
เชื่อได้เลยว่าหลายคนแม้จะเป็นคอไอที แต่ก็จะต้องมีการใช้งานรถจักรยานยนต์อยู่ไม่มากก็น้อย “ที่จับมือถือ” คุณภาพดีถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีติดรถที่บ้านไว้บ้าง เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบาย แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัย ใช้ดูแผนที่บนมือถือได้สะดวก โดยเฉพาะสายทัวร์ริ่ง เพราะท่ามกลางแรงลม ความเร็ว และสภาพถนนที่ไม่แน่นอน การฝากสมาร์ทโฟนราคาแพงไว้กับที่จับที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะเสียมือถือเครื่องโปรดไปแบบไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาคุณไปดูสิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกใช้ และตัวอย่างที่จับ 10 รุ่นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันกันครับ
10 ที่จับมือถือ ราคาหลักร้อยบาท สวย ทน จับแน่นไม่หลุดหาย คู่ใจนักบิด 2026
- การเลือกที่จับมือถือ
- Motowolf MDL 2821
- Motowolf MDL 2827 (Vibration Dampener)
- Mototec MT-QD01 / MT-QD02 Lite
- Mototec Plus Series
- GUB Plus P30
- Quad Lock
- Mototec Neo Lite
- ที่ใส่โทรศัพท์มือถือกันน้ำ
- ที่จับมือถือแบบมีหมวกกันแดด
- Motowolf 2828
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกใช้ที่จับมือถือ
- บทสรุปเลือกที่จับมือถืออย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การเลือกที่จับมือถือ
1. วัสดุและความทนทาน (Material & Build Quality)
ควรเลือกวัสดุที่เป็นโลหะจำพวก อลูมิเนียมอัลลอยด์ (Aluminum Alloy) หรือพลาสติก ABS เกรดพรีเมียมที่มีความเหนียวและทนทานต่อแสงแดด (UV Resistant) เนื่องจากอุปกรณ์ต้องตากแดดตากฝนอยู่ตลอดเวลา วัสดุโลหะจะให้ความมั่นคงสูงกว่า ลดอาการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ได้ดีกว่าวัสดุพลาสติก
2. ระบบลดแรงสั่นสะเทือน (Vibration Dampener)
สิ่งสำคัญคือ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มีระบบกันสั่นของกล้อง (OIS) ที่ละเอียดอ่อนมาก การสั่นสะเทือนต่อเนื่องจากเครื่องยนต์และพื้นถนนอาจทำให้กล้องโทรศัพท์พังได้ ที่จับมือถือรุ่นที่ดีควรมีระบบ Vibration Dampener หรือยางซับแรงกระแทกคุณภาพสูง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชิ้นส่วนภายในเครื่อง
3. จุดยึดติดกับรถ (Mounting Location)
ต้องพิจารณารถของคุณว่ามีพื้นที่ติดตั้งแบบใด:
- แบบยึดแฮนด์บาร์ (Handlebar Mount): เหมาะสำหรับรถที่มีแฮนด์เปลือย ให้ความมั่นคงสูงที่สุด
- แบบยึดก้านกระจก (Mirror Mount): เหมาะสำหรับรถสกู๊ตเตอร์หรือรถที่มีแฟริ่งคลุมแฮนด์
- แบบยึดรูสเต็ม (Stem Nut Mount): สำหรับรถสปอร์ตที่ไม่มีพื้นที่บนแฮนด์
4. กลไกการล็อค (Locking Mechanism)
แบบที่ได้รับความนิยมแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก:
- แบบก้ามปู (Claw/X-Grip): ยึดแน่น 4 ทิศทาง ใช้งานง่ายและรองรับมือถือได้เกือบทุกขนาด
- แบบเคสล็อคเฉพาะรุ่น (Quick Release/Twist Lock): ต้องใช้ร่วมกับเคสมือถือเฉพาะแบรนด์ ให้ความสะดวกในการถอด-ใส่เร็วที่สุดและมีความสวยงามสูง
- แบบล็อคอัตโนมัติ (One-touch Lock): เพียงแค่วางมือถือลงไป กลไกจะบีบล็อคทันที เหมาะสำหรับคนที่เน้นความรวดเร็วในการใช้งาน
5. ฟีเจอร์เสริม (Extra Features)
ปัจจุบันที่จับมือถือยอดนิยมมักมาพร้อมระบบ Wireless Charging หรือพอร์ต USB ในตัว ซึ่งช่วยให้คุณสามารถชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมกับการนำทางได้โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดกลางทาง
1.Motowolf MDL 2821

Motowolf MDL 2821 ที่จับมือถือระดับตำนานที่ครองใจนักบิดไทยมาอย่างยาวนานด้วยวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแสงแดดและฝนในเมืองไทยได้ดี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสนิมมากนัก มาพร้อมระบบหมุนเกลียวด้านข้างที่ล็อคได้แน่นหนา ไม่ว่าจะใช้ความเร็วสูง ก็มั่นใจได้ว่ามือถือจะไม่หลุดหล่นหายได้ง่าย มีให้เลือกทั้งแบบยึดแฮนด์บาร์และยึดก้านกระจก ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในแง่ของความทนทานในราคาประหยัดที่หาคู่แข่งเปรียบเทียบได้ยาก สนนราคาประมาณ 550 บาท
จุดเด่น:
- วัสดุอลูมิเนียม CNC ทนทาน
- ระบบเกลียวหมุนล็อคแน่นพิเศษ
- มีอะไหล่แยกขายทุกชิ้น
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
2.Motowolf MDL 2827 (Vibration Dampener)

Motowolf MDL 2827 รุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปกป้องสมาร์ทโฟนราคาแพง ด้วยการติดตั้งระบบยางซับแรงกระแทก ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์และพื้นถนนไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบกันสั่นของกล้องมือถือ ส่วนตัวล็อคถูกออกแบบมาให้ป้องกันการขโมยด้วยหัวน็อตชนิดพิเศษที่ต้องใช้ประแจเฉพาะในการถอดเท่านั้น กับโครงสร้างแข็งแรงผสานพลาสติกไนลอนคุณภาพสูง ให้ทั้งความยืดหยุ่นและความมั่นคงในการขับขี่ทุกเส้นทาง ราคาประมาณ 450 บาท
จุดเด่น:
- มีระบบกันสั่นถนอมกล้องมือถือ
- มีน็อตกันขโมย
- รองรับมือถือหน้าจอใหญ่ได้ดี
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
3.Mototec MT-QD01 / MT-QD02 Lite

Mototec MT-QD01 เป็นรุ่นที่ให้ความรวดเร็วและสะดวกสบายด้วยระบการล็อกที่วางมือถือ แล้วดันตัวล็อค ให้ความสะดวกทั้งการวางและแกะออกจากที่จับ ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตโพลิเมอร์ที่มีน้ำหนักเบาแต่ทนทานสูง ไม่สร้างภาระให้กับแฮนด์รถหรือก้านกระจก การปลดล็อคทำได้ง่ายเพียงแค่ดันก้านล็อคด้านข้างออก โดยคุณเพียงแค่เซ็ตระยะความกว้างให้เข้ากับมือถือของคุณเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เหมาะมากสำหรับไรเดอร์ที่ต้องถอดมือถือบ่อยครั้ง ดีไซน์ทันสมัยเข้ากับรถได้ทุกประเภทและมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายจนกลายเป็นรุ่นขายดีในอันดับต้นๆ เคาะราคาประมาณ 300 บาท
จุดเด่น:
- ระบบล็อค-ปลดล็อคได้รวดเร็ว แข็งแรง
- มีรูปแบบตัวล็อคให้เลือก
- ใช้งานง่าย เหมาะกับไรเดอร์ที่ต้องถอดเข้าออกบ่อย
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
4.Mototec Plus Series

Mototec Plus Series รุ่นยกระดับที่นำข้อดีของระบบปลดล็อคเร็ว มาผสมผสานกับชุดซับแรงกระแทกคุณภาพเยี่ยมในราคาเบาๆ ทำให้ผู้ใช้งานได้ทั้งความสะดวกในการหยิบมือถือเข้าออกและความปลอดภัยของโมดูลกล้องที่เหนือกว่า รวมถึงขาจับมียางรองหนาพิเศษป้องกันรอยขีดข่วนบนตัวเครื่องและช่วยยึดเกาะได้หนึบแน่นแม้ขับขี่บนทางวิบากก็ตาม วัสดุทำออกมาได้ดี และดูพรีเมียม เช่นเดียวกับงานประกอบ เป็นรุ่นที่รับจบทุกปัญหาสำหรับนักบิดสายทัวร์ริ่ง ราคาประมาณ 630 บาท
จุดเด่น:
- รวมระบบกันสั่นและปลดล็อคเร็วเข้าด้วยกัน
- มียางรองลดแรงกระแทกหนานุ่ม
- ดีไซน์สวยงามเข้ากับรถ
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
5.GUB Plus P11

GUB Plus 11 เป็นอีกรุ่นที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์น่าใช้ ในสไตล์มินิมอล กับมิติที่เน้นความเพรียวบาง แต่ก็แข็งแกร่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมทั้งบอดี้ จุดเด่นคือสามารถหมุนปรับหน้าจอได้ 360 องศา และสามารถปรับเอียงหน้าจอเข้าหาตัวผู้ขับขี่ได้ดี ช่วยลดโอกาสเกิดแสงสะท้อนบนหน้าจอได้ ขณะที่ขับขี่กลางแจ้ง ตัวขาจับไม่บังหน้าจอหรือปุ่มกด เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบแต่งรถแนวเนกเก็ตหรือบิ๊กไบค์ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ดูกระทัดรัด ไม่เกะกะสายตาและประหยัดพื้นที่บนแฮนด์ ราคาประมาณ 1000 บาท
จุดเด่น:
- ปรับองศาเอียงหน้าจอได้อิสระ
- ดีไซน์สวยหรูประหยัดพื้นที่
- อลูมิเนียม CNC น้ำหนักเบา
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
6.Quad Lock

Quad Lock ความโดดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เพราะแค่บิดและล็อค ก็สามารถติดตั้งหรือถอดมือถือได้ภายในเวลาไม่ถึงสองวินาที เป็นตัวยึดมีดีไซน์ที่เพรียวบางและสวยงาม ไม่ทำให้แฮนด์รถดูเทอะทะเหมือนที่จับทั่วไป พร้อมถ้าให้ดีต้องซื้ออุปกรณ์เสริมให้ครบวงจร อย่างตัวซับแรงสั่นสะเทือน (Vibration Dampener) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการถนอมกล้องมือถือ หรือหัวชาร์จไร้สายที่กันน้ำได้ แม้จะต้องใช้งานร่วมกับเคสเฉพาะรุ่นหรือตัวแปลงพิเศษ แต่นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและความสวยงามระดับไฮเอนด์ วัสดุที่ใช้ผลิตมีความทนทานสูงต่อทุกสภาวะอากาศ ทำให้ Quad Lock กลายเป็นไอเทมคู่ใจที่อยู่ติดรถไปได้นานหลายปีโดยไม่มีปัญหาจุกจิก ราคาประมาณ 725 บาท
จุดเด่น:
- ให้ความมั่นใจสูงสุดว่ามือถือจะยึดแน่นอยู่กับรถแม้จะขับขี่ในสภาพถนนที่เลวร้าย
- มีอุปกรณ์เสริมรองรับทุกไลฟ์สไตล์
- เล็กกะทัดรัดและดูทันสมัย ช่วยให้แฮนด์รถดูสะอาดตา
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
7.Mototec Neo Lite

Mototec Neo Lite ที่จับขนาดเล็กกะทัดรัดที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถสกู๊ตเตอร์และรถแม่บ้านที่มักจะมีพื้นที่บนแฮนด์จำกัดมากๆ กับการติดตั้งที่ไม่บดบังหน้าไมล์เรือนไมล์และกระจกมองข้าง แต่ยังคงความแข็งแรงในการจับยึดมือถือที่วางใจได้ ระบบปลดล็อคทำงานได้รวดเร็วตามมาตรฐานแบรนด์ Mototec เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายและไม่ต้องการอุปกรณ์ขนาดใหญ่มาเกะกะสายตา ราคาประมาณ 300 บาท
จุดเด่น:
- ขนาดเล็กกะทัดรัดไม่บังหน้าไมล์
- ราคาสบายกระเป๋า
- ติดตั้งง่าย ใช้ได้กับรถจักรยานยนต์ทุกประเภท
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
8.ที่ใส่โทรศัพท์มือถือกันน้ำ

