
ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแรม DDR5 ที่ราคาเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในกรณีที่เห็นชัดที่สุดเกิดขึ้นใน เกาหลีใต้ ที่ราคาโมดูล Samsung DDR5-5600 16GB ขยับขึ้น มากกว่า 3 เท่า ภายในช่วงเวลาไม่ถึงสามเดือน
บทความนี้จะพาไปเจาะว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม DDR5 ถึงแพงขึ้นขนาดนี้ ผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไป ผู้ประกอบคอมพิวเตอร์ รวมถึงสัญญาณในอนาคตว่าราคาจะยังคงเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่
ราคา DDR5 ของ Samsung ในเกาหลีใต้พุ่ง 3 เท่าแบบไร้เบรก
เว็บไซต์ Danawa ซึ่งทำหน้าที่ติดตามราคาสินค้าไอทีในเกาหลีใต้ รายงานว่าโมดูล Samsung Electronics DDR5-5600 16GB มีราคาเพิ่มจากเดิมเพียงสามเดือนก่อนหน้าแบบชวนตกใจ

ตัวเลขราคาเดิมเทียบปัจจุบัน
- สิงหาคม: 69,246 วอน (ประมาณ 47 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,710 บาท)
- ตอนนี้: 208,090 วอน (ประมาณ 142 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,150 บาท)
เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ในระยะเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น

ในบางร้านค้าปลีก ราคาพุ่งไปสูงถึง 216,500 วอน (ประมาณ 148 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,360 บาท) ซึ่งเป็นระดับราคาที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนสามารถซื้อ DDR5 32GB ชุดคู่ (32GB Kit) รุ่นพรีเมียมได้สบายๆ แต่ปัจจุบันกลับได้เพียงโมดูลธรรมดาความเร็วพื้นฐาน 5600MT/s เท่านั้น
กล่าวได้ว่าครั้งนี้เป็นหนึ่งในวิกฤตราคาแรมที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น
ทำไมราคา DDR5 ถึงแพงขึ้นขนาดนี้
1. ความต้องการด้าน AI เพิ่มสูงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
การเติบโตของตลาด AI ในรอบสองปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิต DRAM ทุกรายต้องเร่งเพิ่มกำลังผลิต HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นแรมความเร็วสูงสำหรับใช้ใน GPU AI และระบบประมวลผลขนาดใหญ่
HBM ใช้วัตถุดิบจำนวนมากกว่า DRAM ปกติ ทำให้ไลน์การผลิต DRAM ทั่วไปถูกลดความสำคัญลง ส่งผลให้ปริมาณ DDR5 สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเริ่มขาดตลาด
2. โรงงานไม่เพิ่มกำลังผลิต DRAM ในฝั่ง Consumer
ข้อมูลจากหลายสำนักชี้ตรงกันว่าผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง Samsung, SK hynix และ Micron ต่างเลือกที่จะไม่เพิ่มกำลังผลิตแรมแบบทั่วไปในระยะสั้น เพราะผลกำไรจาก HBM สูงกว่าอย่างมหาศาล (อ่านต่อ)
เมื่อปริมาณของ DDR5 ไม่เพิ่ม แต่ความต้องการยังคงสูง ราคาจึงไต่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
3. ผู้จัดจำหน่ายบางรายใช้วิธี “ขายพ่วง”
รายงานในเกาหลีใต้เผยว่ามีผู้จัดจำหน่ายบางราย บังคับ ให้ลูกค้าซื้อเมนบอร์ดควบคู่กับแรมเพื่อให้ได้ของในราคาที่สามารถซื้อได้จริง ทำให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ผู้ใช้จึงเสียประโยชน์ไปเต็มๆ
ภาวะราคาแรมแพงยังเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในเกาหลีใต้
แม้ราคาที่เกาหลีใต้จะพุ่งหนักที่สุด แต่แนวโน้มราคาในประเทศอื่นก็เพิ่มขึ้นแรงไม่แพ้กัน
ตัวอย่างในตลาดสหรัฐอเมริกา
- Corsair Vengeance RGB DDR5 16GB 5200MT/s ขยับขึ้นไปแตะ 125 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,510 บาท)

หลายประเทศเจอกรณีราคาเพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายในเวลาไม่ถึงปีเหมือนกัน และในบางภูมิภาคสินค้าเริ่มขาดตลาดจนหาซื้อได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ผลกระทบต่อวงการคอมพิวเตอร์: ไม่ใช่เฉพาะแรม แต่โดนกันทั้งระบบ
1. ราคา Mini PC และพีซีประกอบเพิ่มขึ้นชัดเจน
สินค้าที่ต้องใช้ DDR5 โดยตรง เช่น mini PC, desktop pre-built และโน้ตบุ๊กหลายรุ่นเริ่มมีราคาปรับขึ้นตามต้นทุน DRAM ที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นแม้ต้องการสเปกพื้นฐาน
2. ราคาการ์ดจอก็โดนผลกระทบไปแล้ว
ในต่างประเทศมีรายงานว่า AMD ประกาศเตรียมขึ้นราคา GPU รอบใหม่ เนื่องจากต้นทุน DRAM สำหรับการ์ดจอสูงขึ้น และนี่ถือเป็นการปรับเพิ่ม ครั้งที่สองตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เมื่อ DRAM แพงขึ้น ต้นทุนการผลิต GPU ก็เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะในกลุ่มการ์ดจอที่ใช้ GDDR6/GDDR6X ซึ่งราคาสูงอยู่แล้ว
3. ตลาดโน้ตบุ๊กเริ่มขยับตาม
ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กหลายรายมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นภายในปีหน้า เนื่องจาก DDR5 เป็นมาตรฐานหลักในเครื่องรุ่นใหม่ทุกรุ่น รวมถึงโน้ตบุ๊ก AI PC ที่เริ่มใช้สเปก RAM สูงขึ้น
ผู้ใช้ทั่วไปควรทำอย่างไรในช่วงวิกฤตราคาแรม
- ยังไม่จำเป็นอย่าเพิ่งอัปเกรด
หากเครื่องของคุณใช้งานได้ดีและไม่ได้มีปัญหาขาดแรมอย่างชัดเจน ควรชะลอการอัปเกรดไปก่อน เพราะราคายังไม่มีสัญญาณว่าจะลดลงในเร็วๆ นี้ - ซื้อเฉพาะรุ่นที่จำเป็นจริง ๆ
หากต้องอัปเกรดเพราะงานทำให้จำเป็น เช่น ทำงาน 3D, เล่นเกม AAA ใหม่ ๆ หรือใช้โปรแกรม AI บนเครื่อง การเลือกความจุที่ “พอดีงาน” จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก - ระวังการขายพ่วงโดยไม่จำเป็น
ผู้ประกอบบางรายอาจเสนอโปรชุดคู่แรม+เมนบอร์ด อาจมีประโยชน์ในบางกรณี แต่ควรตรวจสอบราคาแยกชิ้นก่อนเสมอ - คาดหวังว่าราคาอาจสูงขึ้นอีกในปีหน้า
ตราบใดที่ความต้องการ HBM และ DRAM สำหรับงาน AI ยังไม่ลดลง ความผันผวนของราคา DDR5 จะยังอยู่ต่อไป
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้
สถานการณ์ราคา DDR5 มีโอกาสดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจาก
- Demand จาก AI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- DRAM ผู้ใช้ทั่วไปไม่ใช่สินค้าหลักของผู้ผลิตอีกต่อไป
- โรงงานใช้เวลาหลายไตรมาสกว่าจะเพิ่มกำลังผลิตได้จริง
- ตลาดคาดว่าภาวะขาดแคลนอาจยาวไปจนถึงปี 2027
ดังนั้นมีโอกาสสูงที่ราคา DDR5 จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า โดยเฉพาะในรุ่น 16GB ซึ่งเป็นความจุพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ต้องซื้อ
สรุป
ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน ราคาของโมดูล Samsung DDR5-5600 16GB ในเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่า จากราว 1,700 บาท กลายเป็นกว่า 5,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากดีมานด์ด้าน AI ที่ดันต้นทุน DRAM ให้แพงขึ้นทั่วโลก
ไม่ใช่แค่แรมสำหรับพีซี แต่ยังลามไปสู่ราคา mini PC, พีซีประกอบ, การ์ดจอ และโน้ตบุ๊ก ซึ่งล้วนมีการใช้หน่วยความจำที่แพงขึ้นตามต้นทุนการผลิต
ตลาดหน่วยความจำอาจอยู่ในภาวะขาดแคลนต่อเนื่องอีกหลายปี และผู้ใช้อาจต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนการอัปเกรดที่สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา: wccftech





