
CES (Consumer Electronics Show) เป็นอีเว้นท์ด้านเทคโนโลยี ซึ่งในอีเว้นท์ครั้งนี้ก็มีโน๊ตบุ๊ค MSI CES 2026 รุ่นใหม่ไปเปิดตัวหลากหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซึ่งสร้างชื่อให้ทางแบรนด์มาอย่างยาวนานพร้อมการอัพเกรดสเปคใหม่ให้เล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้น ด้านโน๊ตบุ๊คทำงานก็ไม่ควรมองข้ามเพราะได้ซีพียู Intel Panther Lake ใหม่ซึ่งทรงพลังยิ่งขึ้นทั้งคอร์ชุดหลักและจีพียูติดตั้งมาในตัวให้ทำงานได้อย่างลื่นไหลและประหยัดพลังงาน เสริมด้วยฟีเจอร์ใช้งานอีกร้อยแปดให้ทำงานสะดวกขึ้น
ด้านของโน๊ตบุ๊คทำงาน MSI CES 2026 ก็ปรับกลุ่มใหม่หมดโดยให้ Modern Series เป็นรุ่นเริ่มต้นราคาคุ้มค่าเช่นเดิมแต่ปรับสเปคให้ดีขึ้นรวมถึงเพิ่มฟีเจอร์ใช้งานเข้าไปอีกพอควรจนน่าใช้กว่าเดิมมาก คั่นกลางด้วย Venture Series ให้คนมองหาโน๊ตบุ๊คทำงานคุณภาพดีขึ้นสเปคแรงกว่าเดิมได้เลือกซื้อมาใช้งานและดันให้ Prestige Series จับตลาดกลุ่มพรีเมียมแทนและเป็นไฮไลต์หลักอีกด้วยเพราะได้ดีไซน์ตัวเครื่องแบบใหม่แกะกล่องแถมติดตั้งสไตลัสมาให้ในตัว ใช้เขียน, จดและวาดสิ่งต่างๆ ได้ตามต้องการอีกด้วย
สิ่งน่าสนใจของโน๊ตบุ๊ค MSI CES 2026
- โน๊ตบุ๊คทำงานของ MSI หลายรุ่นได้ซีพียู Intel Core Ultra 300 Series ใหม่ มีประสิทธิภาพดีขึ้น
- โน๊ตบุ๊คทำงานจาก MSI จะเริ่มต้นจาก Modern Series เป็นรุ่นราคาประหยัด ถัดมาเป็น Venture Series มีสเปคและประสิทธิภาพดีขึ้น ปิดท้ายด้วย Prestige Series จับกลุ่มตลาดพรีเมี่ยมโดยเฉพาะ
- MSI Modern Series ถูกอัพเกรดเพิ่มหลายอย่าง ได้ซีพียู Intel รุ่นใหม่ เสริมด้วยพอร์ต USB-C Full Function กับพอร์ตอื่นๆ และบางรุ่นย่อยมีเซนเซอร์สแกนใบหน้าอีกด้วย
- MSI Prestige Series ถูกอัพเกรดบอดี้ภายนอกให้ดีกว่าเดิมและพับหน้า 360 องศา เป็นแท็บเล็ตได้ ติดสไตลัส MSI Nano Pen ไว้เขียน, จดและวาดสิ่งต่างๆ ลงบนจอได้
- เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค MSI จะได้ซีพียู Intel Arrow Lake Refresh ใหม่ จับคู่กับจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series ใช้เล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น
- เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค MSI ใหม่จะแยกเป็น 2 รุ่น หากมีคำว่า “MAX” จะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง กับรุ่นธรรมดาไม่มีคำดังกล่าวตามท้าย
- โน๊ตบุ๊ค MSI CES 2026 ครั้งนี้ไม่มี Titan Series รุ่นใหม่ แต่มี Raider Series รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงขึ้นและได้ฟีเจอร์ MSI OverBoost Ultra แบบ 3 พัดลมรุ่นใหม่ มีกำลังไฟสูงสุด 300W แทน

โน๊ตบุ๊คใหม่ของ MSI CES 2026 รวมมิตรสายเกมมิ่งและทำงาน!
เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค MSI CES 2026
โน๊ตบุ๊คทำงาน MSI CES 2026
เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค MSI CES 2026
Raider Series












พระเอกของโน๊ตบุ๊ค MSI CES 2026 นี้เป็น Raider Series เริ่มต้นกับ Raider 16 MAX HX ติดตั้งซีพียู Intel Core Ultra 200HX Series กับจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series ได้ฟีเจอร์ MSI OverBoost Ultra แบบใหม่กำลังไฟ 300W แบ่งค่า TDP ให้ CPU 125W และ GPU 175W ประกอบชุดระบายความร้อน Cooler Boost Trinity Intra Flow ใหม่ มีพัดลม 3 ตัว ระบายอากาศออกช่องระบายความร้อน 4 ช่องรอบตัว รองรับการอัพเกรด RAM, SSD ได้อย่างละ 2 ช่อง แสดงภาพออกทางหน้าจอ QHD OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ให้สีสันสวยงามสมจริงยิ่งขึ้น
ฟีเจอร์และความสวยงาม ได้แก่ ไฟ RGB “Mystic Light” ตรงขอบหน้าเครื่องใต้ที่วางข้อมือกับโลโก้ MSI พร้อมยิงเลเซอร์ลวดลายมังกรของทางแบรนด์ไว้บนฝาหลัง ไฟคีย์บอร์ดแบบ Per-Key RGB เปลี่ยนแสงสีแต่ละปุ่มได้ตามชอบ มีเซนเซอร์สแกนใบหน้า, พอร์ต Thunderbolt 4 คู่ รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be รองรับ Bluetooth 5.4 พร้อมกันอีกด้วย


ลูกเล่นเฉพาะตัวของ Raider 16 MAX HX จะมีฝาเปิดเฉพาะตรง SSD และ RAM ให้เจ้าของขันน็อตออกแล้วใช้นิ้วดึงเปิดฝาก็อัพเกรดได้ทันที ไม่ต้องถอดฝาหลังทั้งหมดให้ยุ่งยากนัก ในภาพจะเห็นพัดลมระบายความร้อน 2 ตัว แต่เครื่องวางจำหน่ายจริงจะมีพัดลมตัวที่ 3 อยู่ตรงข้างซ้ายของ RAM ตัวล่างเพื่อดึงอากาศเย็นเข้าเครื่องเพื่อระบายความร้อนได้ดีขึ้น
| CPU | Intel Core Ultra 200HX Series “Arrow Lake Refresh” |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 50 Series รุ่นสูงสุดเป็น GeForce RTX 5090 |
| Storage | M.2 NVMe SSD รวม 2 ช่อง อินเทอร์เฟส PCIe 5.0 + 4.0 |
| Memory | SO-DIMM DDR5 บัส 7200 MHz รองรับความจุสูงสุด 128 GB |
| Display | สเปคสูงสุดเป็น 16″ QHD+ (2560*1600) OLED Refresh Rate 240Hz 100% DCI-P3 VESA DisplayHDR True Black 1000 SGS Eye Care Dispaly |
| Connectivity | Thunderbolt 4*2 USB-A 3.2 Gen2*1 USB-A 3.2 Gen1*2 SD Card reader*1 HDMI 2.1*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 |






ถัดมาเป็นรุ่นรองอย่าง Raider 16 HX จะได้สเปคไล่เลี่ยกัน ยังมีช่องอัพเกรด SSD, RAM แบบสะดวกรวดเร็วเช่นเดียวกันกับรุ่น MAX และไฟคีย์บอร์ด 24-Zone RGB รวมถึงชุดระบายความร้อน Cooler Boost Trinity Intra Flow เช่นเดิม แต่ตัดบางฟังก์ชั่นออก ได้แก่
- MSI OverBoost Ultra มีกำลังไฟสูงสุด 250W
- ไม่มี Mystic Light RGB ขอบหน้าและโลโก้ MSI ฝาหลัง เหลือเพียงคีย์บอร์ด 24-Zone RGB
- จีพียูรุ่นสุงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 5080 ใช้เล่นเกมได้ลื่นไหล
- เพิ่มลวดลาย True Gaming ตรงแท่นวางข้อมือฝั่งขวาแทน
ด้านสเปคโดยรวมของ Raider 16 HX จะเป็นดังนี้
| CPU | Intel Core Ultra 200HX Series “Arrow Lake Refresh” |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 50 Series รุ่นสูงสุดเป็น GeForce RTX 5080 |
| Storage | M.2 NVMe SSD รวม 2 ช่อง อินเทอร์เฟส PCIe 5.0 + 4.0 |
| Memory | SO-DIMM DDR5 บัส 7200 MHz รองรับความจุสูงสุด 128 GB |
| Display | สเปคสูงสุดเป็น 16″ QHD+ (2560*1600) OLED Refresh Rate 240Hz 100% DCI-P3 VESA DisplayHDR True Black 1000 SGS Eye Care Dispaly |
| Connectivity | Thunderbolt 4*2 USB-A 3.2 Gen2*1 USB-A 3.2 Gen1*2 SD Card reader*1 HDMI 2.1*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 |
Stealth Series









เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซ่อนรูปจาก MSI CES 2026 อย่าง Stealth 16 AI+ ถูกยกเครื่องดีไซน์ภายนอกจนหมด ใช้วัสดุอลูมิเนียมทำเป็นบอดี้ภายนอกเพื่อความสวยงามแข็งแรงหรูหรา ขอบเครื่องถูกพับให้โค้งลงเล็กน้อยให้จับถนัดมือสวยงามยิ่งขึ้น มองเผินๆ จะไม่ต่างจากโน๊ตบุ๊คทำงานระดับพรีเมียมนัก แต่สเปคภายในระดับเล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้ดีมาก จะพกไปทำงานก็เหมาะและถ้าถึงบ้านก็ต่ออุปกรณ์เสริมเป็นพีซีเล่นเกมได้เหมือนกัน
ถ้าสังเกตตัวเครื่องจะเห็นว่าด้านข้างคีย์บอร์ดสองฝั่งจะเป็นช่องลำโพงคู่ผสานกับลำโพงด้านใต้เครื่องรวม 4 ดอก แยกเป็นลำโพงสเตอริโอและ Woofer อย่างละคู่ มีกำลังขับดอกละ 2W รวม 8W มั่นใจว่าเสียงดังฟังชัด ไฟคีย์บอร์ด 4-Zone RGB เพื่อความสวยงาม ติดตั้งเซนเซอร์สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือมาให้ครบถ้วนเพื่อให้เจ้าของเครื่องใช้งานได้ปลอดภัย, สะดวกและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ประกอบกับหน้าจอ 16″ ความละเอียด QHD+ พาเนล OLED ขอบเขตสีกว้างยิ่งใช้งานได้เต็มอรรถรสยิ่งขึ้น
ระบบระบายความร้อน Cooler Boost Intra Flow ของ Stealth 16 AI+ นอกจากมีพัดลมคู่ชุดหลักติดตั้งมาแล้ว เหนือคีย์บอร์ดจะมีช่องระบายอากาศเสริมเข้ามา 2 ช่อง จัดทิศทางลมให้ระบายอากาศลงพื้นโต๊ะและมีช่องระบายความร้อนเหนือคีย์บอร์ดเป็นช่องเล็กเสริมเข้ามาเพื่อจัดการอุณหภูมิให้ดียิ่งขึ้น ด้านการอัพเกรดยังคงไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในเครือไม่ว่าจะเพิ่ม RAM, SSD ได้อย่างละ 2 ช่อง จะใช้ทำงานกราฟิคหรือเล่นเกมก็เหมาะมาก
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core Ultra 9 386H แบบ 16 คอร์ 16 เธรด (4 P-Cores / 8 E-Cores / 4 LPE-Cores) ความเร็วสูงสุด 4.9 GHz สถาปัตยกรรม Panther Lake NPU (Int8) สูงสุด 50 TOPS |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 50 Series รุ่นสูงสุดเป็น GeForce RTX 5090 |
