
ตลาดการ์ดจอทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากวิกฤตชิปหน่วยความจำที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง GDDR7 ที่ถูกใช้งานทั้งในตลาดเกมและตลาด AI ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตการ์ดจอพุ่งสูงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
ล่าสุดมีรายงานจาก Board Channels แหล่งข่าวในฝั่งซัพพลายเชน ระบุว่า NVIDIA ได้ปรับโครงสร้างการผลิต RTX 50 Series สำหรับปี 2026 ใหม่ทั้งหมด โดยลดปริมาณการผลิตการ์ดจอรุ่นระดับบน และหันไปโฟกัสรุ่นตลาดกลางอย่าง RTX 5060 และ RTX 5060 Ti รุ่น 8GB เป็นหลัก เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาปริมาณสินค้าในตลาด
การ์ดจอรุ่น 16GB เริ่มไม่คุ้มทุน เพราะต้นทุนหน่วยความจำพุ่งแรง
สาเหตุหลักของการปรับแผนครั้งนี้มาจากราคาชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ GDDR7 ความจุสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการ์ดจอรุ่น 16GB ขึ้นไป
การ์ดจออย่าง RTX 5070 Ti และ RTX 5060 Ti รุ่น 16GB ต้องใช้ชิปหน่วยความจำถึง 8 โมดูลต่อการ์ด ขณะที่รุ่น 8GB ใช้เพียง 4 โมดูลเท่านั้น ทำให้ต้นทุนต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
Board Channels ระบุว่า NVIDIA จึงตัดสินใจลดการส่งมอบรุ่น
- RTX 5070 Ti 16GB
- RTX 5060 Ti 16GB
และหันไปเพิ่มกำลังการผลิตรุ่น
- RTX 5060 8GB
- RTX 5060 Ti 8GB
ซึ่งจะกลายเป็นรุ่นหลักของ RTX 50 Series ตลอดปี 2026 โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและจีน
RTX 5090 ราคาพุ่งทะลุ 1.3 แสนบาท และบางรุ่นแตะเกือบ 3 แสนบาท
ผลกระทบจากวิกฤตหน่วยความจำและกำลังการผลิตที่ถูกเบนไปยังชิป AI ทำให้การ์ดจอระดับเรือธงเริ่มขาดตลาด และราคาพุ่งแรงแบบไม่หยุด
จากการสำรวจราคาบนร้านค้าออนไลน์รายใหญ่ในสหรัฐฯ ณ วันที่ 13 มกราคม 2026 พบว่า RTX 5090 มีราคาสูงเกินกว่าราคาเปิดตัวหลายเท่าตัว
ราคาการ์ดจอ RTX 50 Series บน Newegg
| รุ่น | ราคาเปิดตัว | ราคาต่ำสุด | ราคาสูงสุด |
|---|---|---|---|
| RTX 5090 32GB | $1,999 ≈ 70,000 บาท | $3,741 ≈ 131,000 บาท | $8,999 ≈ 315,000 บาท |
| RTX 5080 16GB | $999 ≈ 35,000 บาท | $1,214 ≈ 42,000 บาท | $3,299 ≈ 115,000 บาท |
| RTX 5070 Ti 16GB | $749 ≈ 26,000 บาท | $829 ≈ 29,000 บาท | $1,799 ≈ 63,000 บาท |
| RTX 5070 12GB | $549 ≈ 19,000 บาท | $549 ≈ 19,000 บาท | $1,299 ≈ 45,000 บาท |
| RTX 5060 Ti 16GB | $429 ≈ 15,000 บาท | $459 ≈ 16,000 บาท | $899 ≈ 31,000 บาท |
| RTX 5060 Ti 8GB | $379 ≈ 13,000 บาท | $369 ≈ 12,900 บาท | $859 ≈ 30,000 บาท |
| RTX 5060 8GB | $299 ≈ 10,500 บาท | $299 ≈ 10,500 บาท | $588 ≈ 20,500 บาท |
| RTX 5050 8GB | $249 ≈ 8,700 บาท | $259 ≈ 9,000 บาท | $466 ≈ 16,000 บาท |
