Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

PR-News

IBM ผนึกกำลัง AMD สร้างอนาคตด้านการประมวลผล

ทั้งสองบริษัทมุ่งมั่นผสานเทคโนโลยีเร่งความเร็วด้าน AI, ควอนตัมคอมพิวเตอร์ และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยแก้ปัญหาหลากหลายที่ท้าทายที่สุดในโลก

AMD

IBM (NYSE: IBM) และ AMD (NASDAQ: AMD) ได้ประกาศแผนการพัฒนาสถาปัตยกรรมด้านการประมวลผลแห่งอนาคต บนพื้นฐานการผสานรวมระหว่างควอนตัมคอมพิวเตอร์และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง รู้จักกันในชื่อ “ควอนตัม-เซนทริค ซูเปอร์คอมพิวติ้ง” (quantum-centric supercomputing) โดย AMD และ IBM กำลังร่วมมือกันเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มแบบโอเพนซอร์สที่ปรับขยายได้ ซึ่งจะสามารถกำหนดนิยามใหม่ของอนาคตด้านการประมวลผล โดยใช้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำของ IBM ในการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก และความเป็นผู้นำของ AMD ด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและตัวเร่งความเร็วด้าน AI

Advertisement

การประมวลผลควอนตัม (Quantum computing) เป็นวิธีการแสดงและประมวลผลข้อมูลที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่คอมพิวเตอร์ในอดีตใช้บิต (bits) ที่สามารถแปลงเป็นค่าได้เพียงศูนย์ (0) หรือหนึ่ง (1) เท่านั้น แต่คิวบิตของควอนตัมคอมพิวเตอร์จะแสดงข้อมูลตามกฎทางกลศาสตร์ควอนตัม โดยคุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยให้มีพื้นที่การคำนวณที่กว้างขึ้นมาก เพื่อสำรวจหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเกินความสามารถของคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม รวมถึงในสาขาต่าง ๆ เช่น การวิจัยยา, การค้นพบวัสดุ, การเพิ่มประสิทธิภาพ และโลจิสติกส์

Arvind Krishna ประธานและซีอีโอของ IBM กล่าวว่า “การประมวลผลควอนตัมจะจำลองโลกอย่างเป็นธรรมชาติและแสดงข้อมูลในรูปแบบใหม่ทั้งหมด เราจะสามารถสร้างโมเดลไฮบริดที่ทรงพลังซึ่งจะก้าวข้ามขีดจำกัดของการประมวลผลแบบเดิม ผ่านการสำรวจว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จาก IBM และเทคโนโลยีการประมวลผลประสิทธิภาพสูงขั้นสูงของ AMD จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร” 

Dr. Lisa Su ประธานและซีอีโอของ AMD กล่าวว่า “การประมวลผลประสิทธิภาพสูงเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดของโลก การที่เราเป็นพันธมิตรกับ IBM เพื่อสำรวจการบรรจบกันของการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเทคโนโลยีควอนตัม ทำให้เรามองเห็นโอกาสมหาศาลในการเร่งการค้นพบและนวัตกรรม”

ในสถาปัตยกรรม Quantum-centric supercomputing ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะทำงานควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและ AI ที่ทรงพลัง ซึ่งโดยปกติแล้วจะได้รับการสนับสนุนจากโปรเซสเซอร์ (CPU) และกราฟิกการ์ด (GPU) และเครื่องมือประมวลผลอื่น ๆ โดยในแนวทางรูปแบบไฮบริดนี้ องค์ประกอบต่าง ๆ ของปัญหาจะถูกจัดการโดยกระบวนทัศน์ที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหานั้น เช่น ในอนาคต ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะสามารถจำลองพฤติกรรมของอะตอมและโมเลกุลได้ ในขณะที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI จะสามารถจัดการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้ ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถจัดการกับปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยความเร็วและปริมาณที่ไม่เคยมีมาก่อน

AMD และ IBM กำลังสำรวจวิธีการผสานรวมโปรเซสเซอร์ กราฟิกการ์ด และ FPGA ของ AMD เข้ากับ  ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของ IBM เพื่อเร่งอัลกอริทึมใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตของกระบวนทัศน์ใดกระบวนทัศน์หนึ่งที่ทำงานอย่างอิสระ ความมุ่งมั่นนี้ยังสามารถช่วยให้วิสัยทัศน์ของ IBM ในการส่งมอบควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทนทานต่อข้อผิดพลาด (fault-tolerant) ต่าง ๆ ได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยเทคโนโลยีของ AMD มีแนวโน้มที่จะให้ความสามารถในการแก้ไขข้อผิดพลาดแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการประมวลผลควอนตัมที่ทนทานต่อข้อผิดพลาด

ทีมงานวางแผนจะเริ่มสาธิตการใช้งานเป็นครั้งแรกในช่วงปลายปีนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ของ IBM สามารถทำงานควบคู่ไปกับเทคโนโลยีของ AMD ในการปรับใช้เวิร์กโฟลว์ควอนตัม-คลาสสิกในรูปแบบไฮบริดอย่างไร บริษัททั้งสองยังมีแผนที่จะสำรวจระบบนิเวศแบบโอเพนซอร์ส เช่น Qiskit ว่าสามารถเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาและการนำอัลกอริทึมใหม่ ๆ ที่ใช้ประโยชน์จาก quantum-centric supercomputing มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง

IBM เริ่มต้นก้าวแรกไปแล้วเพื่อมุ่งสู่การมีวิสัยทัศน์ด้านการประมวลผลควอนตัมและแบบดั้งเดิม ซึ่งจะถูกผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น รวมถึงการเป็นพันธมิตรล่าสุดกับ RIKEN เพื่อนำมาปรับใช้และเชื่อมต่อควอนตัมคอมพิวเตอร์แบบโมดูลาร์ของ IBM โดยจะผสาน IBM Quantum System Two เข้ากับ Fugaku หนึ่งในซูเปอร์คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมที่เร็วที่สุดในโลกโดยตรง; รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้นำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น Cleveland Clinic, Basque Government และ Lockheed Martin เพื่อแสดงให้เห็นว่าการรวมทรัพยากรระหว่างควอนตัมและแบบดั้งเดิมเข้าด้วยกันจะสามารถให้ผลลัพธ์ที่มีค่าสำหรับปัญหาที่มีความท้าทายเกินกว่าที่คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมจะทำได้

โปรเซสเซอร์ และกราฟิกการ์ดของ AMD ขับเคลื่อนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Frontier ของห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Oak Ridge ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ซึ่งเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำลายกำแพงระดับ exascale ได้อย่างเป็นทางการ โดยในปัจจุบัน เทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™  และกราฟิกการ์ด AMD Instinct™ ยังขับเคลื่อนประสิทธิภาพการประมวลผลให้กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Livermore ด้วย ทำให้ AMD ได้รับเกียรติในการขับเคลื่อนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดสองเครื่องในโลก ตามรายการจัดอันดับ TOP500 ซึ่งนอกเหนือจากการประมวลผลประสิทธิภาพสูงแล้วโปรเซสเซอร์ กราฟิกการ์ด และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของ AMD ยังขับเคลื่อนโซลูชันด้าน AI เชิงสร้างสรรค์จำนวนมากให้กับองค์กรชั้นนำและผู้ให้บริการคลาวด์ทั่วโลก

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ช่วงต้นปี 2026 พอคิดจะซื้อโน้ตบุ๊กทำงาน 2026 สักเครื่อง หลายคนมักหันไปสนใจ MacBook Neo เพราะราคาไม่แพงแถมสเปคดี ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษาและพนักงานธุรการได้สบายๆ จนอาจจะมองข้ามโน้ตบุ๊ก Windows ไปบ้าง แต่ฝั่งนี้ก็ยังมีข้อดีในแบบของตัวเองทั้งมีสเปคหลากหลายแบบจากแบรนด์ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กชั้นนำของโลกแล้ว แต่ละรุ่นก็มีฟีเจอร์เฉพาะตัวติดมาอีกเพียบแถมได้พอร์ตเชื่อมต่อมาหลากหลายกว่ามาก ทำให้ต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องพึ่ง USB-C Hub เสมอไป ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นต่ออุปกรณ์ได้สบายกว่าแน่นอน ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กทำงาน 2026...

Buyer's Guide

โน้ตบุ๊กเล่นเกม 2026 ในไตรมาสแรกปีนี้มีรุ่นน่าสนใจเปิดตัวให้เลือกซื้อมากมาย แม้ซีพียูจะมีรุ่นเก่าและใหม่ผสมกันอยู่ เริ่มจาก Intel 13th generation หรือ AMD Ryzen 8000 Series เป็นต้นไปก็ตาม แต่ได้จีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series ซึ่งมีฟีเจอร์อย่าง Multi Frame Generation...

COMMART

เวลาคิดอยากได้โน้ตบุ๊กทำงานเครื่องใหม่ หลายคนก็คิดถึงงาน Commart ซึ่งอีเว้นท์แรกของปี 2026 นี้ ก็มีโน้ตบุ๊กทำงาน Commart GameForce มาให้เลือกซื้อหลากหลายรุ่น โดยเฉพาะแบบมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 40 Series ขึ้นไป หรือได้ GeForce RTX 50 Series ยิ่งดี จะได้ใช้ทำงานตัดต่อวิดีโอ,...

IT NEWS

ใครที่ติดตามฝั่งม็อดเกมและเทคโนโลยีอัปสเกลภาพ น่าจะคุ้นชื่อ Optiscaler กันอยู่แล้ว เพราะเครื่องมือนี้กลายเป็นของเล่นชิ้นสำคัญสำหรับสายแต่งเกมที่อยากสลับเทคโนโลยีภาพข้ามค่าย ไม่ว่าจะเป็น DLSS, FSR หรือ XeSS ให้ไปทำงานในเกมที่ไม่ได้รองรับแบบตรง ๆ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก เพราะตอนนี้มีการทดลองนำ AMD Ray Regeneration ไปใช้งานใน Cyberpunk 2077 ผ่าน Optiscaler ได้แล้ว และผลที่ออกมาถือว่าน่าประทับใจพอสมควร...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก