Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Microsoft เตรียมเพิ่มการอัปเดตแอปจาก Microsoft Store ผ่าน Windows Update โดยตรง

Microsoft Store App Windows Update

Microsoft เริ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ใน Windows 11 ที่เปิดทางให้ Windows Update สามารถตรวจสอบและติดตั้งอัปเดตของแอปที่เดิมต้องอัปเดตผ่าน Microsoft Store ได้โดยตรง ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของระบบอัปเดตในปัจจุบัน ซึ่งผู้ใช้ต้องสลับไปมาระหว่างหลายส่วนเพื่อให้อุปกรณ์ได้รับอัปเดตครบถ้วน

การปรับปรุงนี้ช่วยให้การดูแลเครื่อง Windows เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการอัปเดตอย่างรวดเร็ว และองค์กรที่ต้องดูแลเครื่องจำนวนมากให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

Advertisement

Windows Update จะเข้ามาดูแลการอัปเดตแอปแทน Microsoft Store

ใน Windows 11 Insider Preview รุ่นล่าสุด ได้มีการเพิ่มเมนูใหม่ภายใต้ Windows Update ที่ใช้สำหรับเช็กและติดตั้งอัปเดตของแอป ผ่านระบบเดียวกันกับการอัปเดต Windows จุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือ:

  • สามารถอัปเดตแอปได้แม้ Microsoft Store ถูกปิดหรือถูกลบ
  • ช่วยลดเวลาที่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายโปรแกรม
  • ทำให้แอปต่าง ๆ ได้รับอัปเดตพร้อมกับตัวระบบ
  • ผู้ใช้ไม่ต้องเปิด Store เพื่ออัปเดตแอปอีกต่อไป

แม้ว่าฟีเจอร์นี้ยังไม่ทำงานสมบูรณ์ (ปุ่ม Check for updates ยังไม่ตอบสนอง) แต่การเพิ่มเมนูใหม่ชัดเจนว่า Microsoft กำลังเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์นี้อย่างจริงจัง


แก้ปัญหาการอัปเดตที่กระจัดกระจายบน Windows

ในระบบปัจจุบัน การอัปเดตซอฟต์แวร์บน Windows กระจายอยู่หลายตำแหน่ง เช่น:

  • Windows Update สำหรับอัปเดตระบบ
  • Microsoft Store สำหรับอัปเดตแอปที่ติดตั้งจาก Store
  • โปรแกรมของผู้พัฒนาภายนอกสำหรับแอป third-party

รูปแบบนี้ทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสน และทำให้ฝ่ายดูแลระบบต้องบริหารเครื่องหลายจุดพร้อมกัน Microsoft จึงเริ่มวางรากฐานเพื่อรวมการจัดการอัปเดตต่าง ๆ ให้ผ่าน Windows Update เป็นจุดเดียว เพื่อแก้ปัญหาที่มีมายาวนานเรื่องการดูแลอัปเดตที่ไม่เป็นระบบ


แนวคิดเดียวกับระบบที่ใช้ตัวจัดการอัปเดตเพียงตำแหน่งเดียว

หากมองภาพรวม ฟีเจอร์นี้มีแนวคิดคล้ายกับระบบปฏิบัติการที่ใช้ตัวจัดการอัปเดตเพียงหนึ่งเดียว เช่น Ubuntu หรือ Linux Mint ซึ่งสามารถอัปเดตได้ทั้งระบบและแอปจากหน้าต่างเดียว

การนำแนวคิดนี้มาใช้กับ Windows จะช่วยให้:

  • ผู้ใช้ไม่ต้องคอยเปิดหลายโปรแกรมเพื่อตามอัปเดต
  • ทุกอย่างสามารถตรวจสอบและติดตั้งได้ง่ายขึ้น
  • การดูแลเครื่องจำนวนมากในองค์กรเป็นไปได้อย่างเป็นระเบียบ
  • ลดโอกาสที่แอปบางตัวถูกลืมอัปเดต
  • ระบบโดยรวมมีความปลอดภัยมากขึ้น

ฟีเจอร์ยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ทิศทางชัดเจนแล้ว

Microsoft ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการปล่อยจริงของฟีเจอร์นี้ แต่จากสัญญาณใน Insider Preview ชัดเจนว่า Windows Update จะมีบทบาทในการอัปเดตซอฟต์แวร์มากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น:

  • อัปเดตตัวระบบ
  • อัปเดตแอป
  • อัปเดตไดรเวอร์
  • หรือส่วนประกอบอื่น ๆ

Microsoft เคยระบุว่าเป้าหมายคือการสร้างระบบอัปเดตที่เรียบง่าย ตรวจสอบได้ง่าย และลดภาระการดูแลเครื่องของผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรให้มากที่สุด


สรุป: Windows Update จะกลายเป็นศูนย์กลางหลักของการอัปเดตใน Windows

เมื่อฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานจริง ผู้ใช้จะสามารถจัดการทุกอย่างผ่าน Windows Update เพียงช่องทางเดียว ซึ่งช่วยให้:

  • อัปเดตทุกอย่างง่ายขึ้น
  • ลดขั้นตอนยุ่งยากจากหลายโปรแกรม
  • ระบบปลอดภัยและทันสมัยอยู่เสมอ
  • องค์กรบริหารจัดการเครื่องได้สะดวกขึ้น
  • เป็นประสบการณ์การใช้งานที่ชัดเจนและเป็นระบบมากกว่าเดิม

นี่คือหนึ่งในก้าวสำคัญของ Windows ที่จะเปลี่ยนวิธีจัดการอัปเดตในระยะยาวให้ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ถ้าพูดถึง Keychron หลายคนอาจนึกถึงคีย์บอร์ด Mechanical คุณภาพสูง ดีไซน์เรียบหรู และเน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเป็นหลัก แต่ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ปีนี้ Keychron ได้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช่คีย์บอร์ด นั่นก็คือ Keychron Nape Pro แทร็กบอลดีไซน์แปลกตาที่ออกแบบมาให้ใช้งานชิดกับคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ Nape Pro ถูกพัฒนาร่วมกับทีมงานจาก Gizmodo Japan...

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple และ NVIDIA แทบจะเดินกันคนละเส้นทางภายในโรงงานของ TSMC อย่างชัดเจน Apple เลือกใช้กระบวนการผลิตระดับล้ำสมัยของ TSMC สำหรับชิปตระกูล A และ M พร้อมแพ็กเกจแบบ InFO ที่เน้นความบางและประหยัดพลังงาน ขณะที่ NVIDIA โฟกัสไปที่แพ็กเกจแบบ CoWoS สำหรับ GPU และชิป...

IT NEWS

ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาสูงอีกครั้ง และรอบนี้ไม่ใช่แค่แพงธรรมดา แต่แพงในระดับที่หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อโมดูล DDR5 ขนาด 256GB ในจีนถูกตั้งราคาขายปลีกสูงถึงเกือบ 50,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 250,000 บาทต่อแถว จนเกิดการเปรียบเทียบแบบประชดในแวดวงไอทีว่า หากคุณสะสม DDR5 ขนาด 256GB ประมาณ 100 โมดูล คุณอาจเอาไปแลก “บ้านหนึ่งหลังในเซี่ยงไฮ้” ได้จริง...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก