
ข้อดีของแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท นอกจากเรื่องราคาที่ใครๆ ก็ซื้อมาใช้คู่กับสมาร์ทโฟน เอาไว้เปิดเว็บอ่านบทความหรือ e-Book ได้สะดวกขึ้น มองเห็นสะดวกเต็มตาไม่ต้องเพ่งให้ตาล้าแล้วยังเอาไว้ดูคลิปและซีรีส์ได้หรือให้ลูกหลานเปิดเล่นเกมก็ได้ แถมบางรุ่นก็มีฟีเจอร์เสริมให้ใช้อีกหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเสริม, เปิดโหมดถนอมสายตาแบบพิเศษหรือมีโหมดสำหรับเด็กอีกด้วย
นอกจากนี้แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท ในปี 2025 ก็ไม่ใช่แค่พอเปิดเครื่องได้ ใช้งานจริงจะหน่วงจนแทบทนไม่ไหวอีกต่อไป เพราะหลายแบรนด์เลือกเอาชิปเซ็ต MediaTek Helio จากมือถือเล่นเกมราคาประหยัดมาใช้ ทำให้ประมวลผลได้ไหลลื่นขึ้นแถมมีระบบ Extend RAM เอาพื้นที่ติดตั้งแอปฯ บางส่วนมาใช้ฝากข้อมูลได้ให้ประมวลผลได้ต่อเนื่องขึ้น แถมบางรุ่นก็มีช่องสำหรับใส่ SIM และ MicroSD Card เพื่อใช้เป็นมือถือเครื่องสำรองได้ด้วย
แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท น่าใช้อย่างไร?
- จุดร่วมของแท็บเล็ตราคาประหยัดเหล่านี้ คือ มีจอค่า Refresh Rate สูง, มีช่องใส่ MicroSD Card และได้ของแถมมาให้พร้อมใช้พอควร
- แท็บเล็ต Android หลายๆ รุ่นในปัจจุบันมีฟีเจอร์ Virtual Memory เอาพื้นที่บันทึกข้อมูลมาทำงานร่วมกับ RAM เพื่อพักข้อมูลได้
- ปัจจุบันชิปเซ็ต MediaTek ก็มีประสิทธิภาพดีแต่มีจุดแข็งตรงราคาถูกกว่า Snapdragon อย่างชัดเจน บางรุ่นจะติดตั้งชิปเซ็ตจาก Unisoc มาเพื่อให้ราคาถูกลงไปอีก

6 แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท สเปคดีน่าใช้ พกพาง่ายใช้สะดวกสุด!
- Redmi Pad SE 8.7 (2,999 บาท)
- Alldocube iPlay 50 Mini (3,799 บาท)
- Samsung Galaxy Tab A9 LTE (3,990 บาท)
- TCL Tab 10L Gen 2 (3,999 บาท)
- Lenovo Tab One LTE (4,090 บาท)
- Infinix Xpad 20 4G (4,390 บาท)
1. Redmi Pad SE 8.7 (2,999 บาท)

| Display size & Resolution | 8.7″ HD (1340*800) LCD Refresh Rate 90Hz Reader Mode |
| Chipset & Memory & OS | MediaTek Helio G85 Octa-core Arm Mali-G52 MC2 4GB LPDDR4x / 64GB eMMC 5.1 MicroSD Card 2TB Xiaomi HyperOS |
| Cameras | กล้องหน้า 5MP f/2.2 กล้องหลัง 8MP f/2.0 |
| Connectivity | USB-C 2.0 Audio combo Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac Bluetooth 5.3 |
| Battery & Charging | 6,650mAh ชาร์จเร็ว 18W |
| Price | 2,999 บาท (Xiaomi Shopee Mall) |
Redmi Pad SE 8.7 เหมาะกับคนอยากได้แท็บเล็ตขนาดเล็กเอาไว้ใช้งานทั่วไป อย่างเปิดดูซีรี่ส์หรือคลิป YouTube ก็ดี ได้ลำโพงคู่รองรับ Dolby Atmos หรือสายอ่านหนังสือ, บทความหรือข่าวก็เหมาะ เพราะจอ 8.7 นิ้ว มีขนาดไล่เลี่ยกับหนังสือนิยายทั่วไปจึงหยิบจับได้ถนัดมือแถมเปิด Reader mode เพื่อถนอมสายตาลดอาการตาล้าเวลาอ่านหนังสือนานๆ แน่นอน เป็นแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท เพื่อสายประหยัดเน้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน
ข้อดี
- ชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 มีประสิทธิภาพดีพอใช้งานในชีวิตประจำวันได้พอควร
- ราคาถูกมากไม่เกิน 3,000 บาท และมีโค้ดลดให้ราคาถูกลงไปได้อีก
- หน้าจอ 8.7 นิ้ว มีอัตรา Refresh Rate 90Hz พร้อมโหมดถนอมสายตา
- ติดตั้งลำโพงคู่ รองรับเสียงระดับ Dolby Atmos ใช้ดูหนังได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกต
- เป็นแท็บเล็ตเน้นใช้งานทั่วไป ไม่มีฟีเจอร์สำหรับเด็กหรือการทำงานเป็นพิเศษ
2. Alldocube iPlay 50 Mini (3,799 บาท)

