Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

Private Cloud ของ Apple สั่นคลอน? Google ประกาศเป็น “ผู้ให้บริการคลาวด์หลัก” และร่วมปั้น AI รุ่นถัดไป

Google Private Cloud x Apple

Apple เคยชู “Private Cloud Compute” เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ AI ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับต้น ๆ แต่ช่วงต้นกุมภาพันธ์ 2026 ประเด็นนี้กลับถูกตั้งคำถามหนักขึ้น เมื่อ Google ออกมาพูดบนเวทีผลประกอบการว่า “กำลังทำงานร่วมกับ Apple ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์หลัก (preferred cloud provider)” พร้อมย้ำว่าทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนา “Apple Foundation Models รุ่นถัดไป” บนเทคโนโลยี Gemini ของ Google

คำว่า “preferred cloud provider” ฟังดูเหมือนเป็นประโยคสั้น ๆ แต่สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับ privacy นี่คือประโยคที่ทำให้เกิดคำถามตามมาเป็นชุด: แล้วกรอบความเป็นส่วนตัวที่ Apple เคยเล่าไว้ใน Private Cloud Compute จะยัง “แข็งแรงเหมือนเดิม” ได้แค่ไหน หากคลาวด์เบื้องหลังเริ่มพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากบริษัทภายนอกมากขึ้น?

Advertisement

Private Cloud Compute คืออะไร และ Apple เคยสัญญาอะไรไว้

Private Cloud Compute (PCC) คือสถาปัตยกรรมคลาวด์ที่ Apple ออกแบบมาเพื่อให้ระบบ AI ทำงานกับ “งานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูง” โดยยังคงแนวคิดความเป็นส่วนตัวใกล้เคียงกับการทำงานบนอุปกรณ์ (on-device) มากที่สุด แนวคิดหลักที่ Apple สื่อสารไว้ ได้แก่

  • ส่งข้อมูลเท่าที่จำเป็น เพื่อทำงานให้สำเร็จ
  • ไม่เก็บข้อมูลไว้ถาวร และใช้ข้อมูลเพื่อ “ทำคำขอให้เสร็จ” เท่านั้น
  • ใช้กลไกความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์/ระบบ และมีแนวทางให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจสอบได้

Apple อธิบาย PCC ว่าเป็นระบบคลาวด์ที่ถูกออกแบบเพื่อ “private AI processing” โดยตรง และในเอกสาร/หน้าช่วยเหลือของ Apple ก็ระบุแนวคิดว่า “ข้อมูลของคุณจะไม่ถูกจัดเก็บ” และใช้เพียงเพื่อทำคำขอให้สำเร็จเท่านั้น ขณะที่ในแถลงข่าวภาษาไทยของ Apple ก็พูดถึงองค์ประกอบด้านความปลอดภัยอย่าง Secure Enclave, Secure Boot, Trusted Execution Monitor และแนวคิดเรื่องการรับรอง (attestation) เพื่อให้เครื่องของผู้ใช้ตรวจสอบคลัสเตอร์ PCC ก่อนส่งคำขอได้

ภาพรวมจึงเป็นแบบนี้: งานง่ายทำบนเครื่อง งานยากส่งขึ้น PCC แต่ยังต้อง “คุมความเป็นส่วนตัว” ให้ได้ตามมาตรฐานของ Apple


ประโยคเดียวที่ทำให้คนเริ่มกังวล: Google คือ “preferred cloud provider” ของ Apple

จุดเปลี่ยนรอบนี้มาจากคำพูดบนเวทีผลประกอบการของ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ซีอีโอ Sundar Pichai ระบุว่า Google “ยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Apple ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์หลัก” และร่วมพัฒนา “Apple Foundation Models รุ่นถัดไป” บนเทคโนโลยี Gemini

ประเด็นสำคัญคือ “คำนี้กว้าง” กว่าที่หลายคนคาด เพราะมันไม่ได้สื่อถึงแค่การเอาโมเดลไปช่วยบางส่วน แต่ฟังเหมือนบทบาทระดับโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า

  • Apple จะยังใช้ PCC เป็นแกนหลักอยู่หรือไม่
  • หรือบางงาน (โดยเฉพาะ Siri ยุคใหม่) จะย้ายไปพึ่งคลาวด์ของ Google มากขึ้น
  • แล้วการตรวจสอบ/การรับรองแบบที่ Apple สื่อสารไว้ จะยังทำได้ “โปร่งใส” แค่ไหนในทางปฏิบัติ

ฝั่งสื่ออย่าง TechCrunch ก็ชี้ว่าในการคุยกับนักลงทุน Google แทบไม่ลงรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากใช้ถ้อยคำลักษณะเดียวกันซ้ำ ๆ ทำให้รายละเอียดเชิงลึกยังเป็น “พื้นที่ว่าง” ที่ตลาดต้องรอคำอธิบายจากทั้งสองบริษัท


ความร่วมมือ Apple–Google เป็นทางการแค่ไหน?

นอกจากคำพูดใน earnings call ยังมี “หลักฐานเชิงทางการ” มากกว่านั้น เพราะในวันที่ 12 มกราคม 2026 Google โพสต์แถลงร่วม ระบุว่า Apple และ Google เข้าสู่ความร่วมมือหลายปี โดย “Apple Foundation Models รุ่นถัดไป” จะอิง Gemini และเทคโนโลยีคลาวด์ของ Google เพื่อช่วยขับเคลื่อนฟีเจอร์ Apple Intelligence ในอนาคต รวมถึง Siri ที่ “personalized มากขึ้น” ภายในปีนี้

แปลให้เข้าใจง่าย: อย่างน้อยในระดับ “Foundation Models รุ่นถัดไป” มีสัญญาณชัดว่า Gemini + Google Cloud ไม่ได้เป็นแค่ตัวช่วยเฉพาะกิจ แต่เป็นชิ้นส่วนในแผนระยะยาว


Private Cloud กับ Siri: ทำไมคนจับตาหนักเป็นพิเศษใน iOS 26.4 และ iOS 27

iOS 26.4: Siri ที่ Apple เคยสัญญาไว้ กำลังจะมา (แต่ยังเป็น “ข่าวลือ/คาดการณ์”)

สื่อหลายแห่งรายงานทิศทางตรงกันว่า iOS 26.4 ถูกคาดหมายว่าจะเป็นอัปเดตที่พา Siri เข้าใกล้เดโมยุค WWDC 2024 มากขึ้น โดยไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ

  • เข้าใจ personal context (เช่น ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแอป/ข้อความ/อีเมลเพื่อช่วยตอบ)
  • มี on-screen awareness (รับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ)
  • ทำ in-app / cross-app actions ได้จำนวนมาก (สั่งงานข้ามแอปจริงจัง)

รายงานชุดนี้ถูกพูดถึงทั้งจาก The Verge และ 9to5Mac โดยโทนรวม ๆ คือ “น่าจะมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2026” และ iOS 27 ยังจะมีการเปลี่ยนใหญ่กว่านั้นอีก

iOS 27: Siri แบบ “แชตบอต” และข่าวลือเรื่องการรันบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google

ประเด็นที่ทำให้คนกังวลเรื่อง privacy หนักขึ้น คือรายงานของ Bloomberg โดยนักข่าวสาย Apple อย่าง Mark Gurman ที่ระบุว่า Apple กำลังวาง Siri ยุคถัดไปให้เป็นแชตบอตฝังในระบบ (ไม่ใช่แอปแยก) และเป็น “แกนกลาง” ของ iOS 27

สื่ออย่าง MacRumors สรุปต่อว่า Apple “พิจารณา” ให้ Siri แชตบอตรุ่นใหม่รันบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Google แทนการอยู่บน PCC ทั้งหมด

ถ้ามองในเชิงประสบการณ์ใช้งาน นี่คือทิศทางที่ทำให้ Siri “ทำได้มากขึ้น” แต่ในเชิง privacy มันทำให้คนตั้งคำถามว่า เมื่อ Siri เริ่มแตะ “ข้อมูลส่วนตัว” + “สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ” มากขึ้น การเลือกคลาวด์และสถาปัตยกรรมเบื้องหลังจะสำคัญกว่าที่เคยเป็น


แล้ว “ดีล Gemini” เกี่ยวกับอะไร? ตัวเลขใหญ่ที่ถูกพูดถึง

อีกชิ้นที่เติมภาพให้ชัดขึ้นคือรายงานของ Reuters ที่ระบุว่า Apple มีแนวโน้ม “ไลเซนส์” โมเดล Gemini ระดับก้าวหน้าเพื่อขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ (อ้างอิงรายงานจาก Bloomberg) โดยมีการพูดถึงโมเดลระดับราว 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ และค่าดีลระดับ ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท)

ตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้ว่า: ตัวเลขและรายละเอียดเชิงพาณิชย์ยังเป็น “รายงานจากแหล่งข่าว” ไม่ใช่การยืนยันครบถ้วนจาก Apple หรือ Google แต่ช่วยสะท้อนว่า “สเกล” ของการพึ่งพาโมเดล/โครงสร้างพื้นฐานภายนอก อาจใหญ่กว่าที่หลายคนคิด


ปม Privacy ที่แท้จริงอยู่ตรงไหน?

คำถามของคนกังวล privacy ไม่ได้จบแค่ “ใช้คลาวด์ของใคร” แต่เป็น “ควบคุมอะไรได้แค่ไหน” โดยเฉพาะถ้า Siri จะเป็นแกนหลักของประสบการณ์ AI:

  1. ขอบเขตของ PCC จะถูกลดบทบาทหรือไม่
    ถ้า Siri ยุคใหม่ (ที่แตะ personal context และ on-screen content) กลายเป็นฟีเจอร์หลัก แต่กลับไปอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของ Google มากขึ้น ก็ย่อมทำให้ PCC ดูเหมือนถูกลดบทบาทในทางปฏิบัติ — ประเด็นนี้ยังไม่มีคำตอบชัดจาก Apple
  2. การตรวจสอบได้ (verifiability) จะทำได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อมี third party
    Apple พยายามสื่อสารว่า PCC เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจสอบคำมั่นสัญญาด้าน privacy ได้ แต่ถ้า “งานบางส่วน” ไปอยู่บนคลาวด์ของบริษัทอื่น คำถามคือกรอบการตรวจสอบนั้นจะถูกนำไปใช้กับส่วนที่อยู่บน third party ได้อย่างไร และตรวจสอบได้ลึกแค่ไหน
  3. คำว่า preferred cloud provider หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ
    Google พูดคำนี้ทั้งบนบล็อกและเวทีนักลงทุน แต่ยังไม่อธิบายรายละเอียดให้ชัดว่าครอบคลุม “งานประเภทไหน” และ “ข้อมูลไหลไปทางไหน”

สรุปตอนนี้: เป็น “ภัย” ต่อ Private Cloud ทันทีเลยไหม?

ยังฟันธงแบบนั้นไม่ได้

สิ่งที่ยืนยันได้ตอนนี้คือ Google ระบุชัดว่าเป็นผู้ให้บริการคลาวด์หลักของ Apple และร่วมพัฒนา Apple Foundation Models รุ่นถัดไปบน Gemini ส่วนประเด็น “Siri แชตบอตบน Google Cloud/TPU” และไทม์ไลน์ iOS 26.4–iOS 27 ยังอยู่ในกลุ่มรายงาน/คาดการณ์จากสื่อเป็นหลัก

แต่ถึงจะยังไม่ใช่ “ข้อสรุป” มันก็เพียงพอให้ตั้งคำถามว่า Apple จะบาลานซ์ “ความสามารถ” กับ “ความเป็นส่วนตัว” แบบไหนในยุคที่ Siri กำลังถูกยกระดับให้เป็นศูนย์กลางของ Apple Intelligence


ผู้ใช้ควรทำอะไรตอนนี้ (ถ้าเป็นสาย privacy)

  • ติดตาม “รายละเอียดเชิงเทคนิค” จาก Apple โดยตรงว่า workload ส่วนไหนวิ่งบน PCC และส่วนไหนวิ่งบนโครงสร้างพื้นฐานภายนอก
  • อ่านคำอธิบายเรื่อง Apple Intelligence และ Private Cloud Compute จากเอกสารของ Apple เพื่อเข้าใจกรอบคำมั่นสัญญาเรื่องการไม่เก็บข้อมูล และการใช้งานเพื่อทำคำขอเท่านั้น
  • หากกังวลมากเป็นพิเศษ ให้พิจารณาจัดการการใช้งานฟีเจอร์ AI/Siri ตามความสบายใจ (เช่น จำกัดการใช้งานบางความสามารถที่ต้องพึ่งคลาวด์) — รอรายละเอียดชัดเจนก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Google บอกชัด ปี 2026 จะมี “AirDrop interoperability” บน Android มากกว่าเดิม กระแส “ส่งไฟล์ข้ามค่าย” ระหว่าง Android กับอุปกรณ์ของ Apple ที่เคยเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดสำหรับผู้ใช้มานาน กำลังถูกทำให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากปลายปี 2025 Google ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการอัปเดต Quick...

IT NEWS

ข่าวลือรอบนี้พูดถึงอะไร และ “น่าเชื่อแค่ไหน” รายงานจาก Tom’s Hardware อ้างอิงข้อมูลจาก The Information ระบุว่า NVIDIA อาจ “ไม่ปล่อยการ์ดจอ RTX สำหรับเล่นเกมรุ่นใหม่เลย” ตลอดปี 2026 และไทม์ไลน์ของ RTX 60 ก็ถูกเลื่อนไปไกลกว่าปี 2027 โดยมีโอกาสเริ่มเข้าสู่ช่วงผลิตจริงในปี 2028...

IT NEWS

WD นำเทคโนโลยีใหม่ High Bandwidth Drives (HBD) มาโชว์ในงาน Innovation Day 2026 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านข้อมูลจำนวนมหาศาลจากงานด้าน AI ด้วยการเพิ่มแบนด์วิดธ์ในการอ่าน-เขียนข้อมูลสูงสุด 2 เท่า (และขยายได้ถึง 8 เท่าในอนาคต) ผ่านการใช้หัวอ่าน-เขียนหลายตัวพร้อมกันบนผิวแผ่นดิสก์หลายแผ่น แต่ไม่เพิ่มการใช้พลังงาน ด้วยเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ฮาร์ดดิสก์นั้นมีช่องทางในการจัดเก็บข้อมูลที่กว้างขึ้น เพื่อข้ามพ้นข้อจำกัดเดิมๆ เหมาะสำหรับงานไฮเปอร์สเกลที่ต้องใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในปัจจุบันและอนาคต เทคโนโลยี...

IT NEWS

ตลาด RAM ช่วงนี้หนักขึ้นจริง ทั้งฝั่งเกมเมอร์และคนประกอบพีซี เพราะราคาไต่ขึ้นแทบทุกทางเลือก จนหลายคนเริ่มมองหา “ทางรอด” จากผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT โดยหวังว่า DDR5/DDR4 จากจีนจะถูกกว่าและมีของมากพอให้ตลาดหายตึง แต่ถ้ามองด้วยมุมซัพพลายเชนและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ความเป็นจริงอาจต่างจากที่คาดไว้พอสมควร ทำไม RAM ถึงขาดตลาดและแพงขึ้นในช่วงต้นปี 2026 จุดที่ทำให้คนรู้สึกว่า “RAM หายาก/แพงผิดปกติ” ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการซ้อนกันของดีมานด์ฝั่ง AI...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก