ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ราคา 209,990 บาท แรงไม่ต้องสืบ ทรงพลังจนไม่ง้อพีซี ฟีเจอร์มาครบเครื่องพร้อมใช้!!

ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ถูกวางตำแหน่งเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับเรือธงรุ่นล่าสุดจากแผนก ROG “Republic Of Gamers” ให้เหนือกว่า ROG Strix ทุกรุ่นในปัจจุบัน มันถูกสร้างมาโชว์ความสามารถว่าตอนนี้ทางบริษัทมีนวัตกรรมการผลิตดีระดับใดแล้วผลักดันประสิทธิภาพของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คไปได้ไกลแค่ไหน ซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ ในรุ่นเรือธงเหล่านี้ก็จะตกทอดลงมายังซีรีส์รองลงมาในอนาคต แต่ถ้าใครมีงบประมาณพร้อมแล้วไม่อยากรอก็ซื้อหามาใช้เป็นโน้ตบุ๊คเครื่องหลักแทนพีซีที่บ้านได้สบายๆ เช่นกัน
จีพียูของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ยังคงใช้รุ่นสูงสุดของ NVIDIA จับคู่กับ Intel Core Ultra 200HX Series ฉบับปรับปรุงใหม่ให้ทรงพลังยิ่งขึ้น ประกบระบบระบายความร้อน ROG Intelligence Cooling แบบ Vapor Chamber 3 พัดลมช่วยคุมอุณหภูมิให้ทำงานเต็มกำลังเสมอไม่มีสะดุด แถมเร่งกำลังไฟรวมทั้งระบบไปได้สูงสุด 320W ดึงประสิทธิภาพออกมาได้เต็มที่ขึ้น ติดหน่วยความจำ RAM, SSD ตั้งต้นมาให้เหลือเฟือพร้อมใช้งานแล้วยังเปิดฝาอัพเกรดต่อสะดวกด้วย Q-Latch System ระบบสลักเลื่อนแบบใหม่ ออกแบบให้ผู้ใช้ถอดฝาหลังเปลี่ยนชิ้นส่วนง่ายขึ้นไม่ต้องพึ่งไขควงให้ยุ่งยากไม่ต้องกลัวน็อตจะตกหาย ประกอบกับหน้าจอ ROG Nebula HDR Display ต่อยอดจากรุ่นก่อนให้ขอบเขตสีกว้างแม่นยำกว่าเดิมจนได้การการันตีจาก PANTONE ด้วย เรียกว่าครบจบทุกอย่างจะความบันเทิงหรือเป็นงานเป็นการก็ดีทั้งนั้น

ด้านฟีเจอร์เพิ่มคุณภาพชีวิต ASUS ROG Strix SCAR 18 ก็ไม่น้อยหน้า ยืนพื้นด้วยพอร์ตแบบใหม่ล่าสุดอย่าง Thunderbolt 5 คู่ไว้ต่ออุปกรณ์เสริมร้อยแปดได้ ควบคู่กับ RJ45 LAN 2.5G และ Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be ให้รับส่งข้อมูลเร็วและเสถียรขึ้น เสริมด้วยไฟ RGB รอบตัวทั้ง Full-surround Aura รอบฐาน เข้ากับ AURA Sync บนคีย์บอร์ดและโลโก้ ROG บนฝาหลังอย่างลงตัวแล้ว ก้มีไฟ LED “AniMe Vision” เล่นเอฟเฟคตัวอักษรและโลโก้ต่างๆ ได้ตามใจชอบ ถูกใจเกมเมอร์อย่างไม่ต้องสงสัย
NBS Verdicts

ขึ้นชื่อว่าเป็น Gaming notebook ระดับเรือธงจากแผนก Republic Of Gamers ทั้งที นอกจากสเปคแรงจนคำถามเปลี่ยนจากจะใช้ทำนั่นนี่ได้ไหมเป็นจะใช้ทำอะไรให้คุ้มค่าตัว 209,990 บาทไปโดยปริยาย ซึ่งชิปเซ็ต Intel กับ NVIDIA ระดับสูงสุดใน ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG นั้นทรงพลังพอให้เล่นเกมชั้นนำอย่าง Avatar: Fronters of Pandora, Elden Ring หรือ Anno 117: Pax Romana ตั้งค่ากราฟิคสูงสุดบนหน้าจอความละเอียด UHD แล้วเล่นด้วยพลังของชิปเซ็ตโดยตรงก็ได้ ถ้าเสริมด้วย Upscaling และ Frame Generation ยิ่งช่วยให้ภาพไหลลื่นสมฐานะ Desktop replacement laptop แน่นอน จะเล่นเองคนเดียวหรือจะไลฟ์สตรีมไปด้วยก็ไม่มีปัญหา ถ้าเน้นใช้ทำงานก็พร้อมตัดต่อคลิปความละเอียด 4K ใส่เอฟเฟคเพิ่มหลายแบบ, ปั้นโมเดล 3D, เขียนโปรแกรมหรือ Vibe coding ใดๆ ก็ไม่มีปัญหา
เมื่อสเปคแรงมาก ชุดระบายความร้อนก็ดีสมกัน ซึ่ง ROG Intelligence Cooling ก็จัดการความร้อนได้อยู่หมัดด้วยดีไซน์ Vapor chamber และพัดลม 3 ตัว เวลาใช้ Manual mode เร่งกำลังไฟไป 320W แล้วเปิดใช้หลายโปรแกรมพร้อมกันก็ยังทำงานเสถียรดี ถึงหน้าโปรแกรม CPUID HWMonitor จะขึ้นว่าความร้อนสูงสุดขึ้นไปหลักร้อยองศาเซลเซียสก็ยังไม่มีปัญหา ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นสักนิดแต่แลกกับเสียงของพัดลมจะเริ่มแข่งกับเสียงพูดอยู่บ้าง หากใช้ในห้องส่วนตัวก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าอยู่ในออฟฟิศก็แนะนำให้ใช้แค่โหมด Turbo ก็ทำงานดีมากแล้ว
ฟีเจอร์ของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ก็มีให้ครบพร้อมใช้ ไม่ว่าจะกล้องอินฟาเรดไว้สแกนใบหน้าได้สะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะตอนอยู่ออฟฟิศก็ช่วยรักษาความลับความเป็นส่วนตัวได้ดีไม่ให้ใครแอบใช้เครื่องโดยพลการ ถัดมาคือพอร์ต Thunderbolt 5 คู่ ไว้ให้ต่อ USB-C Hub แปลงเป็นอุปกรณ์เสริมพ่วงหน้าจอแยกให้ใช้งานสะดวกขึ้น แถมยังมีปุ่มมาโคร M1~M5 เช่นเดียวกับรุ่นอื่นในซีรีส์ ซึ่งถ้าใครเซ็ตโปรไฟล์แยกระหว่างทำงานและเล่นเกมสักหน่อยยิ่งช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นหลายเท่า

จุดประทับใจส่วนตัวที่ขอยกให้สลัก Q-Latch System ซึ่งส่วนตัวหวังให้ ASUS นำไปใช้กับรุ่นอื่นในเครือด้วย มันช่วยแก้เรื่องยุ่งยากตอนอัพเกรด RAM, SSD ได้อยู่หมัด แค่ดึงสลักและสไลด์ฝาตามลูกศรก็เปิดฝาเห็นหน่วยความจำในเครื่องแล้ว เจ้าของเพียงหมุนสลักล็อค SSD เข้าออกสักหน่อยก็เปลี่ยนไดรฟ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เลย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ก็อัพเกรดเสร็จพร้อมใช้งานแล้ว เร็วกว่าวิธีดั้งเดิมซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 นาทีแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG มีจุดสังเกตหลัก 2-3 อย่าง ทั้งเรื่องราคาสูงจนถึง 209,990 บาท เนื่องจากวิกฤติการณ์ราคาหน่วยความจำสูงมากจนต้องขึ้นราคามาร่วม 40,000 บาทอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน ต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายลงไประดับหนึ่งก่อนถึงจะเห็นสินค้าราคาไอทีถูกลงกว่าตอนนี้พอให้ัตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นบ้าง
ประเด็นควรใส่ใจถัดมาคือขนาดหน้าจอ 18″ และน้ำหนัก 3.73 กก. ของ ASUS ROG Strix SCAR 18 ถ้ารวมน้ำหนักอะแดปเตอร์อีกก็หนักร่วม 5 กก. จึงควรลงทุนกับกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่มีซับไหล่หนาสักใบไม่ให้อาการ Office Syndrome ถามหาในภายหลัง ไม่แนะนำให้ฝืนใส่เครื่องเข้าลงช่องเก็บโน้ตบุ๊ค 15.6″ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายได้ ถัดมาคือเรื่องช่องอัพเกรด RAM, SSD มีอย่างละคู่เท่านั้น ต่างจากโน้ตบุ๊คเกมมิ่งเรือธงจากแบรนด์คู่แข่งซึ่งใส่ได้ 3-4 ช่องแล้ว ถึงจะรองรับความจุสูงก็ตาม แต่หวังว่า ASUS จะใส่ใจเอาจุดนี้ไปปรับแต่ง ROG Strix Scar โมเดลในปีหน้าให้อลังการยิ่งกว่านี้ก็จะดีมาก
ข้อดีของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG
- ซีพียู Intel Core Ultra 9 290HX Plus ใหม่มีคอร์เธรดเยอะใช้ทำงานและเล่นเกมได้เยี่ยม
- จีพียู NVIDIA GeForce RTX 5090 เหมาะกับการเล่นเกมบนหน้าจอความละเอียด 4K มาก
- ชุดระบายความร้อน ROG Intelligence Cooling คุมอุณหภูมิชิปเซ็ตให้ทำงานเสถียรขึ้น
- Manual Mode สามารถเร่งกำลังไฟรวมให้ชิปเซ็ตขึ้นไปถึง 320W ให้สมรรถนะสูงขึ้น
- มีหน่วยความจำตั้งต้นจากโรงงานมากและอัพเกรดเพิ่มเติมภายหลังสะดวกมาก
- ฝาใต้เครื่องกับสลัก SSD เป็น Q-Latch System ใช้เพียงมือเปล่าก็ปลดล็อคได้ทันที
- ติดพอร์ต Thunderbolt 5 มาให้ 2 ช่อง ใช้ต่ออุปกรณ์เสริมและหน้าจอแยกใช้งานสะดวกขึ้น
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) รองรับ Bluetooth 5.4 ช่วยให้รับส่งข้อมูลดีขึ้น
- มีกล้องอินฟาเรดติดมาให้สแกนใบหน้าเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่องให้ใช้งาน
- หน้าจอ ROG Nebula HDR Display ใหม่ ให้สีสันสวยงามเที่ยงตรง ได้การการันตี PANTONE
- ROG Nebula HDR Display มีอัตรา Refresh Rate สูง ทำให้ภาพลื่นไหลต่อเนื่องขึ้น
- ติดปุ่มมาโคร M1~M5 มาให้ตั้งคีย์ลัดกดใช้งานสะดวกรวดเร็วทั้งทำงานและเล่นเกม
- ระบบไฟ AURA Sync, AniMe Vision, Full-surround Aura มีความสวยงามเฉพาะตัวมาก
- ลำโพงรองรับ Dolby Atmos ให้เสียงมีมิติทั้งเวลาใช้ทำงานและความบันเทิงทุกแบบ
ข้อสังเกตของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG
- น้ำหนักเฉพาะตัวเครื่อง 18″ มากถึง 3.73 กก. ควรซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊ค 17.3″ มาใส่โดยเฉพาะ
- มีจุดอัพเกรด M.2 NVMe SSD และ RAM อย่างละ 2 ช่องเท่านั้น น้อยกว่าเรือธงแบรนด์อื่น
- แบตเตอรี่แม้จะปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงานสูงสุดก็ใช้ได้ไม่นานมากราว 2 ชม. เท่านั้น
รีวิว ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG
- Specification
- Hardware & Design
- Screen & Speaker
- Keyboard & Touchpad
- Connector, Thin & Weight
- Inside & Upgrade
- Performance & Software
- Battery & Heat & Noise
- User Experience
- Conclusion & Award
- Gallery
Specification

สเปคของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG นั้นแรงทรงพลังจนเล่นเกมชั้นนำได้เยี่ยมทุกเกมบนหน้าจอความละเอียด UHD ตั้งค่ากราฟิคสูงสุดได้สบาย แถมยังมีรุ่นย่อยซึ่งแชร์สเปคร่วมกันแต่ปรับบางจุดให้ลดหลั่นลงมาเล็กน้อยให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้นให้เลือกด้วย โดยทั้งสองรุ่นจะมีรายละเอียดกับจุดแตกต่างกันดังนี้
| รุ่น / สเปค | ROG Strix SCAR 18 G835LWG-TQ357W | ROG Strix SCAR 18 G835LXG-TQ490W (เครื่องรีวิว) |
| CPU | Intel Core Ultra 9 290HX Plus แบบ 24 คอร์ 24 เธรด (8P+16E) ความเร็วสูงสุด 5.5 GHz รหัสพัฒนา Arrow Lake สถาปัตยกรรม TSMC N3B | Intel Core Ultra 9 290HX Plus แบบ 24 คอร์ 24 เธรด (8P+16E) ความเร็วสูงสุด 5.5 GHz รหัสพัฒนา Arrow Lake สถาปัตยกรรม TSMC N3B |
| NPU | Intel AI Boost 13 TOPS รองรับชุดคำสั่ง OpenVINO, WindowsML, WebNN, ONNX RT | Intel AI Boost 13 TOPS รองรับชุดคำสั่ง OpenVINO, WindowsML, WebNN, ONNX RT |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 5080 VRAM 16 GB GDDR7 TGP 150W | NVIDIA GeForce RTX 5090 VRAM 24 GB GDDR7 TGP 175W |
| Storage | M.2 NVMe SSD ความจุ 2 TB อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 รวม 2 ช่อง รองรับความจุสูงสุด 8 TB (4TB*2) | M.2 NVMe SSD ความจุ 2 TB อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 รวม 2 ช่อง รองรับความจุสูงสุด 8 TB (4TB*2) |
| Memory | 32 GB DDR5 บัส 7200 MHz อินเทอร์เฟส DDR5*2 ช่อง เพิ่มความจุได้ถึง 128 GB | 64 GB DDR5 บัส 6400 MHz อินเทอร์เฟส DDR5*2 ช่อง เพิ่มความจุได้ถึง 128 GB |
| Display | ROG Nebula HDR Display 18″ 4K (3840*2400) Mini LED IPS Refresh Rate 240 Hz 100% DCI-P3 PANTONE Validated MUX Switch NVIDIA Advanced Optimus VESA DisplayHDR 1000 Dolby Vision | ROG Nebula HDR Display 18″ 4K (3840*2400) Mini LED IPS Refresh Rate 240 Hz 100% DCI-P3 PANTONE Validated MUX Switch NVIDIA Advanced Optimus VESA DisplayHDR 1000 Dolby Vision |
| Software | Windows 11 Home | Windows 11 Home |
| Connectivity | Thunderbolt 5*2 USB-A 3.2 Gen 2*3 HDMI 2.1*1 2.5 Gigabit Ethernet LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 | Thunderbolt 5*2 USB-A 3.2 Gen 2*3 HDMI 2.1*1 2.5 Gigabit Ethernet LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 |
| Weight | 3.73 กก. | 3.73 กก. |
| Security | IR Camera | IR Camera |
| ราคา | 169,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: ASUS Online Store | 209,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: ASUS Online Store |
Hardware & Design





ASUS ROG Strix แทบทุกรุ่นจะใช้บอดี้สีดำสนิทเหมือนกันและติดโลโก้ Republic Of Gamers ไว้บนฝาหลังและอาจมีส่วนอื่นด้วย ด้าน ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG เองก็เช่นกันแล้วเคลือบพื้นผิวเป็นแบบ IMR ลดรอยนิ้วมือและคราบสกปรกให้ติดเครื่องน้อยลง ด้านหน้าเครื่องมีโลโก้ ROG STRIX ฝังไว้ส่วนขอบล่างหน้าจอ คั่นด้วยสันเครื่องความสูงราว 1 ซม. หันเข้าหาผู้ใช้ ถัดลงมาเป็นแป้นคีย์บอร์ด Full size พร้อมไฟ AURA Sync RGB ให้สีสันสวยงาม ด้านแป้นทัชแพดมีขนาดสมกับตัวเครื่อง 18″ คั่นกลางระหว่างแท่นวางข้อมือสองฝั่ง ด้านซ้ายติดสติกเกอร์ซีพียูและจีพียูเอาไว้กับ QR Code ให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญจาก ASUS ให้เข้ามาให้บริการได้ ฝั่งขวาเป็นเนื้อตัวเครื่องสีดำเรียบสนิทตลอดตัวเท่านั้น
ถึงจะเคลือบพื้นผิวด้วย IMR เพื่อลดคราบและรอยนิ้วมือให้สวยงามยาวนาน แต่เวลาใช้งานจริงพื้นผิวพิเศษนี้ก็ยังเก็บรอยอยู่บ้าง จึงขอแนะนำให้เจ้าของเช็ดทำความสะอาดตามความเหมาะสมด้วยผ้าแห้ง ถ้าเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ยิ่งช่วยจัดการคราบออกไปได้ให้เครื่องดูสวยงามเหมือนใหม่เสมอ

ไฟ AURA Sync RGB ส่วนฐานใต้รอบเครื่องถูกเรียกว่า Full-surround Aura ให้ความสวยงามและกดคีย์ลัดเพื่อเปลี่ยนเอฟเฟคแสงได้ตามชอบ แต่มาตรฐานจากโรงงานจะเป็นเปลี่ยนสีไฟไปเรื่อยๆ ถ้าอยากเลือกให้เป็นสีไหนเอฟเฟคใดก็กดเลือกใน Armoury Crate ได้ทันที


ก้านบานพับของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG เป็นทรงตัว “L” ยึดเข้ากับขอบล่างหน้าจอทั้งสองด้าน เวลากางหน้าจอจะเปิดกว้างสุดราว 130 องศา มากพอให้วางใช้งานบนโต๊ะคอมหรือขึ้นแท่นวางโน้ตบุ๊คก็ยังปรับองศาหน้าจอให้มองเห็นได้สะดวกขึ้น ตัวก้านบานพับประกอบติดฐานด้านใต้ได้มั่นคงไม่สั่นกระพือเวลาใช้งานแถมกางหน้าจอด้วยนิ้วมือเดียวมาใช้งานสะดวกมาก ไม่มีอาการบานพับกระพือ, สั่นหรือยกตามให้เห็นแม้แต่น้อย









ฝาหลังของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG มีโลโก้ Republic Of Gamers ติดไว้มุมฝั่งขวาค่อนไปข้างบน เวลาเปิดเครื่องใช้งานแล้วโลโก้ ROG จะมีไฟ AURA Sync สว่างขึ้นมาแล้วเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ฝั่งตรงกันข้ามเป็นบอดี้เจาะรู CNC ไว้เป็นทรงสามเหลี่ยมมุมฉาก ยิงเลเซอร์ฝังคำขวัญ “For Those Who Dare” ไว้ด้านตรงข้ามมุมฉาก ใต้รู CNC มีหลอดไฟ LED ไว้เล่นเอฟเฟคไฟ AniMe Vision เป็นตัวอักษรหรือโลโก้ต่างๆ ได้ ถัดลงมาบนสันเครื่องยิงเลเซอร์เป็นคำว่า “Est 2006” (Established 2006) เป็นปีก่อตั้งแผนกไว้



ด้านใต้เครื่องถูกแบ่งพื้นที่แทบทั้งหมดไปให้ช่องระบายความร้อนสำหรับดึงอากาศเย็นเข้าระบบ ROG Intelligence Cooling ส่วนบนสุดยิงเลเซอร์เป็นคำว่า “ROG STRIX” ไว้อย่างสวยงาม มีแถบยางกันลื่นเป็นสันสูงพิเศษในส่วนบนกับความสูงปกติด้านล่างเป็นแนวยาวเกือบเสมอกรอบไฟ Full-surround Aura และสังเกตว่า ASUS ROG Strix SCAR 18 ไม่มีช่องร้อยน็อตแม้แต่รูเดียว เพราะทางบริษัทเปลี่ยนมาใช้ระบบ Q-Latch System จึงมีแค่สลักกึ่งกลางแถบยางกันลื่นเส้นล่างอยู่อันเดียวเท่านั้น ตัวสลักและเขี้ยวล็อคถูกออกแบบมาดีมากจึงล็อคฝาหลังให้เป็นชิ้นเดียวกับตัวเครื่องได้แน่นหนามาก
Screen & Speaker






หน้าจอ ROG Nebula HDR Display ใหม่ถูกปรับแต่งจากรุ่นก่อนให้รองรับ HDR ในตัวและยังคงคุณสมบัติอย่างขอบเขตสีกว้าง, ค่า Refresh Rate สูง, แสดงสีสันแม่นยำจนได้การการันตีจาก PANTONE ไว้ครบถ้วน นอกจากเล่นเกมก็ใช้ทำงานกราฟิคแต่งสีสันระดับนำไปใช้งานจริงได้ด้วย
ดีไซน์กรอบหน้าจอถูกรีดด้านข้างให้บางเพื่อเพิ่มพื้นที่แสดงผลให้กว้างขึ้น ส่วนขอบบนหนาขึ้นเล็กน้อยเพื่อฝังกล้องเว็บแคม, เซนเซอร์อินฟาเรดและไมโครโฟนไว้แล้วเดินสายไฟลงไปด้านในเครื่อง กรอบล่างสุดจะหนากว่าส่วนอื่นเป็นเท่าตัวเพื่อเก็บชุดพาเนล Mini LED IPS ไว้เรียบร้อยสวยงาม





ข้อดีของพาเนล Mini LED IPS ยังเป็นเรื่องขอบเขตการแสดงผลกว้าง 178 องศาในทุกทิศทาง จะมองจากมุมไหนก็จะเห็นภาพและสีสันเหมือนเดิมไม่เกิดเงาทาบหรือสีเพี้ยนแบบพาเนลยุคก่อน ซึ่ง ROG Nebula HDR Display ใหม่ ถ้าดูในหัวข้อ Advanced display จะเห็นว่ามีความละเอียดสูงถึง 4K (3840*2400) เป็นอัตราส่วน 16:10 เลือกปรับค่า Refresh Rate ได้ 3 ระดับ คือ 60 Hz, 120 Hz และ 240 Hz และรองรับ Variable Refresh Rate (VRR) ตั้งแต่ 103~240 Hz ในตัว ภาพบนหน้าจอตอนดูภาพยนตร์หรือเล่นเกมจะต่อเนื่องสวยงามขึ้น
ผลการทดสอบกับ DisplayCal 3 และเครื่อง Calibrite Display Pro HL ในหัวข้อ Whitepoint จะเห็นว่าค่าสีหน้าจอเบี่ยงเบนไปทางสีเขียวเล็กน้อย วัดค่าความสว่างสูงสุดได้ถึง 472.50 cd/m2 สว่างจนสู้แสงแดดส่องกระทบหน้าจอได้สบาย แต่เวลาใช้ในอาคารหรือห้องส่วนตัวแนะนำให้ลดแสงลงมาเหลือ 50% ก็เห็นภาพบนหน้าจอชัดเจนแล้ว
ASUS เคลมขอบเขตสีหน้าจอของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ไว้ว่ามีขอบเขตสีระดับ 100% DCI-P3 เวลาทดสอบมีค่าขอบเขตสีจริง (Gamut coverage) 100% sRGB, 91% Adobe RGB และ 99.8% DCI-P3 มีขอบเขตสีองค์รวม (Gamut volume) 167.3% sRGB, 115.3% Adobe RGB และ 118.5% DCI-P3 มีความเที่ยงตรงสี Delta-E 0.12~2.87 ถือว่าค่าขอบเขตสีตรงตามการเคลมแต่ความเที่ยงตรงจะยังไม่ถึงระดับ ProArt Series ซึ่งเกิดมาเพื่องานศิลป์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าใครจะใช้เครื่องนี้ทำงานกราฟิคก็แนะนำให้ต่อหน้าจอแยกซีรีส์ ProArt หรือใกล้เคียงเพิ่มจะดีสุด





ลำโพง 4 ดอก ของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG นอกจากมีดอกลำโพง 4 ตัว ติดมาให้ เสริมด้วย Smart Amp ในตัวพร้อมปรับจูนให้รองรับ Dolby Atmos ในตัว ทำให้โทนเสียงมีมิติมากขึ้นเวลาใช้เพื่อความบันเทิง สามารถแยกทิศทางเสียงตอนเล่นเกมได้และรู้สึกดำดิ่งกับตัวเกมยิ่งขึ้นและได้อรรถรสเวลาดูภาพยนตร์กว่าเดิมเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง
สเตจเสียงเพลงจากลำโพงชุดนี้ค่อนข้างกว้างกว่าปกติเล็กน้อย ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีชัดเจนขึ้นแยกกับเสียงนักร้องนำชัดเจนไม่กลืนกันให้เสียอรรถรส เสียงเบสมีเสริมเข้ามาระดับหนึ่งพอให้ฟังเพลงได้สนุกและแรงปะทะกำลังพอดี ถ้าเร่งเสียงดังสุดก็ขึ้นไปได้ถึง 92dB ดังพอให้ได้ยินทั่วห้องส่วนตัวขนาด 13 ตารางเมตรแน่นอน
Keyboard & Touchpad













ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ได้คีย์บอร์ดขนาด Full size ได้แป้นพิมพ์ชุดหลักครบถ้วน Numpad มีพร้อมใช้และขนาดปุ่มใหญ่พอดีนิ้ว มีไฟ AURA Sync RGB สว่างลอดตัวอักษรและเรืองรอบปุ่มให้ความสวยงามชัดเจน มีปุ่มมาโคร M1~M5 อยู่เหนือปุ่ม F1~F5 ให้ใช้ ถ้าแยกโปรไฟล์ในโปรแกรม Armoury Crate ก็ตั้งค่าเพื่อใช้เวลาทำงานกับเล่นเกมสะดวกขึ้น ด้านปุ่ม Power ทรงหกเหลี่ยมก็ถูกแยกออกมาอยู่มุมบนขวาเหนือคีย์บอร์ดเช่นเดิม ช่วยลดโอกาสพลาดไปกดผิดปิดเครื่องโดยไม่ตั้งใจได้
สังเกตตรงปุ่ม Function ของคีย์บอร์ดชุดนี้จะถูกเซ็ตไว้เหนือแป้น Numpad รวม 4 ปุ่ม ตั้งคำสั่งเป็นคู่กันให้กดใช้ได้ง่าย แต่ก็ยังมีคำสั่งซ้ำซ้อนอยู่บ้าง อย่างตรงปุ่มลูกศร Home, End, Page Up / Down รวมถึงปุ่ม Print screen ข้างปุ่ม Copilot ซึ่งเชื่อว่าทางบริษัทใส่เพิ่มมาอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เลือกกดได้สะดวกขึ้น แม้จะใกล้เคียงกับแป้นพิมพ์ของโน้ตบุ๊คทำงานแต่ก็ยอมรับได้ ส่วนจุดดีก็ยังคงอยู่เช่นเดิม นั่นคือปุ่ม Windows ถ้ากด Fn ค้างไว้ก่อนจะล็อคไม่ให้ทำงาน เวลาเล่นเกมแล้วนิ้วเผลอไปโดนตอนเล่นเกมก็ไม่รบกวนให้เสียจังหวะทำคะแนน
สัมผัสตอนกดพิมพ์และเล่นเกมด้วยคีย์บอร์ดชุดนี้ก็ยังสมฐานะโน้ตบุ๊กเล่นเกมระดับเรือธง ยังตอบสนองเร็วต่อเนื่องไม่เจออาการปุ่มหลอนกดแล้วไม่ทำงานให้เสียจังหวะ ตอบสนองเร็วทุกโอกาส ถ้าสังเกตตรงปุ่ม W, F จะเห็นว่า ASUS ก็ติดเส้นมาร์กกิ้งให้วางนิ้วได้สะดวกขึ้น

Hotkeys กับมาโครถูกเซ็ตไว้บรรทัดบนสุดของคีย์บอร์ด ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG เช่นเดิม ถ้าสังเกตคำสั่งส่วนใหญ่จะค่อนไปทางปุ่มใช้งานทั่วไปเป็นหลักและแทรกคำสั่งของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คเข้ามาบ้าง อย่างเช่นปรับรอบพัดลมระบายความร้อน, ปรับไฟ AURA Sync เข้ามา แต่ยังมีคำสั่ง M4 และ F5 ซ้ำซ้อนกันอยู่และหวังว่าทางบริษัทจะปรับเปลี่ยนคำสั่งนี้ในรุ่นถัดไปด้วย โดยแต่ละปุ่มจะมีคำสั่งดังนี้
- F1 – ปิดเสียงลำโพง
- F2~F3 – ลดหรือเพิ่มความสว่างไฟ AURA Sync คีย์บอร์ด
- F4 – เปลี่ยนเอฟเฟคของไฟ Full-surround Aura บนฐานเครื่อง
- F5 – เปลี่ยนโหมดตัวเครื่องตั้งแต่ Silent, Performance, Turbo
- F6 – เรียกโปรแกรม Snipping Tool มาบันทึกภาพหน้าจอ
- F7~F8 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
- F9 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
- F10 – ปิดการทำงานทัชแพด
- F11 – Sleep mode
- F12 – Airplane mode
- M1~M2 – ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
- M3 – ปิดหรือเปิดไมโครโฟน
- M4 – เปลี่ยนโหมดตัวเครื่องตั้งแต่ Silent, Performance, Turbo
- M5 – เรียกโปรแกรม Armoury Crate มาใช้งาน








เวลากด Hotkeys บนคีย์บอร์ดเมื่อไหร่ บนหน้าจอจะแสดงกรอบบอกการตั้งค่าให้เจ้าของได้เห็นแล้วดูเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนให้ผู้ใช้เข้าใจทันทีว่าตอนนี้ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ทำงานในโหมดไหน เปิดหรือปิดฟังก์ชั่นใดอยู่ เป็นรายละเอียดเล็กน้อยซึ่งมีในโน้ตบุ๊คของทางบริษัททุกรุ่นไม่ว่าจะเกมมิ่งหรือโน้ตบุ๊คทำงานก็ตาม


แป้นทัชแพดของ ASUS ROG Strix SCAR 18 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ วางตัวตั้งแต่ปุ่ม Alt ซ้ายไปถึงปุ่ม Print screen ฝั่งขวามือเกือบปุ่ม Copilot ให้ผู้ใช้ลากเคอร์เซอร์เมาส์เลือกและกดสิ่งต่างๆ ง่าย รองรับ Touch gesture ของ Windows 11 ครบถ้วน แต่ตำแหน่งแป้นใกล้มือซ้ายพอควร เวลาวางมือแล้วสันมือซ้ายจะทาบเกือบติดแป้นพอดีหรืออาจจะพาดลงบนแป้นได้ แต่ตอนใช้งานจริงก็ไม่มีเกิดอาการทัชแพดลั่นรบกวนนัก หากไม่มั่นใจก็กด Fn+F10 ปิดทิ้งได้เหมือนกัน
Connector, Thin & Weight




พอร์ตเชื่อมต่อของ ROG Strix SCAR 18 ทั้งมีให้ใช้ครบเครื่องและเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดทั้งหมดให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ใช้งานได้สะดวกมาก แต่มีเฉพาะด้านข้างเครื่องแถมเน้นฝั่งซ้ายเป็นหลักจนฝั่งขวามีเพียงพอร์ต USB-A 3.2 ติดไว้คู่เดียวเท่านั้น โดยแต่ละช่องจะเป็นดังนี้
- ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – DC-in, LAN RJ45 2.5G, HDMI 2.1, USB-A 3.2 Gen2, Thunderbolt 5*2, Audio combo
- ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 Gen2*2
- การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be รองรับ Bluetooth 5.4







ASUS เคลมน้ำหนักของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ไว้มากถึง 3.73 กก. แต่พอชั่งจริงแล้วจะมีน้ำหนักเพียง 3.52 กก. ลดลงมาราว 0.21 กก. แต่พอรวมอะแดปเตอร์ AC 520W อีก 1.14 กก. จะมีน้ำหนักรวม 4.66 กก. ประกอบกับตัวเครื่องหนาตั้งแต่ 28.7~41.5 ซม. แล้ว ก็ควรหากระเป๋าเป้สำหรับโน้ตบุ๊ค 17.3″ มาใช้โดยเฉพาะและควรเลือกรุ่นซับไหล่หนาด้วยจะช่วยลดอาการ Office Syndrome ไม่ให้รบกวนในอนาคตได้
เนื่องจาก ROG Strix SCAR 18 มีพอร์ต Thunderbolt 5 ให้ใช้ถึง 2 ช่อง จึงขอแนะนำให้ตั้งอะแดปเตอร์ AC ไว้กับโต๊ะที่ใช้งานบ่อยไม่ว่าจะในบ้านหรือออฟฟิศแล้วเตรียมอะแดปเตอร์ GaN 100W ขึ้นไปกับสาย USB-C 240W อีกเส้นไว้จ่ายไฟเวลาพกเครื่องไปไหนมาไหนจะช่วยลดน้ำหนักพกพาลงไปได้พอควร
Inside & Upgrade




เวลาเปิดฝาเพิ่ม RAM, SSD ให้โน้ตบุ๊คแทบทุกเครื่องต้องพึ่งไขควงและดอกไขน็อตแบบเดียวกับหัวน็อตบนฝาหลังและต้องใช้การ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์ช่วยแยกฝากับตัวเครื่องออกจากกัน แต่ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG เปลี่ยนวิธีอัพเกรดเป็นสลักเลื่อนพร้อมชื่อเฉพาะตัวอย่าง “Q-Latch System” ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากออกไปแทบทั้งหมด เจ้าของเพียงดันสลักกลางแท่นยางกันลื่นเส้นล่างไปตามหัวลูกศรจนได้ยินเสียง “กึก” จะเห็นลูกศรดำบนพื้นแดงก็เอามือดึงแถบยางกันลื่นตามหัวลูกศรชี้เข้าหาตัวจะได้ยินเสียง “กึก” อีกครั้ง เป็นสัญญาณบอกว่าปลดสลักล็อคฝาหลังออกได้แล้ว ค่อยเอามือดึงแถบยางกันลื่นเส้นบนขึ้นก็เป็นอันเสร็จพร้อมอัพเกรดทันที







จุดอัพเกรดบนเมนบอร์ดจะมี 2 จุดหลัก คือ RAM DDR5 ความจุ 64 GB ซ้อนกันสองชั้นอยู่ฝั่งขวาของพัดลมระบายความร้อนเสริม รองรับความจุสูงสุด 128 GB ซึ่งถ้าเปิดใช้หลายโปรแกรมพร้อมกันหรือรัน Local AI จะอัพเกรดเพิ่มก็ได้แต่ความจุตั้งต้นจากโรงงานก็ถือว่าเหลือเฟือแล้ว
จุดน่าสนใจอยู่ตรง M.2 NVMe SSD ทั้งสองช่องก็ใช้สลักแบบหมุนแทนการขันน็อตล็อคตามปกติ ช่วยลดปัญหาทำน็อตหล่นหายไปตามมุมต่างๆ ในเครื่องหรือห้องส่วนตัวได้ดีมาก วิธีปลดออกใส่เข้าก็ง่ายแค่จับก้านหมุนบิดขนานตัว SSD ก็จะปลดล็อคให้เอาไดรฟ์ต่อเข้าอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ได้ ค่อยกดให้ SSD ลงไปพอดีกับฐานลูกบิดก็หมุนล็อคแล้วใช้งานได้เลย
ในภาพรวม Q-Latch System เป็นดีไซน์ที่แก้ปัญหาดั้งเดิมสำหรับคนซื้อ Gaming notebook มาใช้แล้วจะเพิ่มความจุ RAM, SSD ได้เยี่ยมมาก ตัดปัญหาเรื่องน็อตตกหายหรือใส่ผิดตำแหน่งไปจนหมดแถมไม่ต้องพึ่งไขควงหรืออุปกรณ์แม้แต่ชิ้นเดียว ซึ่งถ้าใครเข้าใจวิธีถอดใส่อุปกรณ์ไอทีและรู้ว่าสลักเลื่อนใช้งานอย่างไรก็อัพเกรด ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ได้แล้ว จึงหวังว่าทางบริษัทจะนำดีไซน์นี้ไปใช้กับโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นก็จะดีและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทุกคนยิ่งขึ้น
กลับกัน ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คเรือธงที่มีช่องอัพเกรด RAM, SSD น้อยกว่าคู่แข่งไปบ้าง ซึ่งตอนนี้หลายเจ้าให้อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 หรือ 5.0 มารวม 3 ช่อง กับ SO-DIMM Slot มา 2~4 ช่อง ขึ้นอยู่กับซีรีส์ ถึงจะรองรับความจุสูงมากก็จริงแต่อาจมีผู้ใช้บางคนอยากใส่ไดรฟ์เสริมด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ ดังนั้นถ้าทางบริษัทนำจุดนี้ไปพิจารณาปรับปรุงให้ ROG Strix SCAR 18 ในปีหน้ามีช่องอัพเกรดเพิ่มก็จะดีมาก
Performance & Software





Intel Core Ultra 9 290HX Plus เป็นซีพียูกลุ่มประสิทธิภาพสูงพิเศษในรหัสพัฒนา Arrow Lake ใช้กรรมวิธีการทำวงจรลงบนแผ่นซิลิคอน (Lithography) แบบ TSMC N3B ตามสเปคแล้วมี 24 คอร์ 24 เธรด แยกเป็น P-Core ประสิทธิภาพสูง 8 แกน เสริมด้วย E-Core ไว้ช่วยประมวลผลอีก 16 แกน มีความเร็วสูงสุด 5.5 GHz มีค่า TDP พื้นฐาน 55W และดึงกำลังไฟสูงสุด 160W จึงใช้ทำงานดีทุกอย่างแลกกับการใช้พลังงานสูงขึ้นมาก พอทดสอบกับระบบ Benchmark ของ CPU-Z แล้วทำงานดีพอกับ Intel Core i9-14900K สำหรับเดสก์ท็อปพีซีทีเดียว
ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG จะได้ RAM ความจุตั้งต้น 64 GB DDR5 มาจากโรงงานและถอดเปลี่ยนเพิ่มความจุได้ถึง 128 GB (64+64 GB) ตามสเปคแล้วแนะนำให้ใช้บัส 6400 MHz จะทำงานดีสุดและเป็นค่าพื้นฐานอีกด้วย

จีพียู NVIDIA GeForce RTX 5090 มี VRAM 24 GB GDDR7 ไว้ให้โหลด Shaders และการตั้งค่าไว้ใช้งานได้มากขึ้น มี CUDA 10,496 Unified ไว้ใช้งาน รองรับฟีเจอร์ Dynamic Boost ปรับแต่งกำลังไฟระหว่างซีพียูและจีพียูอัตโนมัติ, WhisperMode สั่งพัดลมระบายความร้อนหยุดหมุนเวลาไม่ได้ใช้งานหนักเพื่อลดเสียงรบกวนลง รองรับชุดคำสั่งครบถ้วนทั้ง DirectX 12, OpenCL, OpenGL 4.6, CUDA, DirectCompute, DirectML, Vulkan และ Ray Tracing ให้คำนวณค่าต่างๆ เร็วขึ้น

ภายใน Device Manager จะเห็นว่า ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG มีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมารักษาความปลอดภัยร่วมกับเซนเซอร์สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่องหรือทำธุรกรรมได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เสียดายว่าถ้ามีชิป Microsoft Pluton ติดเสริมมาจะยิ่งปลอดภัยไปอีกชั้น แต่โดยพื้นฐานแล้วเท่านี้ก็มากพอใช้แล้ว


การเชื่อมต่อไร้สายจะใช้การ์ด Intel Wi-Fi 7 BE200 ตามสเปคแล้วเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be ใช้คลื่น Wi-Fi 2.4 GHz / 5 GHz / 6 GHz ได้ แบนด์วิดท์กว้าง 320 MHz มีความเร็วสูงสุด 5.8 Gbps และรองรับ Bluetooth 5.4 ในตัว
จากการทดสอบตั้งเครื่องห่างจากจุดกระจายสัญญาณ 10 เมตร กั้นด้วยประตูไม้อัดอีก 1 บาน แล้วทดสอบความเร็วกับเว็บไซต์ Speedtest by Ookla ถือว่ารับส่งข้อมูลไวมากและค่า Ping ต่ำพอให้ใช้เล่นเกมออนไลน์ได้ดี ด้านคะแนนจากการดทสอบกับ Webkit ต่างๆ ด้วยเว็บไซต์ Speedometer 3.1 ก็ทำคะแนนได้สูงถึง 46.3 คะแนน ดังนั้นเวลาใช้งานทั่วไปเปิดเว็บไซต์ทำงานหรือดูหนังฟังเพลงก็ตอบสนองเร็วทันใจ

