
RTX 50 SUPER อาจมาเร็วที่สุดในต้นปี 2026
มีรายงานจาก Benchlife ระบุว่า NVIDIA เตรียมปล่อยซีรีส์ใหม่ในตระกูล GeForce RTX 50 SUPER ระหว่าง มีนาคมถึงพฤษภาคม 2026 ซึ่งตรงกับช่วงปลายไตรมาสแรกถึงต้นไตรมาสสองของปี โดยไม่เปิดตัวในงาน CES 2026 ต้นเดือนมกราคมเหมือนที่หลายคนคาดไว้
การเลื่อนช่วงเปิดตัวออกไปอีกเล็กน้อย สอดคล้องกับข่าวหลุดก่อนหน้านี้ ทั้งจาก PSU Calculator ของ Seasonic ที่มีชื่อรุ่น “SUPER” โผล่มา และข้อมูลจากนักปล่อยข่าวชื่อดังอย่าง @Kopite7Kimi ที่ยืนยันว่าการ์ดจอซีรีส์นี้มีอยู่จริง
แม้จะยังไม่มีการยืนยันจาก NVIDIA โดยตรง และบอร์ดพาร์ทเนอร์เองก็ยังไม่ได้รับกำหนดการที่ชัดเจน แต่กระแสข่าวทั้งหมดก็ทำให้ความเป็นไปได้เพิ่มสูงขึ้นมาก
ทำไม NVIDIA ต้องเพิ่ม VRAM?
หนึ่งในปัญหาหลักของการ์ดจอรุ่นกลาง–ไฮเอนด์ในปัจจุบันคือ หน่วยความจำไม่เพียงพอ เมื่อเล่นเกมความละเอียดสูง หรือเปิดใช้เทคโนโลยีกราฟิกสมัยใหม่ เช่น Ray Tracing, Path Tracing รวมถึงการโหลด Texture ขนาดใหญ่ระดับ 4K–8K
ตัวอย่างเช่น เกม AAA ที่ออกมาในช่วง 2024–2025 หลายเกมกิน VRAM เกิน 12 GB ได้ง่าย ๆ เมื่อเปิดโหมด Ultra ที่ความละเอียด 1440p หรือ 4K และถ้ามีการใช้งาน Mod เสริมคุณภาพภาพ หรือ AI Upscaling อย่าง DLSS, FSR ร่วมด้วย ความต้องการ VRAM จะสูงขึ้นอีก
ดังนั้นการ์ดจอในตระกูล RTX 5070 / 5070 Ti / 5080 ที่ก่อนหน้านี้มีหน่วยความจำ 12–16 GB อาจไม่เพียงพอในระยะยาว การเปิดตัวรุ่น SUPER ที่มี VRAM เพิ่มขึ้นเป็น 18–24 GB จึงช่วยยืดอายุการใช้งาน และทำให้ผู้ใช้มั่นใจว่าเล่นเกมใหม่ ๆ ได้อีกหลายปี
การเปรียบเทียบกับ RTX 50 รุ่นปกติ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูกันว่าสเปกที่ลือของซีรีส์ SUPER แตกต่างจากรุ่นปกติอย่างไร:
- RTX 5070 Super: จาก 12 GB → 18 GB (เพิ่มขึ้น 50%)
- RTX 5070 Ti Super: จาก 16 GB → 24 GB (เพิ่มขึ้น 50%)
- RTX 5080 Super: จาก 16 GB → 24 GB (เพิ่มขึ้น 50%)
จะเห็นว่าการเพิ่ม VRAM ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นถึงครึ่งหนึ่งของรุ่นเดิม นับว่าเป็นการอัปเกรดที่มีนัยสำคัญ ต่างจากการ์ด SUPER ในยุคก่อนที่มักปรับแค่เล็กน้อย เช่น เพิ่มคอร์หรือเร่งความเร็วสัญญาณนาฬิกา
ตารางสเปกคาดการเบื้องต้น RTX 50 SUPER
| รุ่น | GPU | CUDA Cores | Clock Speed | VRAM | Bus | Bandwidth | TBP |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| RTX 5080 SUPER | Blackwell GB203-450 | 10,752 | TBD | 24 GB GDDR7 | 256-bit | 1,024 GB/s | 400W+ |
| RTX 5080 | Blackwell GB203-400 | 10,752 | 2.62 GHz | 16 GB GDDR7 | 256-bit | 960 GB/s | 360W |
| RTX 5070 Ti SUPER | Blackwell GB203-350 | 8,960 | TBD | 24 GB GDDR7 | 256-bit | 896 GB/s | 350W |
| RTX 5070 Ti | Blackwell GB203-300 | 8,960 | 2.42 GHz | 16 GB GDDR7 | 256-bit | 896 GB/s | 300W |
| RTX 5070 SUPER | Blackwell GB205-400 | 6,400 | TBD | 18 GB GDDR7 | 192-bit | 672 GB/s | 275W |
| RTX 5070 | Blackwell GB205-300-A1 | 6,144 | 2.51 GHz | 12 GB GDDR7 | 192-bit | 672 GB/s | 250W |
คำอธิบายเพิ่มเติม:
- รุ่น SUPER จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มหน่วยความจำมากกว่าการเปลี่ยนสถาปัตยกรรม
- ค่า TBP (Total Board Power) สูงขึ้นเล็กน้อย แสดงว่าอาจต้องใช้ PSU ที่จ่ายไฟได้มากกว่าเดิม
- การใช้ GDDR7 ที่เร็วขึ้นช่วยเพิ่ม Bandwidth รองรับกราฟิกความละเอียดสูง
ทำไมไม่เปิดตัวที่ CES 2026?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม NVIDIA ถึงไม่เลือกเปิดตัวซีรีส์ใหญ่อย่าง RTX 50 SUPER ในงาน CES 2026 ทั้งที่เป็นงานไอทีระดับโลก คำตอบอาจอยู่ที่กลยุทธ์การตลาด
- CES มีคู่แข่งเยอะ: ทั้ง AMD, Intel และแบรนด์พีซีรายใหญ่ต่างก็เปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกัน การเลื่อนเปิดตัวออกไปอีก 2–3 เดือน ช่วยให้ NVIDIA ได้พื้นที่สื่อมากกว่า
- จัดจังหวะตรงกับเกมใหม่: ในปี 2026 คาดว่าจะมีเกม AAA หลายเกมที่ใช้เอนจินรุ่นใหม่และกินสเปกหนัก เช่น Unreal Engine 5.4 การเปิดตัวหลังเกมออกจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากกว่า
- ให้เวลาสต็อก RTX 50 รุ่นปกติขายออก: รุ่น 5070, 5070 Ti และ 5080 เปิดตัวในต้นปี 2025 หากรีบปล่อย SUPER เร็วเกินไป อาจกระทบยอดขายการ์ดที่ยังมีของอยู่ในตลาด
ความคาดหวังจากผู้ใช้
ถ้าข่าวลือเป็นจริง การ์ดจอซีรีส์ RTX 50 SUPER จะกลายเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับคนที่มองหาการ์ดจอระดับกลาง–ไฮเอนด์ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นเกม 4K หรือคนที่ทำงานกราฟิก/ตัดต่อวิดีโอ
ผู้ใช้หลายคนคาดหวังว่า NVIDIA จะไม่เพียงเพิ่ม VRAM แต่จะปรับปรุง ไดรเวอร์, เทคโนโลยี Ray Tracing และ DLSS ให้ทำงานได้เสถียรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งหากเป็นจริง RTX 50 SUPER จะเป็นการอัปเกรดที่คุ้มค่ามาก
บทสรุป
แม้จะยังไม่มีการประกาศยืนยัน แต่ข้อมูลจากหลายแหล่งต่างไปในทิศทางเดียวกันว่า NVIDIA เตรียมเปิดตัว RTX 50 SUPER ซีรีส์ ในช่วงมีนาคม–พฤษภาคม 2026 โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่ม VRAM ของรุ่น 5070, 5070 Ti และ 5080 เพื่อรองรับเกมและงานกราฟิกที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต
หากข่าวลือเป็นจริง นี่จะเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ NVIDIA ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และอาจทำให้การแข่งขันกับ AMD และ Intel ในตลาดการ์ดจอยิ่งดุเดือดกว่าเดิม
ที่มา: wccftech