ที่ใส่โทรศัพท์กันน้ำ สำหรับมอเตอร์ไซค์ เหมาะกับช่วงหน้าฝน ไม่ใช่แค่ขายึดที่ปรับเลื่อนได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงก้านที่ยืดหดได้ เพื่อปรับให้เข้ากับซองกันน้ำ ด้านในมีที่รองมือถือด้านใน และครอบพลาสติกใส เพื่อให้มองเห็นแผนที่และที่แสดงผลบนหน้าจอได้ชัดเจน และยังกันฝนกันน้ำในระดับ IPX5 สามารถปรับหมุน 360 องศา โดยยึดเข้ากับแฮนด์จักรยานยนต์ได้เกือบทุกชนิด พร้อมตัวล็อคป้องกันการขโมยราคาประมาณ 60 บาท
จุดเด่น:
- ขาจับคู่ยึดเกาะกว้างพิเศษ
- รองรับมือถือเคสหนาได้ดี
- วัสดุอลูมิเนียมเกรดอากาศยาน
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
9.ที่จับมือถือแบบมีหมวกกันแดด (OEM)

Gadget ยอดฮิตของเหล่าไรเดอร์ส่งอาหารที่ต้องทำงานกลางแดดจัดและฝนตกเบาๆ ตลอดทั้งวัน ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก ความพิเศษคือมีแผ่นบังแดดขนาดจิ๋วติดตั้งมาให้ ช่วยลดความร้อนของตัวเครื่องสมาร์ทโฟนได้จริง ลดปัญหาหน้าจอมืดลงเองจากความร้อนจัด (Thermal Throttling) และช่วยให้อ่านแผนที่ได้ชัดเจนขึ้น วัสดุส่วนใหญ่เป็นพลาสติกยืดหยุ่นที่กันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ถือเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนใช้รถในเมืองร้อน ราคาประมาณ 100 บาท
จุดเด่น:
- มีร่ม/หมวกกันแดดในตัว
- ลดความร้อนของมือถือ
- บังฝนหน้าจอได้เล็กน้อย
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
10.Motowolf 2828

Motowolf MDL 2828 คือหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยการพัฒนาเรื่องวัสดุและการออกแบบให้มีความทนทานยิ่งขึ้น โครงสร้างผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพสูงทั้งชิ้น มอบความแข็งแกร่งและไม่เป็นสนิมง่าย มีระบบการยึดเกาะแบบ 8 ทิศทางที่โอบรัดสมาร์ทโฟนได้แน่นหนา มั่นใจได้ว่าเครื่องจะไม่หลุดแม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือทางขรุขระ ภายในติดตั้งชุดยางซับแรงกระแทกที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโมดูลกล้องราคาแพง ผู้ใช้งานสามารถปรับหมุนหน้าจอได้อิสระ 360 องศา มาพร้อมหัวน็อตล็อคกันขโมยที่ต้องใช้กุญแจเฉพาะในการถอด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้ข้างนอกราคาประมาณ 680 บาท
จุดเด่น:
- ระบบยึดจับ 8 ทิศทางที่ออกแบบมาเพื่อกระจายแรงกด
- มีชุดซับแรงกระแทกคุณภาพสูงในตัวที่ช่วยลดทอนการสั่นสะเทือน
- ติดตั้งปุ่มหมุนล็อคชนิดพิเศษที่ต้องใช้ประแจเฉพาะในการคลายออก
ไปช้อปกันได้ ที่นี่
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกใช้ที่จับ มือถือ
1. ระบบกันสั่น (Vibration Dampener) จำเป็นแค่ไหนสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่?
ตอบ: จำเป็นมาก เพราะมือถือรุ่นใหม่มักมีระบบกันสั่นในเลนส์กล้องที่ละเอียดอ่อนมาก หากได้รับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ต่อเนื่องอาจทำให้กล้องพังถาวรได้ การเลือกที่จับที่มีชุดยางซับแรงกระแทกจะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องชิ้นส่วนภายในเครื่องให้ปลอดภัย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับการต้องเสียค่าซ่อมกล้องราคาแพง ดังนั้นหากคุณใช้มือถือรุ่นท็อปควรเลือกรุ่นที่มีระบบนี้เสมอครับ
2. ระหว่างการติดตั้งแบบยึดแฮนด์บาร์กับยึดก้านกระจก แบบไหนให้ความมั่นคงมากกว่ากัน?
ตอบ: ในแง่ความแข็งแรงถือว่าทำได้ดีทั้งคู่หากวัสดุเป็นโลหะ แต่แบบยึดแฮนด์บาร์จะให้ความรู้สึกที่นิ่งและสั่นน้อยกว่าเพราะยึดกับโครงรถโดยตรง ส่วนแบบที่ยึดก้านกระจกจะตอบโจทย์รถกลุ่มสกู๊ตเตอร์หรือรถที่มีแฟริ่งคลุมแฮนด์ ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่และไม่บดบังหน้าปัดเรือนไมล์ของคุณ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกจุดติดตั้งที่เหมาะสมและต้องขันน็อตให้แน่นหนา พร้อมตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนออกเดินทางทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
3. ที่จับแบบอลูมิเนียมคุ้มค่ากว่าแบบพลาสติกอย่างไร เมื่อต้องใช้งานในระยะยาว?
ตอบ: ที่จับแบบอลูมิเนียมมีความทนทานต่อสภาพอากาศทั้งแสงแดดจัดและฝนตกได้ดีกว่าพลาสติกมาก เนื่องจากพลาสติกมักจะกรอบและหักง่ายเมื่อตากแดดนานๆ วัสดุที่เป็นโลหะจะช่วยให้การจับยึดมีความมั่นคงสูงกว่า ไม่เสียรูปทรงเมื่อเจอแรงลมปะทะขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้คุณมั่นใจได้ว่ามือถือจะไม่หลุดหล่น แม้จะมีราคาที่สูงกว่าเล็กน้อยในตอนเริ่มต้น แต่ถ้าเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนานหลายปีและความปลอดภัยของทรัพย์สิน อลูมิเนียมคือตัวเลือกที่จบกว่า
4. ระบบหมุนล็อคด้วยมือกับระบบล็อคอัตโนมัติ (One-Touch) ควรเลือกใช้งานแบบไหนดี?
ตอบ: ระบบหมุนล็อคจะให้ความมั่นคงสูงสุดและผู้ใช้สามารถปรับระดับความแน่นได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับสายออกทริปที่ต้องการความมั่นใจเป็นพิเศษ ส่วนระบบล็อคอัตโนมัติจะเน้นความสะดวกรวดเร็ว เพียงแค่วางมือถือลงไปกลไกก็จะทำงานทันที เหมาะกับไรเดอร์หรือคนที่ต้องถอดเข้าออกบ่อยๆ ทั้งสองระบบมีความปลอดภัยใกล้เคียงกันหากเลือกแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน แนะนำให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ว่าคุณเน้นความแน่นหนาหรือเน้นความไวในการใช้งาน
บทสรุปเลือกที่จับมือถืออย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การเลือกที่จับ มือถือให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันควรเริ่มจากวัสดุที่ทนแดดทนฝนอย่างอลูมิเนียมเพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานโดยไม่กรอบหักง่าย หากคุณใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มีราคาสูง ควรเลือกรุ่นที่มีระบบซับแรงสั่นสะเทือนเพื่อถนอมเลนส์กล้องไม่ให้เสียหายจากแรงสั่นของเครื่องยนต์ สำหรับคนที่ต้องถอดเข้าออกบ่อยอย่างไรเดอร์ ระบบล็อคอัตโนมัติแบบ ก็จะช่วยประหยัดเวลาและให้ความคล่องตัวในการใช้งานได้ดีกว่า ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบจุดยึดให้ตรงกับรถของคุณ ไม่ว่าจะเป็นแบบยึดแฮนด์บาร์ที่เน้นความนิ่งหรือยึดก้านกระจกที่ติดตั้งง่ายและไม่บดบังสายตา รวมถึงต้องเลือกขนาดที่กระชับพอดีกับมือถือและเคสที่ใส่ เพื่อป้องกันเครื่องหลุดร่วงขณะขับขี่บนสภาพถนนที่ขรุขระหรือช่วงเร่งรีบในเมือง การลงทุนกับที่จับแบรนด์มาตรฐานในราคาหลักร้อย คือความคุ้มค่าที่จะช่วยปกป้องมือถือราคาหลักหมื่นของคุณให้ปลอดภัยในทุกเส้นทางครับ





