Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

AI จุดชนวนอุตสาหกรรม DRAM ความต้องการ HBM พุ่งสูงขึ้นแบบไม่เคยมีมาก่อน

DRAM Supercycle

AI กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม DRAM

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาด DRAM (Dynamic Random-Access Memory) ค่อนข้างซบเซา แต่ตอนนี้ปัจจัยใหม่อย่าง AI ได้กลายเป็นตัวจุดประกายให้เกิด “Supercycle” หรือวัฏจักรเติบโตครั้งใหญ่ เนื่องจากความต้องการ HBM (High Bandwidth Memory) ที่พุ่งสูงขึ้นมหาศาล โดยเฉพาะจากฝั่ง Big Tech ที่กำลังพัฒนา ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) ขึ้นมาใช้งานเอง

Advertisement

การสร้าง AI Cluster หนึ่งชุด ต้องใช้ DRAM ปริมาณมหาศาลเพื่อรองรับ HBM ต่อหนึ่งชิป ส่งผลให้ความต้องการพุ่งสูงจนหลายฝ่ายกังวลว่ากำลังการผลิต DRAM ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอต่ออนาคต


รายงานจาก UBS และผลกระทบต่ออุตสาหกรรม DRAM

จากรายงานของ UBS ระบุว่า ชิป ASIC รุ่นใหม่ของ OpenAI จะใช้ HBM3E แบบ 12-Hi ซึ่งเพียงแค่ผลิตภัณฑ์นี้อย่างเดียวก็อาจสร้างความต้องการ 500,000 – 600,000 WPM (Wafer Per Month) ระหว่างปี 2026–2029 เทียบเท่าสัดส่วนมหาศาลของกำลังการผลิต DRAM ทั่วโลก

นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่า กำลังการผลิตรวมของอุตสาหกรรม DRAM จะไปถึง 1.955 ล้าน WPM ภายในปี 2026 แต่ตัวเลขนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการจากตลาด AI ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว


ปัญหาสต็อก DRAM ต่ำสุดในรอบ 7 ปี

ข้อมูลจาก TrendForce ชี้ว่า สต็อก DRAM ของซัพพลายเออร์ทั่วโลกในปัจจุบันมีเพียง 3.3 สัปดาห์ ซึ่งน้อยที่สุดในรอบ 7 ปี เทียบกับปกติที่เฉลี่ยราว 10 สัปดาห์

บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Samsung, SK hynix และ Micron ต่างหันมาเร่งผลิต HBM โดยการปรับไลน์การผลิตเดิมเข้าสู่โหนดใหม่ เช่น 1c node เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ความท้าทายคือยังไม่แน่ชัดว่าพวกเขาจะสามารถเร่งสร้างกำลังการผลิตใหม่ได้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นหรือไม่

Samsung DRAM

โครงการ Stargate ของ OpenAI และการกิน DRAM มหาศาล

หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนคือ โครงการ Stargate ของ OpenAI ที่คาดว่าจะใช้ DRAM ถึง 900,000 WPM หรือประมาณ 40% ของกำลังการผลิต DRAM ทั่วโลกในปัจจุบัน ถือเป็นตัวเลขที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การกระจุกตัวของกำลังการผลิต DRAM ส่วนใหญ่ที่เกาหลีใต้ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าผู้ผลิตอย่าง Micron และ SK hynix ที่กำลังลงทุนตั้งโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ จะสามารถกระจายความเสี่ยงและตอบสนองความต้องการได้ทันหรือไม่


HBM4 และอนาคตของ DRAM Supercycle

นอกจาก HBM3E ที่กำลังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักแล้ว เทคโนโลยี HBM4 ที่จะมาถึงในอนาคต จะยิ่งเพิ่มความต้องการต่อ DRAM มากขึ้นไปอีก เนื่องจากชิป AI รุ่นใหม่จะใช้ HBM ในปริมาณที่สูงกว่ารุ่นเดิมหลายเท่า

กล่าวได้ว่า Big Tech กำลัง “กระหาย” HBM และทางเดียวที่จะตอบสนองคือการเพิ่มกำลังผลิต DRAM อย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถทำได้ทัน ตลาดอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลนรุนแรงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


บทสรุป

การเกิด “DRAM Supercycle” ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากตลาดสมาร์ทโฟนหรือ PC แบบในอดีต แต่เป็นเพราะ AI และ HBM ที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ความต้องการที่พุ่งสูงจนไม่อาจตอบสนองได้ทันจะเป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรม DRAM ก้าวเข้าสู่การลงทุนครั้งใหม่ และอาจเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมหน่วยความจำไปตลอดกาล

ที่มา: wccftech

Click to comment

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก