
อุปกรณ์สำคัญอีกชิ้นบนโต๊ะคอมอย่างไมโครโฟนสำหรับสตรีมเมอร์และครีเอเตอร์เป็นของจำเป็นควรลงทุนเพื่อให้คุณภาพเสียงเวลาทำคอนเทนต์คมชัดยิ่งขึ้น ถึงบางคนจะแย้งว่าไมค์ของหูฟังเกมมิ่งก็ใช้ได้ แต่คุณภาพยังไงก็ต่างกันโดยเฉพาะภาครับเสียงขนาดใหญ่เก็บรายละเอียดได้ดีแถมปรับจูนเสียงได้ดีขึ้นทั้งด้วยตัวฮาร์ดแวร์หรือซอฟท์แวร์เสริมก็ตาม แถมบางรุ่นก็มีฟีเจอร์เพิ่มเติมเข้ามาให้อย่างการดัดเสียงด้วย AI และเซ็ตโทนเสียงให้เหมาะกับงานแบบต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเล่นเกม, พากย์เสียง, ร้องเพลง ฯลฯ ก็ได้ ซึ่งเรื่องควรทราบเกี่ยวกับไมค์ตั้งโต๊ะมีทั้งเรื่องแพตเทิร์นรับเสียง, การตอบสนองความถี่, การเชื่อมต่อ ฯลฯ ให้พิจารณาเพิ่มด้วย ถ้าใครต้องการทราบข้อมูลโดยละเอียดสามารถอ่านเพิ่มเติมในบทความนี้ได้เลย
เลือกไมโครโฟนอย่างไรให้ได้ของดีเสียงใส?
- ไมค์พีซีจะทำงานแบบ Plug & Play ต่อสาย AUX หรือ USB เข้าคอมก็ใช้ได้ทันที และบางรุ่นจะมีซอฟท์แวร์ให้ดาวน์โหลดไปตั้งค่าไมค์และใช้ฟีเจอร์เพิ่มเติมได้
- ไมโครโฟนทั่วไปจะเป็นภาครับเสียง (Polar pattern) จากด้านหน้าไมค์แบบ Cardioid เป็นหลัก ส่วนรุ่นราคาสูงอื่นๆ จะปรับรูปแบบการรับเสียงเป็น Omnidirectional, Supercardioid, Figure-of-eight ฯลฯ ได้
- ไมค์รุ่นใหม่จะมีปุ่มกรองเสียงรบกวนให้เสียงผู้พูดชัดเจนยิ่งขึ้นและมีปุ่ม Mute ปิดเสียงไมค์ได้ด้วย
- อุปกรณ์เสริมสำหรับไมโครโฟนจะมี Shock mount เป็นฐานจับไมค์ลดการสั่นสะเทือนเวลาใช้งานและ Pop Filter เป็นตาข่ายหน้าไมค์ไว้กันเสียงลมจากปากผู้พูดเข้าไมค์และ Mic Arm ไว้ยึดไมค์เข้ากับขอบโต๊ะคอมให้เลื่อนไมค์เข้าใกล้ปากและดันออกเมื่อไม่ใช้งานได้
7 ไมโครโฟนน่าใช้ ต่อคอมคุยกับเพื่อนแล้วเสียงชัด ร้องเพลงก็ได้อัด Podcast ก็ดี
- ONIKUMA M830 (495 บาท)
- BOYA CastMic G30 (1,190 บาท)
- HyperX Solocast 2 (2,038 บาท)
- Maono PD100W (2,350 บาท)
- FIFINE AmpliGame AM8 (2,750 บาท)
- HyperX DuoCast (3,300 บาท)
- AKG LYRA (5,390 บาท)

1. ONIKUMA M830 (495 บาท)

| Frequency Response | 50 Hz ~ 20 kHz |
| Polar Pattern | Cardioid |
| Connectivity | 3.5 mm. TRS USB-C USB RF 2.4 GHz ใช้งานได้นานสุด 48 ชม. |
| Software & Compatibility | Windows macOS Android Linux |
| ราคา | 495 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: ONIKUMA Shopee Mall |
ไมโครโฟนราคาประหยัดสำหรับคนอยากเปลี่ยนจากไมค์หูฟังมาเป็นไมค์ตั้งโต๊ะให้เสียงดีขึ้นให้เสียงพูดคุยชัดเจนกว่าเดิมแต่ไม่แพงเกินไปก็เริ่มต้นกับ ONIKUMA M830 ก่อนได้แถมใช้งานสะดวกเพียงต่อ USB-C เข้าคอมหรือไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz เข้ากับพีซีหรือสมาร์ทโฟนก็ใช้ได้ทันที โดยตัวมันจะรับเสียงด้านหน้าแบบ Cardioid ให้เสียงคมชัดและกดปิดไมค์ด้วยปุ่ม Mute ในจังหวะต่างๆ ได้ตามสะดวก แต่กลับกันไมค์ตัวนี้เน้นต่อคอมใช้งานได้เลยจึงไม่มีซอฟท์แวร์เฉพาะตัวให้ปรับแต่งเพิ่มเติมแถมต่อเข้า Soundcard ก็ไ่ม่ได้จึงไม่เหมาะกับคนชอบต่อยอดติดอุปกรณ์เพิ่มเท่าไหร่ แต่ถ้าเน้นเอาสะดวกต่อใช้งานได้เลยก็เริ่มกับตัวนี้ก่อนได้เช่นกัน
ข้อดี
- ราคาถูกเพียง 449 บาทเท่านั้น สามารถซื้อมาต่อคอมให้เสียงพูดคมชัดยิ่งขึ้นได้
- เชื่อมต่อด้วยสาย USB หรือไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz ก็ได้ ใช้ไร้สายได้นาน 48 ชม.
- มีปุ่ม Mute ติดมาให้กดปิดเสียงไมค์เวลาไม่ต้องการใช้งานได้สะดวก
- เชื่อมต่อใช้งานได้หลากหลายระบบปฏิบัติการทั้ง Windows, macOS หรือสมาร์ทโฟนก็ได้
ข้อสังเกต
- ใช้งานร่วมกับ Soundcard ต่อแยกไม่ได้ ให้ต่อเข้ากับคอมโดยตรงเท่านั้น
- ไม่มีซอฟท์แวร์ปรับตั้งค่าโดยเฉพาะ ใช้วิธีกดตั้งค่าบนไมค์หรือเซ็ตด้วยระบบปฏิบัติการแทน
2. BOYA CastMic G30 (1,190 บาท)

| Frequency Response | 50 Hz ~ 20 kHz |
| Polar Pattern | Super Cardioid |
| Connectivity | 3.5 mm. TRS USB-C to USB-A |
| Software & Compatibility | Windows macOS Smartphone PlayStation 5 |
| ราคา | 1,190 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: BOYA Shopee Mall |
BOYA CastMic G30 เป็นไมโครโฟนตั้งโต๊ะจากบริษัทผู้ผลิตไมค์ต่อสมาร์ทโฟนหรือกล้องราคาเป็นมิตรแต่คุณภาพดีเจ้าหนึ่ง ตัวไมค์เป็นแบบต่อสาย USB-C to USB-A เข้าพีซี, โน้ตบุ๊ค, มือถือหรือแม้แต่เครื่อง PlayStation 5 ก็ใช้งานได้ทันที แถมติดอุปกรณ์เสริมอย่าง Shock mount เพื่อกันเสียงแทรกจากการสั่นสะเทือนและ Pop filter กรองเสียงลมจากผู้ใช้ออกไปได้ บนตัวมันมีลูกบิดปรับ Volume Gain เสียงของผู้พูดติดมาให้ด้านหน้า บนหัวไมค์มีปุ่ม Mute ตัดเสียงไมค์และเสียงรบกวนให้แตะใช้งานได้ง่าย เวลาประกอบเข้ากับ Mic Arm ก็ถอดส่วน Shock mount ไปขันน็อตล็อคเข้าหากันได้ทันที
