
Micron Technology ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ประกาศเดินหน้าขยายกำลังการผลิต DRAM แบบเร่งด่วน ด้วยการเข้าซื้อโรงงานผลิตชิปของ Powerchip Semiconductor Manufacturing Corporation (PSMC) ในไต้หวัน มูลค่ารวมสูงถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 56,000 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
ดีลนี้ถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมหน่วยความจำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะที่ตลาด DRAM ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหา “ดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม AI, Data Center และตลาดพีซี
Micron ระบุว่าการเข้าซื้อโรงงานครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้รวดเร็วกว่าการสร้างโรงงานใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี
โรงงาน P5 ของ Powerchip คือหัวใจของดีลนี้
โรงงานที่ Micron เข้าซื้อคือ P5 Fab ของ Powerchip ตั้งอยู่ที่เมือง Tongluo เขต Miaoli ประเทศไต้หวัน เป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ cleanroom ประมาณ 300,000 ตารางฟุต พร้อมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตเวเฟอร์ขนาด 12 นิ้ว
ภายใต้ข้อตกลงนี้ Micron จะเข้าถือครองโรงงานทั้งหมด พร้อมเดินหน้าปรับไลน์การผลิตให้รองรับการผลิต DRAM สำหรับลูกค้าในเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างจริงจังในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
Manish Bhatia รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการของ Micron ระบุว่า การเข้าซื้อโรงงานแห่งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตของ Micron ในไต้หวัน และช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นในช่วงที่ตลาดยังตึงตัว
เพิ่มกำลังผลิต DRAM ได้ทันที ไม่ต้องรอสร้างโรงงานใหม่
ปัจจุบัน Micron กำลังลงทุนสร้างโรงงานใหม่ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ทั้งที่รัฐ Idaho และโครงการมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในรัฐ New York แต่โรงงานเหล่านี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเดินสายการผลิตได้จริง
การเข้าซื้อโรงงาน P5 ของ Powerchip จึงเป็นทางลัดที่ช่วยให้ Micron เพิ่มกำลังผลิตได้เร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า เมื่อโรงงานเดินเครื่องเต็มกำลัง จะสามารถผลิตเวเฟอร์ขนาด 12 นิ้วได้ราว 50,000 แผ่นต่อเดือน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังผลิต DRAM ของ Micron ได้มากถึง 10–15% ต่อปีภายในเวลาเพียงไม่กี่ไตรมาสหลังเริ่มผลิตจริง
ตัวเลขระดับนี้ถือว่าสูงมากในอุตสาหกรรมหน่วยความจำ และจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลน DRAM ที่กำลังส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรมไอทีในปัจจุบัน
ตลาด DRAM ยังตึงตัวหนัก จากกระแส AI และ Data Center
ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ตลาด DRAM ทั่วโลกเผชิญกับแรงกดดันจากความต้องการหน่วยความจำที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจาก
- ระบบ AI และ AI Training
- Data Center และ Cloud
- เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลขนาดใหญ่
- โน้ตบุ๊กและพีซีรุ่นใหม่ที่ใช้ RAM สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหน่วยความจำหลายรายก็ลดกำลังผลิตในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้เมื่อดีมานด์กลับมาพุ่งแรง ซัพพลายกลับไม่สามารถเพิ่มได้ทัน ส่งผลให้ราคา DRAM ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในตลาดพีซี ผู้ใช้เริ่มเห็นชัดเจนว่าโน้ตบุ๊กและพีซีรุ่นใหม่มีต้นทุนสูงขึ้นจากราคาหน่วยความจำที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดีลนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ
การที่ Micron เลือกเข้าซื้อโรงงานที่มีอยู่แล้ว แทนการสร้างใหม่ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตหน่วยความจำกำลังปรับกลยุทธ์เข้าสู่โหมด “เร่งเครื่องเต็มกำลัง” เพื่อแย่งชิงกำลังผลิตในตลาดที่กำลังร้อนแรง
ไม่ใช่แค่ Micron เท่านั้น แต่คู่แข่งอย่าง Samsung และ SK hynix ต่างก็มีแผนลงทุนขยายกำลังผลิตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มหน่วยความจำสำหรับ AI และ HBM
อุตสาหกรรมหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่เทคโนโลยี แต่รวมถึง “ใครมีโรงงานพร้อมผลิตได้เร็วกว่า”
บทสรุป
Micron เดินเกมรุกครั้งใหญ่ด้วยการทุ่มเงินกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 56,000 ล้านบาท ซื้อโรงงาน P5 ของ Powerchip ในไต้หวัน เพื่อเร่งขยายกำลังผลิต DRAM รับดีมานด์จากตลาด AI, Data Center และพีซีที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
โรงงานแห่งนี้จะเริ่มส่งผลผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 และคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังผลิต DRAM ของ Micron ได้มากถึง 10–15% ต่อปี ซึ่งถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ Micron ในสมรภูมิหน่วยความจำโลกอย่างชัดเจน
ในยุคที่หน่วยความจำกลายเป็นหัวใจของทุกระบบ ตั้งแต่ AI ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การขยับตัวครั้งนี้ของ Micron จึงไม่ใช่แค่ดีลธุรกิจธรรมดา แต่คือหมากสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั้งโลก
ที่มา: wccftech





