
ข้อดีของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Xiaomi ต้องยกให้เรื่องตัวเลือกเยอะและแบ่งแบรนด์ย่อยทำตลาดชัดเจน ทั้งซีรีส์เรือธงอย่าง Xiaomi เน้นฟีเจอร์และลูกเล่นเยอะ แถมต่อเคสคีย์บอร์ดและใช้สไตลัสวาดจดไอเดียของเราเก็บไว้ใช้ได้ไม่แพ้แท็บเล็ตรุ่นอื่น รองลงมาอย่าง Redmi จะเน้นสเปคต่อราคาคุ้มค่าและได้ชิปเซ็ตสมรรถนะสูงพอให้เล่นเกมออนไลน์ได้ ปิดท้ายด้วย POCO เน้นราคาเป็นมิตรใช้งานทั่วไปอย่างดูหนังฟังเพลง, อ่าน E-Book ดูเอกสารต่างๆ ได้สะดวก ไม่ต้องใช้กระดาษให้สิ้นเปลืองมาก ถ้าไม่อยากพกเอกสารไปไหนมาไหนให้หนักกระเป๋าจะหันมาพกแท็บเล็ตแทนก็น่าสนใจเช่นกัน
เรื่องน่ารู้ก่อนซื้อแท็บเล็ต Xiaomi เครื่องใหม่มาใช้งาน!
- ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS ของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Xiaomi ใชัพื้นฐาน Android แล้วผสานระหว่าง MIUI, Vela OS, Mina OS เข้าหากัน
- Xiaomi Interconnectivity ของแท็บเล็ต Xiaomi เวลา Sign in บัญชีเดียวกันกับมือถือแล้ว จะใช้โทรและรับสายผ่านแท็บเล็ตได้ แถมยังแชร์ข้อความ, ภาพและไฟล์ระหว่างกันได้สะดวก และมี HyperConnect ไว้ต่ออุปกรณ์ IoT และโน้ตบุ๊คได้ด้วย
- Xiaomi Pad Series จะใช้ Focus Pen เขียน, จดและวาดสิ่งต่างๆ ลงในแท็บเล็ตได้และต่อเคสคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์งานได้ในกรณีต้องตอบงานเร่งด่วนแล้วหยิบโน้ตบุ๊คมาใช้ไม่สะดวกนัก
- Xiaomi Pad Mini ใช้ได้เฉพาะสไตลัส Focus Pen เท่านั้น แต่ได้ขนาดเล็กกะทัดรัด 8.8″ และชิปเซ็ตรุ่นเรือธงอย่าง MediaTek Dimensity 9400+
- สไตลัส Xiaomi Focus Pen รองรับแรงกด 8,192 ระดับ เท่ากับสไตลัสวาดภาพจากแบรนด์ชั้นนำและใช้เป็นพอยเตอร์เพื่อนำเสนองานได้ โดยกดปุ่มเพื่อใช้เป็น Pointer, Highlighter หรือกดถ่ายภาพในแอพฯ กล้องถ่ายภาพ แถมสั่งบันทึกภาพหน้าจอได้ด้วย

6 แท็บเล็ต Xiaomi น่าใช้ ราคาอย่างคุ้ม สเปคอย่างแรง!!
- POCO PAD C1 (4,899 บาท)
- Xiaomi Redmi Pad 2 (4,999 บาท)
- Xiaomi Pad 7 (9,790 บาท)
- Xiaomi Pad 8 (12,380 บาท)
- Xiaomi Pad Mini (16,990 บาท)
- Xiaomi Pad 8 Pro (22,690 บาท)
1. POCO PAD C1 (4,899 บาท)

| Display & Chipset | 9.7″ 2K (2048*1280) Refresh Rate 120 Hz Touch Response 180 Hz Snapdragon 6s 4G Gen 2 แบบ Octa-core Qualcomm Adreno 610 |
| Storage & Memory & OS | 4 GB LPDDR4X / UFS 2.2 64 GB หรือ 6 GB LPDDR4X / UFS 2.2 128 GB Xiaomi HyperOS 3 |
| Camera & Connectivity | กล้องหลัง 8MP f/2.0 กล้องหน้า 5MP f/2.2 Wi-Fi 5 (802.11ac) Bluetooth 5.0 USB-C MicroSD Card 2 TB Audio combo |
| Battery & Charging | 7,600mAh ชาร์จไว 18W |
| Price | 4,899 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: POCO Shopee Mall |
POCO PAD C1 เป็นแท็บเล็ต Xiaomi ราคาประหยัดหน้าจอใหญ่ไว้ให้ใช้เพื่อความบันเทิงหรืออ่านหนังสือได้ง่าย ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 6s 4G Gen 2 ประกอบกับแบตเตอรี่ความจุสูงและชาร์จเร็วจึงใช้งานได้ทั้งวัน ถ้าจะพกไปอ่านหนังสือตามร้านกาแฟหรืออ่านสคริปท์ในอีเว้นท์ก็ทำได้สบายมาก เลือกความจุระหว่าง 64 GB หรือ 128 GB ได้และใส่ MicroSD Card เพิ่มความจุได้ถึง 2 TB ให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ชิปเซ็ตและหน่วยความจำระดับเริ่มต้นของ POCO PAD C1 จะเหมาะกับเกมฆ่าเวลาทั่วไป ดังนั้นถ้าจะเล่นเกมออนไลน์ระดับ Genshin Impact ถึงจะพอเล่นได้แต่ก็ต้องปรับกราฟิคต่ำสุดทั้งหมด แถมเครื่องนี้ก็มีเฉพาะรุ่น Wi-Fi ถ้าจะให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องใช้คู่กับสมาร์ทโฟน Xiaomi ใช้ระบบ Interconnectivity เป็นหลัก ซึ่งถ้าไม่มีปัญหากับข้อสังเกตข้างต้นก็น่าซื้อไปใช้งานมาก
ข้อดี
- เป็นแท็บเล็ต Xiaomi ราคาไม่เกิน 5,000 บาท และได้หน้าจอใหญ่ร่วม 10″ ใช้งานได้ดี
- ชิปเซ็ต Snapdragon 6s 4G Gen 2 ใช้งานเพื่อความบันเทิงทั่วไปได้ดี เล่นเกมฆ่าเวลาได้
- แบตเตอรี่มีความจุ 7,600mAh และชาร์จไว 18W ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง
- เลือกได้ระหว่างรุ่น 4 / 64 GB หรือ 6 / 128 GB ตามการใช้งาน
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 เท่านั้น ใส่ SIM Card เพิ่มไม่ได้
2. Xiaomi Redmi Pad 2 (4,999 บาท)

| Display & Chipset | 9.7″ 2K (2048*1280) Refresh Rate 120 Hz Touch Response 180 Hz Snapdragon 6s 4G Gen 2 แบบ Octa-core Qualcomm Adreno 610 |
| Storage & Memory & OS | 4 GB LPDDR4X / UFS 2.2 64 GB หรือ 4 GB LPDDR4X / UFS 2.2 128 GB Xiaomi HyperOS 3 |
| Camera & Connectivity | กล้องหลัง 8MP f/2.0 กล้องหน้า 5MP f/2.2 4G LTE Wi-Fi 5 (802.11ac) Bluetooth 5.0 USB-C 2.0 MicroSD Card 2 TB Audio combo |
| Battery & Charging | 7,600mAh ชาร์จไว 18W |
| Price | 4,999 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Xiaomi Shopee Mall |
