Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Buyer's Guide

7 หูฟังบลูทูธฟีเจอร์แน่น เสียงดีโดนใจคนรักเสียงเพลง ตัดเสียงกวนเงียบสนิท ฟีเจอร์แน่นเต็มตัวพร้อมแอพฯ ใช้งานง่ายสุด เริ่มแค่ 1,300 บาทเท่านั้น!!

หูฟังบลูทูธ

ไม่ว่าจะคนรักเสียงเพลงหรือสายเดินทางแทบทุกคนจะมีหูฟังบลูทูธเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไว้ฟังเพลงเพลงหรือ Podcast โปรดได้ทุกเมื่อและตัดเสียงรบกวนภายนอกได้หมด ซึ่งผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ก็รู้เรื่องนี้ดีจึงพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจึงเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่แทบทุกปีมีทุกระดับราคาตั้งแต่พันบาทต้นไปจนหลักหมื่นบาท มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ให้ใช้หลายอย่างและปรับแต่งการทำงานในแอพฯ ได้หลากหลาย ส่วนดีไซน์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับสำหรับเสริมลุคการแต่งตัวของใครหลายๆ คนเลย

นอกจากเรื่องสเปคกับแอพฯ ใช้งานแล้ว หูฟังทุกรุ่นจะมี “คาร์แรคเตอร์เสียง” เฉพาะตัวว่าแบรนด์นี้เน้นแต่งเสียงให้เบสเด่นหนักแน่น, เสียงเครื่องดนตรีเด่นหรือนักร้องคมชัด ฯลฯ แล้วแต่ละคนก็มีรสนิยมการฟังเพลงแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลองหาหูฟังของแบรนด์หรือเป็นรุ่นที่สนใจได้เลยยิ่งดี จะได้รู้ว่าโทนเสียงถูกใจไหมจะให้ไม่ต้องซื้อมาเสียเงินฟรีให้เสียอารมณ์ในภายหลัง

Advertisement

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูฟังบลูทูธ

  • ระยะเวลาใช้งานสูงสุดในหน้าโฆษณาสเปคหูฟังบลูทูธมักตั้งค่าระดับเสียง 50% และปิดระบบตัดเสียงรบกวน (Noise cancellation) ทิ้ง ซึ่งถ้าใช้แล้วระยะเวลาจะลดลงไปพอควร ตามจริงแล้วฟองน้ำหูฟังเองก็ช่วยกันเสียงรบกวนจากภายนอกไปพอสมควร
  • หูฟังแต่ละรุ่นจะรองรับ Codec เสียง SBC, AAC เป็นพื้นฐาน ถ้ารุ่นไหนรองรับ LDAC แล้วเปิดใช้งานจะทำให้รายละเอียดเสียงดีขึ้น ฟังเพลงได้อรรถรสกว่าเดิม
  • หูฟังบลูทูธจะมีสาย AUX ขนาด 3.5 มม. แถมมาให้ในกล่องเพื่อต่ออุปกรณ์ได้ตามปกติและบางรุ่นอาจมีขั้วแปลงสองขาสำหรับใช้กับหน้าจอ In-Flight Entertainment (IFE) ได้ด้วย
  • หูฟังบลูทูธจะมีทั้งหมด 3 โหมด คือ Noise Cancelling ไว้ตัดเสียงรบกวนภายนอก, Ambient sound เปิดให้เสียงสภาพแวดล้อมเข้ามาได้ให้ระวังตัวตอนเกิดเหตุได้ทันและ Ambient sound off ปิดระบบตัดเสียงและปล่อยให้เสียงภายนอกเข้าทิ้งไป ให้ฟองน้ำหูฟังทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนด้วยตัวมันเอง

7 หูฟังบลูทูธน่าใช้ ฟังเพลงดีตัดเสียงเยี่ยมทุกสถานการณ์

  1. ANKER Soundcore Q20i (1,299 บาท)
  2. CMF Headphone Pro (3,299 บาท)
  3. CREATIVE Zen Hybrid SXFI (3,760 บาท)
  4. Baseus With Sound by Bose Inspire XH1 (4,490 บาท)
  5. MARSHALL Major V (5,990 บาท)
  6. Sony WH-1000XM6 (13,390 บาท)
  7. Bose Quietcomfort Ultra Headphones 2nd Gen (17,900 บาท)
หูฟังบลูทูธ

1. ANKER Soundcore Q20i (1,299 บาท)

หูฟังบลูทูธ
Drivers & Frequency responseDynamic Driver 40 mm.
20Hz~40kHz
Connectivity & Codec3.5 mm. Audio combo
USB-C
Bluetooth 5.3

AAC
SBC
Hi-Res Audio
Battery lifeปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 60 ชม.
เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 40 ชม.

