Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Apple ออกแพตช์ฉุกเฉิน อุดช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกใช้โจมตีแบบเจาะจงระดับสูง

Apple Zero-day

Apple ออกอัปเดตความปลอดภัยฉุกเฉินเพื่อแก้ไขช่องโหว่แบบ Zero-day จำนวน 2 รายการ หลังยืนยันว่าช่องโหว่ดังกล่าวถูกนำไปใช้โจมตีจริงในลักษณะ “ซับซ้อนมาก” และมุ่งเป้าไปที่บุคคลเฉพาะกลุ่ม โดยผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใน WebKit ซึ่งเป็นเอนจินเว็บหลักของระบบปฏิบัติการ Apple

Apple ระบุว่า บริษัทได้รับรายงานว่าช่องโหว่ทั้งสองรายการอาจถูกใช้ในปฏิบัติการโจมตีระดับสูงกับอุปกรณ์ที่ยังใช้งาน iOS เวอร์ชันก่อนหน้า iOS 26 ซึ่งถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่าภัยคุกคามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เชิงทฤษฎี แต่เกิดขึ้นจริงแล้ว

Advertisement

รายละเอียดช่องโหว่ Zero-day ทั้งสองรายการ

ช่องโหว่ที่ Apple แก้ไขในครั้งนี้ถูกติดตามด้วยรหัส CVE สองรายการ และเกี่ยวข้องกับ WebKit โดยตรง

CVE-2025-43529
เป็นช่องโหว่ประเภท use-after-free ซึ่งอาจเปิดทางให้ผู้โจมตีรันโค้ดจากระยะไกลได้ ผ่านการประมวลผลเนื้อหาเว็บที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นอันตราย Apple ระบุว่าช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยทีม Google Threat Analysis Group ซึ่งเป็นทีมที่เชี่ยวชาญด้านการติดตามการโจมตีขั้นสูงและสปายแวร์

CVE-2025-14174
เป็นช่องโหว่ด้าน memory corruption ใน WebKit ซึ่งอาจนำไปให้ระบบเกิดความเสียหายของหน่วยความจำ และถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีได้เช่นกัน ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบร่วมกันโดย Apple และ Google Threat Analysis Group

แม้ Apple จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคของการโจมตี แต่การที่ช่องโหว่ทั้งสองอยู่ใน WebKit ทำให้รูปแบบการโจมตีสอดคล้องกับการใช้งานสปายแวร์หรือเครื่องมือเจาะระบบระดับสูง ที่มักถูกใช้กับเป้าหมายเฉพาะ เช่น นักกิจกรรม นักข่าว หรือบุคคลสำคัญ


อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ

Apple ระบุว่าอุปกรณ์ต่อไปนี้ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ทั้งสองรายการ

  • iPhone 11 ขึ้นไป
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 3 ขึ้นไป)
  • iPad Pro 11 นิ้ว (รุ่นแรกขึ้นไป)
  • iPad Air (รุ่นที่ 3 ขึ้นไป)
  • iPad (รุ่นที่ 8 ขึ้นไป)
  • iPad mini (รุ่นที่ 5 ขึ้นไป)

ผู้ใช้ที่อยู่ในกลุ่มอุปกรณ์เหล่านี้ควรตรวจสอบเวอร์ชันระบบและอัปเดตทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง


เวอร์ชันระบบที่ได้รับการแก้ไขแล้ว

Apple แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวผ่านอัปเดตระบบหลายแพลตฟอร์ม ได้แก่

  • iOS 26.2 และ iPadOS 26.2
  • iOS 18.7.3 และ iPadOS 18.7.3
  • macOS Tahoe 26.2
  • tvOS 26.2
  • watchOS 26.2
  • visionOS 26.2
  • Safari 26.2

การปล่อยแพตช์พร้อมกันในหลายระบบ แสดงให้เห็นว่าช่องโหว่นี้มีความรุนแรงและกระทบในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดเฉพาะ iPhone หรือ iPad เท่านั้น


ความเชื่อมโยงกับ Google Chrome และการเปิดเผยแบบประสานงาน

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน Google ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ Zero-day บน Google Chrome โดยในช่วงแรกยังไม่เปิดเผยรายละเอียด และระบุเพียงว่าเป็นบั๊กที่อยู่ระหว่างการประสานงาน

ต่อมา Google ได้อัปเดตข้อมูลและยืนยันว่าช่องโหว่นั้นคือ CVE-2025-14174: Out-of-bounds memory access ใน ANGLE ซึ่งเป็น CVE เดียวกับที่ Apple แก้ไขใน WebKit บนแพลตฟอร์มของตนเอง นี่เป็นหลักฐานว่าทั้งสองบริษัทมีการประสานงานด้านความปลอดภัย เพื่อปิดช่องโหว่เดียวกันในหลายระบบพร้อมกัน

เนื่องจาก Chrome บน iOS ต้องใช้ WebKit ตามข้อกำหนดของ Apple จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ช่องโหว่นี้จะส่งผลกระทบข้ามแพลตฟอร์ม


ภาพรวม Zero-day ของ Apple ในปี 2025

จากข้อมูลล่าสุด Apple ได้แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วอย่างน้อย 7 รายการในปี 2025 เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปี และมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่องในหลายเดือนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ Apple ยังเคย backport แพตช์ Zero-day บางรายการไปยังอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ยังใช้งาน iOS และ iPadOS เวอร์ชันก่อนหน้า เพื่อขยายความปลอดภัยให้ผู้ใช้ที่ยังไม่สามารถอัปเกรดเครื่องได้


ผู้ใช้ควรทำอย่างไร

แม้ Apple จะระบุว่าการโจมตีเป็นลักษณะเจาะจงเป้าหมาย ไม่ได้กระจายในวงกว้าง แต่ช่องโหว่ Zero-day ใน WebKit ถือเป็นความเสี่ยงระดับสูง ผู้ใช้ทุกคนควรอัปเดตระบบเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการถูกโจมตีในอนาคต

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การเปิดอัปเดตอัตโนมัติ และหลีกเลี่ยงการเข้าชมเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ยังคงเป็นแนวทางพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดในระยะยาว

ที่มา: bleepingcomputer

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

เกิดอะไรขึ้นกับ Messenger Web Meta เตรียมยุติการให้บริการ Messenger Web บนโดเมน messenger.com ภายใน เดือนเมษายน 2026 โดยหลังจากนั้น หากผู้ใช้เข้าเว็บไซต์เดิม ระบบจะ เปลี่ยนเส้นทาง (redirect) ไปยัง facebook.com/messages ซึ่งเป็นหน้า Messages ที่อยู่ในเว็บไซต์ Facebook หลักแทน...

IT NEWS

ใช้ AI กันมากขึ้น แต่ “ตัวเลข productivity” ยังไม่ขยับ แม้กระแส AI จะถูกคาดหวังให้เข้ามาช่วยทำงานเร็วขึ้น ลดต้นทุน และทำให้องค์กรมี productivity สูงขึ้น แต่ข้อมูลล่าสุดจากงานวิจัยของ National Bureau of Economic Research (NBER) ชี้ว่า ในโลกความเป็นจริง บริษัทจำนวนมาก...

IT NEWS

งานวิจัยชิ้นใหม่จากจีนกำลังถูกพูดถึงในวงการเซมิคอนดักเตอร์ เพราะทีมนักวิจัยจาก Peking University และ Chinese Academy of Sciences รายงานความสำเร็จในการพัฒนา Ferroelectric transistor แบบใหม่ที่ย่อขนาดเกตลงมาเหลือเพียง 1 นาโนเมตร และลดแรงดันการทำงานลงได้ถึง 0.6V ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับหน่วยความจำ non-volatile แบบเดิม ๆ ที่ยังต้องใช้แรงดันสูงกว่านี้มากในการเขียนข้อมูล จุดสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่แค่คำว่า “เล็กที่สุด”...

IT NEWS

ถ้าจะสรุปข่าวนี้ให้เข้าใจง่ายในประโยคเดียว: Samsung กำลัง “จัดสรรกำลังผลิตใหม่” เพื่อทำกำไรให้สุดในรอบที่ราคา DRAM/NAND พุ่งสูงขึ้น โดยเลือกทุ่มทรัพยากรไปที่สินค้ามาร์จิ้นสูงก่อน (โดยเฉพาะ DRAM ฝั่ง server) แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักไปที่ HBM และงาน foundry โหนดใหม่ เมื่อ “yield” เริ่มนิ่งและคุมต้นทุนได้มากขึ้น แนวคิดนี้มาพร้อมเป้าหมายที่ค่อนข้างทะเยอทะยาน: รายงานระบุว่า Samsung ต้องการดัน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก