
การเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดสักตัวมาใช้เล่นเกมของแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป บางคนอาจแค่ต่อคอมใช้ได้ก็พอแล้วหรือบางคนก็ใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยตั้งแต่ขนาด, ฟีเจอร์, สวิตช์ รวมถึงโทนเสียงตอนกดปุ่มว่าถูกใจหรือเปล่า จนเกิดเป็นสังคม Custom keyboard แล้วพัฒนามาเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบรนด์ทางเลือกให้เกมเมอร์ซื้อไปใช้งานกันตามชอบ แถมมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ Full size ไปจนตัวตัดต่อย่อเหลือแค่ปุ่มตัวอักษรชุดหลักให้เลือกซื้อกันได้ทั่วไป
นอกจากนี้ถ้าจะเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดให้โดนใจก็อยากให้ใส่ใจรายละเอียดเสริมอย่างโหมดการเชื่อมต่อ, ลูกเล่นเฉพาะตัว, สวิตช์แบบต่างๆ ไปจนวิธีการปรับแต่งคำสั่งบนแป้นพิมพ์ว่าอยากใช้งานแบบไหน เรียกว่ามีรายละเอียดให้คิดอีกเพียบจนข้ามจากของใช้บนโต๊ะคอมกลายเป็นเป็นงานอดิเรกส่วนตัวได้เลย
เรื่องน่ารู้ก่อนเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดมาใช้ให้โดนใจสุด!
- เกมมิ่งคีย์บอร์ดหลายรุ่นในปัจจุบันจะต่อสาย USB-C และอาจจะเชื่อมต่อไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz กับ Bluetooth ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นว่าเน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ
- ควรใช้โหมดเชื่อมต่อแบบ USB RF 2.4 GHz เล่นเกมเพราะค่า Polling Rate เริ่มต้น 1,000 Hz มากกว่า Bluetooth ที่ 125 Hz เท่านั้น จึงตอบสนองตอนเล่นเกมดีกว่ามาก
- ถ้าเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดค่า Polling Rate 8K มาใช้ ซีพียูในพีซีควรมีสมรรถนะสูงพอควร เพราะการรับคำสั่งจากคีย์บอร์ดอย่างต่อเนื่องจะเพิ่มปริมาณงานให้ระบบมากขึ้นหลายเท่าจนเครื่องทำงานไม่เสถียรและอาจทำให้ภาพในเกมกระตุกได้บ้าง แนะนำว่าตั้งค่าไว้ราว 1,000~2,000 Hz ก็พอแล้ว
- เกมมิ่งคีย์บอร์ดหลายแบรนด์นิยมใช้ Web driver กับระบบ HID (Human Interface Devices) มากขึ้น จึงไม่ติดปัญหาเรื่องระบบปฏิบัติการ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องใช้เบราเซอร์ Chromium-based (Google Chrome, Microsoft Edge, Brave ฯลฯ) ถึงจะเชื่อมต่อและตั้งค่าได้
เลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดอย่างไรให้โดนใจพร้อมชี้เป้ารุ่นเด็ดน่าโดน!
- ซื้อคีย์บอร์ดใหม่ทั้งทีต้องดูเรื่องอะไรบ้างถึงจะได้รุ่นโดนใจ?
- ชี้เป้าเกมมิ่งคีย์บอร์ดน่าใช้งบ 5,000 บาท ฟีเจอร์แน่น ดีไซน์สวย!

ซื้อคีย์บอร์ดใหม่ทั้งทีต้องดูเรื่องอะไรบ้างถึงจะได้รุ่นโดนใจ?

