
ภาพรวมสถานการณ์: ทำไม Lenovo ถึงต้องเตือนล่วงหน้า?
ในช่วงปี 2025–ปลายปี 2026 อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเจอกับกระแสความต้องการด้าน AI ที่เติบโตเร็วมาก ทั้งจากฝั่งศูนย์ข้อมูล, เซิร์ฟเวอร์ AI, ชิปประมวลผลรุ่นใหม่, ไปจนถึงอุปกรณ์ผู้บริโภคอย่างโน้ตบุ๊ก AI PC
ความต้องการที่สูงผิดปกตินี้ทำให้หน่วยความจำเกือบทุกประเภทเริ่มเข้าสู่ภาวะ “ขาดแคลนจริง” ไม่ว่าจะเป็น:
- DRAM สำหรับพีซีทั่วไป
- DDR/LPDDR สำหรับแล็ปท็อป
- GDDR สำหรับการ์ดจอ
- HBM ที่ใช้ใน GPU AI รุ่นใหม่
- NAND สำหรับ SSD
ผู้ผลิตทุกแบรนด์กำลังโดนผลกระทบ และ Lenovo ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีการตุนสต๊อกไว้มากกว่าปกติถึง 50% แล้วก็ตาม
Lenovo เพิ่มคลังส่วนประกอบ 50% เพื่อพยุงราคาในปี 2025
Winston Cheng, CFO ของ Lenovo ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV โดยระบุว่าในปี 2025 บริษัทได้เพิ่มปริมาณสต๊อกส่วนประกอบสำคัญ เช่น DRAM, LPDDR, DDR, GDDR และ HBM มากถึง ครึ่งหนึ่งจากปกติ เพื่อรับมือกับความผันผวนของซัพพลายเชน
ผลที่เห็นได้ชัดคือ:
- ราคาโน้ตบุ๊กและพีซีของ Lenovo ในปี 2025 ยังคงเสถียร
- ทำให้บริษัทสามารถรักษายอดขายปลายปี 2025 ได้ดี
- แม้ตลาดผู้ผลิตชิปรายอื่นจะเริ่มปรับราคาขึ้นไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม Cheng ย้ำชัดว่า ความเสถียรนี้ ไม่สามารถรับประกันได้ในปี 2026
คลื่น AI ทำให้หน่วยความจำทุกประเภทปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมชิปกำลังเผชิญ “ดีมานด์แบบใหม่” จากงานด้าน AI:
- การเทรนโมเดลขนาดใหญ่ต้องใช้ HBM จำนวนมหาศาล
- การ์ดจอ AI และ AI Accelerator ใช้ GDDR ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น
- โน้ตบุ๊ก AI PC ต้องการ LPDDR5X ความเร็วสูง
- งานศูนย์ข้อมูลใช้ DRAM ปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง
ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เช่น SMIC และผู้ประกอบสมาร์ทโฟนชื่อดังอย่าง Xiaomi ต่างออกมาเตือนว่า ภายในปี 2026 ราคาชิปและหน่วยความจำอาจยังปรับสูงขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้ราคาอุปกรณ์ผู้บริโภค เช่น โน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟน และพีซี มีโอกาส “ขยับขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ผลกระทบต่อ Lenovo ในปี 2026: อาจต้องปรับราคาเพื่อความสมดุล
แม้ Lenovo จะเปิดเผยว่ามีสต๊อกส่วนประกอบเพียงพอครอบคลุมไปจนถึงปี 2026 และมีสัญญาระยะยาวกับซัพพลายเออร์แล้ว แต่ CFO Winston Cheng ระบุว่า:
“ปีหน้า Lenovo ต้องบาลานซ์ระหว่างราคาและการเข้าถึงสินค้า หากชิ้นส่วนต้นน้ำราคาปรับสูงขึ้น เราก็ต้องพิจารณาการปรับราคาปลายน้ำ”
กล่าวง่าย ๆ คือ Lenovo จะพยายามตรึงราคาให้นานที่สุด แต่หากต้นทุนพุ่งขึ้นเกินควบคุม ราคาพีซีและโน้ตบุ๊กจะต้องขึ้นตามอย่างแน่นอน
ทำไมปัญหานี้ถึงสำคัญสำหรับผู้ใช้ทั่วไป?
ในตลาดบ้านเรา ความต้องการโน้ตบุ๊ก AI PC, โน้ตบุ๊กบางเบา และพีซีเกมมิ่งยังคงแรง โดยเฉพาะช่วงปลายปีและเทศกาล Back-to-School ช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี หากราคา DRAM และ NAND ปรับสูงขึ้นในไตรมาสต้นของปี 2026 เราจะเห็นผลกระทบต่อ:
- ราคาโน้ตบุ๊กสำหรับนักเรียน นักศึกษา
- ราคาโน้ตบุ๊กทำงานและธุรกิจ
- ราคา SSD ที่ใช้ประกอบพีซี
- ราคา Gaming PC โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ GDDR ปริมาณสูง
ตลาดอาจไม่มีการขึ้นราคาแบบหวือหวาทันที แต่จะค่อย ๆ ปรับขึ้นตามต้นทุนของซัพพลายเออร์
Lenovo ยังยืนยันเดินหน้าลุยตลาด AI PC ต่อไป
แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่ Lenovo ยังเน้นว่าบริษัทจะลงทุนต่อเนื่องกับผลิตภัณฑ์กลุ่ม AI PC ที่เริ่มได้รับความนิยมทั่วโลก รวมถึงตลาดไทย ซึ่งประกอบด้วย:
- โน้ตบุ๊กที่มี NPU ประสิทธิภาพสูง
- อุปกรณ์สำหรับงาน AI Local Processing
- โน้ตบุ๊กสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการฟีเจอร์ AI ฝังในระบบ
Lenovo คาดว่า AI PC จะเป็น “ตัวขับเคลื่อนหลัก” ของยอดขายในช่วงปี 2025–2027 และยังมั่นใจว่าสามารถแข่งขันได้ แม้ต้นทุนจะกดดันมากขึ้นก็ตาม
สรุป
ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่รอบใหม่ของความไม่สมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลาย โดยมี AI เป็นตัวเร่งสำคัญ แม้ Lenovo จะพยายามตรึงราคาต่อเนื่องจากการเพิ่มสต๊อกส่วนประกอบถึง 50% แต่สัญญาณชัดเจนคือ ปี 2026 อาจเป็นปีที่ราคาพีซีและโน้ตบุ๊กมีแนวโน้มปรับขึ้นในวงกว้าง
ผู้บริโภคที่วางแผนซื้อโน้ตบุ๊กหรือพีซีในปีหน้า อาจต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงต้นปีเมื่อซัพพลายเออร์เริ่มประกาศราคาใหม่ของ DRAM และ NAND
ที่มา: notebookcheck





