเห็นได้ชัดว่าสามารถจัดการ Tool และปรับมุมมองให้ใช้งานได้เต็มที่มากขึ้น

เช่นเดียวกับหน้าจอที่กว้าง ความละเอียดสูง ทำให้การพรีวิวภาพก่อนเรนเดอร์ หรือดูตัวอย่างวีดีโอได้ชัดเจนมากกว่า




การเล่นเกมถือว่าตอบโจทย์ได้ดี เพราะนอกจากจะได้กราฟิกที่ดูอลังการ สีสันสดใส กับความเป็นจอ OLED แล้ว ยังให้ภาพกราฟิกที่ดูไหลต่อเนื่อง ด้วยรีเฟรชเรตที่สูงถึง 120Hz รวมถึงการสนับสนุน NVIDIA G-SYNC และ AMD FreeSync™ Premium Pro ที่ช่วยให้ภาพที่ได้ดูสบายตา เหมาะกับการเล่นเกมในทุกแนวตั้งแต่ MOBA, RTS ไปจนถึง Action FPS



การทำงานด้านเอกสารและการแบ่งหน้าจอในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องที่ใช้งานได้สะดวกบนจอ MSI รุ่นนี้ ด้วยพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ จึงสามารถ Split หน้าจอได้ 3-4 หน้าต่างบนจอเดียว สำหรับแบ่งจอ ตรวจเอกสาร พรีวิวภาพและท่องเว็บไซต์ เทรดหุ้นได้พร้อมกันบนหน้าจอเดียว

และที่พิเศษก็คือ คนที่ใช้งาน MacBook สามารถดาวน์โหลด MSI M-Mate สำหรับการตั้งค่าสีของจอ ด้วย M-Color เพื่อปรับสีของจอบนเครื่อง และจอ MSI ให้ตรงกัน เพิ่มความแม่นยำ และใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องปรับจูนสีกันบ่อยๆ และยังมี M-Sync สำหรับในการปรับคววามสว่างและเสียงให้สอดคล้องกับ MacBook ได้พร้อมกันอีกด้วย

นอกจากนี้ทาง MSI ยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นสำหรับคนที่จะใช้แขนจับจอ ด้วยการให้อแดปเตอร์ติดหลังจอมาในกล่องพร้อมใช้ โดยไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม สิ่งนี้ช่วยให้การปรับเลื่อน หมุนจอทำได้ง่าย สะดวกต่อการใช้งานในรูปแบบต่างๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRO MAX 271UPXW12G
MSI PRO MAX 271QPHW E14

MSI PRO MAX 271QPHW E14 เป็นจอคอมที่เรียกว่าแทบจะถอดแบบจาก PRO MAX 271UPXW12G เลยทีเดียว ตอบโจทย์กลุ่มครีเอเตอร์ คนทำงานที่ต้องการจอใหญ่ และเกมเมอร์ กับดีไซน์ที่ล้ำสมัย และใช้งานร่วมกับ Mac ได้อย่างลงตัว โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาดใหญ่ 27″ บนความละเอียด 1440p หรือ 2K ที่ราคาย่อมเยาลงมา กับการเป็นพาแนล IPS ให้อัตรารีเฟรชเรต 144Hz โดยเฉพาะความแม่นยำสี เพื่องานภาพในระดับ DCI-P3 >2 อีกด้วย กับเทคโนโลยีถนอมสายตา EyesErgo+ และมี Circular Polarizer ให้ภาพที่ดูนุ่มนวล สบายตา พร้อมกับการปรับจูนเข้ากับ MacBook ได้ด้วย MSI M-Mate ทั้งในเรื่องของสีสันและความสว่าง มีพอร์ต USB-C รองรับการชาร์จ PD 65W ในตัว สนับสนุน KVM ที่สำคัญการปรับเลื่อน ยังคงทำได้หลากหลายมากๆ กับระบบเสียงที่น่าประทับใจ ลำโพงที่มีมาให้ในตัว เรียกว่าสร้างความสะใจให้คอเกมและความบันเทิงได้ดีทีเดียว ราคาประมาณ 7,150 บาท



เป็นจอในโทนสีขาว สไตล์พรีเมียมดูสะดุดตา กรอบบานที่บางเฉียบ ทำให้ดูไม่เทอะทะ แม้จะเป็นจอในระดับ 27″ ก็ตาม สิ่งที่ทำให้ดูโดดเด่นนั่นคือ การออกแบบบอดี้ ขาตั้งและฐานมาได้สอดคล้องกัน ทำให้จัดวางและปรับเลื่อนได้ง่ายขึ้น ด้วยสมดุลของตัวจอที่ออกแบบมาได้ดีทีเดียว

ขอบด้านล่างก็มีมิติที่เล็กเช่นเดียวกัน พร้อมโลโก้ MSI ตรงกลาง ดูเรียบง่าย แต่ก็สะดุดตา

ตัวฐานสี่เหลี่ยมขนาดใกล้เคียงกับ MSI PRO MAX 271UPXW12G โดยสามารถหมุนจอได้เช่นกัน

ขาตั้งยึดเข้ากับตัวจอได้ง่าย ด้วยการกดแล้วล็อกด้วยสลักยึดด้านหลังอัตโนมัติ ติดตั้งง่าย และยังเป็นจุดหมุนช่วยให้ปรับหมุนจอได้ในแบบ Pivot 90 องศาได้

ด้านหลังจอรุ่นนี้ค่อนข้างเรียบง่าย พร้อมโลโก้ MSI ขนาดใหญ่ด้านบน และปุ่มสำหรับการปรับแต่ง OSD ทางด้านซ้ายมือ

5-Way Navigation Joystick เป็นปุ่มที่ใช้ในการปรับเลื่อน OSD settings ที่ใช้ง่ายมาก แค่กด ดันเลื่อน กดเลือก ตกลงหรือยกเลิก






OSD settings ในการตั้งค่าทำได้หลากหลาย มีทั้ง Picture mode และเปิดใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ เช่น Eyes Q-Check, Screen Assistant, Low Blue Light รวมถึง Input source ได้ครบครัน

พอร์ตสัญญาณขาเข้ามีให้เลือกใช้อย่างครบครัน โดยที่มีพอร์ตสำคัญอย่าง USB-C ที่รองรับการชาร์จไฟแบบ PD 65W สำหรับมินิพีซี, NUC, โน้ตบุ๊กทำงาน เป็นต้น
- 2x HDMI 2.0b รองรับความละเอียด 1440p 144Hz
- USB Type-C รองรับการชาร์จไฟแบบ PD 65W
- 2x USB Type-A 5Gbps
- DisplayPort 1.2a
- USB Type-B 5Gbps
- Headphone-Out


การปรับหันซ้าย-ขวา ได้ด้านละ 30 องศา


ปรับระดับความสูงได้ที่ 13cm.


ปรับมุมก้ม-เงยได้ที่ -5 ไปจนถึง 20 องศา

ปรับหมุนหน้าจอในแบบ Pivot ได้ที่ 90 องศา


MSI ยังคงใส่ฟีเจอร์ KVM มาบนจอคอมรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้ใช้สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ 2 เครื่องขึ้นไป (เช่น โน้ตบุ๊กกับ PC) ผ่านจอภาพ เมาส์ และคีย์บอร์ดเพียงชุดเดียวกันได้ ช่วยลดความยุ่งเหยิงบนโต๊ะทำงาน ไม่ต้องสลับสายหรือเปลี่ยนคีย์บอร์ดไปมา ให้ความสะดวกและเพิ่ม productivity ในการทำงานแบบ Multitasking อย่างลงตัว แค่สลับการควบคุมระหว่างเครื่องได้ง่ายๆ ผ่านปุ่ม OSD บนจอหรือคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดเท่านั้น



ด้วยความเป็นพาแนล IPS แม้จะไม่ได้สีสันจัดจ้าน สดใสแบบใน OLED รุ่นพี่ แต่ในแง่ของการเล่นเกมก็การันตีความสดใสสวยงามได้ชัดเจนบน MSI PRO MAX รุ่นนี้ และยังได้รีเฟรชเรตระดับ 144Hz ภาพที่ได้จึงลื่นไหลสบายตา โดยเฉพาะคอเกม Action FPS หรือ Racing เต็มอิ่มกับการเล่นในทุกๆ วันได้เลย




