
Windows 11 เปลี่ยนเกม Printer drivers อย่างไร
ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่า “เครื่องพิมพ์ล้านเครื่องจะพังพร้อมกันในวันเดียว” แต่เป็นการเปลี่ยนแนวทาง “การกระจายและการดูแล” Printer drivers รุ่นเก่าผ่าน Windows Update บน Windows 11 และ Windows Server รุ่นใหม่
โดย Microsoft ประกาศไทม์ไลน์ชัดเจนว่า “ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์แบบ legacy (V3/V4) จะเข้าสู่ช่วง end of servicing แบบค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อผลักระบบไปทาง modern print stack และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย/ความปั่นป่วนของระบบพิมพ์ในระยะยาว.
พูดให้เข้าใจง่าย: ต่อไปนี้ “การพึ่ง Windows Update เพื่อหา/ลงไดรเวอร์เครื่องพิมพ์รุ่นเก่า” จะไม่ชัวร์เหมือนเดิม โดยภาระการซัพพอร์ตเครื่องพิมพ์เก่าจะถูกโยนกลับไปที่ผู้ผลิตมากขึ้น และผู้ใช้/แอดมินต้องเตรียมทางเลือกไว้ตั้งแต่ตอนนี้ (ซึ่งตอนนี้คือ 9 กุมภาพันธ์ 2026)
ไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องจำ
จากเอกสารทางการของ Microsoft ไทม์ไลน์หลักมี 3 จุดใหญ่ ๆ ดังนี้.
- 15 มกราคม 2026
- สำหรับ Windows 11+ และ Windows Server 2025+ : จะ “ไม่เผยแพร่ Printer drivers ตัวใหม่” ขึ้น Windows Update
- ไดรเวอร์ที่ “มีอยู่แล้ว” บน Windows Update อาจยังอัปเดตได้ แต่เป็น อนุมัติแบบ case-by-case.
- ในฝั่งกระบวนการส่งไดรเวอร์: ตั้งแต่วันเดียวกันนี้ “การส่งไดรเวอร์” จะถูก บล็อกโดยค่าเริ่มต้น และต้องเข้ากระบวนการ manual review พร้อมเอกสาร “เหตุผล/ความจำเป็น” ประกอบ.
- 1 กรกฎาคม 2026
- Windows จะปรับ “กติกาการจัดอันดับไดรเวอร์” ให้ เลือกใช้ Windows IPP inbox class driver เป็นตัวเลือกที่ถูก “prefer” เมื่อมีหลายตัวเลือก.
- 1 กรกฎาคม 2027
- การอัปเดต Printer drivers จากผู้ผลิตผ่าน Windows Update จะถูกจำกัดให้ เหลือเฉพาะแพตช์ด้านความปลอดภัย เท่านั้น
- แต่ยังยืนยันว่า “ผู้ใช้ยังติดตั้งไดรเวอร์จากแพ็กเกจติดตั้งของผู้ผลิตได้” และ “ไดรเวอร์เดิมที่มีอยู่แล้ว” ยังอาจติดตั้งได้.
ทำไม Microsoft ถึง “ตัดตอน” V3/V4: เรื่องความปลอดภัยมาก่อน
ระบบพิมพ์บน Windows เป็นพื้นที่ที่เคยมีประเด็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมานาน หนึ่งในเหตุการณ์ที่คนสาย IT จำได้คือช่องโหว่ใน Windows Print Spooler ที่ถูกเรียกรวม ๆ ว่า PrintNightmare ซึ่ง Microsoft เคยออกคำชี้แจง/แนวทางแก้ไขอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2021.
จากมุมของผู้ดูแลแพลตฟอร์ม การต้องรองรับไดรเวอร์เฉพาะทางจำนวนมหาศาล (vendor-specific) ทำให้:
- ผิวโจมตี (attack surface) กว้างขึ้น
- ความเสี่ยงจากไดรเวอร์เก่า/ไดรเวอร์ที่ไม่ค่อยมีการดูแลสูงขึ้น
- ต้นทุนการทดสอบ/รองรับความเข้ากันได้กับ Windows รุ่นใหม่สูงขึ้น
ดังนั้น “การลดบทบาทไดรเวอร์ legacy” และหันไปใช้ “ไดรเวอร์แบบ class/มาตรฐานกลาง” จึงเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับทั้งความปลอดภัยและการดูแลระยะยาว.
ใครเสี่ยงโดนกระทบมากที่สุด
ภาพรวม Microsoft มองว่า “ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่น่ากระทบ” เพราะเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่จำนวนมากรองรับแนวทาง modern print stack/IPP อยู่แล้ว.
แต่กลุ่มที่ควรระวังจริง ๆ คือ:
- องค์กรที่ยังมีเครื่องพิมพ์รุ่นเก่า (โดยเฉพาะที่พึ่งพาไดรเวอร์ V3/V4 เฉพาะทาง)
- โรงเรียน/หน่วยงาน/ร้านพิมพ์ ที่มีเครื่องรุ่นเก่าใช้งานยาว ๆ และไม่ค่อยเปลี่ยนฮาร์ดแวร์
- สภาพแวดล้อมที่มี print server และใช้ไดรเวอร์จากผู้ผลิตเพื่อฟีเจอร์เฉพาะ (เช่น finishing, stapling, secure print บางแบบ, accounting บางระบบ)
สิ่งที่อาจเจอเมื่อเวลาผ่านไป:
- ลงเครื่องพิมพ์ใหม่แล้ว “หาไดรเวอร์ผ่าน Windows Update ไม่เจอ”
- เครื่องใหม่ที่ติดตั้ง Windows 11 รุ่นใหม่ ๆ เลือกใช้ IPP class driver ก่อน ทำให้ฟีเจอร์เฉพาะบางอย่างของไดรเวอร์ผู้ผลิตไม่ถูกใช้เป็นค่าเริ่มต้น
- อัปเดต Windows แล้วระบบ “เปลี่ยนตัวเลือกไดรเวอร์” จนพฤติกรรมการพิมพ์เปลี่ยนไป (ขึ้นกับเคส/รุ่น)
IPP class driver และ modern print stack คืออะไร ทำไมถึงเป็นทิศทางหลัก
เอกสาร Microsoft อธิบายว่า ตั้งแต่ Windows 10 21H2 เป็นต้นมา Windows มี inbox support สำหรับเครื่องพิมพ์ที่สอดคล้องมาตรฐาน (เช่น Mopria) ผ่าน Microsoft IPP Class Driver และลดความจำเป็นที่ผู้ผลิตต้องทำ installer/driver/utility แบบเดิม ๆ.
แนวคิดคือ:
- Windows มี “ไดรเวอร์กลาง” ที่ใช้งานพื้นฐานได้
- ถ้าผู้ผลิตอยากทำประสบการณ์/ฟีเจอร์เสริม ให้ไปทำในรูปแบบ “แอป/ส่วนเสริม” แทน (เช่น Print Support Apps) มากกว่าพึ่งไดรเวอร์ Win32 หนัก ๆ.
ผลลัพธ์ที่ Microsoft ต้องการคือ “ระบบพิมพ์ที่เสถียรขึ้น ดูแลง่ายขึ้น และปลอดภัยขึ้น” โดยเฉพาะเมื่อมองไปถึงองค์กรที่มีเครื่องจำนวนมาก
Windows Protected Print Mode: สัญญาณว่าอนาคตอาจ “ไม่เอา third-party drivers”
อีกจุดที่น่าจับตาคือ Windows Protected Print Mode (WPP) ซึ่ง Microsoft ระบุชัดว่าโหมดนี้จะ “ใช้ modern print stack เท่านั้น” และช่วยด้านความปลอดภัย พร้อมลดภาระการจัดการไดรเวอร์.
ที่ต้องรู้ให้ชัด (เพราะกระทบการใช้งานจริง):
- เมื่อเปิด WPP แล้ว เครื่องพิมพ์ที่ใช้ third-party drivers จะถูกถอนการติดตั้ง และไดรเวอร์จะถูกลบจาก driver store ระหว่างที่โหมดนี้ทำงาน.
- WPP ถูกออกแบบให้ทำงานกับเครื่องพิมพ์ที่รองรับมาตรฐาน (เช่น Mopria) และ Microsoft ระบุว่า “มีเครื่องจำนวนมากที่เข้ากันได้” (แต่ไม่ได้แปลว่า “ทุกเครื่อง” จะชัวร์).
ตอนนี้ WPP ยังเป็น “ตัวเลือก” แต่เมื่อประกอบกับไทม์ไลน์เรื่อง Printer drivers แล้ว จะเห็นทิศทางชัดว่า Microsoft อยากพา ecosystem ไปทาง “ไดรเวอร์กลาง + มาตรฐานกลาง” มากขึ้นเรื่อย ๆ
วิธีเช็กและเตรียมตัว (ทำได้เลย) สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและแอดมิน
ต่อให้ยังไม่เจอปัญหาตอนนี้ (9 ก.พ. 2026) การเตรียมไว้ก่อนจะช่วยลดงานดับเพลิงในวันที่ต้องอัปเกรด Windows หรือเพิ่มเครื่องใหม่ในองค์กร
1) เช็กว่าเครื่องพิมพ์คุณพึ่งพา legacy Printer drivers แค่ไหน
แนวทางแบบไม่ซับซ้อน:
- ดูรุ่นเครื่องพิมพ์ แล้วเข้าเว็บผู้ผลิตตรวจว่า “มีไดรเวอร์รุ่นใหม่/ไดรเวอร์สำหรับ Windows 11” หรือไม่
- ถ้าเป็นองค์กร: ทำ inventory รายชื่อเครื่องพิมพ์ + รุ่นไดรเวอร์ที่ใช้อยู่ (โดยเฉพาะ print server)
ถ้าต้องการเช็กเชิงเทคนิคบน Windows (เหมาะกับแอดมิน):
Get-PrinterDriver | Select-Object Name, Manufacturer, DriverVersion
จุดประสงค์คือรู้ว่าเราใช้ไดรเวอร์จากผู้ผลิตรุ่นไหนอยู่ และมีแผนสลับไปใช้ไดรเวอร์แบบ modern/IPP ได้หรือไม่
2) เตรียม “แผน B” ไว้เสมอ: ติดตั้งผ่านแพ็กเกจผู้ผลิต
Microsoft ระบุว่าแม้จะจำกัดผ่าน Windows Update แต่ยังอนุญาตให้ติดตั้งไดรเวอร์จาก “แพ็กเกจติดตั้งแยกของผู้ผลิต” ได้.
ดังนั้นองค์กรควร:
- เก็บตัวติดตั้งไดรเวอร์/แพ็กเกจไว้ใน repo ภายใน
- ทำขั้นตอนติดตั้งมาตรฐาน (SOP) เผื่อเครื่องใหม่/ลงใหม่
- วางนโยบายว่าเครื่องรุ่นใด “ต้องใช้ไดรเวอร์ผู้ผลิต” และเครื่องรุ่นใด “ใช้ IPP class driver ได้”
3) ระวังจุดเปลี่ยน 1 ก.ค. 2026: Windows จะ prefer IPP class driver
หลัง 1 กรกฎาคม 2026 Windows จะ “ให้คะแนนนำ” กับ IPP inbox class driver ในการเลือกไดรเวอร์.
สิ่งที่ควรทดสอบล่วงหน้า:
- ถ้าปล่อยให้ระบบเลือกเอง ฟีเจอร์เฉพาะ (เช่น options ขั้นสูง) หายไหม
- งานพิมพ์ในแอปที่ใช้ประจำ (บัญชี/ERP/งานเอกสาร) มีผลกระทบหรือไม่
- ถ้าใช้ print server: ยัง deploy ได้ตามเดิมไหม หรือจำเป็นต้องปรับกระบวนการ
4) ถ้าคิดจะเปิด Windows Protected Print Mode: ต้องทำ pilot ก่อน
จากเอกสาร WPP เมื่อเปิดแล้ว third-party drivers จะถูกถอนและลบออกขณะโหมดทำงาน.
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ:
- ทำ pilot กับกลุ่มเล็กก่อน (เครื่อง/แผนกตัวอย่าง)
- เช็ก compatibility ของรุ่นเครื่องพิมพ์กับแนวทาง modern print stack/Mopria
- เตรียมคู่มือ rollback (ปิดโหมดแล้วติดตั้งกลับ)
สรุป: นี่คือ “การเปลี่ยนผ่าน” ไม่ใช่วันสิ้นโลกของเครื่องพิมพ์
แก่นของเรื่องนี้คือ Microsoft กำลัง “ลดบทบาท Printer drivers รุ่นเก่าผ่าน Windows Update” เพื่อความปลอดภัยและลดภาระการดูแลในระยะยาว โดยมีไทม์ไลน์ชัด:
- 15 ม.ค. 2026 หยุดเผยแพร่ไดรเวอร์ใหม่ผ่าน Windows Update (และบังคับ manual review สำหรับการส่งไดรเวอร์)
- 1 ก.ค. 2026 ปรับให้ prefer IPP inbox class driver
- 1 ก.ค. 2027 จำกัดอัปเดตไดรเวอร์ผู้ผลิตผ่าน Windows Update เหลือเฉพาะ security fixes
สำหรับผู้ใช้บ้าน ถ้าเครื่องพิมพ์เป็นรุ่นไม่เก่ามาก โอกาสเจอปัญหาอาจต่ำ แต่สำหรับองค์กรที่ยังมีเครื่องพิมพ์รุ่นเก่า/ระบบพิมพ์ซับซ้อน “ควรเริ่มทำ inventory + ทดสอบ IPP/modern print stack ตั้งแต่ตอนนี้” เพื่อไม่ให้สะดุดตอนอัปเกรด Windows รอบถัดไป
ที่มา: Tom’s Harware





