
ได้ลุ้นกับการมาของเกมมิ่งซีพียูุร่นใหม่ Intel Core Ultra 9 290HX Plus ซีพียูโมบายสายพันธุ์เกมเมอร์และคนทำงานจริงจังรุ่นใหม่ ในซีรีส์ Arrow Lake-HX Refresh สำหรับโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง โดยซีพียูร่นนี้เป็นข่าวออกมา หลังจากที่มีแระแสของ Intel Core Ultra 9 290K หลุดมาไม่นาน ก็น่าจะทำให้ข่าวนี้มีแนวโน้มที่จะมาอวดโฉมในเวลาอันใกล้นี้ กับการอัปเกรดที่เน้นความเร็วและประสิทธิภาพ ทำให้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊กสเปกแรง แต่สามารถพกพาได้ ไม่ว่าจะเล่นเกมหนักหรือทำงานสร้างสรรค์ ใครที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ปีนี้ อดใจรอสักนิดและลองมาดูรายละเอียดกันว่ามันมีอะไรน่าสนใจบ้าง
ความเป็นไปได้ของสเปก Intel Core Ultra 9 290HX Plus
Intel Core Ultra 9 290HX Plus คาดว่าจะเป็นซีพียูเรือธงของโน้ตบุ๊กปี 2026 ในสถาปัตยกรรม Arrow Lake โดยมีสเปกที่ใกล้เคียงกับซีพียูในระดับเดสก์ท็อป แต่ปรับให้เหมาะกับการพกพา ซึ่งมีสเปกคาดการณ์ที่น่าสนใจ อย่างเช่น แกนหลักรวม 24 คอร์ (8 Performance Cores หรือ P-cores + 16 Efficiency Cores หรือ E-cores) และ 24 เธรด และยังสามารถเพิ่มสัญญาณนาฬิกาไปได้ถึง 5.4GHz ซึ่งก็หมายถึงงานใดที่เรียกใช้งานแบบ Single-thread กับแคชขนาดใหญ่ L3 cache 36 MB และ L2 cache 12 MB ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้น โดยมี Maximum Turbo Power (MTP) 160W เท่านั้น สเปกโดยถ้าว่ากันในระดับนี้ เรื่อง Performance ก็น่าจะใกล้เคียงกับซีพียูพีซีอย่าง Intel Core Ultra 9 285K ได้อย่างสูสีทีเดียว

โดยแกนหลักสำคัญอาจจะยังคงไว้เช่นเดียวกับเรือธงก่อนหน้านี้อย่าง Intel Core Ultra 9 285HX กับ 2 ส่วนหลักๆ คือ P-Core และ E-Core ซึ่ง P-Core ยังคงเป็น Lion Cove ที่เป็นแกนหลักประสิทธิภาพสูงที่จัดการงานหนักได้ดีกว่าเดิม ลด latency และยังเพิ่ม Clock speed ได้อีกด้วย ส่วน Skymont หรือ E-cores ก็จะเป็นแกนหลักประหยัดพลังงานที่ช่วยในงาน Multitask โดยไม่ต้องใช้พลังงานมากจนเกินไป
จากข้อมูล (สเปกคาดการณ์) ในตารางจะเห็นได้ว่า ถ้าเปรียบเทียบกับ Intel Core Ultra 9 285HX รุ่นก่อนหน้านี้ ที่ใช้สถาปัตยกรรม Arrow Lake เหมือนกัน และยังมีแกนหลัก รวมถึง Cache ในระดับที่เท่าๆ กัน แต่ Core Ultra 9 290HX น่าจะได้รับการปรับปรุงเรื่อง Latency จึงน่าจะมีส่วนช่วยให้การติดต่อข้อมูลและการประมวลผลที่รวดเร็วขึ้น รวมไปถึงการทำงานด้าน AI อย่างมีนัยสำคัญ
| รายการ | Intel Core Ultra 9 285HX | Intel Core Ultra 9 290HX Plus (คาดการณ์) |
|---|---|---|
| จำนวนคอร์/เธรด | 24 คอร์ (8P + 16E) / 24 เธรด | 24 คอร์ (8P + 16E) / 24 เธรด |
| Base Clock | ~2.8 GHz (P-core) | ~3.1 GHz (P-core) |
| Max Turbo Clock | สูงสุด 5.5 GHz | สูงสุด ~5.5-5.6 GHz (เล็กน้อยสูงกว่า) |