MSI PRO MAX 271QPHW E14 ครอบคลุมขอบเขตสีที่สูงถึง 99% sRGB และ 93% DCI-P3 บนพาเนล IPS ความละเอียด WQHD ซึ่งให้โทนสีตรง คมชัด และกว้างเพียงพอสำหรับการทำงานภาพทั่วไปได้อย่างแม่นยำสบาย ตัวจอแสดงผลได้ที่ 8-bit (6-bit + FRC) แต่ถือว่าตอบโจทย์งานออกแบบ กราฟิกดีไซน์ งานกราฟิกบนเว็บ และการแต่งภาพ/ทำคลิปเพื่อลงโซเชียลมีเดียได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งเทียบกับสเปกโดยรวมแล้ว ถือเป็นตัวคุ้มค่าที่คนทำงานสายคอนเทนต์และกราฟิกเริ่มต้นใช้ทำงานจริงจังได้ดีเลย



การนำมาทำงาน กราฟิก 3D และงานแอนิเมชั่น (3D Animation) มอนิเตอร์รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์การทำงานสายนี้ได้ดีพอสมควร เพราะความแม่นยำของสีกับการทำ Texturing & Shading: ด้วยขอบเขตสีที่ครอบคลุม sRGB สูงถึง 99% ช่วยให้การปั้นโมเดล ทำแมตทีเรียล (PBR Textures) จัดแสง และกำหนดค่าสีในโปรแกรมอย่าง Blender, Maya หรือ Substance Painter มีความถูกต้อง เมื่อนำไปเรนเดอร์ใช้งานจริง

ตัวหนังสือคมชัด อ่านง่าย ไม่ต้องเพ่ง ด้วยขนาดจอ 27 นิ้ว ระยะห่างพิกเซลกำลังพอดี สเกลตัวอักษรบน Windows 11 ที่ 100% (หรือปรับเป็น 125%) จะทำให้ข้อความ รายละเอียดในโปรแกรม และเมนูต่างๆ แสดงผลได้คมชัด ลอยโดดเด่น ไม่เล็กเกินไปจนต้องเพ่งสายตาเลย

MSI PRO MAX 271QPHW E14 เป็นจอในไลน์ของ PRO MAX อีกรุ่นที่คุ้มลงตัว สายไฮบริดที่จบทุกโจทย์ ทั้งการทำงานและการเล่นเกม ด้วยพาเนล IPS ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด WQHD 1440p ให้ภาพคมชัด พร้อมขอบเขตสีแม่นยำสูงถึง 99% sRGB และ 93% DCI-P3 ที่ช่วยให้งานกราฟิกและงานตัดต่อสีสันตรง ไม่เพี้ยน สำหรับเกมเมอร์ก็จัดเต็มด้วยอัตรารีเฟรชสูง 144Hz และเวลาตอบสนอง 1msเล่นเกมได้ลื่นไหล พร้อมด้วย FreeSync ดีไซน์ตัวเครื่องสีขาวเรียบหรู ดูมินิมอล ยกระดับโต๊ะทำงานให้ดูดี แถมจัดเต็มพอร์ตเชื่อมต่อทั้ง USB-C รองรับ DisplayPort และชาร์จไฟ PD 65W สำหรับโน้ตบุ๊ก, MacBook และ NUC มินิพีซีได้ และขาตั้งปรับระดับได้ครบถ้วน ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาจอตัวเดียวจบ ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
ข้อมูลเพิ่มเติม MSI PRO MAX 271QPHW E14
MSI PRO MAX 241PHW E14

MSI PRO MAX 241PHW E14 จอคอมน้องเล็กในซีรีส์ PRO MAX พื้นที่แสดงผล 23.8 นิ้ว Full HD ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานและการเล่นเกม โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี EyesErgo+ และ Circular Polarizer ที่ช่วยเปลี่ยนแสงหน้าจอให้ละมุนเป็นธรรมชาติ เลียนแบบแสงในตอนกลางวัน ผสานพลัง Less Blue Light PRO, Anti-Flicker และ Anti-Glare ช่วยลดการเมื่อยล้า ถนอมสายตา และไม่ทำให้สีสันบนหน้าจอผิดเพี้ยน มาพร้อมอัตรารีเฟรชสูงถึง 144Hz และเวลาตอบสนอง 1ms (MPRT) มอบภาพที่เนียนตา ลื่นไหล ตอบโจทย์ทั้งงานกราฟิกและการเล่นเกมที่รวดเร็ว การันตีความแม่นยำของสีด้วยค่า Delta-E ≤ 2 มอบสีสันที่สวยงาม สมจริง ตรงตามจินตนาการของผู้ใช้งาน สะดวกสบายด้วยพอร์ต USB Type-C (65W PD) สายเดียวจบทั้งจ่ายไฟและส่งข้อมูล พร้อมฟังก์ชัน KVM Switch สลับใช้งาน 2 เครื่องได้ด้วยเมาส์/คีย์บอร์ดชุดเดียว ขาตั้งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ปรับก้ม-เงย หันซ้าย-ขวา ปรับความสูง และหมุนตั้งได้อย่างอิสระเพื่อปรับสรีระในระหว่างการทำงานได้ดี ราคาประมาณ 4,950 บาท

เป็นจอน้องเล็กพื้นที่แสดงผลระดับ 24″ ประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงาน มาในโทนสีขาวเรียบหรู เข้ากับธีมของห้องและการจัดโต๊ะคอมได้ทุกแนว แม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่ยังคงได้คุณสมบัติต่างๆ ของรุ่นพี่ๆ มาได้เกือบครบครัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำงาน ครีเอเตอร์มือใหม่ และเกมเมอร์ได้ในงบประมาณที่ประหยัด


ตัวฐานสี่เหลี่ยมกระจายแรงได้ดี ขาตั้งขนาดไม่ใหญ่มาก แต่แข็งแรง ติดตั้งง่าย มาพร้อมจุดหมุนที่ทำให้การหันจอทำได้ง่ายขึ้น สะดวกกับการแบ่งปันให้คนนั่งใกล้กันมองเห็นได้ชัดเจน



กับขอบจอที่บางเฉียบทั้งด้านข้างและด้านล่าง ซึ่งดูเรียบง่าย สบายตา ให้พื้นที่ในการใช้งานไม่อึดอัดเกินไป

ด้านหลังเป็นรูปแบบเดียวกับ MSI PRO MAX 271QPHW E14 ทั้งดีไซน์ ขาตั้ง จุดหมุน และปุ่มคอนโทรลปรับ OSD

พอร์ตสัญญาณขาเข้าก็มีมาให้ครบครัน สมกับการเป็น PRO MAX series ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort, USB-C รองรับทั้งการแสดงผล DP รวมถึงชาร์จไฟ 65W ในแบบ PD ได้อีกด้วย แถมยังให้ USB-A 2 พอร์ต ในการใช้งาน KVM ด้วยเช่นกัน


รองรับการปรับเลื่อนความสูงได้ที่ 11cm.


หันข้างซ้าย-ชวาได้ที่ด้านละ 30 องศา


ปรับมุมก้ม-เงยในระดับ -5 ถึง 20 องศา


MSI PRO MAX 241PHW E14 รองรับการปรับหมุนจอแบบ Pivot 90 องศาได้เช่นกัน

ข้อมูลใน Display Properties ระบุชัดเอาไว้เป็นความละเอียด 1080p บนอัตรารีเฟรชเรต 144Hz







ปุ่มสำหรับปรับแต่ง OSD ของจออยู่มุมล่างขวา ใช้งานในแบบจอยสติ๊ก ด้วยการเลื่อนขึ้น-ลง, ซ้าย-ขวา กดเพื่อเลือกใช้งานฟังก์ชั่น ส่วนถ้าไม่สะดวกหรือไม่ถนัดกับการใช้งานปุ่มนี้ สามารถเลือกลงโปรแกรม MSI M-Mate ได้เช่นกัน ที่น่าสนใจคือ เปลี่ยนการใช้งานได้แบบเรียลไทม์




การดูหนัง และการสตรีมมิ่งได้อารมณ์แบบจัดเต็มทั้งในเรื่องสีสันที่สดใส ยิ่งพอเปิด HDR Streaming ยิ่งทำให้สีสันและโทนสีดำบนจอดูน่าติดตาม แม้จะเป็นจอขนาด 24″ แต่พอได้นั่งดูใกล้ๆ ก็เรียกว่าให้ความบันเทิงแบบจัดเต็มได้เลย





หลายคนชอบฟิลลิ่งในการเล่นเกมบนจอ 24″ มากกว่า เพราะไม่ต้องเซ็ตระยะ แถมยังมองเห็นสิ่งต่างๆ ในเกมได้แบบไม่ต้องกวาดสายตาให้เมื่อย ไม่ว่าจะเป็นเกมแอ็คชั่น หรือ MOBA ที่ต้องมองดูแผนที่ควบคู่กับพื้นที่ในสนามแข่ง หรือเกม Battle Royale ที่ต้องการตอบสนองที่ไว พริบตาเดียวชนะหรือแพ้ได้เลย แต่ที่พิเศษคือ สีสันสดใส ได้ภาพไหลๆ จากรีเฟรชเรต 144Hz ดูได้เพลินตา



MSI PRO MAX 241PHW E14 อาจจะเหมาะกับคนที่เริ่มต้นกับการปั้นงาน และงานออกแบบพื้นฐาน ด้วยการเป็นจอ 24″ บนความละเอียด 1080p อาจทำให้การวาง Tool รวมถึงการพรีวิวจำกัดอยู่บ้าง แต่ก็ยังใช้งานได้ดีพอสมควรกับขอบเขตสีที่กว้าง

รุ่นนี้เรื่องสีถือว่าทำได้น่าประทับใจมากสำหรับสายทำงาน ด้วยการปรับเทียบสีมาจากโรงงานจนได้ค่าความแม่นยำสูงระดับ Delta-E ≤ 2 ซึ่งถือเป็นมาตรฐาน ถ้าคุณเป็นสายรีทัชรูป แต่งภาพ ทำกราฟิก หรือโปรดักชันตัดต่อวีดีโอที่ต้องการความชัวร์เรื่องงานสี วางใจได้



ส่วนการใช้งานโดยทั่วไป เช่นงานเอกสารหรือการท่องเว็บ ทำงานออนไลน์ยังวางใจได้กับการแบ่งหน้าจอ 2 หน้าต่างกำลังดี ให้มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจน จะท่องเว็บ ดูยูทูป เทรดหุ้นไปพร้อมๆ กันได้ ได้ความสบายตาจากเทคโนโลยี Circular Polarizer, Anti-Glare และ Anti-Flicker สำหรับคนที่นั่งทำงาน ต้องจ้องจอกันนานๆ

MSI PRO MAX 241PHW E14 จอคอมที่รวมสายทำงานและสายเกมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยนวัตกรรม EyesErgo+ ผสาน Circular Polarizer เปลี่ยนแสงหน้าจอให้ละมุนเป็นธรรมชาติ เลียนแบบแสงในตอนกลางวัน จับคู่กับเทคโนโลยี Less Blue Light PRO กรองแสงสีฟ้าโดยคงความสดใส แม่นยำของสี ภาพไม่ติดเหลืองให้เสียอารมณ์ ได้ความเที่ยงตรงด้วยค่าความแม่นยำสี Delta-E ≤ 2 มอบงานสีที่คมชัด สวยสมจริง ถูกใจสายกราฟิกและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ฝั่งเกมเมอร์ก็เต็มอิ่มด้วยอัตรารีเฟรชสูง 144Hz ให้การเล่นเกมที่ลื่นไหล รองรับพอร์ต USB Type-C (65W PD) เชื่อมต่อและจ่ายไฟจบในสายเดียว ไม่ว่าจะใช้โน้ตบุ๊ก หรือมินิพีซีก็ตาม พร้อมฟังก์ชัน KVM Switch สลับใช้งาน 2 เครื่องได้ง่ายขึ้น ตั้งค่าสลับใช้งานก็สะดวก ขาตั้งปรับระดับและหมุนตั้งได้อิสระตามหลักสรีรศาสตร์ เรียกได้ว่าคุ้มค่า ครบจบในจอเดียวทั้งการทำงานและการเล่นเกมที่จริงจัง
ข้อมูลเเพิ่มเติม: MSI PRO MAX 241PHW E14
Conclusion
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติจอ MSI PRO MAX ทั้ง 3 รุ่น
| คุณสมบัติ (Specifications) | MSI PRO MAX 271UPXW12G | MSI PRO MAX 271QPHW E14 | MSI PRO MAX 241PHW E14 |
| ขนาดหน้าจอ (Screen Size) | 26.5 นิ้ว | 27 นิ้ว | 23.8 นิ้ว |
| ชนิดพาเนล (Panel Type) | QD-OLED (Gen 4) | IPS | IPS |
| ความละเอียด (Resolution) | 4K UHD (3840 x 2160) | 2K WQHD (2560 x 1440) | FHD (1920 x 1080) |
| อัตรารีเฟรช (Refresh Rate) | 120Hz | 144Hz | 144Hz |
| เวลาตอบสนอง (Response Time) | 0.03ms (GtG) | 1ms (MPRT) | 1ms (MPRT) |
| ขอบเขตและความแม่นยำสี | sRGB 138.2% / DCI-P3 99% (Delta-E ≤ 2) | sRGB 121% / DCI-P3 93% (Delta-E ≤ 2) | Delta-E ≤ 2 |
| ความสว่าง (Brightness) | 250 nits (SDR) / 1000 nits (HDR) | 300 nits | 250 nits |
| อัตราส่วนคอนทราสต์ | 1,500,000:1 | 1500:1 | 1000:1 |
| เทคโนโลยีถนอมสายตา | VisiClarity / Less Blue Light PRO | EyesErgo+ / Circular Polarizer / Less Blue Light PRO | EyesErgo+ / Circular Polarizer / Less Blue Light PRO |
| พอร์ตเชื่อมต่อ (I/O Ports) | – 2x HDMI 2.1 – 1x DisplayPort 1.4a – 1x USB-C (98W PD) – 1x USB-C (15W PD) – USB Hub (4x USB-A, 1x USB-B) | – 2x HDMI 2.0 – 1x DisplayPort 1.2a – 1x USB-C (65W PD) – USB Hub | – 1x HDMI – 1x DisplayPort – 1x USB-C (65W PD) – USB Hub |
| ระบบ KVM Switch | มี | มี | มี |
| ลำโพงในตัว (Built-in Speaker) | 2x 2.5W | 2x 3W | 2x 2W |
| การปรับระดับขาตั้ง (Ergonomic Stand) | ปรับความสูง (150mm), ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา, หมุนแนวตั้ง 90° | ปรับความสูง (110mm), ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา, หมุนแนวตั้ง 90° | ปรับความสูง (110mm), ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา, หมุนแนวตั้ง 90° |
| กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสม | มืออาชีพด้านสี/กราฟิก 4K ระดับสตูดิโอ และผู้ใช้สาย Flagship ที่ต้องการจอ QD-OLED | สายกราฟิก ครีเอเตอร์ และเกมเมอร์ ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอ 2K คมชัดระดับกลาง | สายทำงานทั่วไป กราฟิกเริ่มต้น หรือใช้บนโต๊ะที่มีพื้นที่จำกัด |
เรียกว่าจอคอม MSI PRO MAX ทั้ง 3 รุ่น ต่างมีคาแรกเตอร์ในการนำไปใช้ใกล้เคียงกัน เพียงต่างกันแค่ในบางฟีเจอร์และการแสดงผล ถ้าเป็นสายทำงานจริงจัง สีสันสดใส สีตรงสมจริง จอใหญ่ และใช้เวลาในการเล่นเกมในแต่ละวันอย่างมาก MSI PRO MAX 271UPXW12G ที่เป็นจอ OLED 27″ เป็นคำตอบที่ดูลงตัว เพราะได้ทั้งภาพที่สดใสและความลื่นไหล แต่ถ้างบประมาณจำกัด แต่ต้องการจอใหญ่ เอาไว้ทำงาน แบ่งหน้าจอได้ ไม่ต้องถอยร่นจากหน้าจอ มีลำโพง ปรับเลื่อนได้สะดวก MSI PRO MAX 271QPHW E14 ที่เป็นจอ IPS รีเฟรชเรต 144Hz กับลูกเล่นที่แทบไม่ต่างจากจอรุ่นพี่ ในราคาพันปลายๆ เท่านั้น ดูน่าสนใจไม่น้อย แต่ถ้าเริ่มต้นกับการเป็นเกมเมอร์ และอยากสร้างสรรค์งาน ทำแต่งภาพและตัดต่อวีดีโอบ้าง รุ่นน้อง MSI PRO MAX 241PHW E14 นี้ลงตัวสุดๆ กับราคาเบาๆ แต่ได้จอสีสันสดใส มองเห็นได้ชัด มีลูกเล่นอย่าง KVM และพอร์ต USB-C รองรับ PD Charge ปรับเลื่อน Pivot ได้นี่คือคำตอบที่คุณต้องการ MSI PRO MAX ทั้ง 3 รุ่นรับประกัน 3 ปี พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้
ข้อมูลเพิ่มเติม https://msi.gm/NBS-Move2PROMAX