| Storage | M.2 NVMe SSD รวม 2 ช่อง อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 ทั้งสองช่อง |
| Memory | SO-DIMM DDR5 บัส 7200 MHz รองรับความจุสูงสุด 128 GB |
| Display | สเปคสูงสุดเป็น 16″ QHD+ (2560*1600) OLED Refresh Rate 240Hz 100% DCI-P3 VESA DisplayHDR True Black 600 SGS Eye Care Dispaly |
| Connectivity | Thunderbolt 4*2 USB-A 3.2 Gen2*2 HDMI 2.1*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 6 |
Crosshair Series












MSI Crosshair Series เป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่มีรหัส MAX เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงมีไฟ RGB ทั้งบนคีย์บอร์ด 24-Zone RGB และโลโก้ MSI Dragon ด้านหลังเครื่อง ใช้วัสดุตัวเครื่องคุณภาพสูงแข็งแรงทนทาน ยิงเลเซอร์และปั๊มบอดี้ตัวเครื่องเพิ่มความสวยงามเพิ่มเข้ามาเป็นพิเศษ ติดตั้งพอร์ตและฟีเจอร์ใช้งานเข้ามาให้ค่อนข้างครบเครื่องจึงใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีมาก จะใช้เป็นโน๊ตบุ๊คครีเอเตอร์ทำงานกราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอก็ใช้ได้ทั้งหมด
MSI ตั้งใจให้ Crosshair 16 MAX HX เป็นรุ่นรองจาก Stealth และ Raider โดยเน้นจับกลุ่มเกมเมอร์เน้นความคุ้มค่า อยากได้ Desktop Replacement laptop ใช้เป็นเครื่องหลักทั้งพกไปทำงานแล้วหยิบกลับมาต่อหน้าจอแยกและเกมมิ่งเกียร์เพื่อเล่นเกมได้ด้วย แม้งบประมาณจะไม่ถึงสองรุ่นข้างต้นแต่ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core Ultra 200HX “Arrow Lake Refresh” |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 50 Series รุ่นสูงสุดเป็น GeForce RTX 5070 |
| Storage | M.2 NVMe SSD รวม 2 ช่อง อินเทอร์เฟส PCIe 5.0 + 4.0 |
| Memory | SO-DIMM DDR5 รองรับความจุสูงสุด 128 GB |
| Display | สเปคสูงสุดเป็น 16″ QHD+ (2560*1600) OLED Refresh Rate 165Hz 100% DCI-P3 SGS Eye Care Dispaly |
| Connectivity | Thunderbolt 4*1 USB-C 3.2 Full Function*1 USB-A 3.2 Gen2*1 USB-A 3.2 Gen1*2 HDMI 2.1*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.3 |




รุ่นรองอย่าง Crosshair 16 HX เทียบกับรุ่น MAX จะตัดฟีเจอร์เกินจำเป็นออกเล็กน้อยเท่านั้น ติดตั้งซีพียู Intel 14th Generation กลุ่ม HX-Series ถึงจะไม่ใช่รุ่นล่าสุดก็ยังทรงพลังไม่แพ้รุ่นล่าสุด แถมยังได้เปรียบตรงคอร์เธรดมีให้ใช้มากมาย, อัพเกรดเพิ่ม RAM กับ SSD ได้ด้วย จุดแตกต่างเป็นดังนี้
- ไฟคีย์บอร์ดจาก 24-Zone RGB เป็น 4-Zone RGB ตั้งค่าใน MSI Center ได้
- โลโก้ MSI Dragon บนฝาหลังไม่มีไฟ RGB ใช้วิธียิงเลเซอร์ติดไว้เท่านั้น
- บอดี้ของเครื่องเป็นพลาสติกเนื้อแข็งพิเศษ แต่ก็ยังแข็งแรงทนทาน
- อินเทอร์เฟส M.2 NVMe SSD จาก 5.0+4.0 เป็น 4.0*2 ช่องแทน
- ไม่มีพอร์ต Thunderbolt 4 แต่เป็น USB-C Full Function คู่เท่านั้น
หากจุดแตกต่างทั้งหมดนี้ไม่ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็คุ้มค่า มาใช้เล่นเกมและทำงานได้ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะครีเอเตอร์สายทำงานกราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอก็เหมาะ
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core i9-14900HX แบบ 24 คอร์ 32 เธรด (8 P-Cores / 16 E-Cores) ความเร็วสูงสุด 5.8 GHz |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 50 Series รุ่นสูงสุดเป็น GeForce RTX 5070 |
| Storage | M.2 NVMe SSD รวม 2 ช่อง อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 ทั้งสองช่อง |
| Memory | SO-DIMM DDR5 รองรับความจุสูงสุด 96 GB |
| Display | สเปคสูงสุดเป็น 16″ QHD+ (2560*1600) OLED Refresh Rate 165Hz 100% DCI-P3 SGS Eye Care Dispaly |
| Connectivity | USB-C 3.2 Full Function*2 USB-A 3.2 Gen1*3 HDMI 2.1*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.3 |
Cyborg Series







MSI Cyborg 15 MAX และ Cyborg 15 จะมีความเปลี่ยนแปลงน้อย อย่างรูปลักษณ์ภายนอกจะมีโลโก้ Cyborg Heart บนฝาหลังใหญ่ขึ้น, ย้ายพอร์ตบางตัวไปติดตั้งด้านหลังเครื่องระหว่างช่องระบายความร้อน, ไฟ LED Backlit เป็นสีขาวล้วนและบอดี้ตัวเครื่องเป็นแบบเนื้อทึบไม่ใช่แบบกึ่งโปร่งใสเหมือนรุ่นก่อนแล้ว แม้จะน่าเสียดายแต่ก็ได้ความเรียบร้อยกว่าเดิมมาก จุดแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าจะได้จีพียู GeForce RTX 50 Series และหน้าจอมีขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB จึงแสดงสีสันได้สวยงามยิ่งขึ้น เหมาะกับเกมเมอร์สายคุ้มค่าหรือครีเอเตอร์อยากได้คอมทำงานสักเครื่องมาตั้งโต๊ะในออฟฟิศมาก
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core i7-13620H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6 P-Cores / 4 E-Cores) ความเร็วสูงสุด 4.9 GHz |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 50 Series รุ่นสูงสุดเป็น GeForce RTX 5070 |
| Display | สเปคสูงสุดเป็น 15.6″ Full HD พาเนล IPS Refresh Rate 144Hz 100% sRGB |
โน๊ตบุ๊คทำงาน MSI CES 2026
Prestige Series
โน๊ตบุ๊คทำงาน MSI CES 2026 ครั้งนี้มีการปรับกลุ่มสินค้าใหม่เล็กน้อย แยกเป็น
- Prestige Series – กลุ่มพรีเมียมโน๊ตบุ๊ค มีราคาสูงสุดและสำคัญสุดในกลุ่มโน๊ตบุ๊คทำงาน MSI CES 2026 ให้ฟีเจอร์, สเปคและฟีเจอร์ดีสุด ได้หน้าจอทัชสกรีน, สไตลัส MSI Nano Pen และพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตได้เหมือน MSI Summit ในอดีต ติดตั้งซีพียู Intel Panther Lake ใหม่ล่าสุดมาให้
- Venture Series – เน้นสเปคดีฟีเจอร์ครบเครื่องพอให้ใช้ทำงานได้รอบด้าน มี VenturePro เป็นรุ่นติดตั้งการ์ดจอแยกจาก NVIDIA มาให้ ในปีนี้มีรุ่นสูงสุดเป็น GeForce RTX 5060 เพื่อใช้ทำงานกราฟิคและเล่นเกมฆ่าเวลาได้ ถ้างบประมาณไม่ถึงหรือไม่จำเป็นต้องใช้สไตลัสก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้ได้เช่นกัน
