
ในแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Steam สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวเกมสยองขวัญ เล่นในวันว่างๆ บทความเกมนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสกับประสบการณ์ความกลัวที่เหนือระดับ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบใช้ความคิดในรูปแบบ เกมวางแผน เพื่อเอาตัวรอด หรือเป็นคนที่รักความตื่นเต้นท้าทายแบบเดียวกับกลุ่มคนที่ชอบเล่นเกมแข่งรถในชีวิตประจำวัน เนื้อหาในวันนี้จะตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน ความสยองขวัญในปีนี้ไม่ได้มีแค่การทำให้ตกใจ (Jump Scare) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรยากาศที่กดดันและการเล่าเรื่อง ซึ่งทางผู้พัฒนาชาวไทยและต่างชาติต่างประชันฝีมือกันอย่างดุเดือดเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของเกมแห่งปี เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แล้วไปดูกันว่าจะมีเกมไหนที่ควรค่าแก่การกดลงตะกร้าบ้าง
10 เกมสยองขวัญใน Steam ตื่นเต้น หลอนต่อเนื่องไม่มีพัก มีทั้งเกมไทยและต่างประเทศ
- Home Sweet Home: Online (Thailand)
- Resident Evil 9: Apocalypse
- Silent Hill f
- The Bridge Curse: Ritual
- Lethal Company 2
- The Outlast Trials: Season 2
- Gryphon (Thailand)
- Phasmophobia: Evolution
- Dead by Daylight: The Strategic Horror
- Amnesia: The Darkest Hour
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคนที่อยากเล่นเกมสยองขวัญ
- บทสรุป 10 เกมสยองขวัญใน Steam ตื่นเต้น หลอนต่อเนื่องไม่มีพัก
1. Home Sweet Home: Online (Thailand)

ในฐานะเกมสยองขวัญสัญชาติไทยที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ปี 2026 นี้มีการอัปเดตครั้งใหญ่ที่ยกระดับความน่ากลัวขึ้นไปอีกขั้นด้วยกราฟิก Unreal Engine 5 ตัวเกมยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านความเชื่อและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ที่ชวนขนหัวลุก ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับการไล่ล่าที่ต้องอาศัยไหวพริบและการทำงานเป็นทีมอย่างหนัก การอัปเดตใหม่เน้นไปที่เนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้นและการปรับสมดุลการเล่นให้มีความท้าทายมากกว่าเดิม กับบรรยากาศของเกม ที่สามารถหลอนแบบสุดขั้ว และการนำเสนอผีไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เกมเมอร์หลายคนกล่าวว่านี่คือเกมที่ต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดสูงมาก ไม่ใช่แค่การวิ่งหนีอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักการใช้ไอเทมและการขัดขวางศัตรูให้ถูกจังหวะ ความเห็นส่วนใหญ่ระบุว่าระบบมัลติเพลเยอร์ในปีนี้เสถียรขึ้นมากและทำให้การเล่นกับเพื่อนสนุกจนลืมเวลาไปเลย
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Horror / Asymmetrical Multiplayer / Survival
ระบบที่ต้องการ: Windows 10/11 64-bit, CPU Intel Core i7-12700, RAM 16GB, GPU RTX 3060
พื้นที่ในการติดตั้ง: 45 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2023 (Major Update 2026)
อายุผู้เล่น: 18 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- เป็นการนำเสนอวัฒนธรรมและความเชื่อไทยในรูปแบบสยองขวัญระดับสากล
- ระบบการเล่นแบบ 4vs1 ที่ต้องใช้การประสานงานและความคิดสร้างสรรค์