M.2 NVMe SSD พื้นฐานความจุ 2 TB ใน ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ผลิตโดย SK Hynix เชื่อมต่อเข้าอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 เมื่อทดสอบกับโปรแกรม CrystalDiskMark 8.0.6 แล้วมีความเร็วสูงมากไม่ว่าจะเป็นความเร็วแบบ Sequential หรือ Random 4K ก็ไวพอให้โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นมาในพริบตา
ถ้าสังเกตตรงอุณหภูมิของ CPUID HWMonitor จะเห็นว่าความร้อนสุดของแพ็คเกจรวมอยู่เพียง 73 องศาเซลเซียส ส่วนคอนโทรลเลอร์ (Sensor 1) ก็ยังไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส แต่น่าสนใจตรงชิป NAND Flash (Sensor 2) มีความร้อนสูงสุดมากกว่าซึ่งต่างจากปกติอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมถือว่าไดรฟ์ทำงานดีใช้งานได้นานหลายปีแล้วไม่ต้องถอดเปลี่ยนก็ได้ ส่วนตัวแนะนำให้รอราคาหน่วยความจำลดลงมาใกล้เคียงหรือเท่ากับปกติค่อยซื้อ SSD 1~2 TB อีกตัวมาใส่เพิ่มก็ไม่สาย







ผลการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล 3DMark ทุกเวอร์ชั่นฟันธงได้ทันทีว่า ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ทรงพลังพอให้เล่นเกมชั้นนำได้ทุกเกมบนหน้าจอความละเอียด UHD ได้ดีมาก ผลจากการทดสอบในแต่ละเวอร์ชั่นนั้นได้คะแนนสูงเกือบเท่าหรือเกินเกมมิ่งพีซีหลายๆ เครื่องแล้ว และสังเกตผลคะแนนทดสอบ Ray Tracing ของ Solar Bay ทุก Section ทำเฟรมเรทเกิน 400 FPS ทุกหมวดอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครจะเล่นเกมหรือทำงานแล้วจะจำลองแสงเงากระทบวัตถุก็ใช้ได้สบายมาก ในแต่ละการทดสอบได้ผลดังนี้
- Fire Strike (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด Full HD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 42,648 คะแนน แยกเป็น Graphics score 54,178 คะแนน, Physics score 52,138 คะแนน, Combined score 14,865 คะแนน
- Fire Strike Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 30,194 คะแนน แยกเป็น Graphics score 32,486 คะแนน, Physics score 52,651 คะแนน, Combined score 13,922 คะแนน
- Fire Strike Ultra (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 16,877 คะแนน แยกเป็น Graphics score 16,449 คะแนน, Physics score 52,602 คะแนน, Combined score 9,257 คะแนน
- Time Spy (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 23,947 คะแนน แยกเป็น CPU score 18,550 คะแนน Graphics score 25,244 คะแนน
- Time Spy Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 12,538 คะแนน แยกเป็น CPU score 13,374 คะแนน Graphics score 12,402 คะแนน
- Solar Bay (ทดสอบการเรนเดอร์ Ray Tracing ว่ารันได้ดีต่อเนื่องหรือไม่ แต่ละ section การทดสอบจะเพิ่มรายละเอียดให้ใช้กำลังจีพียูมากขึ้น) – คะแนนเฉลี่ย 119,689 คะแนน, Graphics test 455.09 FPS / Section 1 ได้ 477.14 FPS / Section 2 ได้ 458.82 FPS / Section 3 ได้ 425.69 FPS
- Steel Nomad (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 6,268 คะแนน ได้ Graphics test 62.69 FPS



พอทดสอบกับระบบ Benchmark ในแต่ละเกมบนความละเอียด 4K ของจอ ROG Nebula HDR Display จะเห็นว่าเฟรมเรทแทบทุกเกมสูงมากแม้จะใช้กำลังประมวลผลของจีพียูอย่างเดียวก็ตาม แต่มีบางเกมอย่าง Black Myth: Wukong หรือ Lego Batman: Legacy of the Dark Knight ยัง Optimize มาไม่เต็มที่นัก ทำให้เฟรมเรทยังไม่เกิน 75 FPS ขึ้นมา ด้าน Forza Horizon 6 ก็ยังมีบั๊กอยู่บ้างประปรายทำให้เฟรมเรทอยู่ในระดับเล่นได้เท่านั้น
ถ้าใช้ NVIDIA DLSS เสริม เฟรมเรทของหลายเกมจะเพิ่มขึ้นมากจนเฟรมเรทเพิ่มขึ้นเกือบเท่าหรือเกิน 100 FPS ได้ไม่ยาก ยกเว้น Black Myth: Wukong เกมเดียวที่ต้องใช้ Frame Generation ช่วยถึงจะเล่นได้พอกับเกมอื่นและระบบจะบังคับเปิด NVIDIA Reflex เพื่อแก้ปัญหา Input Lag ทันที แทบจะสรุปได้เลยว่า NVIDIA GeForce RTX 5090 ถึงจะเป็นแบบ Max-Q สำหรับโน้ตบุ๊คก็ตาม แต่เวลาเล่นเกมจริงก็ทำได้ดีมาก
กรณีเปิดเล่นเกมและใช้ Path Tracing ใน Cyberpunk 2077 ถ้าเล่นบนความละเอียด UHD แนะนำให้เปิด 3X Frame Generation ให้เฟรมเรทเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกิน 60 FPS หรือไม่ใช้ 4X เลยดีกว่า ซึ่งตอนทดลองเล่นจริงแล้วเฟรมเรทในเกมดีเสถียรต่อเนื่องไม่เกิดอาการลดวูบวาบสักครั้ง ไม่มีปัญหาเรื่อง Input Lag กวนใจไม่ว่าจะใช้เมาส์คีย์บอร์ดหรือต่อจอยเล่นก็ตาม นับว่า NVIDIA Reflex ทำงานดีจนไม่ต้องห่วงเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้แล้ว ถ้าใครเน้นเฟรมเรทสูงเป็นหลักก็เปิดใช้เลยจะดีสุด

ผลคะแนนจากการทดสอบกับโปรแกรมจำลองการทำงานอย่าง PCMark 10 ก็สูงสมฐานะโน้ตบุ๊คเกมมิ่งระดับเรือธงเช่นกัน ได้ผลลัพธ์เฉลี่ยสูงถึง 11,839 คะแนนนี้ จะเห็นว่าตัวชิปเซ็ตนอกจากใช้งานตามปกติแล้ว ถ้าต้องทำเอกสารบัญชีด้วย Microsoft Excel ผูกสูตรซับซ้อนก็ทำได้เร็วมากไม่แพ้กับการทำงานกราฟิคทุกแบบ ไม่ว่าจะตัดต่อคลิป, แต่งภาพหรือทำโมเดล 3D ก็ไม่มีปัญหา




คะแนนจากการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล CINEBENCH ทุกเวอร์ชั่นชี้ให้เห็นว่าซีพียู Intel Core Ultra 9 290HX Plus ใหม่ถูกปรับปรุงมาดีกขึ้นอย่างชัดเจน พอจับคู่กับ NVIDIA GeForce RTX 5090 แล้ว ก็ใช้ตัดต่อคลิปความละเอียดสูง 4K อัพโหลดขึ้นแชนแนล YouTube หรือจะทำหนังสั้นกับงานโปรดักชั่นก็ไม่มีปัญหา ซึ่งผลคะแนนจากการทดสอบแต่ละเวอร์ชั่นเป็นดังนี้
- 2026 – ใช้เอนจิ้นเรนเดอร์พื้นฐานของ Redshift กับ Cinema 4D ทดสอบสมรรถนะของซีพียูและจีพียูว่าเรนเดอร์งานกราฟิคระดับโปรดักชั่นได้ดีเท่าไหร่ ได้คะแนน GPU 102,177 pts, CPU (Multi Threads) 8,871 pts และ CPU (Single Thread) 567 pts
- 2024 – ใช้ทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูกับจีพียูอย่างหนักพร้อมกันโดยใช้เอนจิ้น Redshift สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนต์ ได้ CPU (Multi-Core) 2,218 pts และ CPU (Single Core) 139 pts
- R23 – ใช้ทดสอบพลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก มีความละเอียดและแม่นยำสูง ได้คะแนน Multi Core 38,652 pts และ Single Core อีก 2,370 pts
- R20 – ใช้ทดสอบกำลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก ได้คะแนน CPU 15,367 pts



ผลการทดสอบปั้นโมเดลด้วยโปรแกรม Blender Benchmark ก็ดีมาก ถ้าสังเกตปริมาณ Sample จะเห็นว่า NVIDIA GeForce RTX 5090 นั้นทำดีมากไม่ต้องสงสัย แต่สังเกตปริมาณ Sample ของ Intel Core Ultra 9 290HX Plus ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะปกติ Intel Core Ultra แบบ H-Series จะปั้นโมเดลได้ราว 100 Sample เท่านั้น แต่รุ่นนี้สามารถทำได้เกือบเท่าตัวจึงแรงตอบโจทย์วิศวกรที่ต้องใช้ AutoCAD, SketchUp เป็นประจำด้วย ซึ่งผลการทดสอบแต่ละหมวดหมู่เป็นดังนี้
| ประเภทการทดสอบ / ปริมาณ Sample ใน 1 นาที (ยิ่งมากยิ่งดี) | Intel Core Ultra 9 290HX Plus | Intel Graphics | NVIDIA GeForce RTX 5090 |
| monster | 256 | 172 | 3,578 |
| junkshop | 189 | 129 | 2,697 |
| classroom | 136 | 107 | 2,159 |




คะแนนการทดสอบกับโปรแกรม Geekbench แต่ละเวอร์ชั่นกับซีพียู Intel Core Ultra 9 290HX Plus เพื่อทดสอบว่าตัวชิปเซ็ตทำงานกับโปรแกรมต่างๆ ได้ดีไหม ถ้ารัน Local AI Model จะทำได้ดีระดับใด ซึ่งผลคะแนนในแต่ละการทดสอบเป็นดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าซีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ได้รวดเร็วหรือไม่ ถ้าเป็น Single-Core ทำได้ 3,215 คะแนน และ Multi-Core ได้ 22,764 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 7,292 คะแนน, Half precision 2,637 คะแนน และ Quantized Score 12,127 คะแนน
- OpenVINO (CPU) ได้ Single Precision 9,126 คะแนน, Half precision 9,593 คะแนน และ Quantized Score 16,579 คะแนน
- OpenVINO (NPU) ได้ Single Precision 9,262 คะแนน, Half precision 10,306 คะแนน และ Quantized Score 15,859 คะแนน




ผลคะแนนของจีพียู Intel Graphics เป็นดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- OpenCL, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบ vector integer ด้วย OpenCL framework ทำได้ 20,632 คะแนน
- Vulkan, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ด้วย Vulkan framework ทำได้ 22,493 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 4,777 คะแนน, Half precision 6,489 คะแนน และ Quantized Score 3,211 คะแนน
- OpenVINO (GPU) ได้ Single Precision 6,173 คะแนน, Half precision 9,694 คะแนน และ Quantized Score 14,555 คะแนน



สุดท้ายคะแนนจากจีพียู NVIDIA GeForce RTX 5090 เป็นดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- OpenCL, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบ vector integer ด้วย OpenCL framework ทำได้ 237,361 คะแนน
- Vulkan, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ด้วย Vulkan framework ทำได้ 231,085 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 32,324 คะแนน, Half precision 55,453 คะแนน และ Quantized Score 25,013 คะแนน













สุดท้ายโปรแกรม Armoury Crate สำหรับตั้งค่า ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ให้ใช้ดีขึ้นก็มีติดตั้งมาให้และกดเรียกด้วยปุ่ม M5 ได้ทันที นอกจากใช้อัพเดตเฟิร์มแวร์ให้ทำงานดีขึ้นแล้ว ก็ใช้ตั้งค่าได้แทบทุกอย่างไม่ว่าจะไฟ AURA Sync, AniMe Vision, Full-surround Aura, ปุ่มมาโคร ฯลฯ แนะนำให้เจ้าของเปิดมาเช็คอัพเดตเฟิร์มแวร์และตั้งค่าต่างๆ ให้เข้ากับสไตล์การใช้งานของตัวเองจะดีมาก
Battery & Heat & Noise




แบตเตอรี่ใน ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG เป็นแบบลิเธียมโพลีเมอร์ความจุ 90Whr วางตัวยาวติดลำโพงทั้งสองฝั่งและปิดทับด้วยกรอบเข้าบล็อคดูสวยมีระเบียบและล็อคชิ้นส่วนต่างๆ ให้อยู่กับที่อย่างแข็งแรงและกันไม่ให้ผู้ใช้ถอดแกะชิ้นส่วนผิดจุดแล้วเกิดปัญหาในภายหลัง ความจุนี้เทียบกับโน้ตบุ๊คเกมมิ่งเรือธงรุ่นอื่นจะน้อยกว่าเล็กน้อยแต่ในแง่ใช้งานจริงก็ไม่ส่งผลแตกต่างมากนัก และความจุระดับนี้มากพอให้พกเดินทางด้วยเครื่องบินได้โดยไม่ต้องขออนุญาตสายการบินก็ได้
ระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่เมื่อตั้งค่าปิดการทำงานของจีพียู NVIDIA แล้วเลือกโหมด Silent ให้ประหยัดพลังงานสูงสุด ใช้ความสว่างหน้าจอ 50% หรี่เสียงลำโพงเหลือ 10% ใช้ Microsoft Edge ดูคลิปใน YouTube นาน 30 นาที จนถึง 1 ชม. จะเห็นว่า ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ใช้งานได้นานสุดราว 2 ชม. 19 นาที ซึ่งนานพอให้ใช้ประชุมงานทั่วไปได้แต่ถ้าเป็นระดับ Town hall ก็ควรให้ต่ออะแดปเตอร์ GaN หรือพาวเวอร์แบงค์ 100W เอาไว้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้
สำหรับระยะเวลาใช้งานระดับนี้ของซีพียู Intel HX-Series ซึ่งออกแบบมาเน้นประสิทธิภาพเป็นหลักและจัดการพลังงานเป็นรองถือว่าทำได้ดีแล้ว แต่ถ้าต้องการยืดระยะเวลาเพิ่มอีกนิดอาจจะลดความสว่างเหลือ 30% และปิดเสียงลำโพงทิ้งไปก็พอช่วยได้ระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าใครเน้นตั้งเครื่องติดโต๊ะต่อสายไฟเอาไว้แทบจะตลอดเวลาอยู่แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นัก






ด้านชุดระบายความร้อน ROG Intelligence Cooling ออกแบบให้เป็นระบบ Vapor Chamber ปิดซีพียูและจีพียูเอาไว้แล้วใช้พัดลมระบายความร้อน 3 ตัว แยกเป็นคู่ใหญ่และตัวเล็กเพื่อเร่งการไหลเวียนอากาศให้เร็วขึ้นแล้วคุมอุณหภูมิดีกว่าเดิม แลกกับพื้นที่หลังเครื่องเป็นช่องระบายอากาศหมดให้ระบายความร้อนดีขึ้น สเปคสมกันกับชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงแต่ถ้าเครื่องมีปัญหาต้องส่งซ่อมจะต้องส่งกลับศูนย์บริการเป็นหลัก




เมื่อเปิดโปรแกรมเบิร์นตัวเครื่องให้ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ทำงานเต็มกำลังแล้วจับด้วยโปรแกรม CPUID HWMonitor จะเห็นว่า ROG Intelligence Cooling คุมอุณหภูมิตอนทำงานเต็มกำลังได้ค่อนข้างดี แม้ความร้อนสูงสุดของทั้งแพ็คเกจชิปเซ็ตจะพุ่งขึ้นไปถึง 105 องศาเซลเซียสแล้วก็ตาม แต่เป็นเพียง 1-2 วินาที แล้วอุณหภูมิก็ลดลงมาอยู่ช่วง 95 องศาเซลเซียส ไม่ค้างนานจนเกินไปจนน่าเป็นห่วงนัก
จากกล้องอินฟาเรดจะเห็นว่าความร้อนทั่วตัวเครื่องอยู่ช่วง 30~37 องศาเซลเซียส พอกับอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ตามปกติ จึงไม่รบกวนเวลาวางมือใช้งานแน่นอน อุณหภูมิในช่องระบายความร้อนหลังเครื่องจะอยู่ช่วง 42~44 องศาเซลเซียส อุ่นระดับพอให้คู่สนทนารู้สึกได้เวลาใช้งานหนัก แต่เวลาปกติอุณหภูมิจะไม่สูงระดับนี้


เสียงพัดลมของชุดระบายความร้อน ROG Intelligence Cooling วัดจากด้านหน้าได้ราว 56dB และเสียงจากช่องระบายความร้อนขึ้นไป 66.2dB พอกับระดับเสียงพูดคุยของมนุษย์ตามปกติ ซึ่งถ้าใช้งานหนักเมื่อไหร่ เสียงพัดลมก็จะแข่งกับเสียงพูดของสมาชิกในห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่เสียงก็ไม่หวีดดังจนแสบแก้วหูเกินไป
User Experience

ในเมื่อเป็น Gaming notebook ระดับเรือธงเป็นหน้าตาของแผนกและบริษัทแล้ว ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG จึงให้สเปคมาเต็มที่ทุกอย่างทั้งซีพียู, จีพียู, หน่วยความจำและหน้าจอ ROG Nebula HDR Display ใหม่แล้วเหน็บกล้องอินฟาเรดสแกนใบหน้ามาด้วย สมรรถนะแรงเหลือใช้ระดับเขียนแบบด้วย AutoCAD, SketchUp, ตัดคลิปความละเอียดสูง, ทำหนังสั้นไปจนเขียนโปรแกรมและรัน Local AI ในเครื่องได้หมด แต่ขอแนะนำให้หาแท่นวางโน้ตบุ๊คมารองเครื่องให้มีช่องนำอากาศเข้ากว้างขึ้นสักหน่อยจะช่วยคุมอุณหภูมิเวลาใช้งานต่อเนื่องได้ดีขึ้นมาก
งานหลักอย่างการเล่นเกมก็ดีมากจนเป็น Desktop Replacement Laptop ได้สบายมากพอกับพีซีสเปคหลักแสนในปัจจุบันหลายตัวทีเดียว แต่ข้อดีคือเจ้าของสามารถพกใส่กระเป๋าไปไหนก็ได้ไม่ต้องติดอยู่กับโต๊ะเดิมเสมอไป ซึ่งถ้าเจ้าของคนไหนต้องการทำเช่นนี้ขอแนะนำให้ลงทุนกับกระเป๋าเป้สักใบสำหรับโน้ตบุ๊ค 17.3″ จะช่วยให้พกพาสะดวกขึ้น พอกลับมาบ้านก็ต่อหน้าจอแยกและเกมมิ่งเกียร์ใช้เล่นเกมโปรดได้สบายมาก
งานหลักอย่างการเล่นเกม ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ก็แรงเหลือเฟือจนเล่นเกมชั้นนำทุกเกมปรับกราฟิคสูงสุดบนจอ UHD ได้สบายมาก จากการเล่นนอกรอบตั้งค่าใช้ NVIDIA DLSS แบบ Quality ก็เร่งเฟรมเรทขึ้นไปได้พอควรจนเล่น Forza Horizon 6, Resident Evil Requiem หรือเกมเน้นใช้กำลังประมวลผลของจีพียูหนักๆ ก็ไม่มีปัญหา แล้วจะใช้ Frame Generation ช่วยก็ไม่ต้องกลัว Input Lag แต่บางจังหวะอาจจะมีอาการภาพวุ้นให้เห็นบ้างแต่ถ้าไม่จับสังเกตก็ไม่ต้องห่วง ส่วนตัวถ้าต่อหน้าจอแยกขอแนะนำให้ลดมาเหลือความละเอียด QHD เข้า HDMI 2.1 แทนจะช่วยเร่งเฟรมเรทให้สูงขึ้นแล้วไม่กินกำลังจีพียูเกินจำเป็น ส่วนหน้าจอรองสำหรับมอนิเตอร์ช่องแชตหรือโปรแกรมอื่นๆ แนะนำให้ต่อเข้าพอร์ต Thunderbolt 5 เลยจะดีสุด

ถึงจะมีจุดน่าประทับใจหลายอย่างก็จริง แต่น้ำหนักของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ก็มากถึง 3.73 กก. ทำให้พกไม่สะดวกเท่าไหร่และควรลงทุนกับกระเป๋าเป้ดีๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นอาจจะมีปัญหากับสภาพร่างกายตามมาได้ แถมระยะเวลาใช้งานก็มากสุดราว 2 ชม. เท่านั้น โน้ตบุ๊คเครื่องนี้จึงไม่เก่งเรื่องใช้งานนอกสถานที่อย่าง ProArt หรือ Zenbook Series ซึ่งเบาและได้ซีพียู Intel รุ่นอเนกประสงค์จัดการพลังงานดีเท่าไหร่ แต่ถ้าตั้งโต๊ะต่ออะแดปเตอร์เมื่อไหร่ ROG Strix SCAR 18 ก็ทำงานได้เยี่ยมเช่นกัน ซึ่งถ้าใครเน้นพกไปพรีเซนต์งานกับลูกค้าแล้วแก้แบบงานหรือพกใส่ท้ายรถไปต่างจังหวัดแล้วเปิดเล่นเกมจริงจังตอนอยู่ที่พักได้อย่างเต็มอิ่ม แต่เวลาถอดสายชาร์จจะเหมาะกับงานเบาๆ อย่างตอบอีเมล์หรืองานเอกสารทั่วไปแบบฉาบฉวยเท่านั้น ก็ขอให้คิดว่าโน้ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นเหมือนเดสก์ท็อปพีซีขนาดเล็กพกพาได้ใช้พื้นที่บนโต๊ะไม่มากแล้วมีแบตเตอรี่มาพอให้ใช้งานได้จะเหมาะกว่า
จุดที่อยากให้ ASUS ปรับแต่งให้ ASUS ROG Strix SCAR 18 โมเดลถัดไปดีขึ้น มีแค่อยากให้เพิ่มอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 สำหรับ SSD มาเป็น 3 ช่องหรือมากกว่านั้นให้เจ้าของใส่ SSD เพิ่มความจุได้ให้สมฐานะรุ่นเรือธงยิ่งขึ้นและคง Q-Latch System ไว้ให้เจ้าของสามารถอัพเกรดเครื่องได้ง่ายๆ ไม่ต้องกังวลปัญหาร้อยแปดมากวนใจก็จะดีมาก เท่านี้โน้ตบุ๊คเกมมิ่งซีรีส์นี้ก็ทรงพลังไม่แพ้แบรนด์อื่นแล้วและยิ่งได้ใจเกมเมอร์กว่าเดิมอีก
Conclusion & Award

ถึงราคาของ ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG จะสูงถึง 209,990 บาท แต่สเปคและองค์ประกอบต่างๆ ก็สมฐานะ Gaming notebook ระดับเรือธงมาก มันทรงพลังจนทำให้คำถามว่าจะเล่นได้ไหมกลายเป็นจะเล่นจะทำอะไรกับมันดี ตอบโจทย์กลุ่ม Power user ที่กำลังอยากเปลี่ยนไปใช้โน้ตบุ๊ครุ่นเรือธงสเปคทรงพลังสักเครื่องมาก แต่ถ้าราคาเกินงบประมาณก็ยังมีรุ่นรองราคา 169,990 บาท ลดจีพียูเป็น NVIDIA GeForce RTX 5080 กับ RAM 32 GB ให้เลือกด้วย ถ้าใครสะดวกราคาไหนและคิดว่าสเปคแบบใดเพียงพอต่อการใช้งานแล้วก็เลือกเครื่องนั้นไปใช้ได้เลย และเชื่อว่าถ้าได้ใช้ก็จะเข้าใจว่าทำไม Republic Of Gamers ถึงครองตำแหน่งในใจเกมเมอร์ได้อย่างเหนียวแน่นมานานเช่นนี้
Award



Best Innovation
ระบบการเปิดฝาตัวเครื่องและสลักล็อค SSD แบบ Q-Latch System แม้จะเรียบง่ายแต่ก็ตัดปัญหาจุกจิกกวนใจเกมเมอร์ไปได้แทบทั้งหมด ขอแค่เข้าใจระบบสลักและการถอดใส่ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไอทีสักนิดก็ทำได้ทันทีแถมประหยัดเวลาไปได้มากแล้ว
Best Design
ดีไซน์ไฟ AURA Sync RGB ของ ASUS ROG Strix SCAR 18 สวยถูกใจเกมเมอร์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงแล้ว ยังใส่รายละเอียดของ Republic Of Gamers ไว้ตามส่วนต่างๆ ได้ลงตัว และใส่ใจรายละเอียดส่วนต่างๆ ดีมาก หากใครได้เห็นเครื่องจริงก็น่าจะถูกใจแน่นอน
Best Performance
ชิปเซ็ต Intel Core Ultra 9 290HX Plus ใหม่จัดว่าทรงพลังจนท้าชนเดสก์ท็อปซีพียูได้สบาย แถมดึงประสิทธิภาพของ GeForce RTX 5090 ออกมาได้ดี ประกอบกับ RAM, SSD ความจุสูงก็แรงจนใช้งานได้ทุกสิ่งทำได้แทบทุกอย่างแบบสบายมาก
Gallery
















