
Microsoft เริ่มปล่อยอัปเดตแบบไม่ใช่ด้านความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 ให้กับผู้ใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ภายใต้หมายเลข KB5070311 แม้ตัวอัปเดตจะมาช้าไปหนึ่งวันหลังสิ้นเดือน แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดกลับเป็น “บั๊กแฟลชขาวเต็มจอ” เมื่อเปิด File Explorer ในโหมดมืด ซึ่งทำให้ผู้ใช้จำนวนมากรู้สึกเหมือนโดน “แฟลชแบง” ทุกครั้งที่เปิดแท็บใหม่
ปัญหาแฟลชขาวใน File Explorer หลังติดตั้ง KB5070311
Microsoft ระบุในโน้ตของการอัปเดตว่า ผู้ใช้ที่ติดตั้ง KB5070311 อาจพบอาการแสงวาบสีขาวเมื่อใช้งาน File Explorer ในโหมดมืด โดยอาการเกิดขึ้นในหลายสถานการณ์ เช่น
- เปิด File Explorer ใหม่
- เปิดแท็บใหม่
- ย้ายระหว่างหน้า Home กับ Gallery
- เปิดหรือปิดแผง Details
- กด “More details” ระหว่างคัดลอกไฟล์
ลักษณะอาการคือ หน้าต่างจะขึ้นเป็นสีขาวล้วนชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่รายการไฟล์และโฟลเดอร์จะโหลดเข้ามาตามปกติ ซึ่งสร้างความรำคาญอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานโหมดมืดเป็นประจำ
อาการแฟลชขาวนี้ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับ Windows 11 เพราะที่ผ่านมา Dark Mode ยังทำงานไม่สมบูรณ์เต็มที่ และเคยมีผู้ใช้เจอปัญหาแบบเดียวกันในหน้า Settings หรือหน้าต่างอื่น ๆ โดย Microsoft ยืนยันว่ากำลังพัฒนาวิธีแก้ไขเพื่อปล่อยให้ในอัปเดตถัดไป
ความคืบหน้าเรื่อง Dark Mode ดีขึ้น แม้ยังมีบั๊กอยู่
แม้จะมีบั๊กใหญ่เกี่ยวกับโหมดมืด แต่ Microsoft ก็มีการปรับปรุงสำคัญใน KB5070311 เช่นกัน โดยระบุว่าในอัปเดตนี้มีการปรับ UI คลาสสิกหลายส่วนให้รองรับ Dark Mode เช่น
- หน้าต่างคัดลอก/ย้ายไฟล์
- หน้าต่าง Folder Properties
- หน้าต่าง Run
- กล่องข้อความและเมนูบางส่วนที่เคยแสดงเป็นสีขาวล้วน
ถือเป็นสัญญาณว่า Microsoft เริ่มให้ความสำคัญกับโหมดมืดมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา และเริ่มขยายการรองรับไปยังส่วนที่ยังไม่เคยอัปเดตมาก่อน
บั๊กปุ่มรหัสผ่านหายไปจากหน้า Lock Screen
นอกจากปัญหา File Explorer แล้ว KB5070311 ยังสร้างปัญหาใหม่ให้กับหน้า Lock Screen ด้วย โดยผู้ใช้บางคนพบว่า ปุ่ม “Password” หายไปจากตัวเลือก Sign-in Options ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถกดเลือกเพื่อเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านได้ทันทีเหมือนปกติ
สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยเฉพาะกรณีที่:
- ผู้ใช้ลืม PIN
- หรืออุปกรณ์ Windows Hello เช่นลายนิ้วมือใช้งานไม่ได้
Microsoft ระบุว่ารู้ปัญหาแล้ว และกำลังเตรียมแก้ไขในอัปเดตรอบถัดไปเช่นกัน
ควรอัปเดต KB5070311 ตอนนี้หรือรอ?
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ใช้งานค่าเริ่มต้น Windows Update อัปเดตนี้เป็นแบบ “Optional” คุณสามารถเลือกติดตั้งหรือไม่ก็ได้ โดยข้อพิจารณาคือ:
ควรติดตั้งถ้า:
- ต้องการฟีเจอร์ใหม่หรือปรับปรุงด้าน Dark Mode
- ต้องการการแก้ไขบั๊กบางรายการที่มาก่อนหน้า
- ใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2/25H2 และต้องการให้ระบบเป็นเวอร์ชันล่าสุด
ควรรอก่อนถ้า:
- ใช้ Dark Mode เป็นหลักและไม่ต้องการเจอแฟลชขาวรบกวน
- ไม่อยากเสี่ยงเจอบั๊กปุ่มรหัสผ่านบนหน้า Lock Screen
เนื่องจาก Microsoft ยืนยันว่ากำลังเตรียมแก้ไขในอัปเดตรอบถัดไป การรออีกเล็กน้อยจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับบางคนเช่นกัน
สรุป: KB5070311 มีการปรับปรุง แต่ยังมาพร้อมบั๊กให้ปวดหัว
การอัปเดต KB5070311 เป็นตัวอย่างของอัปเดตที่ “ดีครึ่งหนึ่ง แย่ครึ่งหนึ่ง” เพราะแม้จะเพิ่มการรองรับ Dark Mode ให้มากขึ้น แต่ก็ยังมีบั๊กที่กระทบการใช้งานจริง ทั้งปัญหาแฟลชขาวและปุ่มรหัสผ่านหายไปบน Lock Screen
ผู้ใช้ Windows 11 ในช่วงนี้จึงต้องเลือกว่าจะอัปเดตเพื่อรับฟีเจอร์ใหม่ หรือรอจนกว่า Microsoft ปล่อยแพตช์แก้ปัญหาในรอบถัดไป
ที่มา: Neowin





