
ตลาดหน่วยความจำ DRAM ที่กำลังตึงตัวหนักในช่วงต้นปี 2026 เริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึง Apple แบบเต็ม ๆ เมื่อมีรายงานจากสื่อเกาหลี ระบุว่า Apple ตกลงจ่ายราคา LPDDR5X ให้ Samsung “เพิ่มขึ้น 100%” หรือเท่ากับจ่ายแพงขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อให้ได้ซัพพลายหน่วยความจำเพียงพอสำหรับการผลิตอุปกรณ์รุ่นถัดไป
ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะ Apple มักถูกมองว่า เป็นบริษัทที่เก่งเรื่องซัพพลายเชน และต่อรองต้นทุนชิ้นส่วนได้ดี แต่รอบนี้ ภาพที่ออกมากลับสะท้อนว่า วิกฤตซัพพลาย DRAM ที่เกิดจากแรงดึงของตลาด AI และ data center กำลังทำให้ “สินค้าฝั่งคอนซูเมอร์” ต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแย่งกำลังการผลิต
ดีลขึ้นราคา 2 เท่า เกิดอะไรขึ้น
รายงานที่ถูกอ้างถึง ระบุว่า Samsung มีแผนเดิมจะผลักดันการขึ้นราคา LPDDR5X ประมาณ 60% ในโต๊ะเจรจา แต่เลือก “เปิดราคา” ด้วยตัวเลข 100% ก่อน และสิ่งที่ทำให้ข่าวนี้ถูกพูดถึงมาก คือ Apple ถูกระบุว่า ยอมรับตัวเลขดังกล่าวแทบจะทันที จนกลายเป็นราคาที่ตกลงกันไปในที่สุด
ต้องย้ำว่า นี่เป็น “รายงานจากแหล่งข่าววงใน” ที่สื่อสาย Apple นำมาอ้างต่อ ไม่ใช่เอกสารทางการที่เปิดเผยรายละเอียดสัญญาซื้อขาย ดังนั้น ต้องอ่านแบบระมัดระวัง แต่แก่นสำคัญคือ ภาพรวมตลาดกำลังเอื้อให้ผู้ผลิตหน่วยความจำ มีอำนาจต่อรองสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ทำไม LPDDR5X ถึงสำคัญกับ Apple มาก
LPDDR5X คือหน่วยความจำแบบพลังงานต่ำ ที่นิยมใช้ในสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊กยุคใหม่ เพราะให้สมดุลระหว่าง ประสิทธิภาพ แบนด์วิดท์ และการประหยัดพลังงาน
สำหรับ Apple ภาพใหญ่คือ อุปกรณ์จำนวนมากพึ่งพา “หน่วยความจำหลัก” ที่เป็นหัวใจของประสบการณ์ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น iPhone รุ่นใหม่ ๆ หรือกลุ่มอุปกรณ์ที่ใช้ Apple Silicon ซึ่งในหลายรุ่นใช้หน่วยความจำตระกูล LPDDR เป็นส่วนสำคัญของระบบโดยรวม

เมื่อหน่วยความจำเป็นชิ้นส่วนที่ขาดไม่ได้ ต่อให้ Apple บริหารซัพพลายเชนเก่งแค่ไหน ก็ยังต้องแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นเพื่อจองโควตาการผลิต และถ้าตลาดตึงจนถึงระดับหนึ่ง การยอมจ่ายแพงขึ้น อาจเป็น “ต้นทุนเพื่อให้สายการผลิตเดินต่อ” มากกว่าการต่อรองให้ชนะในระยะสั้น
เบื้องหลังวิกฤต DRAM ตึงตัว ทำไมราคาถึงพุ่งแรง
ในช่วงต้นปี 2026 หลายสำนักวิเคราะห์อธิบายไปในทิศทางเดียวกันว่า อุปสงค์ฝั่ง AI และ data center กำลังกินกำลังการผลิตหน่วยความจำจำนวนมาก และทำให้ซัพพลายที่เหลือสำหรับตลาดคอนซูเมอร์หดตัวลง ส่งผลให้ผู้ผลิตปลายทาง ตั้งแต่มือถือ ไปจนถึงพีซี ต้องรับต้นทุนที่สูงขึ้น
ข้อมูลเชิงตลาดจากฝั่งนักวิเคราะห์ ยังชี้ว่า ราคาสัญญา DRAM ในบางกลุ่ม มีแนวโน้มปรับขึ้นแรงมากในไตรมาสแรกของปี 2026 และบรรยากาศนี้เอง ที่ทำให้ข่าวการขึ้นราคา LPDDR5X ระดับ “เท่าตัว” ฟังดูไม่หลุดธีมของตลาดนัก
กล่าวอีกแบบคือ ต่อให้ตัวเลข 100% ในรายงานนี้จะถูกตีความต่างกันในรายละเอียด แต่ทิศทางหลักของตลาดหน่วยความจำ คือ “แพงขึ้น และแย่งของกันหนักขึ้น” ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่หลายแหล่งประเมินไว้
แล้วจะโดนขึ้นราคา iPhone หรือ Mac ทันทีไหม
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยังสรุปไม่ได้ และยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่า Apple จะขึ้นราคาสินค้าปลายทางทันที
แม้ต้นทุนหน่วยความจำจะเพิ่มขึ้น แต่การตั้งราคาสินค้าของ Apple มักเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น ค่าเงิน สต็อกชิ้นส่วนที่ทำสัญญาไว้ล่วงหน้า สัดส่วนต้นทุนต่อเครื่อง และกลยุทธ์การรักษามาร์จินในแต่ละไลน์สินค้า
สิ่งที่เป็นไปได้มีหลายทาง ตั้งแต่ Apple อาจดูดซับต้นทุนบางส่วนไว้เอง เพื่อคงราคาเดิมในรุ่นหลัก ไปจนถึงการปรับ “สเปกเริ่มต้น” หรือ “โครงสร้างราคา” ในบางรุ่นย่อยแบบเนียน ๆ ซึ่งเป็นรูปแบบที่อุตสาหกรรมทำกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศขึ้นราคาตรง ๆ
ไทม์ไลน์ข่าวลือสินค้าใหม่ สัปดาห์หน้า คือสัปดาห์ไหน
ต้นฉบับระบุว่า Apple อาจมีการเปิดตัวหรือรีเฟรชสินค้า เช่น MacBook Pro, MacBook Air, iPad และ iPad Air “ในสัปดาห์หน้า” ดังนั้นถ้าคิดตามวันที่ทำบทความนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2026) คำว่า “สัปดาห์หน้า” จะอยู่ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026
ในฝั่งข่าวต่างประเทศช่วงไม่กี่วันล่าสุด ก็มีรายงานว่า Tim Cook ส่งสัญญาณ “สัปดาห์ใหญ่” และหลายสื่อคาดว่ากำหนดการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาจอยู่ราววันที่ 4 มีนาคม 2026 อย่างไรก็ดี รายละเอียดรุ่น และผลกระทบด้านราคา ยังต้องรอการประกาศจริงเป็นหลัก
สรุปภาพรวม
ข่าวนี้สะท้อน 2 เรื่องพร้อมกัน
หนึ่งคือ ภาวะตึงตัวของ DRAM และ LPDDR5X ไม่ได้กระทบแค่แบรนด์เล็ก แต่เริ่มบีบผู้เล่นระดับบนอย่าง Apple ให้ยอมรับต้นทุนที่หนักขึ้นเพื่อแลกกับซัพพลาย
สองคือ ปี 2026 อาจเป็นปีที่ต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญหลายอย่าง “ไม่เป็นมิตรกับตลาดคอนซูเมอร์” เท่าเดิม และผู้ใช้ปลายทางควรจับตาแนวโน้มราคา และสเปกเริ่มต้นของอุปกรณ์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้หน่วยความจำเป็นหัวใจของประสิทธิภาพอย่างชัดเจน
ที่มา: NotebookCheck