- กราฟิกที่สวยงามสมจริงและเสียงประกอบที่สร้างความกดดันได้เป็นอย่างดี
- มีการอัปเดตตัวละครและด่านใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2026
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/app/1098940/Home_Sweet_Home_Online/
2. Resident Evil 9: Apocalypse

สุดยอดแฟรนไชส์เกมสยองขวัญจาก Capcom ที่จะกลับมาอีกครั้งในปี 2026 จะวางจำหน่ายใน Steam ประมาณ กุมภาพันธ์ 2569 นี้ พร้อมกับการปิดตำนานหรือการเริ่มต้นบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ภาคนี้เน้นไปที่การเอาตัวรอดในเมืองขนาดใหญ่ที่ล่มสลาย ตัวเกมมอบอิสระในการสำรวจและการจัดการทรัพยากรที่จำกัด ผู้เล่นจะได้เผชิญหน้ากับศัตรูสายพันธุ์ใหม่ที่มีความฉลาดและรวดเร็ว ทำให้ทุกก้าวที่เดินในเกมนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยที่ Resident Evil 9 นี้ จะเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง Action และ Horror อย่างแท้จริง มีการนำระบบเกมวางแผน มาใช้ในการจัดการช่องเก็บของและการเลือกเส้นทางเดินทัพ เกมเมอร์ทั่วโลกต่างเทใจให้กับเนื้อเรื่องที่มีปมปริศนาให้น่าติดตามตลอดทั้งเกม และการออกแบบบอสที่น่าเกรงขามจนทำให้ใจเต้นแรงเหมือนอยู่ในการแข่งรถในสนามที่อันตรายหรือสไตล์ของการเดินเล่นอยู่ในบ้านผีสิงแบบนั้นได้เลย
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Action Horror / Third-Person Shooter / Exploration
ระบบที่ต้องการ: Windows 11, CPU AMD Ryzen 7 7700X, RAM 32GB, GPU RTX 4070
พื้นที่ในการติดตั้ง: 100 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2026
อายุผู้เล่น: 18 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- เนื้อเรื่องที่เข้มข้นและเป็นการไขปริศนาที่แฟนเกมรอคอยมานาน
- ระบบ Gunplay ที่สมจริงและสะใจ ผสมผสานกับการเอาตัวรอดที่กดดัน
- กราฟิกเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้สภาพแวดล้อมดูสยองขวัญเกินบรรยาย
- โหมดการเล่นเสริมที่หลากหลาย ทำให้เล่นซ้ำได้ไม่มีเบื่อ
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/search/?term=Resident+Evil
3. Silent Hill f

การกลับมาของตำนานเกมสยองทางจิตวิทยาที่คราวนี้ย้ายสมรภูมิความกลัวไปที่ญี่ปุ่นในช่วงยุค 1960 ตัวเกมเน้นไปที่ความหลอนแบบช้าๆ แต่ฝังลึกในจิตใจ การออกแบบงานศิลป์ที่เน้นดอกไม้และเชื้อราที่เติบโตบนร่างกายมนุษย์สร้างความรู้สึกสะอิดสะเอียนและหวาดกลัวได้อย่างประหลาด เป็นเกมที่ฉีกกฎความสยองขวัญแบบเดิมๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เกมนี้หลายคนยกให้เป็นผลงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ กับบรรยากาศของเมืองที่เงียบเชียบแต่แฝงไปด้วยความตายทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา เกมเมอร์หลายคนให้ความเห็นว่าความหลอนของเกมนี้ไม่ได้มาจากศัตรูที่วิ่งเข้าใส่ แต่มาจากความเงียบและเสียงประกอบที่ชวนหลอนประสาท เป็นเกมที่เน้นการตีความและการใช้ความคิดคล้ายกับ เกมวางแผน ที่เน้นไปทางจิตวิทยา
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Psychological Horror / Adventure / Mystery
ระบบที่ต้องการ: Windows 10, CPU Intel Core i5-11400, RAM 16GB, GPU RTX 3060 Ti
พื้นที่ในการติดตั้ง: 60 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2025 (Updated 2026)
