
Lenovo ออกมาเตือนตลาดแบบตรงไปตรงมา โดยชี้ว่าถ้าคุณ “จำเป็นต้องใช้เครื่อง/อุปกรณ์จริง” ในช่วง 3, 6 หรือ 12 เดือนข้างหน้า การตัดสินใจซื้อหรืออัปเกรด “เร็ว” อาจคุ้มกว่า เพราะสต็อกที่อยู่ในช่องทางจำหน่ายตอนนี้มีโอกาสเป็น “ราคาที่น่าดึงดูดที่สุด” ที่จะหาได้ในอีก 6–12 เดือนจากนี้
Lenovo ชี้ “ราคาดี” อาจอยู่แค่ 6–12 เดือน
คำเตือนนี้มาจาก Ryan McCurdy ที่ให้สัมภาษณ์กับ CRN โดยใจความสำคัญคือ ถ้าโครงการ/การใช้งานของลูกค้า “มีความจำเป็น” และต้องใช้ภายใน 3–12 เดือน ให้รีบขยับ เพราะของที่อยู่กับ distributor และ partner ตอนนี้อาจเป็นชุดที่มีราคาดีที่สุดในช่วง 6–12 เดือนถัดไป
มุมนี้แปลเป็นภาษาคนซื้อได้ง่าย ๆ คือ:
- ถ้าคุณตั้งใจจะประกอบเครื่องใหม่หรืออัปเกรดอยู่แล้ว “การรอแบบไม่กำหนดเงื่อนไข” อาจทำให้เจอราคาใหม่ที่สูงขึ้น
- และอาจเจอปัญหาของขาด/ส่งช้า ทำให้แผนประกอบเครื่องหรืออัปเกรดสะดุด
วิกฤตแรมแพงคืออะไร ทำไมปี 2026 เกมเมอร์โดนผลกระทบเต็ม ๆ
ผู้บริโภคอย่างเกมเมอร์อาจรู้สึกว่า “กระแส AI” เป็นเรื่องของ data center มากกว่า แต่ในซัพพลายเชนจริง ๆ วิกฤตแรมแพง (รวมถึงต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจ) มักโยงกับ 2 ประเด็นหลัก:
- แรงซื้อจากฝั่ง AI และ data center
เมื่อฝั่งนี้เร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ทำให้เกิดแรงดึงทรัพยากรการผลิตและอำนาจต่อรองราคาไปอยู่ฝั่งซัพพลายเออร์มากขึ้น - หน่วยความจำเป็นชิ้นส่วน “พื้นฐาน” ที่กระทบทั้งระบบ
ทั้ง DRAM (แรม) และ NAND (SSD/สตอเรจ) ถูกใช้ในหลายอุปกรณ์ ตั้งแต่ PC, notebook ไปจนถึง server ดังนั้นเมื่อฝั่งหนึ่งตึงตัว มักส่งแรงกระเพื่อมไปถึงตลาดผู้บริโภคด้วย
ฝั่งนักวิเคราะห์อย่าง TrendForce ก็สะท้อนภาพความตึงตัวค่อนข้างแรง โดยระบุว่าความไม่สมดุลของอุปสงค์-อุปทานที่ถูกกดดันจาก AI/data center ทำให้ซัพพลายเออร์มีอำนาจต่อรองราคาเพิ่มขึ้น และปรับคาดการณ์ราคา DRAM ไตรมาส 1/2026 พุ่งสูงขึ้น (ระดับประมาณ 90–95% QoQ ในหมวด conventional DRAM ตามรายงานของบริษัท)
ไม่ใช่แค่แพงขึ้น แต่ “ของหายาก” และใบเสนอราคาอายุสั้นลง
อีกประเด็นที่น่ากังวลสำหรับคนซื้อเครื่อง คือ “จะมีของขาย” หรือไม่ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าราคาในบางช่วงเวลา และใบเสนอราคาอาจมีอายุสั้นลง เพราะต้นทุนเปลี่ยนเร็วขึ้น
สำหรับเกมเมอร์ในช่วงนี้ ภาพที่เจอบ่อยในสถานการณ์แบบนี้คือ:
- เล็ง CPU/GPU/RAM/SSD รุ่นหนึ่งไว้
- วันนี้ของเข้า ราคาโอเค
- ไม่กี่วัน/ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ของหมด หรือราคาขึ้นจนต้องเปลี่ยนแผน
เกมเมอร์ควรวางแผนยังไงให้ไม่ตื่นตระหนก แต่ก็ไม่พลาดจังหวะ
แนวทางที่ใช้งานได้จริงในช่วงตลาดผันผวน คือ “ตัดสินใจจากความจำเป็น + กำหนดเส้นตายของตัวเอง” มากกว่ารอให้ตลาดใจดี
1) ถ้าต้องใช้เครื่องภายใน 3–12 เดือน ให้ล็อกสเปกและงบก่อน
คำเตือนของ Lenovo มีน้ำหนักในกลุ่ม “ต้องใช้จริงในกรอบเวลาใกล้ ๆ” เพราะถ้าคุณต้องใช้งานแน่ ๆ การรอแบบไม่มีเส้นตายอาจเสี่ยงกว่า
2) โฟกัสชิ้นส่วนที่กระทบประสบการณ์เล่นเกมชัด
ในภาวะวิกฤตแรมแพง สิ่งที่กระทบเห็นภาพชัดมักเป็น RAM / SSD / GPU เพราะเกมยุคใหม่กิน resource มากขึ้น
3) เจอดีลที่ “ตรงสเปก + ราคาที่รับได้” อย่าปล่อยผ่านเพราะความหวังที่จะเจอของราคาดีมีไม่เยอะ
ปีที่ซัพพลายเชนแกว่ง สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการรอแบบ “ไม่รู้จะรอจนถึงเมื่อไหร่” โดยเฉพาะเมื่อข่าวสะท้อนว่า “ราคาดี” อาจอยู่ไม่นาน
4) ถ้ายังไม่จำเป็นต้องซื้อปีนี้ ให้ติดตามสัญญาณ
ถ้าคุณไม่ได้จำเป็นต้องอัปเกรดในปี 2026 วิธีชะลอที่ “มีแบบแผน” คือคอยตามสัญญาณราคา DRAM/NAND จากรีเสิร์ชและข่าวซัพพลายเชน เช่นการปรับคาดการณ์ราคาและการหาทางเลือกซัพพลายเออร์ของผู้ผลิตรายใหญ่
บทสรุป
สารของ Lenovo ในข่าวนี้ไม่ใช่การบอกให้ทุกคนรีบซื้อแบบตื่นตระหนก แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า “ราคาของล็อตปัจจุบัน” อาจเป็นช่วงที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับอีก 6–12 เดือนข้างหน้าในบริบทปี 2026 ที่วิกฤตแรมแพงยังถูกกดดันจากแรงซื้อฝั่ง AI และ data center อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: wccftech