เกมเมอร์และผู้ใช้ทั่วไปเวลาเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดมักเริ่มจากดีไซน์สวยถูกใจหรือเป็นแบรนด์เก่าคุ้นเคยกันดียิ่งถ้าเป็นแบรนด์เดียวกับซอฟท์แวร์ตั้งค่าในเครื่องก็ยิ่งสะดวก แต่เกมมิ่งคีย์บอร์ดมีหลากหลายไซซ์ให้เลือกใช้ได้ตามชอบแถมแต่ละไซซ์ก็เหมาะกับการใช้งานและเล่นเกมต่างกันไป ซึ่งถ้าแยกตามขนาดจะเป็นดังนี้





- Full Sized (100%) / 1800 Compact Full Sized (96%) – ข้อดีของไซซ์มาตรฐาน คือมีปุ่มใช้งานครบไม่ต้องปรับตัวใดๆ แต่กินพื้นที่พอควร ถ้าลากเมาส์แล้วอาจติดแป้นพิมพ์ จึงมีไซซ์ 1800 Compact เปลี่ยน Navigation keys ได้แก่ Print screen, Scroll Lock, Pause, Insert, Home, End, Page Up, Page Down และ Delete เป็นคำสั่งรวมกับปุ่มอื่นแทนแล้วร่นปุ่มลูกศรให้เข้ามาใกล้ปุ่มตัวอักษรมากขึ้น เหมาะกับการใช้งานทุกแบบ และบางรุ่นอาจมี Multimedia กับ Macro key ติดมาให้ใช้งานด้วย
- Tenkeyless (80%) / Compact Tenkeyless (75%) – เทียบกับ Full Sized แล้ว Tenkeyless จะตัดแป้น Numpad ทิ้งไป ให้ผู้ใช้กดตัวเลขบรรทัดปุ่ม Grave Accent (`) แทน จึงมีปุ่มใช้งานครบและใช้พื้นที่น้อยลงมาก ส่วน Compact Tenkeyless จะร่นปุ่มลูกศรให้ชิดกับ Ctrl ฝั่งขวาแล้วเหลือปุ่ม Navigation Keys สำคัญไว้ให้บ้าง ซึ่งเกมมิ่งคีย์บอร์ดไซซ์นี้มักใช้โปรแกรมปรับแต่งให้เข้ามือแต่ละคนได้
- Compact (65%) / Mini (60%) – ตัวแป้นมีเฉพาะปุ่มสำคัญเท่านั้น ส่วน Navigation และ Function Key ทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นคำสั่งซ้อนรวมเอาไว้กับปุ่มอื่นๆ และใช้ซอฟท์แวร์ปรับตั้งค่าให้รองรับคำสั่งและเติมเลเยอร์ใช้งานได้แต่อาศัยการปรับตัวพอควรกว่าจะใช้ได้ถนัด มีดีตรงประหยัดพื้นที่มากและถ้าเฉียงแป้นพิมพ์ก็ใช้งานถนัดไม่ต่างกับ Gaming Keypad เลย
อยากได้ฟีเจอร์อะไรมาใช้บ้าง? สวิตช์แบบไหน? ต่อสายหรือไร้สาย?



เรื่องถัดมาที่ต้องใส่ใจเวลาเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดก็คือสวิตช์ว่าจะใช้ Mechanical Switch เน้นเรียบง่ายหาซื้อได้สะดวกราคาเป็นมิตรหรือเล่นเกมเน้นการตอบสนองเร็วก็เหมาะกับ Magnetic Switch เน้นค่า Polling Rate สูงตอบสนองไว ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกม FPS Competitive เป็นพิเศษและทั้งสองแบบมีสวิตช์ Normal และ Low Profile ให้เลือก ซึ่งต่างมีข้อดีในตัวเองซึ่งถ้าสรุปจะเป็นดังนี้
- Mechanical Switch – อัตราตอบสนองดีต่อเนื่องแม่นยำ ทนทานต่อการกดใช้งานและให้สัมผัสการกดต่างกันไปตามสวิตช์แต่ละสี ไม่ว่าจะ Linear, Tactile หรือ Clicky รองรับฟีเจอร์พื้นฐานเช่น Anti-Ghosting และ N-Key Rollover ให้สวิตช์ตอบสนองได้เสถียรต่อเนื่องไม่เกิดการรวน ซึ่งสวิตช์ประเภทนี้จะมีขาทองแดง 2 ขาไว้เชื่อมต่อกับฐานของแผ่นวงจร รวมฐานกลางเป็น 3 ขา อาจจะมีขาเสริมด้านข้างเพื่อความมั่นคงเป็น 5 ขา