อายุผู้เล่น: 18 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- การนำเสนอความสยองขวัญผ่านวัฒนธรรมและบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
- งานภาพที่สวยงามแต่แฝงไปด้วยความสยดสยองที่เป็นเอกลักษณ์
- เนื้อเรื่องที่ลุ่มลึกและต้องใช้การตีความอย่างละเอียด
- เสียงประกอบระดับเทพที่ช่วยดึงอารมณ์ความกลัวออกมาได้สูงสุด
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/search/?term=Silent+Hill
4. The Bridge Curse: Ritual

เกมสยองขวัญจากไต้หวันที่สร้างจากตำนานเมืองในมหาวิทยาลัย ภาคนี้ยกระดับการเล่าเรื่องและการทำภารกิจที่ซับซ้อนขึ้น ผู้เล่นต้องไขปริศนาเพื่อเอาตัวรอดจากวิญญาณอาฆาตในขณะที่ต้องทำโปรเจกต์ภาพยนตร์สยองขวัญไปด้วย เป็นการผสมผสานความกลัวเข้ากับความตื่นเต้นในการทำงานแข่งกับเวลาที่สนุกจนวางไม่ลง หลายคนที่เคยได้สัมผัสเกมนี้ ต่างบอกว่าระบบการซ่อนแอบและการแก้ปริศนาทำออกมาได้ดีกว่าภาคแรกมาก มีกลิ่นอายของ เกมวางแผน ในการหาเส้นทางหนีและการใช้ไอเทมเพื่อล่อลวงผี เกมเมอร์ส่วนใหญ่ชื่นชอบตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนและการดำเนินเรื่องที่น่าติดตามเหมือนกำลังดูหนังผีชั้นดีหนึ่งเรื่อง เป็นหนึ่งในเกมฝั่งเอเชียที่ทำได้ถึงมาตรฐานระดับโลก
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: First-Person Horror / Puzzle / Stealth
ระบบที่ต้องการ: Windows 10, CPU Intel Core i5-8400, RAM 8GB, GPU GTX 1660 Super
พื้นที่ในการติดตั้ง: 20 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2024 (Popular in 2026)
อายุผู้เล่น: 15 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- อ้างอิงจากตำนานสยองขวัญที่มีอยู่จริง เพิ่มความขลังและความน่ากลัว
- ระบบการไขปริศนาที่ท้าทายแต่ไม่ยากจนเกินไป
- บรรยากาศในสถานศึกษาที่คุ้นเคยแต่ถูกเปลี่ยนให้เป็นฝันร้าย
- การดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว กระชับ และมีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึง
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/app/2331330/The_Bridge_Curse_2_The_Ritual/
5. Lethal Company 2

ภาคต่อของเกม Steam อินดี้สุดฮิตที่เปลี่ยนมิตรภาพให้กลายเป็นความฮาปนสยอง ในภาค 2 นี้มีการเพิ่มดาวเคราะห์ใหม่ๆ ศัตรูที่ประหลาดกว่าเดิม และอุปกรณ์ที่ทันสมัยขึ้น ผู้เล่นยังคงต้องรับบทพนักงานเก็บขยะอวกาศที่ต้องทำยอดขายให้ได้ตามเป้า มิฉะนั้นจะถูกไล่ออก (ด้วยความตาย) เป็นเกมที่เน้นการสื่อสารและการทำงานเป็นทีมอย่างมาก ทั้งเกมเมอร์และรีวิวให้ความเห็นว่า Lethal Company 2 ยังคงรักษาความสนุกและความโกลาหลไว้ได้ครบถ้วน การที่ต้องจัดลำดับความสำคัญของงานท่ามกลางอันตรายทำให้มันมีความเป็นเกมวางแผนอยู่ในตัว เกมเมอร์สายปั่นต่างชื่นชอบระบบเสียงแบบ Proximate Chat ที่ทำให้การได้ยินเพื่อนกรีดร้องจากที่ไกลๆ เป็นเรื่องที่ทั้งตลกและน่ากลัวไปพร้อมกัน
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Co-op Horror / Survival / Comedy
ระบบที่ต้องการ: Windows 10, CPU Intel Core i5-9600K, RAM 12GB, GPU RTX 2060
พื้นที่ในการติดตั้ง: 10 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2026
อายุผู้เล่น: 13 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- ประสบการณ์การเล่นร่วมกับเพื่อนที่หาจากเกมอื่นไม่ได้
- ความสุ่มของด่านและศัตรูที่ทำให้การเล่นแต่ละรอบไม่ซ้ำกัน
- ระบบฟิสิกส์และเสียงที่ช่วยสร้างสถานการณ์ตลกสยองขวัญ
- ความง่ายในการเข้าถึงแต่มีความลึกในการวางแผนเอาตัวรอด
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/app/1966720/Lethal_Company/
6. The Outlast Trials: Season 2

เนื้อเรื่องหลักของเกม ยังคงเป็นการทดลองวิปริตที่ยังไม่จบลงง่ายๆ ในซีซั่นใหม่นี้ผู้เล่นจะได้เผชิญกับบททดสอบที่โหดร้ายกว่าเดิมในสถานบำบัดที่เต็มไปด้วยคนบ้าและฆาตกร ตัวเกมเน้นการเล่นแบบ Co-op ที่ต้องช่วยเหลือกันผ่านอุปสรรคและการถูกไล่ล่าที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจเหมือนการขับรถหนีการตามล่า โดยที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่มองว่า ระบบการปรับแต่งตัวละครและทักษะในภาคนี้มีความหลากหลายขึ้นมาก ทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างสไตล์การเล่นของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นสายซัพพอร์ตหรือสายล่อศัตรู ความเป็นเกมวางแผน ที่สอดแทรกผ่านการเลือกใช้สกิลให้เหมาะกับด่านนั้นๆ หลายคนบอกว่าความกดดันในภาคนี้สูงมากจนแทบไม่ได้หยุดหายใจ เป็นเกมสยองที่ทดสอบทั้งจิตใจและมิตรภาพของเพื่อนร่วมทีมได้ดีทีเดียว
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Survival Horror / Co-op / Stealth
ระบบที่ต้องการ: Windows 10, CPU Intel Core i7-10700K, RAM 16GB, GPU RTX 3070
พื้นที่ในการติดตั้ง: 50 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2024 (Season 2 in 2026)
อายุผู้เล่น: 18 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- ความรุนแรงและความหลอนในระดับสูงสุดตามสไตล์ Outlast
- ระบบการเล่นร่วมกันที่ต้องอาศัยความสามัคคีอย่างมาก
- ภารกิจที่มีความหลากหลายและฉากที่ออกแบบมาได้อย่างน่าสะพรึงกลัว
- การอัปเดตเนื้อหาใหม่ๆ และกิจกรรมตามฤดูกาลที่น่าตื่นเต้น
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/app/1304930/The_Outlast_Trials/
7. No More Room in Hell 2

นี่คือภาคต่อของเกมซอมบี้ระดับตำนานที่เน้นความสมจริงและความเป็นทีมเวิร์คอย่างถึงที่สุด ในปี 2026 นี้ ตัวเกมได้พัฒนาสู่ระดับ AAA ด้วยแผนที่ขนาดใหญ่ที่ผู้เล่น 8 คนต้องออกตามหากันในความมืดมิดท่ามกลางฝูงซอมบี้กระหายเลือด ความตายในเกมนี้คือความตายถาวร (Permadeath) ซึ่งสร้างความกดดันให้ผู้เล่นอย่างมหาศาล ทุกการตัดสินใจต้องผ่านการคิดแบบ เกมวางแผน เพราะทรัพยากรทุกอย่างมีจำกัดและซอมบี้เพียงตัวเดียวก็สามารถปลิดชีพคุณได้หากไม่ระวัง เกมนี้ไม่ใช่แค่เกมยิงซอมบี้ทั่วไป แต่เป็น “เครื่องจำลองการเอาตัวรอด” ที่ทำออกมาได้กดดันที่สุดของปีนี้ โดยเฉพสะในเรื่องระบบสื่อสารที่ต้องใช้เครื่องรับวิทยุตามระยะห่างจริง ความเห็นจากผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์กล่าวว่าการเล่นคนเดียวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และการทำงานร่วมกับคนแปลกหน้าเพื่อหาทางออกคือเสน่ห์ที่ทำให้เกมนี้หลอนจนวางไม่ลง แม้บรรยากาศจะเงียบเหงา แต่ความตื่นเต้นนั้นถึงขั้นพุ่งพล่านเหมือนวิ่งไปข้างหน้าบนเส้นทางที่มองไม่เห็นเลยทีเดียว
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Tactical Co-op Horror / Survival / Zombies
ระบบที่ต้องการ: Windows 11, CPU AMD Ryzen 5 7600, RAM 16GB, GPU RTX 3070
พื้นที่ในการติดตั้ง: 50 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2024 (Early Access) / Full Release 2026
อายุผู้เล่น: 18 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- ระบบ Permadeath ที่ทำให้ทุกย่างก้าวมีความหมายและน่ากลัวอย่างแท้จริง
- แผนที่ขนาดใหญ่แบบ Open-ended ที่ผู้เล่นต้องหาทางมาเจอกันเอง
- การเน้นระบบฟิสิกส์และการจัดการทรัพยากรที่ต้องใช้การวางแผนอย่างละเอียด
- ซอมบี้ที่มีความหลากหลายและพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยาก
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/app/292000/No_More_Room_in_Hell_2/
8. Phasmophobia: Evolution

เกม Steam แนวสยองขวัญแบบล่าท้าผีอันดับหนึ่งที่ยังคงครองความนิยมในปี 2026 ด้วยการอัปเดตระบบ AI ผีให้มีความฉลาดและสามารถตอบโต้กับเสียงของผู้เล่นได้แม่นยำขึ้น ระบบ VR ที่ถูกพัฒนาให้เสมือนจริงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของวิญญาณ ทำให้ Phasmophobia ยังคงเป็นเกมที่คนรักความตื่นเต้นต้องมีติดเครื่องไว้ ผู้เล่นหลายคนชอบการเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆ และผีประเภทใหม่ทำให้เกมยังคงความสดใหม่อยู่เสมอ ผู้เล่นต้องใช้ทักษะของเกมวางแผน ในการเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับประเภทของผีที่เจอ เกมเมอร์สายแข็งหลายคนระบุว่าการเล่นในระดับความยากสูงสุดคือบททดสอบสมาธิที่ดีที่สุด และความสนุกจะทวีคูณเมื่อเล่นร่วมกับเพื่อนที่ขี้กลัว
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Horror / Investigation / Co-op
ระบบที่ต้องการ: Windows 10, CPU Intel i5-4590, RAM 8GB, GPU RTX 2060
พื้นที่ในการติดตั้ง: 25 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2020 (Major Updates 2026)
อายุผู้เล่น: 13 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- ระบบการจำแนกเสียงที่ทำให้ผีสามารถตอบโต้ผู้เล่นได้จริง
- ความสมจริงของอุปกรณ์ตรวจจับวิญญาณที่อ้างอิงจากของจริง
- การเล่นแบบ Co-op ที่ต้องแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
- การรองรับระบบ VR ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในบรรดาเกมสยองขวัญ
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/app/739630/Phasmophobia/
9. Dead by Daylight: The Strategic Horror

แม้จะเปิดตัวมาหลายปี แต่ในปี 2026 Dead by Daylight ยังคงเป็นผู้นำเกมแนวไล่ล่าที่ต้องใช้กลยุทธ์สูงมาก การเพิ่มตัวละครจากภาพยนตร์ชื่อดังและตัวละครดั้งเดิมที่มีความสามารถพิสดาร ทำให้ทุกแมตช์การแข่งขันคือการประลองไหวพริบระหว่างฆาตกรและผู้รอดชีวิตอย่างแท้จริง โดยจากมุมมองของเหล่าโปรเพลเยอร์ เกมนี้ไม่ใช่แค่เกมวิ่งไล่จับ แต่มันคือสยองขวัญผสานกับเกมวางแผน บนกระดานขนาดใหญ่ที่ต้องคำนวณระยะห่าง เวลา และตำแหน่งเพื่อนร่วมทีม ความคิดเห็นจากเกมเมอร์ส่วนใหญ่ชื่นชมในเรื่องของการปรับสมดุล (Balance) ที่ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และการคอลแลบบอเรชันกับไอคอนสยองขวัญระดับโลกที่ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นได้เสมอ
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: 4vs1 Asymmetrical Horror / Survival / Competitive
ระบบที่ต้องการ: Windows 10/11, CPU Intel Core i5-8400, RAM 16GB, GPU RTX 2060
พื้นที่ในการติดตั้ง: 50 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2016 (Continuous Updates 2026)
อายุผู้เล่น: 18 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- ตัวละครฆาตกรและผู้รอดชีวิตจากแฟรนไชส์สยองขวัญระดับโลกมากมาย
- ระบบ Perk ที่ลุ่มลึกและสามารถสร้างคอมโบการเล่นได้หลากหลาย
- การแข่งขันที่เป็นระบบและมีฐานผู้เล่นขนาดใหญ่ทั่วโลก
- การอัปเดตบทใหม่ (Chapters) ทุกๆ 3 เดือน
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/app/381210/Dead_by_Daylight/
10. Amnesia: The Darkest Hour

ภาคใหม่ล่าสุดของซีรีส์ Amnesia ที่ย้อนกลับสู่รากเหง้าความกลัวในพื้นที่ปิดตาย คราวนี้ผู้เล่นต้องติดอยู่ในเหมืองเก่าที่ไม่มีทางออกและมีบางอย่างคืบคลานอยู่ในความมืด ตัวเกมตัดระบบการต่อสู้ออกทั้งหมดและเน้นไปที่การใช้แสงไฟและการหลบซ่อน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ซีรีส์นี้โด่งดัง เกมเมอร์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า The Darkest Hour คือเกมสยองขวัญภาคที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยทำมา ระบบฟิสิกส์ที่ผู้เล่นต้องเปิดประตูหรือขยับสิ่งของด้วยตัวเองสร้างความลุ้นระทึกได้เป็นอย่างดี เป็นเกมที่ต้องใช้ความอดทนและการวางแผน ในการจัดการน้ำมันตะเกียงอย่างเคร่งครัด ความเห็นส่วนใหญ่บอกว่าเกมนี้ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน เพราะบรรยากาศมันกดดันจนแทบจะสะอื้นกันเลย
รายละเอียดของเกม
รูปแบบเกม: Survival Horror / Psychological / Stealth
ระบบที่ต้องการ: Windows 10, CPU Intel Core i7-9700K, RAM 16GB, GPU RTX 3060
พื้นที่ในการติดตั้ง: 40 GB
ปีที่วางจำหน่าย: 2026
อายุผู้เล่น: 18 ปีขึ้นไป
ความน่าสนใจและบทสรุปเกม
- ระบบแสงและเงาที่ส่งผลโดยตรงต่อเกมเพลย์และความรู้สึกของผู้เล่น
- การเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อมและบันทึกที่ชวนให้ติดตาม
- ความรู้สึกไร้ทางสู้ที่สร้างความกดดันได้อย่างมหาศาล
- การออกแบบเสียงที่สมจริงจนทำให้ผู้เล่นต้องคอยระแวงคนข้างหลัง
รายละเอียด ที่นี่
https://store.steampowered.com/search/?term=Amnesia
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคนที่อยากเล่นเกมสยองขวัญ
1. เกมสยองขวัญไทยใน Steam ปี 2026 มีเกมไหนน่าสนใจบ้าง?
ในปี 2026 เกมไทยที่โดดเด่นที่สุดยังคงเป็น Home Sweet Home: Online ที่มีการอัปเดตใหญ่อยู่เสมอ และเกมใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง Gryphon ซึ่งนำเสนอสัตว์ในป่าหิมพานต์มาทำเป็นสัตว์ประหลาดสุดสยอง ทั้งสองเกมนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและมีกราฟิกที่สวยงามไม่แพ้เกมต่างประเทศ การเล่นเกมไทยนอกจากจะได้ความหลอนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนนักพัฒนาชาวไทยให้ผลิตผลงานคุณภาพออกมาให้เราได้เล่นกันอีกเรื่อยๆ ในอนาคต
2. เล่นเกมสยองแล้วกลัวมากเกินไป มีวิธีแก้ไขอย่างไร?
วิธีที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับมือใหม่คือการหาเพื่อนมาเล่นแบบ Co-op เพราะการมีเสียงเพื่อนคุยจะช่วยลดความกดดันได้มาก หรือลองเปิดไฟในห้องให้สว่างและลดเสียงเบสของหูมากลงเล็กน้อย การมองเกมในรูปแบบของ เกมวางแผน โดยโฟกัสไปที่ระบบการเล่นและเป้าหมายของภารกิจแทนการโฟกัสที่ความน่ากลัวของผี ก็จะช่วยให้คุณมีสติและสนุกกับเกมได้มากขึ้นโดยไม่รู้สึกกดดันจนเกินไปหลังจากเล่นเสร็จ
3. สเปคคอมพิวเตอร์ระดับกลางสามารถเล่นเกมแนวสยองปี 2026 ได้ลื่นไหม?