ชาร์จด้วย USB-C
รองรับการชาร์จเร็ว 5 นาที ใช้ได้ 4 ชม.
ApplicationSoundcore app
Price1,299 บาท
ลิ้งค์สั่งซื้อ: Anker Shopee Mall

ถ้าใครมองหาหูฟังบลูทูธตัวใหม่ไว้ต่อมือถือและโน้ตบุ๊คเพื่อใช้ฟังเพลงหรือโทร-รับสายสะดวกแถมราคาก็เป็นมิตรกับกระเป๋าเงินด้วย ขอแนะนำให้ดู ANKER Soundcore Q20i ไว้เป็นตัวเลือกแรกได้เลย เพราะนอกจากดาวน์โหลดแอพฯ มาใช้ปรับแต่งโทนเสียงเซ็ต EQ แล้วอัพเดตเฟิร์มแวร์ครบจบในตัวแล้ว ยังตัดเสียงรบกวนดีเกินราคาไปพอควรแถมฟังเพลงได้ตั้งแต่ 40~60 ชม. ขึ้นอยู่กับเจ้าของว่าเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนไหม ซึ่งนอกจากฟังเพลงระหว่างเดินทางไปกลับและนั่งทำงานในออฟฟิศดีแล้วยังตัดเสียงในเคบินเครื่องบินให้ได้พักผ่อนตอนเดินทางข้ามประเทศนานหลายชั่วโมง

จุดน่าเสียดายของ Soundcore Q20i อย่างแรกคือ ไม่รองรับ Codec LDAC เหมือนเฮดโฟนรุ่นอื่น แต่โดยสเปคแล้วมันก็มีค่า Frequency response สูงมาก ทำให้เก็บเรนจ์เสียงกว้างเหมาะกับเพลงหลายสไตล์ จุดควรระวังคือโครงหูฟังเป็นพลาสติกซึ่งอาจแตกหักได้เวลาใช้ไปสักระยะหนึ่งแต่แลกกับราคาหลักพันบาทต้นก็ถือว่าไม่แพงมากพอให้มองข้ามข้อสังเกตเหล่านี้ได้บ้าง ในภาพรวมก็ถือเป็นหูฟังคุณภาพดีราคาเป็นมิตร

ข้อดี

  1. ไดรเวอร์หูฟังบลูทูธมีขนาดใหญ่ ตอบสนองความถี่สูงให้ฟังเพลงได้สนุกและราคาไม่แพง
  2. แบตเตอรี่ในหูฟังใช้งานนานสุด 60 ชม. ถ้าเปิดระบบตัดเสียงรบกวนก็อยู่ถึง 40 ชม.
  3. มีแอพฯ Soundcore ให้ดาวน์โหลดไปตั้งค่าและอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้หูฟังได้
  4. รองรับฟีเจอร์ Multipoint connection ต่ออุปกรณ์ 2 เครื่อง สลับใช้งานสะดวก
  5. ติดปุ่มควบคุมมาให้บนตัวหูฟังและมีพอร์ต USB-C, 3.5 mm. Audio combo ให้ใช้งาน
  6. มีระบบ Hybrid Active Noise Cancelling ตัดเสียงรบกวนภายนอกดีมาก

ข้อสังเกต

  1. โครงหูฟังเป็นก้านพลาสติก ถ้าใช้งานไปสักระยะอาจเสื่อมสภาพแล้วหักเสียหาย
  2. รองรับ Codec เสียงแบบมาตรฐานเท่านั้น ไม่รองรับ LDAC Codec

2. CMF Headphone Pro (3,299 บาท)

หูฟังบลูทูธ
Drivers & Frequency responseDynamic Driver 40 mm.
20Hz~20kHz
Connectivity & Codec3.5 mm. Audio combo
USB-C
Bluetooth 5.4

LDAC
Hi-Res Audio
Battery lifeปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 100 ชม.
เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 50 ชม.
LDAC ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 70 ชม.
LDAC เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 38 ชม.

ชาร์จด้วย USB-C
รองรับการชาร์จเร็ว 5 นาที ใช้ได้ 4 ชม.
ApplicationNothing X app
Price3,299 บาท
ลิ้งค์สั่งซื้อ: Dotlife Shopee Mall

หูฟังบลูทูธอย่าง CMF Headphone Pro เป็นผลิตภัณฑ์ในเครือ Nothing ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร สำหรับแบรนด์ CMF จะเน้นราคาประหยัดให้ผู้ใช้ทั่วไปตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น แถมมีฟีเจอร์ครบเครื่อง มี Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้จับคู่มือถือและโน้ตบุ๊คไวขึ้น รองรับ LDAC ให้เล่นเพลงแบบไร้สายดีกว่า Codec พื้นฐานแถมฟังเพลงนานสุด 100 ชม. ถ้าเปิดระบบตัดเสียงรบกวนและ LDAC ก็ยังเล่นเพลงนานถึง 38 ชม. พอให้สวมหูฟังเพลงตั้งแต่บินจากประเทศไทยจนถึงอเมริกาแน่นอน ส่วนการตั้งค่าก็ใช้แอพฯ Nothing X เซ็ตตั้งค่ารวมถึงอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้หูฟังได้สะดวกมาก

ถึงมีฟีเจอร์และลูกเล่นเยอะ แต่หูฟัง CMF ตัวนี้กันน้ำและฝุ่นระดับ IPX2 แค่พอทนน้ำจากสเปรย์ฉีดเท่านั้น พอใส่ออกกำลังกายได้แต่ใช้เสร็จก็ควรเช็ดทำความสะอาดทันทีและควรเก็บไม่ให้เจอฝนหรือน้ำหกใส่ก็ช่วยยืดอายุหูฟังนี้ไปได้อีกนานแล้ว อีกอย่างคือหูฟังนี้ไม่มี Multipoint connection จึงต่อใช้งานครั้งละเครื่องเท่านั้น จัดว่าน่าเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ยังได้ฟีเจอร์อื่นๆ กลับมาหลายอย่างก็ยังพอคุ้มกันอยู่

ข้อดี

  1. โครงหลักของหูฟังบลูทูธเป็นพลาสติกเนื้อเหนียวพิเศษ ไม่หักเสียหายง่ายๆ
  2. แบตเตอรี่ในตัวใช้งานได้นานสุด 100 ชม. ต่อครั้งและรองรับการชาร์จเร็ว
  3. รองรับ LDAC Codec และ Hi-Res Audio ให้เสียงดีฟังเพลงเพราะ
  4. รองรับ Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้จับคู่มือถือและโน้ตบุ๊คเร็ว
  5. ดาวน์โหลดแอพฯ Nothing X มาควบคุมหูฟังและถ้าหาไม่เจอก็กดตามหาได้
  6. มีระบบ Hybrid Noise Cancelling ตัดเสียงรบกวนภายนอกดีมาก

ข้อสังเกต

  1. กันน้ำและฝุ่นระดับ IPX2 เท่านั้น แนะนำให้ใช้ในอาคารเป็นหลักไม่ควรโดนฝนหรือของเหลว
  2. ไม่มีฟีเจอร์ Multipoint connection เวลาต่อใช้งานจะอิงกับอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเท่านั้น

3. CREATIVE Zen Hybrid SXFI (3,760 บาท)

หูฟังบลูทูธ
Drivers & Frequency responseDynamic Driver 40 mm.
20Hz~20kHz
Connectivity & Codec3.5 mm. Audio combo
USB-C
Bluetooth 5.3

AAC
SBC
Battery lifeปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 70 ชม.
เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 40 ชม.

ชาร์จด้วย USB-C
ApplicationCreative app
SXFI app
Price3,760 บาท
ลิ้งค์สั่งซื้อ: Creative Shopee Mall

ชาวพีซีพอได้ยินชื่อแบรนด์ CREATIVE เมื่อไหร่ก็ต้องคิดถึงลำโพงเสียงดีราคาเป็นมิตร พอทำหูฟังบลูทูธอย่าง CREATIVE Zen Hybrid SXFI มาขายก็ยังคงมาตรฐานเรื่องเสียงดีเช่นเดิมด้วยแอพฯ SXFI แยกเฉพาะเพื่อปรับตั้งค่าโปรไฟล์เพื่อใช้ Spatial Holography จำลองเสียงจากหลายทิศทางได้แล้วก็ปรับในแอพฯ Creative เพื่อเซ็ตรูปแบบเสียงให้ถูกจริตผู้ใช้ขึ้น เสริมด้วยระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกทั้งแบบ Adaptive, Hybrid ให้ฟังเพลงเต็มอิ่มแล้วตัดเสียงในเคบินเครื่องบินตอนเดินทางข้ามประเทศดีมากตั้งแต่เริ่มออกบินจนแลนดิ้งปลายทาง หรือถ้าใช้งานตามปกติก็มีระบบ Multipoint connection สลับใช้งานระหว่างโน้ตบุ๊คและมือถือสะดวกมาก

กลับกันหูฟัง Zen Hybrid SXFI จะรองรับแต่ Codec พื้นฐานอย่าง SBC, AAC เท่านั้น ไม่รองรับ LDAC, LC3+ ทำให้รายละเอียดเสียงจะต่างกันอยู่บ้าง แถมไม่รองรับการชาร์จเร็วจึงควรต่อชาร์จตอนแบตเตอรี่เริ่มน้อยแล้วสัญญาณเสียงตอนฟังเพลงกับ Podcast ไม่ต่อเนื่อง ปกติแล้วก็ 2 สัปดาห์ต่อครั้งเท่านั้น ซึ่งถ้าทั้งสองประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็เก็บไว้พิจารณาตอนจะซื้อหูฟังบลูทูธใหม่ได้เลย

ข้อดี

  1. แบตเตอรี่มีความจุสูง ใช้งานต่อเนื่องนานสุด 70 ชม. ใช้ฟังเพลงจนจบการเดินทางข้ามประเทศ
  2. ดาวน์โหลดแอพฯ Creative, SXFI มาใช้ตั้งค่าอุปกรณ์กับโปรไฟล์เสียงเพลงให้เข้ากับรสนิยมขึ้น
  3. มีฟีเจอร์ Super X-Fi ไว้จำลองเสียงหลากหลายทิศทางให้ฟังเพลงเต็มอรรถรสขึ้น
  4. ใช้สั่งการ Siri และ Google Assistant ระหว่างสวมฟังเพลงอยู่โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมา
  5. ดีไซน์ให้พับก้านให้ไดรเวอร์หูฟังเก็บเข้ามาได้ ช่วยประหยัดพื้นที่กระเป๋าขึ้น
  6. มีฟีเจอร์ Multipoint connection ต่อมือถือกับโน้ตบุ๊คสลับใช้งานสะดวก
  7. มีระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC, Hybrid ANC ไม่ให้เสียงภายนอกรบกวนมาก

ข้อสังเกต

  1. รองรับเฉพาะ Codec เสียงพื้นฐานเท่านั้น ไม่รองรับ LDAC, LC3+ เหมือนรุ่นอื่น
  2. ไม่รองรับการชาร์จเร็ว ต้องปล่อยหูฟังเพื่อชาร์จเป็นเวลานานพอควร

4. Baseus With Sound by Bose Inspire XH1 (4,490 บาท)

หูฟังบลูทูธ
Drivers & Frequency responseDynamic Driver 35 mm.
20Hz~40kHz
Connectivity & Codec3.5 mm. Audio combo
USB-C
Bluetooth 6.1

LDAC
Dolby Audio
Hi-Res Audio
Battery lifeปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 100 ชม.

ชาร์จด้วย USB-C
ApplicationBaseus App
Price4,490 บาท
ลิ้งค์สั่งซื้อ: Baseus Shopee Mall

จุดเด่นของ Baseus With Sound by Bose Inspire XH1 อยู่ตรงไดรเวอร์เสียงได้ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงอย่าง Bose มาช่วยปรับแต่งให้มิติเสียงดีขึ้นเป็นพิเศษ​ มี Bass Boost ให้คนชอบเสียงเพลงมีแรงปะทะหนักกว่าเดิมเปิดใช้งานในแอพฯ Baseus ได้ แถมรองรับ LDAC Codec ร่วมกับ Dolby Audio ทำให้ยิ่งฟังเพลงดีขึ้น นานสุดถึง 100 ชม. ให้เพลินกับคอนเทนต์หรือเพลงโปรดได้ตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงปลายทางแน่นอนและตัดเสียงรบกวนด้วยระบบ Adaptive ANC ให้เสียงภายนอกไม่กวนใจเกินไป เสียดายว่า Baseus ไม่มีระบบ Google Fast Pair หรือ Microsoft Swift Pair มาให้ใช้ ไม่รองรับ Multipoint connection เน้นต่อใช้งานทีละเครื่อง จึงน่าเสียดายอยู่บ้าง แต่ถ้าเน้นต่อมือถือฟังเพลงเป็นหลักไม่ได้สลับอุปกรณ์ไปมาบ่อยก็เหมาะมาก ยิ่งใครชอบฟังเพลงเน้นเสียงเบสเป็นหลักยิ่งชอบใจ

ข้อดี

  1. ใช้การเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 6.1 ใหม่ ประหยัดพลังงานและทำงานดีขึ้น
  2. หูฟังผ่านการปรับแต่งร่วมกับ Bose ทำให้ฟังเพลงได้หลายแนว
  3. ตั้งค่าอัพเดตเฟิร์มแวร์, โปรไฟล์เสียงและอื่นๆ ในแอพฯ Baseus ได้โดยตรง
  4. รองรับ LDAC Codec, Dolby Audio ในตัว ช่วยให้ฟังเพลงและดูหนังดีขึ้น
  5. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 100 ชม. ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องนานมาก
  6. มีระบบ Adaptive ANC ตัดเสียงรบกวนดีขึ้น ฟังเพลงได้อรรถรสกว่าเดิม

ข้อสังเกต

  1. ไม่รองรับฟีเจอร์ Multipoint connection เน้นต่อใช้งานกับอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นหลัก
  2. ไม่มีฟีเจอร์จับคู่เร็วอย่าง Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้ใช้งาน

5. MARSHALL Major V (5,990 บาท)

หูฟังบลูทูธ
Drivers & Frequency responseDynamic Driver 40 mm.
20Hz~20kHz
Connectivity & Codec3.5 mm. Audio combo
USB-C
Bluetooth 5.3
Auracast

MPEG-2 AAC
LC3
Battery lifeใช้ได้นานสุด 100 ชม.

ชาร์จด้วย USB-C
Wireless charging
ApplicationMarshall Bluetooth app
Price5,990 บาท
ลิ้งค์สั่งซื้อ: Marshall Shopee Mall

ใครรักการฟังเพลงย่อมรู้ดีว่า MARSHALL โดยเฉพาะลำโพงมีคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์เสียงเฉพาะตัว ซึ่ง MARSHALL Major V เองก็ได้คาร์แรคเตอร์เสียงนั้นมาใช้ครบถ้วน รองรับ Codec เสียง LC3 เสริมด้วย Bluetooth Auracast ทำให้หูฟังบลูทูธนี้ฟังเพลงในโหมดไร้สายดีเป็นพิเศษ ฟังเพลงนานถึง 100 ชม. ให้อยู่กับเพลงโปรดได้จนเต็มอิ่ม เสริมลูกเล่นปุ่ม M-Button ให้กดเรียก Spotify ขึ้นมาฟังเพลงหรือเปลี่ยนเป็นคำสั่งอื่นในแอพฯ Marshall Bluetooth ก็ได้ ต่อชาร์จด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สายก็สะดวกทั้งคู่ โทนเสียงของหูฟัง Marshall จะเน้นเสียงเบสนำ เสียงนักร้องกับเครื่องดนตรีตามเสมอกันและมีสเตจเสียงกว้างระดับหนึ่ง จึงเหมาะกับเพลงยุคปัจจุบันทุกแนว

MARSHALL Major V ไม่มีระบบ Active Noise cancelling มาตัดเสียงรบกวนภายนอกตอนฟังเพลงจึงต้องพึ่งการตัดเสียงของฟองน้ำหูฟังเป็นหลัก จึงมีเสียงแทรกได้บ้างประปรายและไม่รองรับการชาร์จเร็วจึงใช้เวลาชาร์จนานกว่าหูฟังรุ่นอื่นอยู่บ้าง ซึ่งถ้าใครจะซื้อหูฟังบลูทูธตัวนี้มาใช้ก็ต้องทำใจยอมรับสักหน่อย แต่ถ้าใช้ในบ้านหรือออฟฟิศเป็นหลักก็ไม่ต้องซีเรียสทั้งสองเรื่องนี้นัก

ข้อดี

  1. ไดรเวอร์เสียงปรับแต่งเฉพาะให้โทนเสียงเป็นสไตล์ MARSHALL ได้เสียงดีเป็นพิเศษ
  2. Bluetooth รองรับ Auracast ให้ส่งสัญญาณเสียงดีขึ้นกว่าเดิม
  3. รองรับ LC3, MPEG-2 AAC Codec ให้คุณภาพเสียงเพลงคมชัดขึ้น
  4. ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 100 ชม. รองรับการชาร์จด้วยสาย USB-C และไร้สาย
  5. ตั้งค่าผ่านแอพฯ MARSHALL Bluetooth เซ็ตโทนเสียงให้ตรงใจกว่าเดิม
  6. ดีไซน์ก้านหูฟังแบบพับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่และลดโอกาสเกิดความเสียหาย
  7. มีปุ่ม M-Button มาให้ตั้งคีย์ลัดไว้เปลี่ยนคำสั่งใช้งานได้ง่ายขึ้น

ข้อสังเกต

  1. ไม่มีระบบ Active noise cancelling เน้นตัดเสียงรบกวนด้วยฟองน้ำหูฟัง
  2. ไม่รองรับการชาร์จเร็ว ถ้าแบตเตอรี่หมดแล้วต้องใช้เวลาชาร์จนานพอควร

6. Sony WH-1000XM6 (13,390 บาท)

หูฟังบลูทูธ
Drivers & Frequency responseDynamic Driver 30 mm.
20Hz~40kHz
Connectivity & Codec3.5 mm. Audio combo
USB-C
Bluetooth 5.3
NFC

LDAC
LC3
DSEE Extreme
Battery lifeปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 40 ชม.
เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 30 ชม.

ชาร์จด้วย USB-C
รองรับการชาร์จเร็ว 3 นาที ใช้ได้ 3 ชม.
ApplicationSony Sound Connect
Price13,390 บาท
ลิ้งค์สั่งซื้อ: RTB Flagshop Store Shopee Mall

Sony WH-1000XM6 ซึ่งรีวิวไปก่อนหน้านี้เป็นหูฟังบลูทูธที่น่าใช้มาก ทั้งคุณภาพเสียงดีรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงครบถ้วน ประกอบกับระบบ DSEE Extreme ทำให้คุณภาพเสียงไฟล์เพลงตอนฟังด้วยระบบไร้สายดีขึ้นมาก แถมตั้งค่าฟีเจอร์ในแอพฯ Sound Connect เซ็ต EQ ให้ตามรสนิยมได้ง่ายด้วยวิธีดั้งเดิมหรือใช้วิธีเปิดเพลงแล้วกดเลือกสไตล์เสียงที่ระบบสุ่มปรับมาให้เท่านั้น มี Multipoint Connection ให้จับคู่โน้ตบุ๊คและมือถือพร้อมกันแล้วสลับใช้งานได้ แถมเวลาต่อสาย AUX เข้าคอมแล้ว ระบบจะใช้ EQ ปรับแต่งพิเศษโดยทีม Sony INZONE ให้เหมาะกับการเล่นเกมทันที แม้ราคาจะสูงหลักหมื่นบาทแต่ฟีเจอร์ถือว่าครบเครื่องทั้งเพื่อความบันเทิงตอนเดินทางและเวลาเล่นเกม

อย่างไรก็ตาม WH-1000XM6 มีข้อสังเกตเด่นๆ อยู่ 2 อย่าง คือ ระบบตัดเสียงรบกวน Active noise cancelling ทำงานดีเกินตัวมากจนทำให้เจ้าของเวียนหัวเมื่อสวมเอาไว้เฉยๆ แล้วไม่เปิดเพลงฟัง ส่วนระบบ Speak-to-Chat ก็จับเสียงเจ้าของแล้วตัดเป็น Ambient sound ให้พูดคุยกับผู้อื่นบ่อยๆ แม้ว่าจะกำลังฮัมเพลงหรือเผลอพูดกับตัวเองอยู่ก็ตาม ส่วนตัวแนะนำให้ใช้โหมด Quick attention แทนจะสะดวกกว่า ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงขึ้นชื่อว่า Sony ก็การันตีคุณภาพได้แล้วและซื้อไปไม่ผิดหวังแน่นอน

ข้อดี

  1. ไดรเวอร์รองรับความถี่สูง ทำให้ฟังเพลงได้หลายแนวและรองรับ LDAC, LC3 Codec ครบถ้วน
  2. มี DSEE Extreme ช่วยเสริมรายละเอียดเสียงเพลงให้มีมิติขึ้น ฟังเพลงเพราะกว่าเดิม
  3. แอพฯ Sony Sound Connect มีฟังก์ชั่นให้ใช้งานมากมายทั้งอัพเดตเฟิร์มแวร์และปรับ EQ
  4. รองรับ Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้จับคู่กับพีซีและสมาร์ทโฟนได้เร็ว
  5. มีฟีเจอร์ Multipoint connection สลับเชื่อมต่อสองอุปกรณ์ได้สะดวก
  6. ฟีเจอร์ Quick attention เพียงแตะหูฟังก็คุยกับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง
  7. ใช้งานแบบเปิดตัดเสียงรบกวนนานสุด 30 ชม. และชาร์จเร็ว 3 นาที ใช้ได้ 3 ชม.
  8. ถ้าต่อสาย Audio jack จะมี Game EQ ปรับแต่งโดยทีม INZONE ให้เล่นเกมดีขึ้น

ข้อสังเกต

  1. ราคาค่อนข้างสูงหลักหมื่นบาท ทำให้ผู้ใช้บางคนตัดสินใจได้ค่อนข้างยาก
  2. ระบบตัดเสียงเวลาไม่ได้เปิดเพลงหรือคลิปฟังจะดูดเสียงมากจนอาจเวียนศีรษะ
  3. Speak-to-Chat สำหรับพูดคุยกับผู้อื่นระหว่างสวมหูฟังทำงานเร็วเกินไปแม้แต่เสียงฮัมเพลงก็ตาม

7. Bose Quietcomfort Ultra Headphones 2nd Gen (17,900 บาท)

หูฟังบลูทูธ
Drivers & Frequency responseDynamic Driver 40 mm.
20Hz~20kHz
Connectivity & Codec3.5 mm. Audio combo
USB-C
Bluetooth 5.4

AAC
SBC
Battery lifeปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 30 ชม.
ใช้ระบบ Immersive Audio ใช้ได้นานสุด 23 ชม.

ชาร์จด้วย USB-C
รองรับการชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้ได้ 3 ชม.
ApplicationBose app
Price17,900 บาท
ลิ้งค์สั่งซื้อ: Bose Shopee Mall

Bose Quietcomfort Ultra Headphones 2nd Gen ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเสียงดีน่าประทับใจ เสียงเบสหนักแน่นมีมิติแถมกลมกลืนกับเสียงเครื่องดนตรีกับนักร้องนำได้ดี ถูกใจคนรักเสียงเพลงมาก สามารถปรับ EQ ในแอพฯ พร้อมเซ็ตระบบ Bose CustomTune ให้เสียงเข้ากับสไตล์การฟังเพลงของแต่ละคนได้สะดวกรวดเร็ว เรื่องการตัดเสียงรบกวนก็เกลี่ยเสียงภายนอกไปหมดจดทั้งกดเรียกใช้เองหรือให้ระบบ ActiveSense ตรวจจับระดับเสียงแล้วเปิด Noise cancelling อัตโนมัติก็ได้ เทียบกับ Sony แล้วต่างก็ทำงานดีไม่แพ้กันและถูกหยิบยกมาแนะนำในบทความหรือบอกต่อกันเป็นระยะๆ โดยเฉพาะใครเดินทางไปต่างประเทศบ่อยแล้วอยากจะนอนให้เต็มอิ่มไม่มีเสียงของผู้โดยสารวัยเยาว์รบกวนก็เก็บไว้เป็นตัวเลือกได้ไม่ผิดหวังแถมมีให้เลือก 5 สี ให้เข้ากับลุคและรสนิยมส่วนตัวด้วย

เรื่องต้องใส่ใจกับหูฟัง Bose Quietcomfort Ultra ตัวนี้นอกจากราคาสูงร่วม 20,000 บาทแล้ว มันก็ไม่รองรับ LDAC, LC3 Codec เหมือนหูฟังบลูทูธรุ่นอื่น ทำให้คุณภาพเสียงของไฟล์เพลงตอนส่งมาแบบไร้สายอาจจะด้อยกว่าบ้าง แต่ถ้าใครชอบโทนและการตัดเสียงรบกวนของ Bose เป็นทุนเดิมก็คุ้มค่าตัวแน่นอน

ข้อดี

  1. Active noise cancelling ตัดเสียงดีมากและฟองน้ำ Plush comfort ช่วยให้สวมใส่สบาย
  2. ระบบ ActiveSense จะตัดเสียงรบกวนภายนอกโดยอัตโนมัติเมื่อเสียงแวดล้อมเริ่มดังเกินไป
  3. ตั้งค่า EQ และอัพเดตเฟิร์มแวร์ด้วยแอพฯ Bose ให้เล่นเพลงถูกรสนิยมเจ้าของยิ่งขึ้น
  4. มีฟีเจอร์ Bose CustomTune ปรับแต่งเสียงให้เข้ากับรูปแบบหูของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
  5. แบตเตอรี่ใช้งานนานสุด 30 ชม. มีระบบชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้งานได้ 3 ชม.
  6. มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ, ขาว, ม่วงมิดไนท์, สีดำตัดทอง และสีครีมตัดทอง

ข้อสังเกต

  1. รองรับ Codec พื้นฐานอย่าง AAC, SBC เท่านั้น ไม่รองรับ LDAC, LC3 และอื่นๆ
  2. ราคาร่วม 18,000 บาท ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับหูฟังบลูทูธรุ่นอื่น

สรุปสเปค 7 หูฟังบลูทูธตัวเด็ด ตัดเสียงดีฟังเพลงเพลิน!


หูฟังบลูทูธ

สุดท้ายแล้วเวลาจะซื้อหูฟังใหม่สักตัว ไม่ว่ายังไงก็ขอแนะนำให้ไปทดลองฟังเสียงของหูฟังตัวนั้นจริงๆ สักครั้งก่อน ลองเปิดเพลงที่เรารักพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนสักนิดแล้วฟังดูว่าโทนเสียงจากตัวหูฟังนั้นเป็นอย่างไร ถ้าต้องฟังเพลงโปรดในโทนเสียงนี้ไปอย่างน้อย 2-3 ปีแล้วจะชอบหรือเปล่า? ซึ่งความหูและความรู้สึกไปในทางเดียวกันว่า “ใช่” มั่นใจว่ามันจะไม่ผิดหวังแน่นอน ส่วนฟีเจอร์เสริม, สเปคร้อยแปดก็เป็นประเด็นรองลงมา ซึ่งถ้าเสียงกับฟีเจอร์ใช้งานต่างถูกต้องถูกใจไปหมดก็ค่อยตัดสินใจซื้อก็ไม่สาย ไม่เสียเงินฟรีและได้ของถูกใจกลับบ้านไปใช้ในที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Special Story

เดือนกันยายนของทุกปีหลังจากงานเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว ก็จะมีภาพผู้คนไปเข้าคิวเต็มหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายเพื่อจองหรือซื้อ iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง iPhone 18 Pro series ด้วย แต่ปีนี้นอกจากไปจองสินค้าหน้าร้านตามปกติแล้วก็ทำผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าได้ จึงไม่ต้องไปเข้าคิวให้เสียเวลาหลายชั่วโมงแล้ว และเมื่อถึงคิวสั่งจอง iPhone Duo ก็คาดว่าจะใช้วิธีเดียวกันนี้อย่างแน่นอนเพื่อให้สั่งจองได้สะดวกและลดความแออัดหน้าร้านไปได้มาก อย่างไรก็ตามถ้ามีเงินพร้อมใช้จ่ายไม่ขาดมือแล้ว การเปลี่ยน iPhone ทุกปีตามเทรนด์เพื่อให้ได้สัมผัสเทคโนโลยีใหม่เสมอก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ไม่คุ้มค่านักเพราะมือถือช่วงหลายปีนี้ไม่ได้ยกเครื่องเปลี่ยนฟีเจอร์ใหม่มากจนรู้สึกถึงข้อแตกต่างได้ชัดเจน ดังนั้นการใช้ iPhone ไปราว...

