
วันที่ 6-9 มกราคม 2026 มีการจัดงานผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่นับว่าเป็นงานใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของวงการไอที นั่นคืองาน CES 2026 ที่หลายแบรนด์มักจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงนำนวัตกรรมมาโชว์ในงาน โดยในรอบนี้ก็เป็นที่คาดการณ์ว่า AMD จะเปิดตัวชิปรุ่นใหม่สำหรับสายโมบายล์ นั่นคือ AMD Ryzen AI 400 series ซึ่งก็สอดคล้องกับตอนเปิดตัว AMD Ryzen AI 300 และ Ryzen AI Max ในงาน CES 2025 ที่ผ่านมา
ในบทความนี้เราก็จะมาดูข้อมูลเท่าที่มีออกมาล่าสุดของชิป Ryzen AI 400 series ว่าเราน่าจะได้เห็นอะไรอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นปัจจุบันบ้าง รวมถึงรหัสชื่อรุ่นที่น่าจะได้เห็นกันในการเปิดตัวกับในโน้ตบุ๊กรุ่นยอดนิยมที่คาดว่าน่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้อย่างเร็วสุดในช่วงปลายไตรมาส 1 ของปีหน้า
“Gorgon Point” และ “Gorgon Point 2”
สำหรับชิปในซีรีส์ AMD Ryzen AI 400 จะได้โค้ดเนมในชื่อว่า Gorgon Point ซึ่งจะเป็นรุ่นต่อยอดโดยตรงของชิปตระกูล AMD Ryzen AI 300 โค้ดเนม Strix Point เป้าหมายหลักก็คือเพื่อใช้เป็นชิปประมวลผลสำหรับผลิตภัณฑ์โมบายล์ สายเครื่องพกพา ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ต้องการ APU กับ iGPU พร้อมด้วย NPU สำหรับประมวลผล AI ประสิทธิภาพสูง ตัวอย่างก็เช่น โน้ตบุ๊กสายครีเอเตอร์ เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก เครื่องเล่นเกมพกพาที่ไม่ได้ใช้ชิป AMD Ryzen Z series และกลุ่มของ Mini PC กล่องเล็ก ๆ ที่ตอบโจทย์การทำงานระดับจริงจังได้เป็นอย่างดี โดยที่ยังมีขนาดกะทัดรัด สามารถพกพาไปใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ขอแค่มีหน้าจอและปลั๊กไฟ ซึ่งชิปในกลุ่มของ AMD Ryzen AI เองก็มีอัตราการกินไฟที่ต่ำอันเนื่องมาจากการวางสถาปัตยกรรมของระบบคอร์เป็นแบบผสมทั้งคอร์ประสิทธิภาพสูงและคอร์ที่เน้นการประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยที่ยังคงมีชุดคำสั่งมาอย่างครบถ้วน ทำให้สามารถใช้งานประมวลผลทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดีอยู่

จากข้อมูลที่มีออกมา ชิปในซีรีส์โค้ดเนม Gorgon Point จะเป็นการรีเฟรชจากรุ่นก่อนหน้า ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมใหม่แบบยกเครื่อง ซึ่งก็มองว่าเป็นจุดที่เข้าใจได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ AMD ประกาศแผนโร้ดแมปออกมาแล้วจะมีการเปิดตัวสถาปัตยกรรมคอร์ Zen 6 พร้อมชิปประมวลผลรุ่นใหม่สำหรับเดสก์ท็อปอย่างเป็นทางการในปีหน้า ซึ่งฝั่งของชิปสำหรับโมบายล์ก็คาดว่าจะได้รับการเปิดตัวในงาน CES 2027 ตามกำหนดการปกติ ทำให้ในปีนี้ก็จะเป็นการรีเฟรชโครงสร้างชิปรุ่นก่อนหน้าเป็นหลัก โดยอาจจะมีการปรับจูนความแรง ประสิทธิภาพต่อวัตต์พลังงานที่ใช้ให้ดีขึ้นเป็นหลัก
ทำให้โครงสร้างหลักของชิป AMD Ryzen AI 400 series จะยังคงใช้ 3 ส่วนหลักดังนี้
- ส่วนประมวลผลกลาง (CPU) ใช้คอร์ Zen 5 ผสมกับ Zen 5c
- ส่วนประมวลผลกราฟิกออนชิป (iGPU) ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3.5
- ส่วนประมวลผล AI (NPU) ใช้สถาปัตยกรรม XDNA 2
โดยจุดที่จะแตกต่างจากรุ่นเดิมก็คงเป็นส่วนของความเร็วบูสต์สูงสุดของทั้ง CPU และ GPU ที่สูงขึ้น และการรองรับแรมความเร็วสูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อทำให้ระดับประสิทธิภาพสูงสุดนั้นสูงขึ้นกว่าเดิม
แต่ถ้าหากดูข้อมูลเชิงลึกของชิปในซีรีส์ AMD Ryzen AI 300 ที่จริงแล้วจะมีการแบ่งย่อยภายในซีรีส์ลงไปอีกขั้น นั่นคือกลุ่มของชิปที่ใช้โค้ดเนมซีรีส์ว่า Strix Point ซึ่งเป็นชิปกลุ่มที่มีมากกว่า 8 คอร์ และมี iGPU มากกว่า 8CU เช่น AMD Ryzen AI 9 HX 370 กับอีกกลุ่มโค้ดเนมย่อยอย่าง Krackan Point เช่น AMD Ryzen AI 7 350 ซึ่งใน AMD Ryzen AI 400 series ที่ก็จะมีการแบ่งกลุ่มย่อยในลักษณะเดียวกัน แต่จะมีชื่อเรียกในขณะนี้ว่า Gorgon Point สำหรับรุ่นที่เป็นตัวต่อยอดของ Strix Point ในขณะที่ Krackan Point ก็จะต่อยอดขึ้นมาเป็น Gorgon Point 2 (ชื่อเรียกในขณะนี้)
ชิปแต่ละรุ่นใน AMD Ryzen AI 400 series

สำหรับข้อมูลของชิปแต่ละรุ่นในตาราง จะเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ videocardz โดยอิงจากข้อมูลที่มีหลุดออกมาก่อนการเปิดตัว เน้นไปที่ชิปรุ่นหลัก และน่าจะพบในโน้ตบุ๊กเป็นส่วนใหญ่ ที่พอจับมาวางคู่กันกับชิปในซีรีส์ปัจจุบันก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการรีเฟรชจากชิปรุ่นเดิม เพิ่มเติมคือความแรงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในส่วนความเร็วบูสต์สูงสุดของ CPU และประสิทธิภาพของตัว NPU ที่น่าจะเพิ่มมาเป็นสูงสุด 55 TOPS ในทุกรุ่นย่อย จากที่ในปัจจุบันจะมีเพียง AMD Ryzen AI 9 HX 375 เท่านั้นที่อยู่ในระดับดังกล่าว แต่จะมีหนึ่งรุ่นที่แตกต่างไปเล็กน้อยก็คือ AMD Ryzen AI 5 430 ที่ดูจะเป็นลูกผสมระหว่าง Ryzen AI 5 340 ในด้านของ iGPU และ Ryzen AI 5 330 ในด้านของจำนวนคอร์/เธรด ซึ่งตรงนี้คงต้องรอดูข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมาอีกทีว่าสเปคจะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องของค่า TDP ก็จะยังคงอยู่ในช่วง 15-54W เท่าเดิม
แต่อย่างไรก็ตาม กระแสข่าว ณ ขณะที่เรียบเรียงบทความนี้ ต้องบอกว่ายังมีจุดที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง บางแหล่งระบุว่า Ryzen AI 5 430 น่าจะออกมาเป็น Ryzen AI 3 430 มากกว่า ด้วยจำนวนคอร์ที่ตรงกันกับ Ryzen AI 3 330 รวมถึงจะมีเพียง Ryzen AI 9 และ Ryzen AI 7 รุ่นท็อปเท่านั้นที่จะได้ NPU ประสิทธิภาพสูงสุด 55 TOPS ส่วนรุ่นอื่นจะยังคงอยู่ที่ 50 TOPS นอกจากนี้ยังมีอีกจุดที่ได้รับการพูดถึงก็คือตัวชิปจะรองรับการทำงานร่วมกับแรมที่ความเร็วสูงขึ้นเป็น 8533 MT/s จากที่ในรุ่นปัจจุบันจะรองรับความเร็วสูงสุดที่ 8000 MT/s ซึ่งก็น่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขึ้นได้อีก โดยเฉพาะกับกลุ่มเครื่องที่ใช้ชิปแรมแบบฝังบอร์ดที่มักได้เม็ดแรมความเร็วสูง และมีระยะทางในการรับส่งข้อมูลที่ใกล้กว่าการใช้แรมแผง SO-DIMM ทำให้น่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ iGPU ที่ต้องใช้งานแรมของตัวเครื่องเป็นหลักขึ้นไปได้อีก แต่จากสถานการณ์ราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น ก็คงน่าสนใจทีเดียวว่าจะส่งผลกับราคาโน้ตบุ๊กที่ใช้เม็ดแรมความเร็วสูงมากขนาดไหน
ความแรงของชิปรุ่นใหม่

เว็บไซต์ wccftech ได้เผยผลทดสอบประสิทธิภาพของชิปรุ่นใหม่ที่มีผู้ทดสอบและอัปโหลดข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลของ Geekbench ทำให้เราพอได้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของความแรงที่สูงขึ้นจากว่าที่ชิปรุ่นยอดนิยมอย่าง AMD Ryzen AI 9 HX 470 และ Ryzen AI 7 450 เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนหน้า ดังนี้
AMD Ryzen AI 9 HX 470 เทียบกับ AI 9 HX 370
- Single core แรงขึ้น 15%
- Multi core แรงขึ้น 20%
AMD Ryzen AI 7 450 เทียบกับ AI 7 350
- Single core แรงขึ้น 5%
- Multi core ลดลง 7%
จะเห็นว่ามีข้อมูลที่ดูแปลกนิดนึงตรงที่ชิปรุ่นใหม่กลับมีประสิทธิภาพแบบ multi core ที่ต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย แต่อันนี้ก็ต้องบอกว่าผลการทดสอบดังกล่าวเป็นการทดสอบก่อนที่ชิปจะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และยังอาจต้องการการปรับจูนประสิทธิภาพ แก้ไขไดรเวอร์ เพื่อให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์อื่นให้ดีขึ้นก่อน จึงอาจทำให้ยังไม่สามารถใช้ในการบ่งบอกระดับความแรงได้แบบเต็ม 100% นัก แต่ก็น่าจะพอทำให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าการเพิ่มความเร็วบูสต์และการรองรับแรมความเร็วสูงขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มความแรงได้พอสมควรเมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนหน้า

อีกผลการทดสอบที่น่าสนใจก็คือการเทียบกันระหว่าง AMD Ryzen AI 5 430 ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นกับ Ryzen AI 5 330 ผ่านชุดทดสอบ BAPCo ได้ผลออกมาดังนี้
- คะแนนภาพรวม ดีขึ้น 13%
- การใช้งานโปรแกรมสายทำงาน ดีขึ้น 7%
- การใช้งานโปรแกรมสายสร้างสรรค์ ดีขึ้น 19%
- การตอบสนองการทำงาน ดีขึ้น 17%
ผลที่ได้ออกมาก็ต้องบอกว่าสอดคล้องไปในทางเดียวกัน คือมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเล็กน้อย โดยน่าจะมาจากความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้นทั้งส่วนของ CPU และ iGPU ซึ่งก็คงต้องรอดูหลังเปิดตัวจริงและมีการทดสอบในวงกว้างอีกที ว่าจะสามารถทำได้ดีกว่านี้ขึ้นไปอีกหรือไม่

โน้ตบุ๊กที่มีข่าวว่าจะใช้ชิป Gorgon Point
จากข้อมูลล่าสุดที่มีออกมาในขณะนี้ มีหลุดออกมาว่า Lenovo เตรียมจะเปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในซีรีส์ Legion กลุ่มเครื่องที่เน้นความบางเบายิ่งขึ้น มีรหัสต่อท้ายด้วยตัว a ซึ่งจะมาพร้อมชิป AMD Ryzen AI 400 series ในงาน CES 2026 ด้วย โดยมีข้อมูลสเปคเบื้องต้นออกมาดังนี้
Lenovo Legion 7a
- ตัวเลือกชิปสูงสุด AMD Ryzen AI 9 HX 470
- แรม LPDDR5x ออนบอร์ด สูงสุด 64GB 8533 MT/s
- การ์ดจอ RTX 5060
- จอ 16” OLED 2560×1600 240Hz VRR 100% DCI-P3
- SSD 2TB
- มีชิป AI LA1 และ LA4
- แบตเตอรี่ 84 Whr
- ลำโพง 4 ตัว Harman
- Wi-Fi 7 + BT 5.4
Lenovo Legion 5a
- ตัวเลือกชิปสูงสุด AMD Ryzen AI 9 465 (อาจมีรุ่นใช้ Ryzen 7 250 ด้วย)
- แรม DDR5 สูงสุด 32GB 5600 MT/s
- การ์ดจอ RTX 5060
- จอ 15.3” OLED 2560×1600 165Hz 100% DCI-P3
- SSD สูงสุด 2TB
- มีชิป AI LA1 และ LA3 ในรุ่นบน
- แบตเตอรี่ 80 Whr
- ลำโพง 2 ตัว Harman
- Wi-Fi 7 + BT 5.4
ส่วนกำหนดการว่างจำหน่าย ก็คาดว่าน่าจะเป็นอย่างเร็วในช่วงกลางปี 2026 เป็นต้นไป และน่าจะมีรุ่น Pro ที่สเปคสูงขึ้นตามมาด้วย ซึ่งหลัก ๆ น่าจะเน้นไปที่การใช้ชิปการ์ดจอรุ่นสูงขึ้น และมีการปรับฮาร์ดแวร์ในบางส่วนเพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเล่นเกมขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงชิปรุ่นย่อยอีกรุ่นอย่าง AMD Ryzen AI 7 445 ที่คาดว่าจะถูกนำมาใช้กับโน้ตบุ๊กรุ่นที่เน้นความบางเบาอย่าง
- Lenovo Yoga Slim 7a 14”
- Lenovo Yoga Pro 7i Aura Edition 15”
- Lenovo IdeaPad 5a 2-in-1 15”
สรุปภาพรวมของ AMD Ryzen AI 400 series
จากข้อมูลที่มีออกมา จะเห็นว่าโดยรวมแล้วชิปรุ่นใหม่นี้จะเป็นการรีเฟรชและปรับปรุงจากชิปรุ่นก่อนหน้าขึ้นมาในบางจุด อาทิ ความเร็วคล็อกที่สูงขึ้น การรองรับแรมความเร็วสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งช่วยทำให้ระดับความแรงของตัวชิปสูงขึ้นไปได้อีกเล็กน้อย ทำให้จะเรียกว่าเป็นการอัปสเปคเพื่อยืดอายุฮาร์ดแวร์เพื่อรอการอัปเกรดครั้งใหญ่ไปเป็นคอร์ Zen 6 ในช่วงปลายปีหน้าก็ว่าได้ สำหรับใครที่มีแผนจะซื้อโน้ตบุ๊ก AMD สเปคสูง ๆ อยู่ ก็ต้องบอกเลยว่ากว่าเครื่องที่ใช้ชิปรุ่นใหม่นี้จะวางจำหน่ายในไทย คาดว่าจะเป็นอย่างเร็วสุดก็ช่วงไตรมาสสองของปี 2026 หรือไม่ก็ช่วงครึ่งปีหลังไปเลย และในช่วงแรกน่าจะเน้นรุ่นสเปคสูงออกมาเป็นหลักก่อน และประกอบกับราคาแรมที่ปรับสูงขึ้นทั้งโลกด้วย จึงมีความเป็นไปได้ว่าผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายอาจจะตั้งราคามาค่อนข้างสูงพอสมควร เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กรุ่นที่มีสเปคในระดับเดียวกัน แต่ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 series เมื่อเทียบกันแบบปีต่อปี





