Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Intel ยอมรับพลาดดีมานด์ Hyperscaler จนชิป “ไม่พอขาย” เร่งโยกกำลังผลิตไป Data Center แต่ย้ำยังทิ้งตลาดพีซีไม่ได้

Intel

Intel เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4/2025 พร้อมส่งสัญญาณชัดว่า “ซัพพลายชิปไม่พอ” กำลังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้บริษัทเก็บโอกาสจากคลื่น AI ได้ไม่เต็มที่ โดยผู้บริหารยอมรับว่าในช่วงราว 6 เดือนก่อนหน้า Intel ประเมินดีมานด์จากกลุ่ม Hyperscaler (ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่) ต่ำเกินไป จนเมื่อดีมานด์เด้งขึ้นจริง บริษัทกลับจัดสรรกำลังผลิต (wafer) ให้ทันไม่ไหว และต้องเลือกลำดับความสำคัญระหว่างฝั่งพีซี (Client) กับฝั่ง Data Center

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “ขายไม่ทัน” อย่างเดียว แต่สะท้อนถึงโจทย์ใหญ่ของ Intel ในปี 2026 ว่าจะ “บาลานซ์รายได้” ระหว่างตลาดพีซีที่เป็นฐานเดิม กับตลาด Data Center/AI ที่กำลังโตแรงได้อย่างไร ในช่วงที่ข้อจำกัดด้านกำลังผลิตและ yield ยังเป็นจุดที่ผู้บริหารยอมรับว่า “ต้องทำให้ดีกว่านี้”

Advertisement

ภาพรวมงบ Q4/2025: รายได้ยังทำได้ แต่แรงกดดันมาจากซัพพลาย

ในไตรมาส 4/2025 Intel รายงานรายได้ประมาณ 13.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดทุนสุทธิราว 333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทชี้ว่าปัจจัยด้านการลงทุนและข้อจำกัดด้านซัพพลาย/wafer เป็นส่วนหนึ่งที่กดดันการทำผลงานและการส่งมอบสินค้าในบางช่วงเวลา

เพื่อให้เห็นภาพในบริบทไทย หากอิงอัตราแลกเปลี่ยนกลางแถว 31.2 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ รายได้ 13.7 พันล้านดอลลาร์จะอยู่ราว 427,440 ล้านบาท และตัวเลขขาดทุนสุทธิ 333 ล้านดอลลาร์จะอยู่ราว 10,390 ล้านบาท (คำนวณโดยประมาณตามอัตราแลกเปลี่ยนกลาง)


“พลาดดีมานด์ Hyperscaler” ทำไมถึงกระทบลูกค้า AI?

สิ่งที่ Intel สื่อออกมาตรงกันทั้งในมุมผู้บริหารและรายงานจากสื่อการเงิน คือความต้องการ CPU สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center เพิ่มขึ้นแรงกว่าที่คาด โดยเฉพาะการอัปเกรดระบบ x86 เดิมในคลาวด์ และการขยายศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับงาน AI ซึ่งไม่ได้ต้องใช้แค่ GPU แต่ยังต้องใช้ CPU เป็นโฮสต์และส่วนประกอบหลักของแพลตฟอร์มด้วย

เมื่อ Intel “ประเมินต่ำไป” และกำลังผลิตไม่ได้เตรียมเผื่อสำหรับจังหวะที่ดีมานด์เร่งตัว บริษัทจึงต้องเร่ง “โยกซัพพลายภายใน” ไปให้ฝั่ง Data Center มากขึ้น แต่ปัญหาคือ Intel ไม่สามารถดึงทรัพยากรออกจากฝั่งพีซีได้ทั้งหมด เพราะยังต้องรักษาความสัมพันธ์และคำสั่งซื้อกับลูกค้า OEM/ตลาด Client ที่เป็นฐานรายได้สำคัญ


กลยุทธ์แก้เกมระยะสั้น: โยก wafer ไป Data Center แต่ “ยังทิ้งพีซีไม่ได้”

สารที่ออกมาค่อนข้างชัดคือ Intel จะพยายามจัดสรรกำลังผลิตไปตอบโจทย์ Data Center มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยยังคงต้อง “คงพื้นที่” ให้ฝั่ง Client ไว้ด้วย เพราะถ้าทิ้งพีซีแรงเกินไป ผลกระทบจะย้อนกลับมาหนักทั้งด้านส่วนแบ่งตลาด ความสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์ และยอดขายในช่องทางหลัก