ส่วนใหญ่แล้วเกมแนวสยองขวัญมักจะมีการปรับแต่ง (Optimization) มาค่อนข้างดี คอมพิวเตอร์ที่มีการ์ดจอระดับ RTX 3060 หรือ RTX 4060 และแรม 16GB สามารถเล่นเกมส่วนใหญ่ในรายชื่อนี้ได้ที่ความละเอียด 1080p แบบลื่นๆ แน่นอน อย่างไรก็ตาม สำหรับเกมระดับ AAA อย่าง Resident Evil 9 อาจจะต้องปรับการตั้งค่ากราฟิกบางอย่างลงเพื่อให้ได้เฟรมเรตที่คงที่ ซึ่งการเล่นที่ลื่นไหลสำคัญมากในจังหวะหนีตายที่ต้องอาศัยความเร็ว
4. ทำไมเกมสยองแบบนี้ งต้องใส่ระบบการวางแผนเข้ามาด้วย?
เพราะความน่ากลัวอย่างเดียวอาจทำให้ผู้เล่นเบื่อได้ง่าย นักพัฒนาจึงใส่ระบบ เกมวางแผน เข้ามาเพื่อให้ผู้เล่นได้ใช้สมองในการจัดการทรัพยากร เช่น กระสุน ไฟฉาย หรือการเลือกเส้นทางเอาตัวรอด สิ่งนี้ช่วยสร้างความรู้สึกภูมิใจเมื่อผู้เล่นสามารถผ่านด่านที่ยากลำบากไปได้ และทำให้เกมมีความลึกซึ้งน่าค้นหามากกว่าแค่การเดินผ่านฉากสยองขวัญไปเรื่อยๆ ช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนมีส่วนร่วมและสามารถควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
5. เกมสยองขวัญใน Steam ที่เล่นง่าย ไม่ต้องใช้สเปคคอมแรงๆ
สำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณจำกัดหรือยังไม่ได้อัปเกรดคอมพิวเตอร์เป็นรุ่นล่าสุด ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะใน Steam ยังมีเกมสยองคุณภาพเยี่ยมที่ใช้สเปคต่ำแต่ความหลอนสูงมาก ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Lethal Company ที่มีกราฟิกสไตล์เรโทรแต่ระบบการเล่นสนุกและลุ้นระทึกมาก หรือจะเป็นเกม Buckshot Roulette เกมสั้นๆ ที่ให้คุณวัดดวงกับความตายในบรรยากาศมืดมน ซึ่งทั้งสองเกมนี้ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยและคอมพิวเตอร์สำนักงานทั่วไปก็สามารถรันได้อย่างลื่นไหล เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการความตื่นเต้นในวันหยุดโดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อคอมใหม่
6. แนะนำเกมสยองขวัญสำหรับเกมเมอร์มือใหม่ที่เล่นฟรี
หากคุณเป็นมือใหม่ที่อยากลองก้าวเท้าเข้าสู่โลกแห่งความกลัวโดยที่ไม่อยากเสียเงิน แนะนำให้ลอง Deceit 2 เกมแนวบลัฟและเอาตัวรอดที่ปัจจุบันเปิดให้เล่นฟรี (Free to Play) เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการสังเกตและความคิดแบบ เกมวางแผน เพราะคุณต้องแยกให้ออกว่าใครคือมนุษย์และใครคือสัตว์ประหลาด หรืออีกเกมคือ SCP: Secret Laboratory ที่รวบรวมเหล่าสัตว์ประหลาดจากตำนาน SCP มาไว้ในที่เดียว แม้ภาพจะไม่ได้สวยหรูระดับ AAA แต่ความตื่นเต้นในการหนีเอาตัวรอดร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆ นั้นมีให้แบบจัดเต็มแน่นอน
7. เกมสยองขวัญที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 2025
ย้อนกลับไปในปี 2025 เกมที่สร้างปรากฏการณ์และยังคงมีคนเล่นหนาแน่นมาถึงปี 2026 ก็คือ Silent Hill 2 Remake ที่เป็นการนำตำนานกลับมาปัดฝุ่นใหม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งกราฟิกที่สวยงามและเนื้อเรื่องที่กินใจ รวมถึง Content Warning เกมแนวอินดี้ที่ให้เราไปถ่ายคลิปผีเพื่อสร้างกระแสในโซเชียล ซึ่งได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายจากเหล่าสตรีมเมอร์ เกมเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความสยองขวัญที่ผสมผสานกับไอเดียใหม่ๆ สามารถมัดใจผู้เล่นได้ในระยะยาว ไม่ต่างจากความหลงใหลในความเร็วของกลุ่มคนชอบแข่งรถหรือแนว Battle Royale
8. แนะนำเกมมิ่งคีย์บอร์ดและเมาส์ที่เหมาะกับการเล่นเกมแนวสยองขวัญในปี 2026
การเล่นเกมสยองขวัญให้ได้อรรถรสสูงสุด อุปกรณ์ก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก สำหรับคีย์บอร์ด แนะนำรุ่นที่มีปุ่มกดแบบ Mechanical (Silent Switch) เพื่อไม่ให้เสียงกดรบกวนบรรยากาศอันเงียบสงัดในเกม เช่น Logitech G Pro X 2 ที่มีความแม่นยำสูง ส่วนเมาส์ควรเลือกที่มีน้ำหนักเบาและเซนเซอร์ที่แม่นยำอย่าง Razer DeathAdder V3 Pro เพื่อการหันมุมกล้องที่รวดเร็วเวลาถูกผีไล่ล่า การมีอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยให้การตอบสนองของคุณว่องไวขึ้นเหมือนนักแข่งรถมือโปรที่ต้องคุมพวงมาลัยในจังหวะคับขัน และช่วยให้การวางแผนในเกมแม่นยำยิ่งขึ้น
บทสรุป 10 เกมสยองขวัญใน Steam ตื่นเต้น หลอนต่อเนื่องไม่มีพัก
กับ 10 เกมสยองขวัญใน Steam ตื่นเต้น หลอนต่อเนื่องไม่มีพัก มีทั้งเกมไทยและต่างประเทศ สนุกเร้าใจปี 2026 นี้ เป็นการรวบรวมสุดยอดประสบการณ์ความกลัวที่หลากหลายมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกเล่นตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นเกมที่เน้นเนื้อเรื่อง เกมที่ต้องใช้การทำงานเป็นทีม หรือเกมที่ต้องอาศัยทักษะการคิดวิเคราะห์แบบ เกมวางแผน ทุกเกมที่คัดสรรมาล้วนมีคุณภาพยอดเยี่ยมและได้รับการรีวิวในเชิงบวกจากเกมเมอร์ทั่วโลก การเลือกเกมที่เหมาะสมกับความชอบส่วนตัวและสเปคคอมพิวเตอร์ของคุณจะช่วยให้การเล่นเกมในปีนี้เต็มไปด้วยความสนุกและคุ้มค่า
นอกจากเกมแนวสยองนี้แล้ว หากวันไหนที่คุณรู้สึกว่าความหลอนมันมากเกินไป การสลับไปเล่นเกมแนวอื่นอย่างเกมแข่งรถ หรือเกมจำลองสถานการณ์ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการพักผ่อนสมอง แต่สำหรับใครที่ชอบความตื่นเต้นและอดรีนาลีนที่สูบฉีด 10 รายชื่อเกมด้านบนนี้คือคำตอบที่ดีที่สุดของปี 2026 อย่าลืมตรวจสอบโปรโมชั่นใน Steam ช่วงเทศกาลลดราคา เพราะคุณอาจจะได้เกมระดับเทพในราคาสบายกระเป๋า ขอให้ทุกคนสนุก (และหลอน) ไปกับการเล่นเกมในปี 2026 นี้กันครับ!