Buyer's Guide

เมื่อรู้โปรโมชั่นและรู้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่นี้แล้ว อุปกรณ์สำคัญชิ้นแรกก็ไม่พ้นเคสไอโฟน 18 ดีๆ สักชิ้นไว้ป้องกันตอนเผลอทำตกหรือกวาดไปกระทบโดนอะไรจนเกิดริ้วรอยหรือเสียหายจนพลอยเสียอารมณ์เอาได้ ยิ่งถ้าใครใช้ iPhone แบบสมบุกสมบันก็ควรลงทุนกับอุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นแบบเคสใสทำจากพลาสติก TPU ไปจนรุ่นเสริมกันกระแทกหนาเป็นพิเศษก็ตามจะได้อุ่นใจขึ้นแม้สักหน่อยก็ดี ข้อดีของ iPhone 18 Pro series คือมิติตัวเครื่องเหมือนกับ iPhone 17 Pro series จนเอาเคสมาใช้ร่วมกันได้ทันที...

PR-News

(กรุงเทพฯ / 17 ก.ย. 2569) – บริษัทโซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดหูฟังไร้สาย พร้อมขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ด้วยการเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด WH-CH730N และ WH-CH530 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟังเพลง การทำงาน การเรียนออนไลน์ การเดินทาง และการรับชมคอนเทนต์ โดยโซนี่เข้าใจถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกและการแสดงออกในแบบของตนเอง และมองว่าหูฟังในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแก็ดเจ็ตที่สะท้อนแฟชั่น สไตล์ และคาแรกเตอร์ของผู้ใช้งานได้อีกด้วย จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีสดใสที่สะท้อนความสนุกสนาน โทนสีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีคลาสสิก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์และตัวตนได้อย่างลงตัว โดย WH-CH730N มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ดีไซน์น้ำหนักเบาและพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพกพาและใช้งาน พร้อมมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ WH-CH530 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา มีสีสันให้เลือกหลากหลาย และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนาน พร้อมมอบประสบการณ์เสียงไร้สายที่สะดวกและใช้งานง่ายในแบบฉบับของโซนี่ Advertisement WH-CH730N หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ หูฟังไร้สาย WH-CH730N มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพดีควบคู่กับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Dual Noise Sensor เพื่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับเสียงเพลงหรือคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอารมณ์ยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์แบบครอบหูที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายตลอดวัน มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีออฟไวท์ (Off-white), สีชมพู (Pink), สีน้ำเงิน (Blue), สีดำ(Black) และสีเบจ (Beige) ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางเป็นประจำ คนทำงานแบบไฮบริด นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน พร้อมปรับโฉมใหม่ให้มีน้ำหนักเบาและสามารถพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งระหว่างการใช้งานและการพกพา นอกจากนี้ยังได้รับการยกระดับคุณภาพการสนทนา เพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมระบบชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 4.5 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการปรับแต่งเสียงได้อย่างเต็มรูปแบบตามความชื่นชอบของผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Sound Connect เพื่อให้เหมาะกับแนวเพลงและสไตล์การฟังของแต่ละคน ด้านการสนทนา WH-CH730N ช่วยให้เสียงพูดมีความคมชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ผสานการทำงานของไมโครโฟนแบบ Beamforming การจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนอย่างเหมาะสม และระบบลดเสียงรบกวนที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย LE Audio เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่น รองรับ Multipoint Connection สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง รวมถึง Fast Pair และ Swift Pair ช่วยให้การจับคู่และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โซนี่ชวน Gen Z เปิดประสบการณ์หูฟังโซนี่ตัวแรก...

Buyer's Guide

เมื่อหลายคนได้ทราบจุดเด่นของ iPhone 18 Pro ใหม่ว่า Apple ปรับแต่งสมาร์ทโฟนใหม่นี้ให้ดีขึ้นอย่างไรแล้ว แทบทุกคนก็หันไปสนใจโปรโมชั่น iPhone 18 ต่อทันที ว่าตัวแทนทั้งร้านค้าที่ได้รับสิทธิ์จัดจำหน่ายจาก Apple Thailand และเครือข่ายมือถือจะมีโปรโมชั่นอะไรมาให้ลูกค้าตัดสินใจได้บ้าง สามารถซื้อเครื่องผูกโปรฯ รายเดือนหรือเปิดเบอร์ใหม่แล้วได้ส่วนลดมากกว่าซื้อเครื่องเปล่าอย่างเดียวกี่บาท รวมถึงโปรโมชั่นบัตรเครดิตทั้งแบบผ่อนยาวนานเกิน 10 เดือน ฯลฯ ให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจซื้อ iPhone 18...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก