
Meta ดูดตัวท็อปฝ่าย Apple AI ผู้พัฒนา Siri ให้ฉลาดเหมือน ChatGPT
ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับความพยายามด้านปัญญาประดิษฐ์ของ Apple
ล่าสุดมีรายงานว่า Meta ได้ดึงตัวผู้บริหารคนสำคัญที่กำลังเป็นหัวหอกในการพัฒนาให้ Siri มีความสามารถทัดเทียมกับคู่แข่งไปร่วมงานด้วยสำเร็จ
Mark Gurman จากสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Ke Yang ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีม Answers, Knowledge and Information (AKI) ของ Apple ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ กำลังจะย้ายไปร่วมงานกับ Meta Platforms Inc.
ความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ ทีม AKI ของ Ke Yang กำลังรับผิดชอบโปรเจกต์ที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือการพัฒนาระบบให้ Siri สามารถดึงข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการจากเว็บได้โดยตรง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่คล้ายคลึงกับที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่าง ChatGPT ทำได้เป็นปกติอยู่แล้ว
การย้ายทีมครั้งนี้จึงนับเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ต่อแผนพัฒนา Apple AI ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้ว่า Apple จะมีความก้าวหน้าไปมากนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ที่เริ่มเปิดตัวความสามารถ AI บางส่วนออกมาแล้วก็ตาม
แม้จะเสียคนสำคัญ แต่ Apple ยังเดินหน้าเต็มกำลัง
ถึงแม้จะสูญเสียบุคลากรคนสำคัญไป แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา Apple ได้พยายามอย่างหนักเพื่อไล่ตามคู่แข่งในสมรภูมิ AI โดยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจดังนี้:
- จับมือกับ OpenAI: นำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของ OpenAI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Apple Intelligence
- เข้าซื้อสตาร์ทอัป: ซื้อกิจการสตาร์ทอัป 3 แห่ง รวมถึง TrueMeeting และ WhyLabs เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม AI ภายใน
- ชูจุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัว: พัฒนา Private Apple Intelligence ที่การประมวลผล AI ง่ายๆ จะเกิดขึ้นบนตัวอุปกรณ์ ในขณะที่งานซับซ้อนจะถูกส่งไปประมวลผลบนคลาวด์ส่วนตัวของ Apple แบบเข้ารหัสและไม่เก็บข้อมูล เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด
- พัฒนาโมเดลของตัวเอง: สร้างโมเดล AI ขนาด 3 พันล้านพารามิเตอร์ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบน iPhone และ iPad
- สร้างโมเดลฝั่งเซิร์ฟเวอร์: พัฒนา LLM สำหรับงานที่ซับซ้อนขึ้น, โมเดลสร้างภาพ (Diffusion Model) และโมเดลสำหรับช่วยเขียนโค้ดในเครื่องมือ Xcode
- เปิดกว้างให้นักพัฒนา: เปิดให้นักพัฒนาภายนอกเข้าถึงโมเดลของ Apple ผ่าน Foundational Models Framework เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างแอป
ฟีเจอร์ใหม่ที่ Apple เตรียมปล่อยออกมาในอนาคต
นอกจากนี้ Apple ยังมีแผนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ที่น่าจับตามองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ได้แก่:
- การเชื่อมต่อกับ AI บุคคลที่สาม: ผู้ใช้จะสามารถสั่งให้ Siri เลือกว่าจะใช้ LLM ตัวไหน (เช่น GPT ของ OpenAI หรือ Gemini ของ Google) ในการทำงานบางอย่างได้
- การสั่งงานข้ามแอป (In-app Actions): Siri จะสามารถทำงานตามคำสั่งเสียงที่ซับซ้อนภายในแอปที่รองรับได้ เช่น การเพิ่มของในลิสต์ซื้อของ, ส่งข้อความ, หรือเปิดเพลง
- การรับรู้บริบทส่วนตัว (Personal Context Awareness): Siri จะสามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เพื่อให้บริการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น การค้นหาพอดแคสต์ที่เพื่อนเคยพูดถึงในแชต Messages
การสูญเสีย Ke Yang ให้กับคู่แข่งอย่าง Meta ในครั้งนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับ Apple ที่จะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขายังคงสามารถแข่งขันในสมรภูมิ Apple AI ที่ดุเดือดนี้ต่อไปได้
ที่มา: wccftech