- Modern Series – ซีรีส์คุ้มค่าราคาประหยัดสุดของทางบริษัท ในอดีตเน้นราคาถูกซื้อหาง่ายเป็นหลัก แต่รุ่นใหม่จากบูธ MSI CES 2026 ปีนี้จะมีราคาสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ให้ฟีเจอร์และสเปคดีขึ้นและบอดี้เป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์เพื่อความแข็งแรงทนทาน ในรุ่น AI+ จะมีกล้อง IR Camera ไว้สแกนใบหน้าติดตั้งมาให้พร้อมกับซีพียู Intel Panther Lake รุ่นใหม่ล่าสุดอีกด้วย






เริ่มต้นกับโน๊ตบุ๊ค MSI CES 2026 ที่น้ำหนักเบาสุดอย่าง Prestige 13 AI+ นอกจากอัพเกรดซีพียูเป็น Intel Core Ultra 300 Series ใหม่, ติดตั้งเซนเซอร์สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือมาให้และหน้าจอมีความละเอียดสูงเช่นเดียวกับรุ่นก่อนแล้ว ยังใช้วัสดุ Mg-Al (แม็กนีเซียมอัลลอยด์) เป็นโครงสร้างหลักเช่นเดิมเพื่อความแข็งแรงทนทานแต่ลดน้ำหนักลงจาก 990 เหลือ 899 กรัม เบาลง 91 กรัมทีเดียว เหมาะกับคนต้องการโน๊ตบุ๊คบางเบาพกพาสะดวกมาก
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core Ultra 9 386H แบบ 16 คอร์ 16 เธรด (4 P-Cores / 8 E-Cores / 4 LPE-Cores) ความเร็วสูงสุด 4.9 GHz สถาปัตยกรรม Panther Lake NPU (Int8) สูงสุด 50 TOPS |
| Storage | M.2 NVMe SSD อินเทอร์เฟส PCIe 4.0*1 ช่อง |
| Memory | SO-DIMM LPDDR5X มีความจุสูงสุด 64 GB |
| Display | 13.3″ 2.8K (2880*1800) OLED 100% DCI-P3 VESA DisplayHDR True Black 600 |
| Connectivity | Thunderbolt 4*2 USB-A 3.2 Gen1*2 HDMI 2.1*1 MicroSD Card reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 6 |










MSI Prestige 14 Flip AI+ กับ Prestige 16 Flip AI+ จากบูธ MSI CES 2026 ทั้งสองรุ่นจะแชร์สเปคและดีไซน์ร่วมกันหลายส่วน ได้แก่ ตัวเครื่องอลูมิเนียมอัลลอยด์ทรงโค้งจับถนัดมือ, ใช้ชุดระบายความร้อน Vapor Chamber Intra Flow, หน้าจอเป็นแบบทัชสกรีนรองรับปากกา MSI Nano Pen ไว้เขียนจดหรือเซ็นเอกสารได้ แถมบานพับหน้าจอก็พับกลับ 360 องศา เป็นแท็บเล็ตได้ ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้เหมือนกัน ถ้าเน้นพกพาสะดวกเป็นประเด็นหลัก Prestige 14 Flip AI+ น้ำหนัก 1.32 กก. จะตอบโจทย์มาก
ฟีเจอร์ใหม่เฉพาะ Prestige 14 Flip AI+, 16 Flip AI+, Modern 16S AI+ และ Modern 14S AI+ คือ “Action Touchpad” แป้นทัชแพดเสริมฟังก์ชั่นลัดมาให้ ได้แก่
- แตะสองครั้งมุมซ้ายบนเพื่อเรียกโปรแกรมเครื่องคิดเลข (Calculator)
- แตะสองครั้งมุมขวาบนเพื่อเรียกโปรแกรม MSI Center
- สไลด์ขอบด้านข้างฝั่งซ้ายและขวาในแนวตั้งเพื่อเพิ่มลดความสว่างหน้าจอและเสียงลำโพง
- สามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้ในโปรแกรม MSI Center
ข้อดีของทัชแพดแบบใหม่นี้นอกจากช่วยเจ้าของเปิดโปรแกรมและตั้งค่าเครื่องได้รวดเร็วแล้ว ยังตั้งค่าเพิ่มเติมใน MSI Center เพิ่มได้ตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคนให้ทำงานสะดวกขึ้น
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core Ultra X9 388H แบบ 16 คอร์ 16 เธรด (4 P-Cores / 8 E-Cores / 4 LPE-Cores) ความเร็วสูงสุด 5.1 GHz สถาปัตยกรรม Panther Lake NPU (Int8) สูงสุด 50 TOPS |
| GPU | Intel Arc Graphics B390 แบบ 12 Xe Cores ความเร็วสูงสุด 2.5 GHz NPU (Int8) สูงสุด 122 TOPS |
| Storage | M.2 NVMe SSD อินเทอร์เฟส PCIe 4.0*1 ช่อง |
| Memory | LPDDR5X Onboard, Dual Channel มีความจุสูงสุด 64 GB |
| Display | Touchscreen 14″ Full HD+ (1920*1200) OLED 100% DCI-P3 รองรับ MSI Nano Pen |
| Connectivity | Thunderbolt 4*2 USB-A 3.2 Gen2*2 HDMI 2.1*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 6 |







กลับกันถ้าต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ให้เห็นเต็มตาทำงานสะดวก ก็มี Prestige 16 AI+ น้ำหนัก 1.59 กก. ให้เลือกใช้งาน แม้สเปคโดยรวมจะเหมือนกันมากแต่หน้าจอมีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 2.8K โดยมีรายละเอียดดังนี้
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core Ultra X9 388H แบบ 16 คอร์ 16 เธรด (4 P-Cores / 8 E-Cores / 4 LPE-Cores) ความเร็วสูงสุด 5.1 GHz สถาปัตยกรรม Panther Lake NPU (Int8) สูงสุด 50 TOPS |
| GPU | Intel Arc Graphics B390 แบบ 12 Xe Cores ความเร็วสูงสุด 2.5 GHz NPU (Int8) สูงสุด 122 TOPS |
| Storage | M.2 NVMe SSD อินเทอร์เฟส PCIe 4.0*1 ช่อง |
| Memory | LPDDR5X Onboard, Dual Channel มีความจุสูงสุด 64 GB |
| Display | Touchscreen 16″ 2.8K (2880*1800) OLED Refresh Rate 120Hz รองรับ VRR 100% DCI-P3 VESA DisplayHDR True Black 1000 รองรับ MSI Nano Pen |
| Connectivity | Thunderbolt 4*2 USB-A 3.2 Gen2*2 HDMI 2.1*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 6 |
Modern Series







หากใครต้องการโน๊ตบุ๊คทั่วไปเน้นราคาเป็นหลักอย่าง MSI Modern ในบูธ MSI CES 2026 ปีนี้นับว่าได้เกินคุ้มแน่นอน เพราะปีนี้รุ่นคุ้มค่าถูกยกเครื่องใหม่หมดทั้งใช้บอดี้อลูมิเนียมดีไซน์ใหม่ให้โค้งมนและแข็งแรงทนทานยิ่งขึ้น ติดตั้งพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบเครื่องทั้ง USB-C Full Function, USB-A, MicroSD Card reader และถ้าเป็นรุ่น AI+ จะได้กล้อง IR Camera ติดตั้งมาให้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยขึ้น ได้ Action Touchpad แบบเดียวกันกับ Prestige Series มาใช้อีกด้วย
หน้าจอของ Modern 16S AI+ จะมีตัวเลือก 2 แบบ คือ พาเนล OLED หรือถ้าเป็นจอ IPS จะมีค่า Refresh Rate สูง 120Hz ติดตั้งฟีเจอร์ VRR (Variable Refresh Rate) มาให้หน้าจอมีความต่อเนื่องลื่นไหลยิ่งขึ้น สามารถอัพเกรด RAM ได้ 2 ช่อง มี M.2 NVMe SSD ติดตั้งมาให้ 1 ช่อง ไว้ติดตั้งโปรแกรมและเก็บไฟล์งานได้
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core Ultra 7 355 แบบ 8 คอร์ 8 เธรด (4 P-Cores / 4 E-Cores) ความเร็วสูงสุด 4.7 GHz สถาปัตยกรรม Panther Lake NPU (Int8) สูงสุด 49 TOPS |
| Storage | M.2 NVMe SSD อินเทอร์เฟส PCIe 4.0*1 ช่อง |
| Memory | SO-DIMM DDR5 จำนวน 2 ช่อง เพิ่มความจุได้มากสุด 32 GB |
| Display | 16″ Full HD+ (1920*1200) OLED 100% DCI-P3 หรือ พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz รองรับ VRR 100% DCI-P3 |
| Connectivity | USB-C 3.2 Full Function*2 USB-A 3.2 Gen1*2 HDMI 2.1*1 MicroSD Card reader*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.3 |









กลับกัน Modern 14S AI+ ก็ได้ฟีเจอร์เหมือน 16S AI+ ครบหมดไม่ตัดฟีเจอร์ใดๆ ไป เพียงลดขนาดหน้าจอเหลือ 14 นิ้ว ทำให้เครื่องเบาลงจาก 1.7 กก. เหลือเพียง 1.5 กก. ช่วยให้พกไปไหนมาไหนได้ง่ายขึ้น ถ้าใครเน้นนั่งประจำโต๊ะทำงานไม่ออกไปพบลูกค้าบ่อยๆ ก็ใช้รุ่นจอ 16 นิ้ว ได้เลย แต่ถ้าต้องไปไหนมาไหนเป็นประจำก็ใช้รุ่นจอเล็ก 14 นิ้ว จะเหมาะกว่า
| CPU | รุ่นสูงสุดได้ซีพียู Intel Core Ultra 7 355 แบบ 8 คอร์ 8 เธรด (4 P-Cores / 4 E-Cores) ความเร็วสูงสุด 4.7 GHz สถาปัตยกรรม Panther Lake NPU (Int8) สูงสุด 49 TOPS |
| Storage | M.2 NVMe SSD อินเทอร์เฟส PCIe 4.0*1 ช่อง |
| Memory | SO-DIMM DDR5 จำนวน 2 ช่อง เพิ่มความจุได้มากสุด 32 GB |
| Display | 14″ Full HD+ (1920*1200) OLED 100% DCI-P3 หรือ พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz รองรับ VRR 100% DCI-P3 |
| Connectivity | USB-C 3.2 Full Function*2 USB-A 3.2 Gen1*2 HDMI 2.1*1 MicroSD Card reader*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.3 |

บูธ MSI CES 2026 ปีนี้จัดว่าน่าสนใจมาก ด้านโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งก็ถูกอัพเกรดสเปคและฟีเจอร์ให้ดีขึ้นมากและถ้าต่อหน้าจอแยกและเกมมิ่งเกียร์เพิ่มก็เล่นเกมและทำงานครีเอเตอร์ได้ดีไม่แพ้คอมประกอบตั้งโต๊ะอย่างแน่นอนแถมยังอัพเกรดได้สะดวกขึ้นมาก หากใครพร้อมลงทุนซื้อของแรงก็เลือกรุ่น MAX ไปใช้ได้ทันที หรือใช้เป็นรุ่นมาตรฐานก็เหมาะเหมือนกัน
ฝั่งโน๊ตบุ๊คทำงานก็ไม่น้อยหน้า ถ้าสังเกตรุ่นในบูธ MSI CES 2026 ปีนี้เป็นการล้างไพ่หมดและลดความซับซ้อนให้มีเพียง 3 ซีรีส์หลักให้เข้าใจและเลือกได้ง่ายขึ้น ถ้าใครจะซื้อโน๊ตบุ๊คทำงานเครื่องใหม่ก็เป็นจังหวะที่ดีมาก ถึงตั้งต้นจะต้องจ่ายเงินหลักหมื่นแต่ก็ใช้ทำงานได้ 3~4 ปี หารเฉลี่ยแล้วต่อเดือนก็ไม่แพงมากและการลงทุนกับอุปกรณ์ทำงานให้ดีก็ทำให้ได้ผลลัพธ์กับผลงานมากขึ้น ถ้ามองในระยะยาวก็คุ้มค่าอย่างไม่ต้องสงสัย
บทความที่เกี่ยวข้อง