ในทางปฏิบัติ Intel ระบุแนวทางคล้ายการ “เลือกขายของที่ทำกำไรดีกว่า” ในตลาด Client ก่อน คือเน้นกลุ่ม mid-range และ high-end มากขึ้น ลดน้ำหนักกลุ่มล่างที่มาร์จิ้นบางกว่า และถ้ามีกำลังผลิตเหลือจึงค่อยดันไปให้ Data Center เพื่อไล่ตามดีมานด์ที่มาแรง


CEO ชี้ปมสำคัญ: “ใช้สต๊อกไปกับฝั่งผู้บริโภคมาก” + yield/การผลิตยังไม่ถึงเป้า

อีกมุมที่น่าจับตา คือคำอธิบายจากผู้บริหารระดับ CEO ที่สะท้อนว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องดีมานด์อย่างเดียว แต่ผูกกับ “ประสิทธิภาพการผลิต” และ “การบริหารสต๊อก” ด้วย

ในภาพรวม Intel สื่อว่าไตรมาส 4 มีการใช้สต๊อกจำนวนมากเพื่อรองรับความต้องการฝั่งผู้บริโภค และยอมรับว่าประเด็นด้าน yield และปริมาณการผลิตยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ พร้อมย้ำว่าบริษัทต้อง “ยกระดับการ execution” ให้ดีขึ้นอย่างจริงจัง เพราะข้อจำกัดตรงนี้ทำให้บริษัทเก็บโอกาสฝั่ง AI/Data Center ได้ไม่เต็มที่


ทำไม “Panther Lake / 18A” ถึงถูกพูดถึงในบริบทนี้?

ฝั่ง Client ของ Intel ในช่วงนี้ยังผูกกับแผนสินค้าและการเร่ง ramp กระบวนการผลิตใหม่ โดยเฉพาะชิปรุ่นที่เกี่ยวกับ Intel 18A และไลน์ “Core Ultra Series 3” ที่บริษัทเชื่อมกับชื่อโค้ดอย่าง Panther Lake ในการสื่อสารกับนักลงทุน

ประเด็นคือ เมื่อ Intel ต้อง “ให้ความสำคัญกับการ ramp เทคโนโลยี/ไลน์ผลิตใหม่” และยังมีข้อจำกัดด้าน yield มันยิ่งทำให้การบริหารกำลังผลิตระหว่าง Client กับ Data Center ซับซ้อนขึ้น เพราะทั้งสองฝั่งต่างก็ต้องการปริมาณที่มากขึ้นในเวลาใกล้กัน โดยเฉพาะเมื่อดีมานด์ Data Center เด้งแรงกว่าที่คาด


Outlook ปี 2026: Q1 ตึงสุดก่อนค่อยคลายใน Q2 แต่การโตฝั่ง Client อาจ “จำกัด”

หนึ่งในประเด็นที่ตลาดจับตา คือ Intel ประเมินว่าซัพพลายจะตึงที่สุดในช่วงไตรมาส 1/2026 ก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้นในไตรมาส 2/2026 ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้จบในทันที และยังมี “ช่วงที่ต้องเจ็บตัว” ที่ลูกค้าอาจต้องรับมือกับการส่งมอบที่ไม่ยืดหยุ่นมากนัก

พร้อมกันนั้น Intel ให้ภาพว่าการเติบโตฝั่ง Client ในปีนี้อาจถูกจำกัดจากข้อจำกัดด้านซัพพลายและการจัดลำดับความสำคัญ เพราะเมื่อบริษัทต้องเร่งดันกำลังผลิตไป Data Center มากขึ้น ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางเซกเมนต์ของพีซีจะไม่ได้รับซัพพลายเต็มที่เหมือนช่วงที่ตลาดนิ่งกว่า


ผลกระทบที่คนไทยควรจับตา: พีซีและเซิร์ฟเวอร์จะสะเทือนอย่างไร?

แม้ข่าวนี้ออกมาในบริบท “ลูกค้า AI/คลาวด์ระดับโลก” แต่ผลกระทบปลายทางอาจสะท้อนมาถึงตลาดพีซีและอุปกรณ์องค์กรได้หลายทาง เช่น

  • สินค้า/รุ่นย่อยบางกลุ่มอาจมาไม่ครบ หาก Intel เลือกโฟกัสการจัดสรรซัพพลายไปที่รุ่นทำกำไรหรือรุ่นที่สำคัญกับ OEM มากกว่า
  • ตลาดเซิร์ฟเวอร์มีโอกาสเห็นการแข่งขันดุขึ้น เพราะทุกแบรนด์พยายามแย่งพื้นที่ใน Data Center ที่ดีมานด์กำลังพุ่ง
  • ดีมานด์ AI ทำให้ CPU สำคัญขึ้นกว่าที่หลายคนคิด เพราะต่อให้ GPU เป็นพระเอก งานจริงในศูนย์ข้อมูลยังต้องใช้ CPU จำนวนมากเป็นแกนของแพลตฟอร์ม

สรุป: โจทย์ของ Intel ตอนนี้ไม่ใช่ “มีดีมานด์ไหม” แต่คือ “ส่งของให้ทันหรือเปล่า”

ภาพรวมจากงบ Q4/2025 และคำอธิบายผู้บริหารชี้ไปทางเดียวกันว่า ดีมานด์ฝั่ง Data Center/AI แข็งแรงจริง แต่ Intel ติดข้อจำกัดด้าน wafer/yield และการปรับกำลังผลิตให้ทันดีมานด์ที่เปลี่ยนเร็ว

จากนี้สิ่งที่ต้องตามต่อคือ

  1. Intel จะเร่งเพิ่มซัพพลายได้เร็วแค่ไหนตั้งแต่ Q2/2026 เป็นต้นไป
  2. บริษัทจะรักษาตลาดพีซีโดยไม่เสียส่วนแบ่งมากเกินไปได้หรือไม่
  3. และที่สำคัญที่สุดคือ “execution” ในโรงงานและการ ramp เทคโนโลยีใหม่จะดีขึ้นตามที่ CEO ยอมรับว่าต้องปรับปรุงหรือเปล่า

ที่มา: wccftech

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ทำไม “Glass Substrate” ถึงเป็นประเด็นใหญ่ของชิปยุค AI ช่วงหลังมานี้ “แพ็กเกจจิ้ง” กลายเป็นหัวใจของการพัฒนาชิปพอ ๆ กับการแข่งขันเรื่องกระบวนการผลิต เพราะชิป AI/HPC รุ่นใหม่ไม่ได้พึ่งการทำ die เดียวให้ใหญ่ขึ้นอย่างเดียว แต่พึ่ง “การรวมหลาย die หรือหลาย chiplet” ให้ทำงานร่วมกันในแพ็กเกจเดียวได้แน่นขึ้น เร็วขึ้น และเสถียรขึ้น ในงาน...

IT NEWS

Apple อาจกำลังจะ “เร่งเครื่องจริง” เรื่อง AI ในช่วงปี 2026–2027 หลังรายงานที่อ้างข้อมูลจาก Mark Gurman (Bloomberg) ระบุว่า Apple กำลังพัฒนา Siri chatbot เวอร์ชันใหม่ในชื่อโค้ดเนม Campos ซึ่งแนวทางการใช้งานจะเข้าใกล้ ChatGPT มากขึ้น และยังมีแผนทำอุปกรณ์สวมใส่รูปแบบ “พิน (pin)”...

IT NEWS

YouTube กำลังเดินเกมสองด้านที่ดูเหมือนขัดกันในสายตาคนดูจำนวนไม่น้อย ด้านหนึ่งบริษัทประกาศชัดว่าจะจริงจังกับการลดคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่ถูกเรียกรวม ๆ ว่า “AI slop” แต่อีกด้านกลับประกาศขยายเครื่องมือ AI สำหรับครีเอเตอร์ โดยหนึ่งในไฮไลต์คือฟีเจอร์ที่อนุญาตให้ครีเอเตอร์สร้าง YouTube Shorts ด้วย “likeness” หรือรูปลักษณ์ของตัวเองที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI ได้ ประเด็นนี้ถูกย้ำในจดหมายประจำปีของ Neal Mohan ซีอีโอ YouTube ซึ่งเผยแพร่ในเดือนมกราคม...

IT NEWS

Netflix กำลังเดินหน้าปรับโฉมประสบการณ์ใช้งานบนมือถือครั้งใหญ่ในปี 2026 โดยหนึ่งในแกนหลักของการเปลี่ยนแปลงคือ “ฟีดวิดีโอแนวตั้ง” คล้ายการเลื่อนดูคลิปสั้นแบบ TikTok หรือ Instagram Reels ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แนวคิดคือให้ผู้ใช้ไถดูคลิปสั้นจากคอนเทนต์ของ Netflix ได้เรื่อย ๆ แบบต่อเนื่อง (infinite scrolling) แล้วค่อยกดเข้าไปดูเรื่องเต็มทันทีหากสนใจ ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอย่างเป็นทางการระหว่างการสื่อสารผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ของบริษัท...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก