
FSR 4 คืออะไร และทำไมถึงน่าสนใจ
AMD เปิดตัว FidelityFX Super Resolution (FSR) 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัปสเกลรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ภาพในเกมมีความคมชัดและสมจริงมากขึ้น โดยใช้ AI เข้ามาช่วยในการประมวลผลภาพ ทั้งการคาดคะเนการเคลื่อนไหว (motion vectors) และการดึงข้อมูลจากหลายเฟรม (temporal data) เพื่อสร้างภาพที่ใกล้เคียงกับการเรนเดอร์แบบ Native มากที่สุด
FSR 4 ถูกบรรจุมาในชุดเครื่องมือ FidelityFX SDK 2.0 ที่ AMD เพิ่งเปิดให้ใช้งาน ทำให้นักพัฒนาสามารถนำไปใส่ในเกมใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น และในอนาคตจะกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของเกม PC หลายเกม
ผลทดสอบบน Radeon RX 9070 XT
มีการทดสอบจริงจากผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม X (@opinali) โดยใช้ Radeon RX 9070 XT ผ่าน API ของ FFX SDK 2.0 โดยเปิดใช้งาน FSR เวอร์ชันล่าสุด ผลออกมาดังนี้
- FSR 4.0.2 ทำได้ 276 FPS
- FSR 3.1.5 ทำได้ 290 FPS
จากผลนี้เห็นได้ชัดว่า FSR 4 ให้ภาพที่สวยขึ้นจริง แต่กลับกินทรัพยากร GPU มากกว่า ส่งผลให้เฟรมเรตลดลงเล็กน้อย (ประมาณ 5%)
นอกจากนี้ยังพบว่า GPU Utilization เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเปิดใช้งาน FSR 4 เทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า ซึ่งตอกย้ำว่าเทคโนโลยีนี้ใช้การประมวลผลที่ซับซ้อนกว่าเดิม
ทำไมถึงกินสเปกมากกว่า
เหตุผลหลักมาจากการที่ FSR 4 ใช้ AI เรนเดอร์ภาพแบบเต็มรูปแบบ ต่างจาก FSR 3 ที่ยังใช้วิธีอัปสเกลที่เบากว่า ถึงแม้จะกินทรัพยากรน้อยกว่า แต่คุณภาพภาพที่ได้ก็ไม่ละเอียดเท่า
การเพิ่ม AI และข้อมูล temporal ทำให้ภาพคมชัดขึ้น ลดปัญหา ghosting หรือภาพเบลอเวลามีการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้พลังประมวลผลที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้
เหมาะกับใคร?
- ถ้าคุณเป็น เกมเมอร์สายกราฟิก ที่อยากได้ภาพสวยคมชัดแบบเนียนตา FSR 4 คือตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
- แต่ถ้าคุณเล่น เกมแข่งขัน (competitive) ที่เฟรมเรตสูงคือสิ่งสำคัญ การปิดการใช้งานอัปสเกลอาจจะตอบโจทย์มากกว่า
สรุป
AMD FSR 4 คือก้าวสำคัญของเทคโนโลยีอัปสเกล ที่ช่วยให้ภาพในเกมคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มาพร้อมกับการใช้ทรัพยากรที่มากกว่า ส่งผลให้ FPS ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า
สำหรับผู้เล่นทั่วไป FPS ที่หายไปเล็กน้อยอาจไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับสาย eSports หรือเกมที่ต้องการความเร็ว อาจต้องชั่งใจระหว่าง “ภาพที่สวยขึ้น” กับ “เฟรมเรตที่สูงกว่า”
ที่มา: wccftech