| L3 Cache | 36 MB | 36 MB |
| L2 Cache | 40 MB | 40 MB (แต่ปรับปรุง latency ดีขึ้น) |
| TDP (Base/MTP) | 55W / 160W | 55W / 160W (แต่จัดการพลังงานดีกว่า) |
| iGPU | Arc Graphics 4 Xe-cores | Arc Graphics 4 Xe-cores (ปรับปรุงเล็กน้อย) |
| กระบวนการผลิต | 3nm | 3nm (แต่ optimize ดีขึ้น) |
| NPU (AI) | ~48 TOPS | ~48 TOPS (แต่ latency ดีขึ้นช่วย AI) |
ฟีเจอร์เด่นที่ช่วยยกระดับการใช้งาน
นอกจากสเปกที่จัดมาให้ไม่ธรรมดาแล้ว ก็ยังมีเรื่องของฟีเจอร์ที่อัดแน่นมาให้ เพื่อให้รองรับการทำงานของผู้ใช้ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น รองรับแรม DDR5-7200 ที่เป็นแรมความเร็วสูง รวมถึง SSD PCIe 5.0 เต็มรูปแบบ รวมถึงกราฟิกตัวแรงอย่าง Intel Arc ที่อาจจะปรับโครงสร้างใหม่ ที่ช่วยให้การเล่นเกมแบบเบาๆ หรืองานกราฟิกพื้นฐานโดยไม่ต้องใช้กราฟิกแยก กับความพิเศษที่ยังมีอยู่นั่นคือ รองรับทั้ง Ray tracing และใช้ AI upscaling เพื่อภาพและความลื่นไหลที่ดีขึ้นในการเล่นเกม
และคาดว่า NPU (Neural Processing Unit) ในตัวจำนวน 48 TOPS แม้จะเท่ากับ Core Ultra 9 285HX รุ่นเดิม แต่ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น จึงรองรับงานด้าน AI ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นงานตัดต่อวิดีโอ การแปลภาษาเรียลไทม์ หรือการปรับแต่งภาพถ่าย ไปจนถึงการใช้งานโมเดลภาษาแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้งาน AI ในแบบ On Device อีกด้วย ซึ่งบนโน้ตบุ๊กก็ถือว่าเป็น Copilot+ PC เต็มรูปแบบ

ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ซีพียู ตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่ AI PC ในปี 2026 โดยลดการพึ่งพาคลาวด์และทำงานบนเครื่องได้เร็วขึ้น
ในด้านของประสิทธิภาพในการทำงาน จาก benchmark ที่หลุดออกมา Intel Core Ultra 9 290HX Plus แสดงให้เห็นถึงการอัปเกรดที่ดีขึ้น โดยมีผลการทดสอบที่หลุดออกมาให้พอได้เห็น กับการทดสอบ Geekbench 6 ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับ Core Ultra 9 285HX

- Single-Core: 290HX Plus ได้ ~3,198 คะแนน (สูงกว่า 285HX ประมาณ 5-6%)
- Multi-Core: 290HX Plus ได้ ~21,581 คะแนน (สูงกว่า 285HX ประมาณ 4-5%)
ส่วนในแง่ของการเล่นเกม คาดว่าจะแรงยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะแรงมากขึ้นจากรุ่นเดิมมากน้อยเพียงใด มีเพียงผลทดสอบที่หลุดมาจากแหล่งข่าวในข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าไม่ได้ทิ้งห่างจากรุ่นเดิมมากนัก ในเกมที่รองรับ Ray tracing อย่าง Cyberpunk 2077 หรือ Alan Wake 2 การมีสัญญาณนาฬิกาที่สูงกว่า และ Latency ก็น่าจะเป็นผลดีต่อการเล่นเกม เช่นเดียวกับการทำงานอื่นๆ เช่นการปั้นงาน 3D อย่างการใช้ Blender หรือการเรนเดอร์วีดีโอบน Adobe Premiere Pro เป็นต้น ก็จะพอเห็นความเร็วที่ดีกว่า
และการที่มี Memory latency ดีขึ้น นั่นหมายถึงช่วยให้การเล่นเกมที่มีการตอบสนองกับ latency เช่นแนว FPS หรือ Open-world จะสามารถเพิ่มเฟรมเรตให้สูงขึ้น 5-10% ได้ในบางเกม กับคู่แข่งที่เรียกว่าสามารถดวลกันหมัดต่อหมัดได้ ก็น่าจะเป็น AMD Ryzen 9 9955HX3D หรือ AMD Ryzen AI 9 HX 370 เป็นต้น แต่ในแง่ของแกนหลักที่มีจำนวนต่างกัน รวมถึงแคชขนาดใหญ่ในแบบ 3D V-cache ก็ทำให้คู่แข่งได้เปรียบในระดับหนึ่ง ก็ต้องดูกันต่อไปว่างานนี้จะต่อกรกันได้ดีแค่ไหน
เหมาะสมกับผู้ใช้กลุ่มใด
ในภาพรวมต้องถือว่า Intel Core Ultra 9 290HX Plus ออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการพลังในการทำงานบนโน้ตบุ๊ก ที่สามารถรีดประสิทธิภาพได้สุดทาง ทั้งในแง่ของผู้ใช้ในกลุ่มมืออาชีพ โดยเฉพาะกับ ครีเอเตอร์ อย่าง ช่างภาพ งานตัดต่อวิดีโอ การแต่งภาพ ไปจนถึงการปั้นงาน 3D หรือสายงานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่แรงแต่สามารถพกพาได้ พอรองรับงานระดับกลางขึ้นไป โดยการมี NPU จำนวนมาก ก็ช่วยให้งานด้าน AI อย่าง Stable Diffusion หรือ Auto Edit ไปจนถึงงานออกแบบสร้างสรรค์ด้วยการใช้ Generative AI ยังคงลื่นไหล

นอกจากนี้ยังรวมถึง นักพัฒนาและวิศวกร สำหรับงาน coding, simulation หรือ AI training ที่ต้องการแกนหลักช่วยทำงานจำนวนมาก และมี latency ต่ำ เพื่อให้การตอบสนองและส่งข้อมูลประมวลผลได้รวดเร็ว เช่นเดียวกับคอเกม ที่ได้ประโยชน์จากกราฟิกรุ่นใหม่ และบางครั้งยังทำงานร่วมกับการ์ดจอแยกบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ก็ยังสามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีเช่นกัน และยังใช้งานร่วมกับ Ray-tracing และการ Upscaling บนหน้าจอความละเอียดสูงได้อีกด้วย
ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ สำหรับข่าวคราวของซีพียูรุ่นใหม่ตัวแรง ที่จะเป็นเรือธงมาทดแทน Intel Core Ultra 9 รุ่นเดิมในกลุ่มของโมบาย หลังจากที่ซีพียูเดสก์ทอปใหม่ ค่อนข้างจะชัดเจนไปแล้ว สิ่งที่น่าจับตาสำหรับการมาของ Intel Core Ultra 9 290HX Plus นี้ก็คือ จะสามารถยกระดับโน้ตบุ๊กไฮเอนด์ที่วันนี้มีคู่แข่งตัวแรงอยู่พอสมควร ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงตลาดของฮาร์ดแวร์ราคาสูงขึ้นเช่นนี้ อย่างไรก็ดีในแง่ของ Performance เต็มๆ ทั้งการทำงานจริงและการเล่นเกม ก็คงต้องติดตามชม เมื่อซีพียูลงสู่ตลาด แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับเหล่าเกมเมอร์ และครีเอเตอร์ได้มีโน้ตบุ๊กตัวแรงๆ มาช่วยงานในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยคาดว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูรุ่นนี้จะวางเริ่มจำหน่ายในช่วงไตรมาสแรกถึงสองของปี 2026 นี้





