
การทำงานสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต้องใช้ทั้งความครีเอทีฟ และอุปกรณ์คุณภาพสูงในการประมวลผลกำลังเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่นิยมและน่าจับตามอง ซึ่งภายในงาน Commart Ultra Force ครั้งนี้ NVIDIA ได้นำประสบการณ์การทำงานจริงของแพล็ตฟอร์ม NVIDIA Studio มาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมสาธิตบนเวทีและพื้นที่จัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นว่า AI Workflow สามารถเกิดขึ้นได้บนเครื่องพีซีที่วางอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเดสก์ท็อปหรือแล็ปท็อปที่ใช้ GeForce RTX 50 Series GPU และทำงานบน Windows 11
สัมผัส NVIDIA Studio ผ่าน Workflow ของครีเอเตอร์ตัวจริง
เริ่มต้นด้วยการสร้างภาพ Avatar ผ่าน ComfyUI ซึ่งอาศัยพลังของ Tensor Cores บน GeForce RTX 5080 GPU ในการประมวลผลโมเดล Generative AI บนเครื่อง (Local AI) ทำให้สามารถสร้างภาพได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาในการรอคิวจากระบบคลาวด์ และช่วยให้การทดลองปรับแต่ง Prompt หรือสไตล์ของภาพทำได้อย่างต่อเนื่อง



เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้ว Workflow จะต่อยอดสู่การสร้างวิดีโอด้วย Adobe Premiere Pro ซึ่งได้รับการเร่งประสิทธิภาพผ่าน NVIDIA Studio ไม่ว่าจะเป็นการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง การใส่เอฟเฟกต์ AI การเข้ารหัสวิดีโอด้วย NVIDIA Encoder (NVENC) หรือการ Export งานที่รวดเร็วขึ้น ช่วยให้การผลิตคอนเทนต์สามารถทำได้ตั้งแต่ต้นจนจบบนเครื่องเดียว
ผู้เข้าชมจึงไม่ได้เห็นเพียงการสาธิตเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ได้เห็นภาพรวมของ AI Workflow ที่สามารถนำไปใช้งานจริงสำหรับงานสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน
NVIDIA Studio มากกว่า GPU แต่คือแพลตฟอร์มสำหรับครีเอเตอร์
หัวใจของ NVIDIA Studio ไม่ได้มีเพียง GeForce RTX GPU เท่านั้น แต่เป็นการผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI Tools เข้าด้วยกัน เพื่อให้การทำงานสร้างสรรค์มีทั้งประสิทธิภาพและความเสถียร
ภายในแพลตฟอร์มประกอบด้วย GeForce RTX GPU ที่มี Tensor Cores สำหรับงาน AI, Ray Tracing Cores สำหรับงานเรนเดอร์, NVIDIA Encoder (NVENC) สำหรับงานวิดีโอ รวมถึง Studio Driver ที่ได้รับการปรับแต่งและทดสอบร่วมกับซอฟต์แวร์สร้างสรรค์ชั้นนำ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจในทุกโปรเจกต์
NVIDIA Studio ยังรองรับแอปพลิเคชันยอดนิยมมากกว่า 130 โปรแกรม และมีแอปที่รองรับการเร่งประสิทธิภาพด้วย GPU กว่า 200 แอป ไม่ว่าจะเป็น Adobe Premiere Pro, Adobe Photoshop, Adobe After Effects, DaVinci Resolve, Blender และ Autodesk Maya ทำให้ Workflow ของครีเอเตอร์สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เลือกได้ทั้ง Desktop และ Laptop บน Windows 11
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ได้รับความสนใจภายในงาน คือการจัดแสดงทั้ง NVIDIA Studio Desktop และ NVIDIA Studio Laptop จากหลากหลายแบรนด์ ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองใช้งานจริงและเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับรูปแบบการทำงานของตนเอง

สำหรับผู้ที่ต้องการพลังประมวลผลสูงในการตัดต่อวิดีโอ งาน 3D หรือ AI ขนาดใหญ่ Studio Desktop พร้อม GeForce RTX 50 Series คือคำตอบ ขณะที่ Studio Laptop ตอบโจทย์ครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานนอกสถานที่หรือทำงานแบบ Hybrid โดยยังคงได้รับประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ
ทั้งหมดทำงานบน Windows 11 ซึ่งรองรับการทำงานสร้างสรรค์ยุคใหม่ ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และฟีเจอร์สำหรับ AI PC ช่วยให้การจัดการหลายโปรเจกต์และการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างลื่นไหล
จากเวทีสาธิตสู่แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์
นอกจากพื้นที่ทดลองใช้งานภายในบูธแล้ว กิจกรรมบนเวทียังได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมจำนวนมาก เมื่อ Digital Artist ถ่ายทอดเทคนิคการสร้าง Avatar ด้วย AI การนำภาพไปต่อยอดเป็นวิดีโอ และแบ่งปัน Workflow ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และกลุ่มเกมสตรีมเมอร์หลากหลายช่องที่มาแชร์ประสบการณ์ทั้งการเล่นเกมและตัดต่อคลิปก่อนลงคลิปวิดีโอให้ทุกคนได้เห็นกันทางโซเชียลมีเดียแต่ละช่องทาง



บรรยากาศตลอดทั้งงานสะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีสำหรับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับครีเอเตอร์ นักออกแบบ นักตัดต่อวิดีโอ และผู้สร้างคอนเทนต์ทุกระดับ



NVIDIA Studio จึงไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ของคอมพิวเตอร์สำหรับงานครีเอทีฟ แต่เป็นระบบนิเวศที่เชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และพร้อมสำหรับโลกของ AI Creator ยุคใหม่
รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจแพล็ตฟอร์ม NVIDIA Studio: https://www.nvidia.com/th-th/studio/