เฉพาะ RTX 5090 รุ่นพิเศษบางรุ่น มีราคาทะลุ 300,000 บาทไปแล้ว ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาเปิดตัวเกือบ 4 เท่า
Amazon ก็ไม่ต่าง RTX 5090 แตะ 2.9 แสนบาท
ฝั่ง Amazon สหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มราคาไม่ต่างกัน โดย RTX 5090 บางรุ่นมีราคาสูงถึง
- $8,389 ≈ 293,000 บาท
ขณะที่ RTX 5080 และ RTX 5070 Ti ก็ถูกดันขึ้นไปอยู่ในระดับ 40,000 – 100,000 บาทแล้วเช่นกัน
RTX 5060 กลายเป็นรุ่นหลักของ NVIDIA ในปี 2026
จากแผนซัพพลายใหม่ RTX 5060 และ RTX 5060 Ti 8GB จะกลายเป็นรุ่นหลักของ RTX 50 Series ในปีนี้ เนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนหน่วยความจำได้ง่ายกว่า และผลิตได้ในปริมาณมากกว่า
Board Channels ระบุว่า
- RTX 5060 จะมีสัดส่วนซัพพลายสูงสุด
- รองลงมาคือ RTX 5060 Ti 8GB
- รุ่น 16GB จะถูกลดปริมาณลงอย่างต่อเนื่อง
และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติมในไตรมาสถัดไป หากต้นทุนหน่วยความจำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
NVIDIA เตรียมนำ RTX 3060 8GB กลับมาทำตลาดอีกครั้ง
อีกหนึ่งแนวทางรับมือของ NVIDIA คือการนำการ์ดจอรุ่นเก่ากลับมาผลิตใหม่ โดยเฉพาะ RTX 3060 รุ่น 8GB เพื่อรองรับตลาดระดับเริ่มต้นในบางภูมิภาค
รวมถึงอาจมีการนำสถาปัตยกรรมรุ่นเก่ามาปรับปรุงใหม่ให้รองรับเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง DLSS เพื่อยืดอายุการทำตลาดในช่วงที่ชิปใหม่มีต้นทุนสูงเกินไป
วิกฤตหน่วยความจำอาจลากยาวถึงปี 2028
นักวิเคราะห์มองว่าวิกฤตหน่วยความจำครั้งนี้จะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจากการสร้างโรงงานผลิตหน่วยความจำใหม่ต้องใช้เวลาหลายปี และความต้องการจากตลาด AI ยังคงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
ทำให้แนวโน้มราคาการ์ดจอระดับกลางและระดับบนอาจยังทรงตัวในระดับสูงต่อไปอย่างน้อยถึงปลายปี 2027 หรืออาจยาวไปถึงต้นปี 2028
สำหรับผู้บริโภคในไทย สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดโลกย่อมส่งผลต่อราคาหน้าร้านในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีแนวโน้มว่าการ์ดจอระดับ RTX 5070 ขึ้นไปจะกลายเป็นสินค้าไฮเอนด์อย่างแท้จริงในยุคถัดไป
สรุปภาพรวมสถานการณ์ RTX 50 Series
- NVIDIA ปรับแผนการผลิตไปเน้น RTX 5060 และ RTX 5060 Ti 8GB
- รุ่น 16GB ถูกลดปริมาณเพราะต้นทุนหน่วยความจำสูง
- RTX 5090 ราคาตลาดโลกทะลุ 130,000 บาท และบางรุ่นแตะเกือบ 300,000 บาท
- วิกฤตหน่วยความจำอาจลากยาวถึงปี 2028
- ตลาดเกมเมอร์ต้องเผชิญราคาการ์ดจอแพงระยะยาว
สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า AI ไม่ได้แค่เปลี่ยนโลกเทคโนโลยี แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างราคาฮาร์ดแวร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปไปอย่างสิ้นเชิง
ที่มา: wccftech





