
หลังจากที่ Valve ได้ประกาศเปิดตัวคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับเล่นเกมอย่าง Steam Machine ไปไม่ถึงหนึ่งปี ล่าสุดก็เปิดราคาอย่างเป็นทางการและให้ผู้ที่สนใจเริ่มลงทะเบียนสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าสิ่งที่ทำให้เกิดกระแสฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควรในวงการคอมพิวเตอร์ก็คือราคาอุปกรณ์คอมที่ค่อนข้างแรงในเวลานี้
ราคาและรุ่นที่วางจำหน่าย
เนื่องจากปัญหาต้นทุนราคาหน่วยความจำ (NAND/DRAM) ในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการในฝั่ง AI ทำให้เดิมที นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ช่วง 600 – 800USD แต่เวลานี้อาจเป็นเรื่องยาก ส่งผลให้ Steam Machine มีราคาสูงขึ้น โดยราคาในตลาดโลกที่พุ่งทะยานสู่จุดพีคอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้เกมเมอร์ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Steam Machine ที่วางจำหน่ายในเวลานี้ เปิดราคาทะลุ 1,000USD ไปเป็นที่เรียบร้อย
สรุปราคาแต่ละรุ่น (ราคาเป็นเงินบาทโดยประมาณ)
- รุ่นเริ่มต้น: ราคา 1,049USD (ประมาณ 38,500 บาท) ได้ความจุ SSD 512 GB รุ่นนี้จะไม่แถมจอยคอนโทรลเลอร์
- รุ่นท็อป: ราคา 1,428USD (ประมาณ 52,400 บาท) ได้ความจุ SSD 2 TB และ แถมจอยคอนโทรลเลอร์มาให้ด้วย
สเปกภายเป็นอย่างไรบ้าง?
ตัวเครื่องถูกออกแบบมาในดีไซน์มินิพีซีทรงสี่เหลี่ยมมิติประมาณ 6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ SteamOS 3 โดยมีรายละเอียดฮาร์ดแวร์ภายในดังนี้
- ซีพียู: Semi-custom AMD Zen 4 (6 Cores / 12 Threads) ระดับเดสก์ท็อป
- GPU: Semi-custom AMD RDNA3 (28 CUs) ระดับเดสก์ท็อป
- แรม: แรมระบบ 16GB DDR5 + แรมการ์ดจอแยก 8GB GDDR6 VRAM
- Storage: NVMe SSD มีให้เลือกตั้งแต่ 512GB ถึง 2TB (รองรับการใส่ MicroSD Card เพิ่มเติม)
- การเชื่อมต่อ: Wi-Fi 6E (2×2), Bluetooth 5.3, Gigabit Ethernet และมีตัวรับสัญญาณ Wireless สำหรับ Steam Controller ในตัว
- พอร์ต: 1x Display Port 1.4, 1x HDMI 2.0, 1x USB-C, 4x USB-A
- Valve เคลมว่าสามารถเล่นเกมที่ความละเอียด 4K@60 FPS ได้ด้วยการเปิดใช้งานฟีเจอร์ช่วยอัปสเกลอย่าง FSR และตัวเครื่องยังทำงานได้เงียบสนิท (Whisper-quiet) แม้จะเปิดเกมที่กินสเปกหนักก็ตาม
นี่คือ “พีซี” ไม่ใช่ “คอนโซล”
Valve ได้เน้นย้ำชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้มองว่า Steam Machine เป็นเครื่องเล่นเกมคอนโซลทั่วไป แต่เป็นส่วนต่อขยายของฝั่ง Gaming PC มากกว่า โดยให้เหตุผลที่น่าสนใจ
“โมเดลคอนโซลแบบดั้งเดิมมักจะจำหน่ายเครื่องในราคาที่ไม่สูงมาก แล้วไปบริหารจากค่าบริการรายเดือนหรือการขายเกมในระบบปิด แต่โมเดลแบบ open ecosystem ดูจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาวมากกว่า”
ระบบการจอง
เพื่อป้องกันปัญหาพ่อค้ารีเซล Valve ได้เปิดโปรแกรมลงทะเบียนแบบจำกัดสิทธิ์ (Limited Drop Program) โดยหน้าต่างเปิดรับลงทะเบียนจะสิ้นสุดในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จากนั้นระบบจะทำการสุ่มเลือกผู้โชคดีและส่งอีเมลยืนยันสิทธิ์ในวันที่ 29 มิถุนายน ผู้ได้รับสิทธิ์ต้องตอบกลับภายใน 72 ชั่วโมง แต่ถ้าผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันหรือไม่ได้สิทธิ์ในรอบนี้ ก็ยังคงสามารถสั่งจองได้หลังจากปิดหน้าต่างลงทะเบียนรอบแรกไปแล้ว แต่จะต้องไปต่อคิวตามระบบปกติ
source: thefpsreview