จุดเด่นอีกอย่างของไมค์ BOYA ตัวนี้เป็นระบบ Polar Pattern แบบ Super Cardioid จับเสียงด้านหน้าคมชัดและกว้างเป็นพิเศษแล้วกั้นเสียงจากมุมด้านข้างออกไปจนหมด ประกอบกับตัว Pop filter แล้ว ก็เป็นไมค์อัดเสียงพากย์กับร้องเพลงได้ดีแล้วราคาไม่แพงเกินไป แต่ข้อจำกัดของมันคือต้องต่อสาย USB เท่านั้นถึงจะใช้งานได้และไม่มีโปรแกรมตั้งค่าให้โหลดเพิ่ม ถ้าใครเน้นใช้งานไมค์ตามประสิทธิภาพของมันแล้วไม่ได้ปรับแต่งอะไรเพิ่มเยอะก็จัดว่าน่าใช้แถมราคาไม่แพงอีกด้วย
ข้อดี
- ได้อุปกรณ์เสริมอย่าง Pop filter และ Shock mount ติดมาให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
- Polar pattern แบบ Super Cardioid ทำให้เสียงผู้พูดชัดเจนเป็นพิเศษ
- ใช้งานได้หลากหลายระบบปฏิบัติการ รวมถึงเครื่อง PlayStation 5 อีกด้วย
- มีปุ่ม Mute และปุ่มตัดเสียงรบกวนติดมาให้เหนือไมค์ เพียงแตะก็ทำงานทันที
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C to USB-A เท่านั้น เชื่อมต่อแบบไร้สายไม่ได้
- ไม่มีซอฟท์แวร์ปรับตั้งค่าไมค์ให้โหลดเพิ่มเติม ใช้การตั้งค่าของระบบปฏิบัติการเป็นหลัก
3. HyperX Solocast 2 (2,038 บาท)

| Frequency Response | 50 Hz ~ 20 kHz |
| Polar Pattern | Cardioid |
| Connectivity | USB-C to USB-A |
| Software & Compatibility | HyperX NGENUITY Windows Linux macOS |
| ราคา | 2,038 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HP Gaming Store Shopee Mall |
ถึงดีไซน์ของ HyperX Solocast 2 จะดูเรียบง่ายไม่มีไฟ RGB หรืออุปกรณ์เสริมติดมาให้เหมือนรุ่นอื่นก็จริง แต่ในรายละเอียดแล้วไมค์ตัวนี้ติด Pop filter เป็นโฟมเสริมในกรอบไมค์และยึดตัวภาครับเสียงด้วยวิธีแบบ Shock mount ในตัวแล้ว เจ้าของแค่ติดตั้ง HyperX NGENUITY แล้วเซ็ตค่า Gain, High-pass, Low-pass ฯลฯ ได้ทันที ส่วนหัวไมค์จะมีปุ่ม Mute ไว้แตะปิดการรับเสียงได้และฐานก็ออกแบบมาให้ตั้งไมค์กับโต๊ะใช้งานได้เลยและยังเอนหน้าไมค์ขึ้นหาเจ้าของได้ แถมขันน็อตล็อคเข้ากับ Mic Arm เพื่อจัดโต๊ะคอมได้เรียบร้อยสวยงามด้วย นับว่าเก็บรายละเอียดได้ดีสวยงามจนแทบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมเลยยกเว้นแขนจับไมค์เท่านั้น
กลับกันไมค์ Solocast 2 ไม่มีลูกบิดปรับ Gain / Echo รวมถึงพอร์ต AUX ติดมาและเน้นให้ใช้งานร่วมกับซอฟท์แวร์ NGENUITY เท่านั้นและเน้นใช้งานกับแพลตฟอร์ม PC เป็นหลัก ถ้าเอาไปต่อกับเครื่องเกมคอนโซลหรือสมาร์ทโฟนอาจจะไม่ทำงานก็ได้ แต่ถ้าใครอยากได้ไมค์เล่นเกม, อัดเสียงพากย์, ทำ Podcast ฯลฯ ก็ถือเป็นไมโครโฟนน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งซึ่งราคาสมเหตุผลทีเดียว
ข้อดี
- ใช้งานได้ง่ายแบบ Plug & Play เพียงต่อสาย USB เข้าคอมก็ใช้งานได้ทันที
- ตั้งค่าปรับแต่งเสียงและระบบต่างๆ ได้ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY
- มีปุ่ม Mute ให้แตะปิดการจับเสียงได้บนหัวไมค์ เมื่อแตะแล้วไฟ LED สีแดงจะดับลง
- ดีไซน์ใส่โฟมในกรอบไมค์เป็น Pop filter และล็อคภาครับเสียงแบบ Shock mount ไว้ภายใน
- ดีไซน์ให้ฐานวางมีน็อตตัวเมียติด Mic Arm รวมเป็นชิ้นเดียวกันจึงเซ็ตใช้งานได้ง่าย
ข้อสังเกต
- ใช้งานกับแพลตฟอร์มพีซีเป็นหลัก ไม่รองรับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเหมือนไมค์รุ่นอื่น
- ไม่มีปุ่มปรับ Gain หรือ Echo เสียงติดมาด้านหน้าไมค์ ต้องเซ็ตในซอฟท์แวร์เท่านั้น
4. Maono PD100W (2,350 บาท)

| Frequency Response | 50 Hz ~ 16 kHz |
| Polar Pattern | Cardioid |
| Connectivity | 3.5 mm. TRS USB-C to USB-A USB RF 2.4 GHz ใช้งานได้นานสุด 40 ชม. |
| Software & Compatibility | Maono Link Windows macOS Android iOS |
| ราคา | 2,350 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Maono Shopee Mall |
Maono PD100W เป็นไมโครโฟนซึ่งคุณภาพเกินราคาทั้งเรื่องคุณภาพเสียงดีฟังชัดเจนมากและต่อใช้งานได้ด้วยสาย USB-C to USB-A และ USB RF 2.4 GHz ในเวลาเดียวกันทั้งคอมและมือถือแล้วเอาเสียงมาใช้งานได้ ถ้าไม่ติดใจเรื่องภาครับเสียงซึ่งอยู่ส่วนโค้งบนจุดเดียวจนบังคับทิศทางให้ไมค์หันเข้าหาเจ้าของเพียงอย่างเดียวล่ะก็ องค์ประกอบของไมค์นี้ก็ดีมากทั้งมีปุ่มและลูกบิดติดมาบนตัวครบถ้วนพร้อมใช้, ตั้งค่าต่างๆ ในแอพฯ Maono Link เพื่อเซ็ตเสียงได้ตามชอบ แถมเสริมโฟมซับเสียงที่ตัวภาครับเสียงแล้วยังกด AI Noise reduction ตัดเสียงรบกวนทิ้งได้อีกชั้น เหมาะกับสตรีมเมอร์ทั้งเล่นเกมและร้องเพลงอยากได้ไมค์ดีๆ ไว้ติดโต๊ะสักตัวแล้วเผื่อใช้กับมือถือได้ด้วยก็น่าพิจารณาเอาไว้ใช้งานมาก ยิ่งถ้าติด Mic Arm อีกตัวก็ช่วยให้จัดตำแหน่งได้ง่ายขึ้นทั้งดึงมาใช้งานและดันเก็บเวลาไม่ต้องการได้ ถ้าใครทำคอนเทนต์คลิปเล่าเรื่อง, เล่นเกมหรือ Podcast เป็นประจำแล้วอยากได้ไมค์คุณภาพดีเกินตัวสักอันไว้ใช้ก็ลงทุนซื้อมันไปใช้ได้เลย
ข้อดี
- เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C to USB-A หรือไร้สายด้วย USB RF 2.4 GHz ก็ได้
- ต่อใช้งานทั้งสมาร์ทโฟนและโน้ตบุ๊คอัดเสียงไปพร้อมกันได้สะดวกมาก
- ใช้ได้หลากหลายแพลตฟอร์มทั้ง PC และโมบายล์ด้วยแอพฯ Maono Link
- แอพฯ Maono Link สามารถปรับเอฟเฟคเสียงและเซ็ตอัพเพิ่มได้หลากหลายอย่าง
- ติดลูกบิดปรับ Gain, Mute รวมถึงปุ่มปรับเอฟเฟคไฟ RGB ติดมาให้กดใช้ได้ง่าย
- มีปุ่ม AI Noise reduction ตัดเสียงรบกวนภายนอกทิ้งได้
- เสริมฟิลเตอร์กันเสียงต่างๆ มาให้ในตัวไมค์ถึง 5 ชั้น ทำให้เสียงพูดคมชัดขึ้น
ข้อสังเกต
- จุดรับเสียงของ PD100W อยู่ตรงส่วนโค้งข้างบนเท่านั้น ด้านอื่นจะรับเสียงได้ไม่ดีเท่า
5. FIFINE AmpliGame AM8 (2,750 บาท)

| Frequency Response | 50 Hz ~ 16 kHz |
| Polar Pattern | Cardioid |
| Connectivity | 3.5 mm. TRS USB-C to USB-A XLR Cable |
| Software & Compatibility | Windows macOS |
| ราคา | 2,750 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Gadgetplay Shopee Preferred |
FIFINE AmpliGame AM8 ตัวนี้มีจุดพิเศษกว่าไมโครโฟนรุ่นอื่นตรงสายเชื่อมต่อซึ่งมี USB-C ไว้ให้ต่อใช้งานเอาสะดวกก็ได้ หรือถ้าจะพากย์เสียง, อัด Podcast, ร้องเพลงให้ได้คุณภาพสูงขึ้นก็มีช่องให้ต่อสาย XLR เข้า Audio Mixer ให้ได้คุณภาพเสียงดีกว่าใช้กับ Soundcard บนเมนบอร์ดประมวลผลเพียงอย่างเดียว ส่วนฟีเจอร์พื้นฐานอย่างปุ่ม Mute ด้านหลังไมค์และปุ่มปรับไฟ RGB ก็มีติดมาให้ใช้รวมถึงลูกบิดปรับ Gain รับเสียงและ Volume ปรับความดังเสียงของหูฟังที่ต่อกับไมค์ก็มีให้หมุนใช้งานได้ ดังนั้นไมค์ตัวนี้จึงเหมาะกับคนทำงานเน้นคุณภาพเสียงพูดเป็นพิเศษหรือคนชอบอัพเกรดอุปกรณ์คอมให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งถ้าจะต่อยอดระบบเสียงก็แนะนำให้ซื้อไมค์ตัวนี้ไปต่อคอมด้วย USB-C ก่อนได้แล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้สาย XLR ตอนได้ Audio mixer มาเพิ่มในอนาคตก็จัดว่าน่าสนใจและไม่ต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อนหลายต่อด้วย
ข้อดี
- ติดลูกบิดปรับ Gain และเสียงของหูฟังมาให้หมุนปรับใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว
- เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C to USB-A และสาย AUX ใช้งานได้ง่าย
- รองรับสาย XLR ไว้ต่อกับ Mixer ให้คุณภาพเสียงดีขึ้นเป็นพิเศษ
- ติดตั้งฟิลเตอร์กันลมและเสียงรบกวนมาให้ 5 ชั้นพร้อมชิป DSP ในตัว
- มีปุ่ม Mute ไว้กดปิดเสียงเวลาไม่ต้องการใช้งานได้สะดวกขึ้น
ข้อสังเกต
- ไม่มีซอฟท์แวร์ปรับตั้งค่าให้ใช้งาน จึงต้องปรับในระบบปฏิบัติการหรือ Mixer แทน
6. HyperX DuoCast (3,300 บาท)

| Frequency Response | 20 Hz ~ 20 kHz |
| Polar Pattern | Cardioid Omnidirectional |
| Connectivity | 3.5 mm. TRS USB-C to USB-A |
| Software & Compatibility | HyperX NGENUITY Windows macOS PlayStation 4 / 5 |
| ราคา | 3,300 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HyperX Shopee Mall |
HyperX DuoCast ถ้าเทียบกับ Solocast 2 ซึ่งออกแบบมาให้เจ้าของใช้งานคนเดียวเป็นหลัก รุ่นนี้จะเพิ่มรูปแบบการรับเสียงแบบ Omnidirectional เข้ามาอีกแบบให้ใช้เวลาจะอัดเสียงคู่กับใครก็เซ็ตให้ไมค์วางไว้ตรงกลางโต๊ะระหว่างทั้งสองคนแล้วพูดได้ทันที ส่วนการปรับตั้งค่าแทบทั้งหมดจะอิงกับโปรแกรม HyperX NGENUITY เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีลูกบิดปรับ Gain เสียงไมค์ติดมาให้, ปุ่ม Mute บนหัวไมค์กับช่องต่อหูฟังเพื่อมอนิเตอร์เสียงให้ครบถ้วน จุดน่าสนใจของ DuoCast คือตัวฐานจับแคปซูลไมค์เป็นวงแหวน Shock mount ไว้ลดเสียงจากการสั่นสะเทือนไม่ให้กวนภาครับเสียงอีกด้วย แถมยังถอดก้านต่อฐานวางไมค์ไปยึดกับ Mic Arm ให้ปรับตำแหน่งวางไมค์ได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย ถ้าใครเป็นสตรีมเมอร์หรือกำลังอยากทำ Podcast กับเพื่อนก็แนะนำให้เลือกรุ่นนี้ไปใช้จะเหมาะมาก
ข้อดี
- เลือกใช้รูปแบบการรับเสียง (Polar pattern) ได้ 2 แบบ ทั้งพูดคนเดียวหรือมีคู่สนทนาก็ได้
- มีปุ่ม Mute ไว้กดปิดการจับเสียงของไมโครโฟนได้เมื่อต้องการ
- ปรับตั้งค่าไมค์และฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ในโปรแกรม HyperX NGENUITY
- ติดลูกบิดปรับ Gain ของไมค์มาให้หมุนใช้งานได้ตามสะดวก
- ติด Shock mount มาให้ลดเสียงจากการสั่นสะเทือนได้
ข้อสังเกต
- การปรับตั้งค่าไมค์ส่วนใหญ่เน้นพึ่งพาโปรแกรม HyperX NGENUITY เป็นหลัก
- ไม่มีปุ่มกดเปลี่ยน Polar Pattern ติดมาให้บนตัวไมค์
7. AKG LYRA (5,390 บาท)

| Frequency Response | 20 Hz ~ 20 kHz |
| Polar Pattern | Cardioid Omnidirectional Tight Stereo Wide Stereo |
| Connectivity | 3.5 mm. TRS USB-C to USB-A |
| Software & Compatibility | Windows macOS Android iOS |
| ราคา | 5,390 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: ProPlugin Shopee Mall |
ถ้างบประมาณพร้อมแล้วอยากลงทุนกับไมโครโฟนคุณภาพดีราคาสมเหตุผล ก็มี AKG LYRA ไมค์จากบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงมายาวนานให้ซื้อ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนเห็นดีไซน์ก็น่าจะถูกใจแล้วและลูกเล่นประจำตัวของมันก็มีให้ใช้เพียบ ไม่ว่าจะกระบอกแคปซูลรับเสียงคุณภาพสูงพิเศษเพื่อใช้ทำงานโดยเฉพาะและยังต่อหูฟังเพื่อมอนิเตอร์เสียงผ่านทางช่อง AUX ได้และปรับ Gain เสียงตรงลูกบิดบนตัวมันได้โดยตรง แถมเปลี่ยน Polar pattern ได้ 4 แบบ ได้แก่ Cardioid เน้นเสียงตรงหน้า, Omnidirectional รับเสียงสองทิศทางหน้าหลัง, Tight Stereo จับเสียงด้านหน้าไมค์มุมกว้างเพื่อบันทึกเสียงเพลงและเครื่องดนตรี หรือ Wide Stereo ไว้จับเสียงรอบทิศทางได้อย่างชัดเจน เวลาใช้งานก็แค่ต่อสาย USB-C เข้าพีซี, แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเพื่อบันทึกเสียงได้เลย ดังนั้นไมค์นี้จึงเหมาะกับงานทุกประเภทตั้งแต่พากย์เสียง, ร้องเพลง, อัดเสียงไว้ใช้หรือแบบเรียบง่ายที่สุดก็ต่อคอมแล้วสตรีมเล่นเกมก็ได้หมด แต่เพราะไม่มีซอฟท์แวร์ให้ติดตั้งเพิ่มเติมจึงไม่มีลูกเล่นพิเศษเสริมมาให้ใช้นัก แต่เรื่องคุณภาพเสียงและฟีเจอร์ตั้งต้นของไมค์นี้ก็ถือว่าเยอะเหลือเฟือพอให้ใช้งานได้แทบทุกแบบจนนับเป็นตัวจบของผู้ใช้ทั่วไปเลยก็คงได้
ข้อดี
- ภาครับเสียงแบบแคปซูล 4 ตัว มีคุณภาพสูง ใช้อัดเสียงพากย์หรือร้องเพลงได้เยี่ยม
- ปรับ Polar pattern ได้ 4 แบบ และมีไฟแสดงสถานะติดมาด้านหน้าไมค์ให้มองเห็นง่าย
- มีลูกบิดปรับ Polar Pattern ติดมาด้านหน้าและปรับ Gain ด้านหลังไมค์
- เชื่อมต่อได้สะดวกด้วยสาย USB-C to USB-A แล้วใช้งานได้ทันที
- มีปุ่ม Mute ติดมาให้กดปิดเสียงไมค์เวลาไม่ต้องการใช้งาน
ข้อสังเกต
- ไม่มีซอฟท์แวร์ให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติม ใช้ระบบไดรเวอร์ในไมค์เป็นหลัก
สรุปสเปค 7 ไมโครโฟนน่าใช้ ลูกเล่นเยอะ ต่อคอมใช้งานได้เลย!


ถ้าใครใส่ใจเรื่องคุณภาพเสียงพูดของตัวเองหรือจะเริ่มใช้เสียงทำงานจริงจังก็ควรซื้อไมโครโฟนดีๆ มาต่อเพิ่มเพื่อให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น แถมตอนนี้ไมค์คอมแทบทุกรุ่นก็เปลี่ยนมาใช้วิธีต่อสาย USB แทนสาย AUX แล้ว ทำให้สัญญาณเสียงคมชัดดีขึ้นมากและพอใช้ระบบ Plug & Play ก็ใช้ไดรเวอร์ของระบบปฏิบัติการเป็นพื้นฐานแล้วเสริมด้วยโปรแกรมของผู้ผลิตไมค์แต่ละเจ้าเพื่อให้ใช้ฟีเจอร์อื่นๆ ได้มากขึ้นอีก ดังนั้นถ้าใครคิดว่าไมค์ติดหูฟังไม่พอใช้แล้วก็เริ่มกับรุ่นราคาหลักร้อยหรือพันบาทต้นๆ ก่อนก็ได้ แล้วจะขยับขยายต่อในอนาคตก็ค่อยว่ากันก็ไม่เสียหายเช่นกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง






