Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Microsoft จดสิทธิบัตร Xbox AI ที่ให้ AI รับช่วงเล่นเกมแทน เมื่อผู้เล่นติดด่านที่เล่นไม่ผ่าน

Xbox AI

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 มีประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากในฝั่งเกมคอนโซล หลังมีการหยิบคำขอสิทธิบัตรของ Microsoft ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยใจความสำคัญคือแนวคิดของระบบ AI ที่จะเข้ามาช่วยผู้เล่นเวลาติดด่าน ติดบอส หรือผ่านฉากบางช่วงไม่ได้ จนต้องหยุดเล่นแล้วออกไปหาแนวทางจากข้างนอก

ประเด็นนี้น่าสนใจตรงที่สิทธิบัตรดังกล่าวไม่ได้พูดถึงแค่การให้คำแนะนำบนหน้าจอแบบเดิม แต่เป็นการออกแบบระบบที่ให้ “ผู้ช่วย” เข้ามารับช่วงการควบคุมเกมได้ชั่วคราว ซึ่งผู้ช่วยคนนั้นอาจเป็นผู้เล่นจริงที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน หรืออาจเป็น AI ก็ได้ แนวคิดนี้จึงทำให้หลายคนมองว่า Microsoft กำลังลองคิดไกลกว่าระบบ hint หรือคู่มือในเกมที่เราเคยเห็นกันมานาน

Advertisement

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแยกให้ออกตั้งแต่ต้นก็คือ Xbox AI ในข่าวนี้ยังไม่ใช่ฟีเจอร์ที่เปิดใช้งานจริงบน Xbox ตอนนี้ แต่เป็นเพียง “คำขอสิทธิบัตร” ที่เผยให้เห็นว่า Microsoft กำลังสำรวจแนวทางนี้อยู่เท่านั้น


AI ในสิทธิบัตรนี้ทำงานอย่างไร

จากรายละเอียดของคำขอสิทธิบัตรที่ใช้ชื่อว่า State Management for Video Game Help Sessions แนวคิดหลักคือระบบจะตรวจจับได้ว่าผู้เล่นกำลังมีปัญหากับบางช่วงของเกม เช่น สู้บอสไม่ผ่าน ติดปริศนา ไปต่อไม่ได้ หรือทำภารกิจซ้ำหลายรอบแล้วยังไม่สำเร็จ

เมื่อระบบมองว่าผู้เล่น “ติดอยู่” กับช่วงนั้น ก็อาจมีการแสดงตัวเลือกขึ้นมาว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ ถ้าผู้เล่นตอบตกลง ระบบจะเปิด help session ขึ้นมา แล้วส่งการควบคุมบางส่วนหรือทั้งหมดไปยังผู้ช่วยผ่านระบบ cloud โดยผู้ช่วยนั้นอาจเข้ามาเล่นแทนช่วงสั้น ๆ เพื่อพาผ่านจุดที่ติดอยู่ ก่อนคืนการควบคุมกลับให้เจ้าของเครื่อง

image 16

จุดที่น่าสนใจคือแนวคิดนี้ไม่ได้ถูกวางไว้ให้เป็นการ “เล่นแทนทั้งเกม” แบบอัตโนมัติ แต่ดูจะเน้นไปที่การช่วยเฉพาะจุดมากกว่า เช่น ผ่านบอสตัวหนึ่ง แก้ปริศนาฉากหนึ่ง หรืออธิบายวิธีจัดการสถานการณ์ที่ผู้เล่นกำลังหัวเสียอยู่พอดี

อีกส่วนที่ดูทันสมัยกว่าระบบช่วยเล่นแบบเดิมคือ ผู้ช่วยอาจไม่ได้แค่กดผ่านให้เฉย ๆ แต่ยังสามารถอธิบายสิ่งที่ทำอยู่ผ่านข้อความระหว่างเซสชันได้ด้วย นั่นหมายความว่าในทางทฤษฎี AI อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสอนผู้เล่นไปพร้อมกับช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เข้ามาจบงานแทนแล้วหายไป


ทำไม Microsoft ถึงสนใจทำ AI แบบนี้

ถ้ามองจากพฤติกรรมของผู้เล่นในปัจจุบัน จะเห็นว่าเวลาติดด่าน คนส่วนใหญ่ก็มักทำอยู่ไม่กี่อย่าง คือ ลองใหม่หลายรอบ เปิด YouTube หาคลิปดู ไปค้นกระทู้ตามเว็บ หรือเปิดบทสรุปในมือถือควบคู่กับการเล่น สิ่งเหล่านี้ช่วยได้จริง แต่ปัญหาคือมันทำให้ประสบการณ์เล่นเกม “หลุดออกจากเกม” ทันที

สิทธิบัตรของ Microsoft จึงเหมือนเป็นความพยายามออกแบบระบบช่วยเหลือที่เกิดขึ้นในตัวเกมเลย ไม่ต้องออกจากเกมไปเปิดแอปอื่น ไม่ต้องคอยเลื่อนดูคลิป ไม่ต้องนั่งอ่านวิธีแบบยาว ๆ แล้วค่อยกลับมาลองใหม่อีกที

ถ้ามองในมุมของผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม แนวคิดแบบนี้มีประโยชน์หลายด้านมาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้เล่นมือใหม่ไปต่อได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสที่คนจะเลิกเล่นกลางทาง และอาจช่วยเพิ่มการเข้าถึงเกมสำหรับผู้เล่นบางกลุ่ม เช่น คนที่มีเวลาน้อย คนที่เล่นเกมยากไม่ไหว หรือคนที่ต้องการความช่วยเหลือด้าน accessibility มากกว่าผู้เล่นทั่วไป

เพราะฉะนั้น แม้คำว่า Xbox AI จะฟังดูเหมือนระบบที่เอา AI มาเล่นเกมแทนคน แต่ถ้ามองอีกด้าน มันก็อาจเป็นส่วนขยายของแนวคิด “ผู้ช่วยการเล่นเกม” ที่พัฒนาต่อจากคู่มือ คลิปสอน และระบบแนะนำในเกมแบบเดิม ให้กลายเป็นฟีเจอร์ที่ลื่นและฉลาดขึ้นกว่าเดิม


Xbox AI ยังเป็นแค่สิทธิบัตร ไม่ใช่แผนเปิดตัวที่ยืนยันแล้ว

สิ่งที่สำคัญมากคือ ข่าวนี้ไม่ควรถูกตีความว่า Microsoft ประกาศฟีเจอร์ใหม่สำหรับ Xbox แล้ว เพราะสถานะของมันตอนนี้ยังเป็นเพียงสิทธิบัตรที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะเท่านั้น

ตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ คำขอสิทธิบัตรฉบับนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 ส่วนตัวแนวคิดถูกยื่นไว้ตั้งแต่ปี 2024 นั่นแปลว่ามันไม่ใช่ไอเดียที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนตัวผู้บริหารในฝั่ง Xbox แต่เป็นโครงการเชิงแนวคิดที่มีการวางไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

นี่เป็นจุดที่ควรระวังของข่าวประเภทนี้ เพราะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยื่นสิทธิบัตรกันตลอดเวลาเพื่อกันพื้นที่ทางความคิดของตัวเองไว้ก่อน หลายชิ้นถูกเก็บเข้าลิ้นชัก ไม่ได้กลายเป็นสินค้า ไม่ได้เปิดใช้งานจริง และไม่ถูกพูดถึงอีกเลย

ดังนั้น ต่อให้ Xbox AI ฟังดูน่าสนใจมากแค่ไหน ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Microsoft จะเอาไปใส่ใน Xbox รุ่นถัดไป หรือปล่อยเข้ามาในระบบภายในปีนี้ทันที


จังหวะเวลาของข่าวยิ่งทำให้ Xbox ถูกจับตาเป็นพิเศษ

อีกเหตุผลที่ข่าวนี้ถูกพูดถึงแรงกว่าปกติ คือมันเกิดขึ้นในช่วงที่ Microsoft Gaming เพิ่งเปลี่ยนผู้นำ โดย Asha Sharma เข้ามารับตำแหน่ง CEO ของ Microsoft Gaming เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 หลัง Phil Spencer ประกาศวางมือ และ Sarah Bond ออกจากบริษัท

ด้วยความที่ Sharma มีพื้นเพจากสาย AI มาก่อน หลายคนจึงจับตาเป็นพิเศษว่า Xbox ภายใต้ยุคใหม่จะเดินหน้าใช้ AI มากขึ้นหรือไม่ แต่ถ้าดูตามลำดับเวลาอย่างเคร่งครัด ต้องบอกว่าสิทธิบัตร Xbox AI ฉบับนี้เก่ากว่าการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารรอบล่าสุด จึงยังไม่ควรเอาไปผูกตรง ๆ ว่าเป็นนโยบายใหม่ของผู้บริหารคนปัจจุบันทันที

ในอีกด้านหนึ่ง Sharma เองก็เพิ่งส่งสัญญาณต่อสาธารณะว่าเธอไม่ได้ต้องการให้ระบบนิเวศของ Xbox เต็มไปด้วย AI คุณภาพต่ำ จุดนี้จึงทำให้ประเด็น AI กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น เพราะมันไม่ใช่แค่คำถามว่า Microsoft ทำได้หรือไม่ แต่ยังรวมถึงคำถามว่า “ถ้าทำจริง จะทำออกมาในรูปแบบไหนถึงจะไม่ทำลายประสบการณ์เล่นเกม”


ไม่ใช่แค่ Microsoft เพราะ Sony ก็เคยสำรวจแนวทางคล้ายกัน

หากมองภาพกว้างของอุตสาหกรรม จะเห็นว่า Microsoft ไม่ได้เป็นรายเดียวที่สนใจแนวคิดนี้ เพราะฝั่ง Sony ก็มีสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับ AI Generated Ghost Player เช่นกัน ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยที่สามารถนำทาง สาธิตวิธีเล่น หรือช่วยผ่านสถานการณ์ยาก ๆ ให้ผู้เล่นได้

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ผลิตแพลตฟอร์มเกมรายใหญ่กำลังมองไปในทิศทางคล้ายกัน คือพยายามหาวิธีทำให้การช่วยผู้เล่นเกิดขึ้นอย่างแนบเนียนและอยู่ “ในเกม” มากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้ผู้เล่นต้องออกจากเกมไปหาคำตอบจากข้างนอกเหมือนในอดีต

ความต่างสำคัญคือ ผู้เล่นบางคนอาจมองว่านี่คืออนาคตของ accessibility และความสะดวก ขณะที่อีกหลายคนมองว่าถ้าให้ระบบเล่นแทนมากเกินไป มันก็อาจดึงหัวใจของการเล่นเกมออกไป เพราะความสนุกของเกมจำนวนมากอยู่ที่การลองผิดลองถูก การฝึกฝน และความรู้สึกตอนผ่านด่านด้วยตัวเอง


ถ้ามีวันหนึ่งที่ Xbox AI ใช้งานจริง มันควรถูกออกแบบแบบไหน

ถ้าถามในมุมคนเล่นเกม ฟีเจอร์แบบนี้จะเวิร์กหรือไม่ คำตอบอาจไม่ใช่ขาวกับดำ แต่ขึ้นอยู่กับวิธีออกแบบมากกว่า

ถ้า AI ถูกทำออกมาเป็น “ตัวเลือก” ที่ผู้เล่นเปิดใช้เองเฉพาะเวลาจำเป็น มันอาจเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะกับเกมที่มีช่วงยากแบบกระโดดระดับ หรือเกมที่ใช้เวลานานจนผู้เล่นบางคนไม่อยากเสียจังหวะไปกับการลองฉากเดิมซ้ำสิบรอบ

แต่ถ้าระบบถูกออกแบบให้เด้งขึ้นมารบกวนบ่อยเกินไป หรือทำให้ความท้าทายของเกมหายไปง่าย ๆ มันก็อาจถูกมองว่าเป็นการลดคุณค่าของประสบการณ์เล่นเกมลงทันที

เพราะฉะนั้น หัวใจของ Xbox AI ถ้าวันหนึ่งถูกพัฒนาเป็นของจริง คงไม่ใช่แค่ว่า AI เล่นเกมเก่งแค่ไหน แต่คือมันรู้จังหวะหรือไม่ว่าจะเข้ามาช่วยเมื่อไร ช่วยแค่ไหน และถอยออกเมื่อไร เพื่อไม่ให้ผู้เล่นรู้สึกว่าถูกแย่งการเล่นไปต่อหน้าต่อตา


บทสรุป

สิทธิบัตร Xbox AI ของ Microsoft เป็นหนึ่งในข่าวที่น่าสนใจมากสำหรับวงการเกม เพราะมันชี้ให้เห็นว่าผู้ผลิตแพลตฟอร์มเริ่มคิดจริงจังกับการใช้ AI หรือผู้ช่วยระยะไกลเข้ามาช่วยผู้เล่นผ่านช่วงที่ยากในเกม โดยพยายามทำให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตัวเกม ผ่านระบบ cloud และการจัดการสถานะของเซสชันเล่นเกม

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็ควรอ่านข่าวนี้อย่างระมัดระวัง เพราะทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระดับสิทธิบัตร ไม่ใช่ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ และไม่ได้หมายความว่า Microsoft จะปล่อยให้ AI เข้ามาเล่นเกมแทนผู้ใช้ในเร็ว ๆ นี้แน่นอน

ถ้าจะสรุปให้สั้นที่สุด ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่า Xbox จะปล่อย AI มาเล่นเกมแทนเราพรุ่งนี้ แต่บอกว่า Microsoft กำลังทดลองคิดว่า ในอนาคต เวลาผู้เล่นติดด่าน คำว่า “ขอความช่วยเหลือ” อาจไม่ได้หมายถึงการเปิดคลิปสอนอีกต่อไป แต่อาจหมายถึงการส่งต่อจอยให้ผู้ช่วยในระบบเข้ามารับช่วงแทนชั่วคราวเลยก็ได้
ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

รีวิว Dell

DELL XPS 13 DX13260 บางเบาถูกใจสายเดินทาง สเปคพรีเมียมเพื่อสายธุรกิจตัวจริง! จุดเด่นของพรีเมียมโน้ตบุ๊ก Dell ตระกูล XPS “eXtreme Performance System” รุ่น DELL XPS 13 DX13260 จะเน้นเรื่องความแข็งแรงทนทานและสวยเรียบหรูเป็นประเด็นแรก จึงได้เห็นโน้ตบุ๊กทำงานเครื่องบางเฉียบเกือบเสมอกับแท็บเล็ตและเบาเพียง 1 กก. กับดีไซน์สวยเรียบง่ายดูมีระดับเพื่อเสริมบุคลิควัยทำงานที่ต้องพกโน้ตบุ๊กไปพบลูกค้าและเข้าประชุมเป็นประจำ ถ้าเกิดปัญหาก็มีบริการหลังการขายมาคอยดูแลถึงที่ให้งานยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบลื่น...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก