
ตำนานอมตะ! อดีตวิศวกร Microsoft เผยความจริง ‘คีย์ Windows XP เถื่อน’ ที่โด่งดังที่สุด ไม่ใช่การแฮก แต่คือ ‘หายนะที่หลุดออกไปเอง’
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์ เสียงโมเด็มยังคงดังอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน มีรหัสตัวอักษรและตัวเลขชุดหนึ่งที่กลายเป็นตำนานและเป็นเหมือน “บัตรผ่านประตู” สู่โลกดิจิทัลสำหรับผู้คนนับล้าน นั่นคือ FCKGW-RHQQ2-YXRKT-8TG6W-2B7Q8 ซึ่งเป็น Product Key ของ Windows XP ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์
หลายคนเชื่อว่าคีย์นี้เป็นผลงานของแฮกเกอร์อัจฉริยะที่สามารถเจาะระบบป้องกันของ Microsoft ได้สำเร็จ แต่ความจริงกลับเรียบง่ายและน่าตกใจกว่านั้น ล่าสุด Dave W. Plummer อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ระดับตำนานของ Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมดว่ามันคือ “หายนะครั้งใหญ่ที่เกิดจากการรั่วไหล” จากภายใน Microsoft เอง
รู้จักกับผู้อยู่เบื้องหลัง และระบบที่ควรจะ ‘กันของเถื่อน’

Dave Plummer ไม่ใช่แค่วิศวกรธรรมดา เขาคือผู้สร้างสรรค์ฟีเจอร์ที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Task Manager และ ZIP folders ใน Windows รวมถึงเป็นหนึ่งในทีมหลักที่พัฒนาระบบ Windows Product Activation (WPA) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราวนี้
ระบบ WPA ที่เปิดตัวพร้อม Windows XP ในปี 2001 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นปราการด่านสำคัญในการต่อสู้กับซอฟต์แวร์เถื่อน หลักการทำงานของมันคือ:
- สร้าง Hardware ID: ระบบจะดึงข้อมูลจำเพาะของฮาร์ดแวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (เช่น CPU, RAM, Motherboard) มาสร้างเป็นรหัส ID ที่ไม่ซ้ำกัน
- จับคู่กับ Product Key: เมื่อผู้ใช้ป้อน Product Key ตอนติดตั้ง ระบบจะนำคีย์นั้นมาจับคู่กับ Hardware ID
- ส่งข้อมูลไปตรวจสอบ: ข้อมูลทั้งสองจะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft เพื่อยืนยันความถูกต้อง หากทุกอย่างถูกต้อง Windows ก็จะเปิดใช้งานได้สมบูรณ์
ระบบนี้ถือว่าล้ำหน้าและซับซ้อนมากในยุคนั้น และมันควรจะเป็นกำแพงที่แข็งแกร่ง แต่กำแพงทุกแห่งย่อมมี “ประตูพิเศษ” ซ่อนอยู่

‘Volume Key’ ประตูหลังที่เปิดอ้าซ่า
“ประตูพิเศษ” ที่ว่านี้คือ Volume Licensing Key (VLK) ซึ่งเป็นคีย์ที่ Microsoft ออกแบบมาเพื่อความสะดวกของลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องติดตั้ง Windows บนคอมพิวเตอร์หลายร้อยหรือหลายพันเครื่อง การที่จะต้องนำคอมทุกเครื่องไปออนไลน์เพื่อ Activate ย่อมเป็นเรื่องยุ่งยาก
ดังนั้น คีย์ VLK อย่าง FCKGW จึงถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษ มันถูกตั้งค่าให้เป็น Whitelist ในตรรกะการตรวจสอบของ XP
“มันเหมือนเป็นการส่งข้อความบอกระบบว่า ‘นี่คือคีย์สำหรับลูกค้าองค์กรที่เชื่อถือได้ ไม่จำเป็นต้องโทรกลับบ้าน (Activation Server)'” Plummer อธิบาย “ดังนั้น เมื่อผู้ใช้ป้อนคีย์นี้เข้าไป ระบบ WPA ก็จะทำงานเหมือนปกติ แต่จะข้ามขั้นตอนการตรวจสอบออนไลน์ไปทั้งหมด ทำให้การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ทันที”
หายนะที่หลุดออกไปก่อนวันเปิดตัว 5 สัปดาห์
Microsoft เชื่อมั่นว่าการมอบคีย์ VLK และไฟล์ติดตั้งแบบพิเศษ (Volume Media) ให้กับลูกค้าองค์กรที่ไว้ใจได้นั้นมีความเสี่ยงต่ำ แต่พวกเขาคิดผิดมหันต์
ก่อนที่ Windows XP จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการถึง 5 สัปดาห์ ทั้งคีย์ FCKGW และไฟล์ติดตั้งแบบพิเศษ ได้รั่วไหลออกไปสู่โลกอินเทอร์เน็ต โดยกลุ่มละเมิดลิขสิทธิ์ชื่อดังในยุคนั้นที่ใช้ชื่อว่า ‘devils0wn’
“เมื่อคีย์ FCKGW หลุดออกไป สิ่งเดียวที่ต้องมีก็คือไฟล์ติดตั้งแบบ Volume Media เพื่อใช้คู่กัน และในที่สุด ทั้งสองอย่างก็ถูกจับมัดรวมกันแล้วปล่อยออนไลน์โดยเหล่าผู้ละเมิดลิขสิทธิ์” Plummer กล่าวเสริม
การดาวน์โหลดแห่งยุค: ความอดทน 24 ชั่วโมงเพื่อ Windows XP
เพื่อให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของเหตุการณ์นี้ เราต้องย้อนกลับไปสู่ภูมิทัศน์ของอินเทอร์เน็ตในปี 2001 การดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่เท่ากับตัวติดตั้ง XP (ประมาณ 455.1MB) ถือเป็นภารกิจที่ต้องใช้ความอดทนอย่างมหาศาล
- ผู้ใช้โมเด็ม 56K: ซึ่งเป็นความเร็วมาตรฐานในครัวเรือนส่วนใหญ่ อาจจะต้องเปิดเครื่องทิ้งไว้และภาวนาไม่ให้สายหลุดเป็นเวลา เกือบ 24 ชั่วโมงเต็ม
- ผู้ใช้ ADSL 512K: ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่และมีราคาแพงในยุคนั้น จะใช้เวลาลดลงมาเหลือประมาณ 2 ชั่วโมง
แม้จะยากลำบาก แต่การได้มาซึ่งระบบปฏิบัติการที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้นโดยไม่ต้องเสียเงิน ก็คุ้มค่าพอที่จะทำให้ผู้คนนับล้านทั่วโลกยอมทนรอ
มรดกของ ‘FCKGW’ และบทเรียนของ Microsoft
แม้ในปัจจุบัน คีย์ FCKGW จะยังสามารถใช้ติดตั้ง Windows XP บนเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าๆ หรือโปรแกรมจำลอง (VM) ได้ แต่มันก็ถูก Microsoft ขึ้นบัญชีดำไปแล้วใน Service Pack 2 (SP2) และเวอร์ชันที่ใหม่กว่า
การรั่วไหลครั้งนี้ได้ทิ้งบทเรียนราคาแพงให้กับ Microsoft และเปลี่ยนแนวทางการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ไปอย่างสิ้นเชิงใน Windows เวอร์ชันถัดๆ มา เช่น Vista และ Windows 7 ที่มีระบบป้องกันที่ซับซ้อนและเข้มงวดยิ่งขึ้น
เรื่องราวของ FCKGW จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคีย์เถื่อน แต่มันคือบันทึกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการแบ่งปันไฟล์ การต่อสู้ระหว่างยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์กับชุมชนใต้ดิน และเป็นความทรงจำร่วมของคนทั้งยุคที่เติบโตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเสียงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่น่าคิดถึง
ที่มา: tomshardware