จุดเด่นของ Xiaomi Redmi Pad 2 เทียบกับฝาแฝดอย่าง POCO PAD C1 จะเพิ่มช่องใส่ SIM 4G LTE มาให้เจ้าของใช้เล่นเน็ตได้ถึงจะไม่มีคลื่น Wi-Fi ให้ใช้ แถมกระจายสัญญาณ Wi-Fi ให้อุปกรณ์ชิ้นอื่นได้ด้วย ส่วนอื่นจะเหมือนกันแทบทั้งหมดไม่ว่าจะชิปเซ็ต Snapdragon 6s 4G Gen 2 พร้อมหน่วยความจำ 64 / 128 GB และเพิ่ม MicroSD Card ไปได้ถึง 2 TB จึงใช้เปิดเว็บอ่านข่าวอ่านหนังสือหรือดูคลิปต่างๆ และเล่นเกมฆ่าเวลาได้บ้าง ซึ่งถ้าสเปคระดับเริ่มเพียงพอกับการใช้งานของเราแล้ว แต่อยากให้ใส่ SIM เล่นเน็ตได้ก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลย
ข้อดี
- ชิปเซ็ต Snapdragon 6s 4G Gen 2 ในแท็บเล็ต Xiaomi Redmi Pad 2 ใช้งานทั่วไปได้ดี
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย 4G LTE, Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 ได้
- เพิ่ม MicroSD Card ได้มากสุด 2 TB ไว้ใช้เก็บไฟล์งานต่างๆ ได้มากขึ้น
- หน้าจอมีขนาด 9.7″ และค่า Refresh Rate 120 Hz ให้ภาพลื่นไหลต่อเนื่อง
ข้อสังเกต
- ยังเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 เท่านั้น หากเป็น Wi-Fi 6 ก็จะทำงานได้ดีกว่านี้
3. Xiaomi Pad 7 (9,790 บาท)

| Display & Chipset | 11.2″ 3K (3200*2136) Refresh Rate 144 Hz Touch Response 360 Hz Stylus Response 240 Hz ขอบเขตสี DCI-P3 HDR10 Dolby Vision AI Imaging Engine Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 แบบ Octa-core Qualcomm Adreno GPU Qualcomm AI Engine |
| Storage & Memory & OS | 8 GB LPDDR5X / UFS 4.0 128 GB Xiaomi HyperOS 2 |
| Camera & Connectivity | กล้องหลัง 13MP f/2.2 PDAF HDR กล้องหน้า 8MP f/2.28 HDR Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.4 USB-C 3.2 Gen1 MicroSD Card 2 TB |
| Battery & Charging | 8,850mAh ชาร์จไว 45W |
| Price | 9,790 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Xiaomi Shopee Mall |
Xiaomi Pad 7 เป็นแท็บเล็ต Xiaomi Pad ระดับรองเรือธงซึ่งได้ฟีเจอร์ใช้งานมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะต่อเคสคีย์บอร์ดและใช้ Xiaomi Focus Pen ทำงานได้ ติดลำโพง 4 ดอก ปรับแต่งให้รองรับ Dolby Atmos ให้ได้อรรถรสเวลาดูหนังฟังเพลงดียิ่งกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยระบบเชื่อมต่อ Xiaomi HyperConnect ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ได้สะดวกขึ้น แถมมีเซนเซอร์อินฟาเรดไว้คุมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ได้เช่นเดิม
ส่วนจุดแตกต่างจากรุ่นเรือธงอย่าง Xiaomi Pad 8 และ Pad 8 Pro อย่างแรกคือชิปเซ็ตยังเป็น Snapdragon 7+ Gen 3 ไม่ใช่ Snapdragon 8 Series แต่โดยสมรรถนะของมันก็แรงพอให้ใช้งานทั่วไปจนเล่นเกมออนไลน์อย่าง Genshin Impact ได้ลื่นไหลเพียงปรับกราฟิคอีกเล็กน้อย อีกอย่างคือเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E เท่านั้น ไม่ใช่ Wi-Fi 7 แต่ก็ยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ดีต่อเนื่อง ถ้าใครอยากได้แท็บเล็ต Xiaomi ราคาไม่แพงเกินไปแต่ได้ประสบการณ์ใช้งานเทียบชั้นรุ่นเรือธงก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย
ข้อดี
- ชิปเซ็ต Snapdragon 7+ Gen 3 ใช้งานทั่วไปและเล่นเกมออนไลน์ได้ค่อนข้างไหลลื่น
- เป็นแท็บเล็ต Xiaomi Pad ราคาไม่เกินหมื่นบาทแต่ใช้ Focus Pen และเคสคีย์บอร์ดได้
- เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6E (802.11ax), Bluetooth 5.4 และรองรับ USB-C 3.2 Gen1
- หน้าจอ 11.2″ มีความละเอียดสูง, ขอบเขตสีกว้าง, ภาพลื่นไหลและรองรับ Dolby Vision
- รองรับ Xiaomi HyperConnect เชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ไปมาได้สะดวก
- มีระบบรีโมตคอนโทรลและอินฟาเรดไว้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ได้ง่าย
- ลำโพงแบบ 4 ดอก รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ให้อรรถรสดียิ่งขึ้น
ข้อสังเกต
- ไม่มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. ให้ใช้งาน ถ้าต่อหูฟังสายต้องเป็นแบบ USB-C หรือใช้ตัวแปลง
4. Xiaomi Pad 8 (12,380 บาท)

| Display & Chipset | 11.2″ 3K (3200*2136) Refresh Rate 144 Hz Touch Response 360 Hz Stylus Response 240 Hz ขอบเขตสี DCI-P3 Netflix HDR10 Dolby Vision Original color PRO Qualcomm Snapdragon 8s Gen 4 แบบ Octa-core Qualcomm Adreno 825 |
| Storage & Memory & OS | 8 GB LPDDR5X / UFS 3.1 128 GB Xiaomi HyperOS 2 |
| Camera & Connectivity | กล้องหลัง 13MP f/2.2 PDAF HDR กล้องหน้า 8MP f/2.28 HDR Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 USB-C 3.2 Gen1 MicroSD Card 2 TB |
| Battery & Charging | 9,200mAh ชาร์จไว 45W |
| Price | 12,380 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Xiaomi Shopee Mall |
Xiaomi Pad 8, Pad 8 Pro และ Pad Mini จัดเป็นแท็บเล็ต Xiaomi กลุ่มเรือธงซึ่งสเปคในหน้ากระดาษดีครบเครื่อง ได้หน้าจอขนาดใหญ่ 11.2″ ความละเอียดสูง, ขอบเขตสีกว้าง, รองรับการแสดงผล Dolby Vision ฯลฯ ทำให้ภาพบนหน้าจอสวยงาม ได้หน่วยความจำ 8 / 128 GB และเพิ่ม MicroSD Card ได้ 2 TB แล้ว ยังได้ชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 4 ใหม่ นอกจากใช้เล่นเกมระดับ Genshin Impact, Wuthering Waves และอื่นๆ ได้ลื่นไหลแล้ว ยังเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 ได้ จึงรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลได้รวดเร็ว แถมถ้าต่อคีย์บอร์ดเคสและซื้อ Focus Pen มาใช้ก็ทำงานได้สะดวกขึ้นไล่เลี่ยกับโน้ตบุ๊คอีกด้วย แถมยังปลดล็อคด้วยใบหน้าได้ง่ายมาก
ด้านฟีเจอร์ในระบบปฏิบัติการ HyperOS ใหม่ ก็มีระบบ HyperConnect ไว้เชื่อมต่อควบคุมอุปกรณ์อื่นและแอพฯ Interconnect ไว้ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ค Windows และ MacBook ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม Xiaomi Pad 8 ก็ไม่มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. เช่นกัน ถ้าจะใช้หูฟังสายก็ต้องเป็นหัว USB-C หรือต่อหัวแปลงถึงจะใช้ได้ และทางร้านก็แถมเฉพาะปกเคสไว้ปิดหน้าจอเท่านั้น ถ้าจะใช้คีย์บอร์ดหรือสไตลัสก็ต้องซื้อเพิ่ม ถึงจะต้องเสียเงินเพิ่มบ้างแต่ก็เป็นแท็บเล็ต Xiaomi ราคามหาชนแต่สเปคแรงและได้ฟีเจอร์มาครบพร้อมใช้อีกด้วย
ข้อดี
- ชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 4 มีสมรรถนะดีและประหยัดไฟ ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง
- หน้าจอมีขนาด 11.2″ ขอบเขตสีกว้าง, รองรับ Dolby Vision ให้สีสันสวยงามสมจริง
- เชื่อมต่อได้ด้วย Wi-Fi 7 (802.11be), Bluetooth 5.4 และ USB-C 3.2 Gen1
- เชื่อมต่อคีย์บอร์ดเคสและใช้ Focus Pen ทำงานได้สะดวกขึ้น แถมวาดภาพได้ดี
- ใส่ MicroSD Card เพิ่มความจุได้มากสุดถึง 2 TB เก็บไฟล์ต่างๆ ไว้ใช้ได้มากขึ้น
- แบตเตอรี่มีความจุ 9,200mAh และชาร์จไวถึง 45W จึงใช้งานได้นานมาก
- ติดตั้งลำโพง 4 ดอก มาให้และปรับแต่งให้รองรับ Dolby Atmos ได้อถรรรสเวลาใช้งานดีขึ้น
- มีระบบสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องด้วย AI ได้ เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ข้อสังเกต
- ไม่มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. ถ้าจะต่อหูฟังสายต้องเป็นแบบ USB-C หรือใช้อะแดปเตอร์แปลง
- คีย์บอร์ดเคสและสไตลัสต้องซื้อเพิ่ม แถมเฉพาะเคสปกไว้ปิดหน้าจอเท่านั้น
5. Xiaomi Pad Mini (16,990 บาท)

| Display & Chipset | 8.8″ 3K (3008*1880) Refresh Rate 165 Hz Touch Response 372 Hz Stylus Response 240 Hz ขอบเขตสี DCI-P3 Netflix HDR10 Dolby Vision Original color PRO MediaTek Dimensity 9400+ แบบ Octa-core MediaTek Immortalis-G925 MC12 AI NPU 890 |
| Storage & Memory & OS | 12 GB LPDDR5X / UFS 4.1 512 GB Xiaomi HyperOS 2 |
| Camera & Connectivity | กล้องหลัง 13MP f/3.06 PDAF HDR กล้องหน้า 8MP f/1.4 HDR Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 USB-C 3.2 Gen1 MicroSD Card 2 TB |
| Battery & Charging | 7,500mAh ชาร์จไว 67W |
| Price | 16,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Xiaomi Shopee Mall |
แท็บเล็ต Xiaomi Pad Mini เป็นรุ่นเรือธงไซซ์กะทัดรัดสำหรับคนต้องการเครื่องสเปคแรงแต่พกง่ายมาก เพราะหน้าจอขนาด 8.8″ จัดว่ากะทัดรัดพกใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กได้สบายมาก แต่เพราะขนาดของมันทำให้ต่อเคสคีย์บอร์ดไม่ได้เหมือนเครื่องอื่นแต่ยังใช้ Xiaomi Focus Pen วาดเขียนลงบนหน้าจอความละเอียด 3K ขอบเขตสีกว้างได้แถมยังใช้เพื่อความบันเทิงอย่างดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมออนไลน์ระดับ Genshin Impact, Wuthering Waves ฯลฯ ปรับกราฟิคระดับ High 60 FPS ได้สบายมากด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ กับหน่วยความจำระดับ 12 / 512 GB แถมใส่ MicroSD Card เพิ่มได้ 2 TB ตัดปัญหาเรื่องหน่วยความจำเต็มไปได้เลย
ฟีเจอร์อื่นๆ ถูกยกจาก Xiaomi Pad 8 มาหมด ทั้งใช้แอพฯ HyperConnect, Interconnect ไว้ต่อกับอุปกรณ์ IoT หรือโน้ตบุ๊ค Windows, MacBook ก็ได้ แถมรองรับการชาร์จเร็ว 67W ช่วยแก้ปัญหาแบตเตอรี่มีความจุ 7,500mAh ไปได้ เหมาะกับคนชอบแท็บเล็ตเครื่องเล็กหยิบใช้งานสะดวกและเล่นเกมได้ลื่นไหลมาก
ข้อดี
- ขนาดเล็กกะทัดรัดเพียง 8.8″ จึงพกพาสะดวกกว่าแท็บเล็ต Xiaomi รุ่นอื่นมาก
- หน้าจอความละเอียด 3K ขอบเขตสีกว้างสมจริงและรองรับ Dolby Vision
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ ได้สมรรถนะระดับเรือธง ใช้งานได้ดีมาก
- ได้หน่วยความจำ 12 / 512 GB จึงติดตั้งแอพฯ เพิ่มได้เยอะและใส่ MicroSD Card 2 TB ได้
- เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 7 (802.11be), Bluetooth 5.4 และพอร์ต USB-C 3.2 Gen1
- แบตเตอรี่มีความจุ 7,500mAh และชาร์จไว 67W ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง
ข้อสังเกต
- ต่อคีย์บอร์ดเคสเพิ่มไม่ได้ รองรับเฉพาะสไตลัส Xiaomi Focus Pen เท่านั้น
- ไม่มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. ต้องใช้สายหูฟัง USB-C หรือตัวแปลงเพิ่ม
6. Xiaomi Pad 8 Pro (22,690 บาท)

| Display & Chipset | 11.2″ 3K (3200*2136) Refresh Rate 144 Hz Touch Response 360 Hz Stylus Response 240 Hz ขอบเขตสี DCI-P3 Netflix HDR10 Dolby Vision Original color PRO Qualcomm Snapdragon 8 Elite แบบ Octa-core Qualcomm Adreno 830 |
| Storage & Memory & OS | 8 GB LPDDR5X / UFS 4.1 256 GB หรือ 12 GB LPDDR5T / UFS 4.1 512 GB Xiaomi HyperOS 3 |
| Camera & Connectivity | กล้องหลัง 50MP f/2.76 PDAF HDR กล้องหน้า 32MP f/3.6 HDR Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 USB-C 3.2 Gen1 MicroSD Card 2 TB |
| Battery & Charging | 9,200mAh ชาร์จไว 67W |
| Price | 22,690 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Xiaomi Shopee Mall |
แท็บเล็ต Xiaomi Pad 8 Pro แม้ราคาจะสูงและต้องซื้อเคสคีย์บอร์ดเพิ่มอีก 6,999 บาท เพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพไล่เลี่ยกับโน้ตบุ๊คแล้ว ด้านสเปคและฟีเจอร์ถือว่าสมฐานะแท็บเล็ตระดับเรือธงของทางแบรนด์ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite กับหน่วยความจำเยอะพอให้ติดตั้งแอพฯ ทำงานและเล่นเกมได้และใส่ MicroSD Card เพิ่มอีก 2 TB ไว้ใช้งาน ด้านหน้าจอ 11.2″ ความละเอียดสูงก็แสดงสีสันได้สวยคมชัดและใช้สไตลัสเขียนจดบันทึกหรือวาดภาพก็ได้ เพราะรับแรงกดละเอียดถึง 8,192 ระดับ ไม่แพ้แท็บเล็ตสำหรับวาดภาพโดยเฉพาะ แถมกล้องหน้ากับหลังก็มีความละเอียดสูงจึงใช้ถ่ายภาพไว้ใช้งานได้ไม่แพ้กล้องสมาร์ทโฟนแน่นอน
แต่ถึงสเปคจะดีมีฟีเจอร์ให้ใช้มากมาย แต่ราคาของรุ่นเรือธงตั้งต้นก็สูงจนแท็บเล็ตแบรนด์ชั้นนำเจ้าอื่นดูน่าสนใจขึ้นมาเช่นกัน แต่ถ้าใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์ของแบรนด์นี้รวมถึงผลิตภัณฑ์ IoT ของ Xiaomi อยู่แล้วจะซื้อไปใช้ให้เป็น Ecosystem เดียวกันก็เหมาะหรืออยากได้แท็บเล็ต Android ไว้ใช้สักเครื่องก็เป็นตัวเลือกที่ดี
ข้อดี
- ติดตั้งชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite มาให้ มีสมรรถนะสูงมาก ใช้ทำงานหรือเล่นเกมก็ลื่นไหล
- เลือกความจุได้ระหว่าง 8 / 256 GB หรือ 12 / 512 GB และเพิ่ม MicroSD Card ได้ 2 TB
- เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 7 (802.11be), Bluetooth 5.4 และ USB-C 3.2 Gen1
- กล้องหน้าและหลังมีความละเอียดสูง ใช้ประชุมออนไลน์หรือถ่ายภาพไว้ใช้งานได้คมชัด
- หน้าจอ 11.2″ มีความละเอียดสูง, ขอบเขตสีกว้าง, ภาพลื่นไหลและรองรับ Dolby Vision
- แถมสไตลัส Xiaomi ให้ใช้เขียนวาดสิ่งต่างๆ ได้ รองรับแรงกดถึง 8,192 ระดับ
- แบตเตอรี่มีความจุ 9,200mAh และชาร์จเร็ว 67W ใช้งานต่อเนื่องได้นานจนจบวัน
- มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าข้างเครื่องและสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้ด้วย
ข้อสังเกต
- เป็นแท็บเล็ต Xiaomi ระดับเรือธง ราคาจึงสูงร่วม 23,000~27,000 บาท
- ถ้าต้องการใช้เคสคีย์บอร์ดมาต่อใช้งานเพิ่มต้องซื้ออีก 6,999 บาท
สรุปสเปค 6 แท็บเล็ต Xiaomi น่าใช้ สเปคแรงใช้งานดี!



ข้อดีของแท็บเล็ต Xiaomi นอกจากเรื่องสเปคต่อฟีเจอร์ดีมีลูกเล่นเยอะแถมเลือกได้หลายรุ่นให้ตรงตามใจของผู้ใช้แต่ละคน ยิ่งถ้าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งควบคุมผ่านอินเทอร์เน็ตได้อยู่แล้วก็ทำให้บ้านเป็น Smart Home ได้อีกด้วย ซึ่งวิธีการเลือกก็ไม่ต่างจากอุปกรณ์ไอทีชิ้นอื่นๆ คือดูรุ่นที่สเปคตรงกับการใช้งานและราคาพร้อมจ่ายสักหน่อยก็พอ
ตัวอย่างถ้าใช้อ่านหนังสือหรือดูสตรีมมิ่งเป็นหลักก็ใช้แท็บเล็ต POCO, Redmi ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะวาดภาพด้วยก็แนะนำเป็น Xiaomi Pad 7 ขึ้นไปจนรุ่นเรือธงอย่าง Pad 8, Pad 8 Pro หรือ Pad Mini จะเหมาะสมสุด
Images credit: Xiaomi (1) / (2) / (3) / (4) / (5) / (6)
FAQ
1. ควรเลือกแท็บเล็ตแบบมีพื้นที่เก็บข้อมูลในตัวจุกี่ GB ดี?
ตอบ แนะนำให้เลือกความจุตามวิธีการใช้งาน เช่น ใช้ดูคลิปและสตรีมมิ่งและอ่านหนังสือ E-Book ซื้อความจุ 64 GB ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าใช้ทำงานแทนโน้ตบุ๊คและเก็บไฟล์เอกสารไว้ในเครื่องแนะนำความจุ 128 GB ขึ้นไป ถ้าวาดภาพหรือตัดต่อคลิปควรใช้ความจุ 256 GB ขึ้นไป
2. ควรซื้อแท็บเล็ตรุ่น Wi-Fi หรือ Cellular มากกว่ากัน?
ตอบ ถ้าซื้อแท็บเล็ตเป็นแบรนด์เดียวกันกับมือถือและพกของทั้งสองชิ้นพร้อมกันก็ซื้อรุ่น Wi-Fi ได้เลย เพราะ OS แต่ละค่ายมีระบบการทำงานร่วมกัน เช่น รับสายโทรศัพท์ในแท็บเล็ตหรือส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันได้อยู่แล้ว ส่วนถ้างานไหนต้องใช้ระบบ GPS และนำไปทำงานกลางแจ้งบ่อยๆ ไม่อยากแชร์ Hotspot ให้สมาร์ทโฟนเครื่องร้อนและเน้นความสะดวกรวดเร็วก็ซื้อรุ่น Cellular แทน
3. หน้าจอแท็บเล็ตแต่ละขนาดเหมาะกับการทำงานแบบใดบ้าง?
ตอบ หน้าจอขนาด 7~8″ เหมาะกับการดูหนังฟังเพลง, อ่านหนังสือกับบทความและเล่นเกมมือถือได้สะดวกกว่าบนหน้าจอสมาร์ทโฟน ด้านหน้าจอขนาด 10~11″ นอกจากใช้งานเพื่อความบันเทิงก็ใช้ทำงานแทนโน้ตบุ๊คในบางกรณีรวมถึงวาดภาพได้สะดวก หน้าจอ 12″ ขึ้นไปจะได้ขนาดกับพื้นที่แสดงผลมากขึ้น
4. ตอนนี้แท็บเล็ตใช้ทำงานแทนโน้ตบุ๊คได้แล้วหรือยัง?
ตอบ ทำได้บางส่วน เพราะหน้า UI ของแอพฯ ในแท็บเล็ตถูกตัดฟีเจอร์บางส่วนออกไปและการจัดพื้นที่บนหน้าจอก็ไม่ยืดหยุ่นเท่าโน้ตบุ๊ค รวมไปถึงพอร์ตเชื่อมต่อ, การรับส่งไฟล์ข้ามระบบไปมาก็ลำบากกว่า แถมเวลาต่อหน้าจอแยกจะเป็นวิธี Mirror สะท้อนภาพจากหน้าจอแท็บเล็ตขึ้นจอคอมเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มพื้นที่ Desktop แบบโน้ตบุ๊ค
5. ถ้าแท็บเล็ตรุ่นนั้นๆ ไม่รองรับเคสคีย์บอร์ดแต่ต้องพิมพ์งานควรทำอย่างไร?
ตอบ สามารถซื้อคีย์บอร์ด Bluetooth มาจับคู่แล้วใช้งานกับ iPad หรือแท็บเล็ต Android ได้ทันที เพราะระบบปฏิบัติการรองรับอยู่แล้ว
บทความที่เกี่ยวข้อง