- Magnetic Switch – ถ้าสวิตช์เมคานิคใช้ขาทองแดงคู่เอาไว้ต่อรับส่งข้อมูล สวิตช์แม่เหล็ก Hall Effect กับ TMR จะใช้หลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กและใช้เซนเซอร์วัดระยะการกดว่าลึกตื้นเท่าไหร่แล้วตอบสนองตามการตั้งค่าซึ่งหนึ่งปุ่มอาจจะตอบสนองหลายคำสั่งพร้อมกันและสวิตช์ TMR จะตอบสนองเร็วและเสถียรกว่า Hall Effect มาก ซึ่งฟีเจอร์เฉพาะของสวิตช์ประเภทนี้มีดังนี้
- Dynamic Keystroke (DKS) – ระบบแบ่งการตอบสนองตามระยะการกด ซึ่ง 1 ปุ่ม ตั้งค่าได้ถึง 4 คำสั่ง ตอบสนองต่ากันไปตามน้ำหนักการกดตั้งแต่เบาจนแรง
- Snap Key (SNK) – คีย์บอร์ดตอบสนองต่อปุ่มกดล่าสุดโดยไม่ต้องถอนนิ้วจากปุ่มก่อนหน้านี้ ซึ่งเกมเมอร์มักคุ้นหูกับชื่อเรียกนี้ว่า Snap Tap
- Mod Tap (MT) – ตัวปุ่มตอบสนองตามวิธีกดของแต่ละปุ่มว่ากดค้างไว้หรือกดปล่อยออก เช่น ถ้ากดปุ่ม W ค้างจะวิ่งต่อเนื่องแต่ถ้ากดปล่อยแล้วกลายเป็นกระโดดแทน
- Rapid Trigger (RT) – ระยะ Reset ของแต่ละปุ่มจะไม่เจาะจงอยู่ตำแหน่งเดิมแบบ Mechanical Switch สามารถปรับระยะกดตอบสนองแล้วปล่อยได้ละเอียดระดับมิลลิเมตรเจาะจงแต่ละปุ่มได้ด้วย

วิธีเชื่อมต่อเกมมิ่งคีย์บอร์ดกับพีซีและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมี 3 แบบ และมีข้อดีข้อสังเกตดังนี้
- สาย USB-C – เชื่อมต่อสะดวกและปัญหาน้อยสุด รองรับค่า Polling Rate สูงและใช้ฟีเจอร์ได้ทุกอย่างรวมถึง USB Passthrough ด้วย เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ตามว่าเป็น USB-C to C หรือ USB-C to A แต่มีระยะการใช้งานจำกัดไม่สะดวกเหมือนการเชื่อมต่อไร้สาย
- USB RF 2.4 GHz – ทำงานได้เร็วและบางรุ่นรองรับค่า Polling Rate สูงพอกับสาย USB ระยะการใช้งานไกลขึ้นราว 10 เมตร โดยไม่มีสิ่งอื่นขวาง เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้ขึ้นอยู่กับพอร์ตของ USB Wireless ว่าเป็น USB-A หรือ USB-C แต่เปลืองแบตเตอรี่กว่าโหมด Bluetooth
- Bluetooth – มีระยะการใช้งานไกล 10 เมตร ในพื้นที่เปิดไม่มีสิ่งกีดขวางและประหยัดแบตเตอรี่กว่า USB RF 2.4 GHz หลายเท่าตัว ถ้าอุปกรณ์นั้นรองรับ Bluetooth ก็จับคู่ใช้งานได้เลย แต่ค่า Polling Rate 125 Hz จึงไม่เหมาะกับการเล่นเกมแม้แต่น้อย






นอกจากเรื่องพื้นฐานอย่างขนาดและสวิตช์แล้ว คำถามสุดท้ายคือจะเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดไปใช้กับระบบปฏิบัติการไหน? เพราะถ้าเป็น Windows ก็ง่ายมากเพียงเปิดเว็บดาวน์โหลดโปรแกรมของคีย์บอร์ดรุ่นนั้นมาใช้, เข้า Web driver หรือปรับแต่งด้วย QMK Configurator / VIA ก็ใช้ได้แล้ว ส่วน macOS ควรมีสวิตช์เลื่อนหรือคีย์ลัดเปลี่ยนปุ่มติดมาก็จะใช้งานสะดวกขึ้น
ด้านระบบปฏิบัติการ Linux ไม่ว่าจะ Distro ใดก็ตามแนะนำให้ใช้คีย์บอร์ดแบบเขียนเฟิร์มแวร์สำเร็จมาในตัวหรือเป็น Web driver ร่วมกับเบราเซอร์ Chromium-based อย่าง Google Chrome, Microsoft Edge, Opera ฯลฯ จะปรับแต่งได้สะดวกกว่า นอกจากนี้ยังใช้ QMK Configurator / VIA ทำเฟิร์มแวร์ใหม่ให้เข้ากับวิธีการใช้งานของเราได้ด้วย ถ้าใครเคยทำ Custom keyboard มาก่อนอาจจะคุ้นเคยกับซอฟท์แวร์นี้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ชี้เป้าเกมมิ่งคีย์บอร์ดน่าใช้งบ 5,000 บาท ฟีเจอร์แน่น ดีไซน์สวย!
Keychron C1 Pro 8K QMK (2,086 บาท)

| Size & Switch & Polling Rate | ขนาด 80% มี 87 ปุ่ม Keychron Super Switch Polling Rate 8,000 Hz |
| Connectivity | สาย USB-C |
| Battery size | – |
| Software & Support | QMK / VIA Keychron Launcher |
| Price | 2,086 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Keychron Shopee Mall |
เวลาเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดนอกจากแบรนด์สายหลักแล้วก็มี Keychron เป็นตัวเลือกแรกๆ แน่นอน อย่าง Keychron C1 Pro 8K QMK จะเป็น Mechanical keyboard รองรับค่า Polling Rate สูงไม่แพ้เกมมิ่งคีย์บอร์ดรุ่นอื่นแถมยังปรับแต่งเฟิร์มแวร์ในตัวด้วย Keychron Launcher ด้วยเว็บเบราเซอร์หรือใช้โปรแกรม QMK / VIA เพื่อเซ็ตคำสั่งที่ต้องการใช้เป็นพิเศษและคำสั่งอื่นๆ เข้ามาได้ตามชอบ แถมช่องใส่สวิตช์ก็เป็น Hot-swappable จึงถอดเปลี่ยนได้ตามชอบหรือจะใช้ตามเดิมเลยก็เหมาะแถมมีสวิตช์เลื่อนและคีย์แคปให้เปลี่ยนใช้งานระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows, macOS อีกด้วย ถ้าใครกำลังเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวใหม่มาใช้เล่นเกมหรือทำงานก็ตามขอให้เก็บมันไว้เป็นตัวเลือกได้เลย ถึงจะต่อสาย USB เท่านั้นก็ตามแต่ใช้งานได้ดีไม่ผิดหวังแน่นอน
อีกจุดน่าสนใจของ C1 Pro 8K QMK นอกจากสเปคและการปรับแต่งต้องยกให้ดีไซน์สไตล์ย้อนยุคแบบคอมพิวเตอร์ยุคเก่าซึ่งกำลังได้รับความนิยมแล้วผู้ผลิตหลายเจ้าก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ถ้าใครอยากจัดเซ็ตโต๊ะคอมให้ดูมีสไตล์ก็เหมาะมาก
ข้อดี
- ดีไซน์เป็นแบบ Tenkeyless มีปุ่มใช้งานครบถ้วนไม่ต้องปรับตัวมาก
- ปรับแต่งด้วยโปรแกรม QMK / VIA หรือใช้ Keychron Launcher ก็ได้
- ค่า Polling Rate 8,000 Hz ตอบสนองเร็วมากและราคาไม่แพงมาก
- สวิตช์แบบ Mechanical ถอดเปลี่ยนได้ตามสะดวก (Hot-swappable)
- มีคีย์แคปสำหรับเปลี่ยนเป็นเลย์เอ้าท์คีย์บอร์ด Windows แถมมาให้
- มีสวิตช์เลื่อนเปลี่ยนเลเยอร์ระหว่าง Windows กับ macOS ได้ง่าย
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C เท่านั้น เชื่อมต่อแบบไร้สายไม่ได้
Ajazz AK980 V2 Pro (2,649 บาท)

| Size & Switch & Polling Rate | ขนาด 98% มี 97 ปุ่ม Linear Lychee Magnetic Switch Polling Rate 8,000 Hz |
| Connectivity | สาย USB-C USB RF 2.4 GHz Bluetooth 5.1 |
| Battery size | 10,000mAh |
| Software & Support | Onboard firmware |
| Price | 2,649 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Tsunami Shopee Mall |
ถ้าเล่นเกม FPS Competitive เป็นประจำและอยากเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดสวิตช์ Magnetic มาใช้ก็มี Ajazz AK980 V2 Pro แบบ 1800 Compact Full Sized ให้เลือก แม้ว่าขนาดจะใหญ่กว่าแบบ Tenkeyless ก็จริง แต่ก็มีปุ่มคำสั่งครบถ้วนรวมถึง Numpad อีกด้วย จะต่อคอม Windows หรือ macOS ก็ได้และมีลูกบิด (Knob) กับจอ LCD ติดมาให้โชว์สถานะกับการตั้งค่าต่างๆ ได้เร็วขึ้น แถมเชื่อมต่อไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth ก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องต่อสาย USB-C เท่านั้น แถมมีค่า Polling Rate 8,000 Hz จึงตอบสนองกับเกม FPS ทุกแบบดีเป็นพิเศษ หรือจะเล่นเกมทั่วไปก็ดีเช่นกัน สำหรับคีย์บอร์ด Ajazz นับเป็นแบรนด์คุณภาพดีราคาเป็นมิตรและได้ฟีเจอร์มาค่อนข้างครบเครื่อง แถมงานประกอบก็ไม่แพ้แบรนด์ชั้นนำเจ้าอื่นแน่นอน
กลับกันคีย์บอร์ดขนาด 1800 Compact Full Sized ก็ยังใช้พื้นที่อยู่ระดับหนึ่งและอาจจะติดแป้นได้เวลากวาดเมาส์ไปมา ถ้าใช้ทำงานอาจไม่มีปัญหานักแต่ถ้าเน้นเล่นเกมก็ต้องปรับตัวพอควรแถมไม่มีโปรแกรมปรับตั้งค่าให้ดาวน์โหลดไปใช้ เน้นพึ่งเฟิร์มแวร์ในตัวคีย์บอร์ดเป็นหลักจึงไม่ยืดหยุ่นมาก แต่ก็เสถียรใช้งานได้อุ่นใจเช่นกัน
ข้อดี
- ดีไซน์แบบ 1800 Compact Full Sized มีปุ่มใช้งานครบถ้วนใช้งานสะดวกขึ้น
- มีแบตเตอรี่ 10,000mAh ใช้งานไร้สายได้หลายชั่วโมง เหมาะกับการทำงานและเล่นเกม
- ติดหน้าจอ LCD แสดงผลและลูกบิด (Knob) มาให้ปรับตั้งค่าใช้งานสะดวก
- เชื่อมต่อใช้งานได้ 3 อุปกรณ์ สลับใช้งานได้ทั้ง USB-C, USB RF 2.4 GHz, Bluetooth
- ค่า Polling Rate 8,000 Hz ทำงานกับสวิตช์ Magnetic แล้วเล่นเกมดีมาก
- เสริมวัสดุซับเสียงไว้ด้านในตัวคีย์บอร์ดครบเครื่อง ทำให้เสียงแน่นใช้งานดี
ข้อสังเกต
- แป้นพิมพ์มีขนาดใหญ่กว่า Tenkeyless พอสมควร แต่เหมาะกับการใช้งานทุกแบบ
- ไม่มีโปรแกรมปรับแต่งการทำงานให้ดาวน์โหลดไปใช้งาน เน้นปรับแต่งออนบอร์ดเป็นหลัก
MCHOSE Ace 68 Turbo (4,190 บาท)

| Size & Switch & Polling Rate | ขนาด 65% มี 68 ปุ่ม Mount Tai Magnetic Switch Polling Rate 16,000 Hz |
| Connectivity | สาย USB-C |
| Battery size | – |
| Software & Support | MCHOSE M HUB Web MCHOSE M Hub driver |
| Price | 4,190 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: MCHOSE Shopee Mall |
MCHOSE Ace 68 Turbo เหมาะกับเกมเมอร์ FPS Competitive เป็นพิเศษ เพราะเป็นคีย์บอร์ด Hall Effect พร้อมสวิตช์ Magnetic แบบตอบสนองเร็วพิเศษ รองรับค่า Polling Rate 16,000 Hz แถมใช้ฟีเจอร์ของ Magnetic keyboard ได้ครบถ้วนแถมตั้งค่าด้วยโปรแกรมตามปกติหรือใช้ Web driver ก็ไม่มีปัญหา เซ็ตได้ตั้งแต่ฟีเจอร์ทั่วไปจนกระทั่งไฟ RGB รอบตัวรวมถึง Light bar ด้วย โดยตัวคีย์บอร์ดตอบสนองไวทันใจเหมาะกับเกมเมอร์ที่ปกติเปิด Call of Duty, Valorant หรือ Overwatch 2 เล่นเป็นประจำมาก ไม่พอตัวโครงอลูมิเนียมก็มีให้เลือกหลากหลายสี ได้แก่ สีดำ, ขาว, ชมพอ่อน, สีม่วงแดงหรือสีส้มตัดดำก็ได้ ถ้าใครชอบจัดโต๊ะคอมให้สีสันฉูดฉาดต้องถูกใจ
ข้อสังเกตของ Ace 68 Turbo ตัวนี้จะรองรับการเชื่อมต่อเฉพาะสาย USB-C ให้รองรับค่า Polling Rate สูงพิเศษเช่นนี้ได้ ไม่มีโหมด USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth ให้ใช้และขนาดตัวมันเล็กแค่ 65% ปุ่มต่างๆ ถูกร่นเข้ามาหมด เหลือแต่ปุ่มตรงบรรทัดตัวเลขลงมาเท่านั้นจึงอาศัยเวลาปรับตัวพอควรถึงจะใช้ทำงานถนัด แต่ถ้าเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวนี้มาเล่นเกมเท่านั้นก็ไม่ต้องกังวลเลย
ข้อดี
- ขนาดของคีย์บอร์ดเล็กแบบ 65% ประหยัดพื้นที่ดีไซน์สวยงามและบอดี้เป็นอลูมิเนียม
- มีค่า Polling Rate 16,000 Hz นับว่าสูงมากตอบสนองเร็วกว่ารุ่นอื่นเป็นเท่าตัว
- ตั้งค่าด้วยโปรแกรมแบบติดตั้งบนเครื่องหรือใช้ Web driver ก็ได้
- สวิตช์ Mount Tai เป็น Hot-Swappable ถอดเปลี่ยนเองได้ตอบสนองรวดเร็วมาก
- ได้ฟีเจอร์ของ Magnetic Switch ไว้ใช้ร่วมกับ Hall Effect keyboard ครบถ้วน
- ขอบบนคีย์บอร์ดเป็นไฟ Dynamic Light Bar ให้สีสันสวยงามมีเอกลักษณ์มาก
ข้อสังเกต
- คีย์บอร์ดขนาด 65% เวลาใช้งานใหม่ๆ ต้องปรับตัวมากพอควรถึงจะใช้งานถนัด
- เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C เท่านั้น เชื่อมต่อไร้สายไม่ได้เหมือนรุ่นอื่น
GravaStar Mercury V60 (4,690 บาท)

| Size & Switch & Polling Rate | ขนาด 60% มี 63 ปุ่ม GravaStar UFO Magnetic Gaming Switch Polling Rate 8,000 Hz |
| Connectivity | สาย USB-C |
| Battery size | – |
| Software & Support | GravaStar Web Driver |
| Price | 4,690 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: GravaStar Shopee Mall |
จุดเด่นเฉพาะตัว GravaStar Mercury V60 นอกจากเป็น Magnetic Hall Effect keyboard ใช้สวิตช์ Magnetic เฉพาะของทางบริษัททำให้ตอบสนองเร็วและตั้งค่าเซ็ตคีย์ลัดและลูกเล่นต่างๆ แล้วบันทึกเป็นโปรไฟล์เฉพาะของแต่ละเกมแล้วกดสลับไปมาด้วยปุ่ม One-Touch ตรงขอบบนแป้นได้เลย แถมมีฟีเจอร์ตั้งค่าปุ่มบนแป้นให้เป็นจอยเกมได้แล้วประกอบกับตัวสวิตช์เองก็จับระยะการกดดีระดับเสี้ยวมิลลิเมตรแถมรองรับฟีเจอร์อื่นๆ ของสวิตชแบบนี้ครบถ้วน จึงเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวนี้ไปเล่นเกมแข่งรถได้ทุกแบบหรือจะเล่นเกม FPS ก็เหมาะ แต่ก็ยังมีข้อสังเกตเรื่องการเชื่อมต่อต้องใช้สาย USB-C อย่างเดียวและตัวแป้นขนาด 60% ต้องปรับตัวมากเป็นพิเศษถึงใช้ทำงานได้ถนัด แต่ถ้าเน้นเล่นเกมก็ไม่ลำบากนักแถมถ้าวางคีย์บอร์ดเฉียงเข้าหาตัวตามสไตล์คนเล่นเกมยิงปืนก็ทำได้ถนัดแน่นอน
ข้อดี
- ดีไซน์แบบอวกาศล้ำสมัยไม่เหมือนใคร ทำให้โต๊ะคอมเกมมิ่งดูโดดเด่นเป็นพิเศษ
- ตัวปุ่มขนาดกะทัดรัด 60% เหมาะกับการเล่นเกมเป็นพิเศษและประหยัดพื้นที่
- มีฟีเจอร์ Controller Mapping เซ็ตคำสั่งของคอนโทรลเลอร์เกมลงบนคีย์บอร์ดได้
- ติดปุ่ม One-Touch Profile Switching เปลี่ยนโปรไฟล์ที่ตั้งค่าไว้ได้รวดเร็วมาก
- ตั้งค่าด้วย Web Driver ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งในพีซี ช่วยให้ใช้งานยืดหยุ่นขึ้น
- สวิตช์ UFO Magnetic Gaming Switch แบบ Linear ตอบสนองได้รวดเร็วรองรับฟีเจอร์
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C เท่านั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่อไร้สายและราคาค่อนข้างสูง
- ขนาดคีย์บอร์ดแบบ 60% ใช้เวลาปรับตัวพอสมควรถึงจะใช้งานได้ถนัด
สรุปสเปคเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวเด็ด 4 รุ่น เกมเมอร์ควรโดน!


ในอดีตเวลาเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดมาใช้สักตัวก็คงจะไม่คิดอะไรมาก แต่เมื่อเทคโนโลยีถูกพัฒนาต่อให้ดีขึ้นแล้วมีฟีเจอร์เพิ่มขึ้น ถ้าใส่ใจสักนิดก็จะยิ่งได้ของดีถูกใจแล้ว อาจจะได้ฟีเจอร์อื่นที่เกินคาดมาให้ใช้อีกด้วยถ้าคิดว่าฟีเจอร์เหล่านี้มากเพียงพอแล้วและราคาไม่แพงเกินไปจะซื้อมาใช้ก็เป็นการลงทุนเพื่อความสุขที่ดีและการจ่ายเพื่อให้ของใช้ส่วนตัวดีขึ้นไม่ว่ายังไงก็คุ้มค่า อย่างน้อยความรู้สึกในวินาทีแรกตอนได้จับใช้มันก็คุ้มค่าแล้วแล้วและค่อยคุ้มค่าตัวตอนได้ใช้มันทำงานอย่างแน่นอน
Image credits: Keychron (1), Keychron (2), Royal Kludge
บทความที่เกี่ยวข้อง