| Display size & Resolution | 8.4″ Full HD (1920*1200) IPS |
| Chipset & Memory & OS | Unisoc T606 Octa-core 4GB / 64GB UFS 2.1 MicroSD Card 512GB Android 13 |
| Cameras | กล้องหน้า 5MP กล้องหลัง 5MP |
| Connectivity | USB-C 2.0 Audio combo Dual SIM 4G LTE Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac Bluetooth 5.0 |
| Battery & Charging | 4,000mAh ชาร์จไว 10W |
| Price | 3,799 บาท (Alldocube Shopee Mall) |
Alldocube iPlay 50 Mini เป็นแบรนด์ใหม่จากต่างประเทศเพื่อคนอยากได้แท็บเล็ตราคาถูกไว้ใช้เปิดดูคลิปกับสตรีมมิ่งได้หรืออ่านหนังสือก็ดีเช่นกัน โดยตัวชิปเซ็ต Unisoc T606 แม้จะเก่าแล้วก็จริง แต่ก็ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ดีพอควรและเชื่อมต่อผ่าน 4G LTE ได้ รองรับ 2 ซิมพร้อม MicroSD Card อีก 512GB ดังนั้นนอกจากใช้คู่กับมือถือก็ไว้ใส่เบอร์สำรองอื่นๆ ก็ได้ ถ้ามีปัญหาก็สามารส่งเคลมกับศูนย์ Realme หรือติดต่อทางออนไลน์ก็ได้เช่นกัน ถ้าใครอยากได้แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท เน้นเอาคุ้มค่าเข้าว่า ฟีเจอร์น้อยไม่เป็นไรจะซื้อเครื่องนี้ไว้ใช้ก็เหมาะ
ข้อดี
- ชิปเซ็ต Unisoc T606 มีประสิทธิภาพดีพอควร ใช้งานได้ไหลลื่น
- มีฟีเจอร์ Virtual Memory เอาพื้นที่ติดตั้งแอปฯ มาใช้กับ RAM เพิ่มความจุได้ถึง 12GB
- รองรับ SIM 4G LTE ได้ 2 เบอร์พร้อมกัน ใช้งานได้แทนมือถือได้
- หน้าจอมีความละเอียด Full HD แสดงภาพได้คมชัดและรองรับ Widvine L1
ข้อสังเกต
- แบตเตอรี่มีความจุ 4,000mAh ใช้งานได้นานทั้งวัน แต่ระยะเวลาโดยรวมไม่เท่ารุ่นอื่น
- หน้าจอไม่มี Reader mode และลำโพงไม่รองรับ Dolby Atmos เหมาะกับการใช้งานทั่วไป
3. Samsung Galaxy Tab A9 LTE (3,990 บาท)

| Display size & Resolution | 8.7″ WXGA+ (1340*800) TFT |
| Chipset & Memory & OS | MediaTek Helio G99 Octa-core Mali-G57 MC2 4GB / 64GB UFS 2.1 MicroSD Card 1TB One UI 7 (Android 15) |
| Cameras | กล้องหน้า 2MP f/2.2 กล้องหลัง 8MP f/2.0 |
| Connectivity | USB-C 2.0 Audio combo SIM 4G LTE Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac Bluetooth 5.3 |
| Battery & Charging | 5,100mAh ชาร์จไว 15W |
| Price | 3,990 บาท (Samsung Shopee Mall) |
Samsung Galaxy Tab A9 LTE เป็นแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท จากแบรนด์ชั้นนำทั้งระบบความปลอดภัย Samsung Knox รวมถึง One UI เวอร์ชั่น 7 พัฒนาจาก Android 15 ซึ่งทำงานได้เสถียรลื่นไหล ยิ่งใครใช้คู่กับโน๊ตบุ๊ค Windows 11 ก็เปิดฟีเจอร์ใช้เป็นหน้าจอเสริม สั่ง Cast หน้าจอจากพีซีหรือโน๊ตบุ๊คใช้เป็นจอเสริมได้ทันที แถมยังใส่ SIM 4G LTE ใช้เป็นมือถือเครื่องสำรองได้เวลาส่งเครื่องหลักไปซ่อม แต่แท็บเล็ต Samsung อัปเดตเฟิร์มแวร์ได้แค่ 3 เวอร์ชั่นถึง Android 15 เท่านั้น จึงได้แต่แพทช์รักษาความปลอดภัยเท่านั้น
ข้อดี
- ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio G99 มีประสิทธิภาพดีใช้งานได้ไหลลื่น
- มีฟีเจอร์ใช้แท็บเล็ตเป็นหน้าจอเสริมจากโน๊ตบุ๊ค Windows ได้ด้วยการ Cast จอ
- มีช่องใส่ SIM 4G LTE เพื่อโทรได้เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป ใช้เป็นเครื่องสำรองได้
- ลำโพงคู่รองรับเสียงแบบ Dolby Atmos ใช้ดูหนังฟังเพลงได้ค่อนข้างดี
ข้อสังเกต
- อัปเดตถึง One UI 7 ซึ่งหมดระยะอัปเดตเวอร์ชั่นแล้ว แต่ยังได้แพทช์รักษาความปลอดภัย
4. TCL Tab 10L Gen 2 (3,999 บาท)

| Display size & Resolution | 10.1″ HD (1280*800) IPS |
| Chipset & Memory & OS | MediaTek 8766 Qual-core GE8300 GPU RAM 3GB / ROM 32GB MicroSD card 1TB Android 13 |
| Cameras | กล้องหน้า 2MP กล้องหลัง 2MP |
| Connectivity | USB-C 2.0 Audio combo SIM 4G LTE Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac Bluetooth 5.0 |
| Battery & Charging | 6,000mAh ชาร์จไว 10W |
| Price | 3,999 บาท (BaNANA Shopee Mall) |
TCL Tab 10L Gen 2 เป็นแท็บเล็ตสำหรับคนต้องการแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่เอาไว้ดูหนังฟังเพลงได้เต็มตาและใส่ SIM ไว้ในเครื่องให้เชื่อมต่อเน็ตได้ตลอดเวลาแถมแบตเตอรี่ก็มีความจุมากพอให้ใช้ได้จบวันแน่นอน จุดเด่นของ TCL Tab ตัวนี้ คือ มีระบบ Google Kids Space ติดมาให้เด็กเล่นเพื่อเสริมพัฒนาการและความรู้ได้ แถมผู้ปกครองก็ควบคุมการใช้งานผ่านแอปฯ Google Family Link ป้องกันการเข้าถึงคอนเทนต์และจำกัดระยะเวลาใช้งานได้ไม่ให้เด็กติดหน้าจอเกินไป หากใครจะซื้อแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท เอาไว้ให้ลูกเล่นได้ก็แนะนำรุ่นนี้เป็นตัวเลือกเลย แต่ตัวชิปเซ็ตและหน่วยความจำมีค่อนข้างน้อยจึงทำงานได้ช้าอยู่บ้าง
ข้อดี
- ได้แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ 10.1″ ใช้ดูหนังฟังเพลงและอ่านบทความได้เต็มตา
- สามารถใส่ SIM 4G LTE ใช้อินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่อง
- มีโหมดถนอมสายตาสำหรับอ่านบทความหรือดูคอนเทนต์ได้
- มี Google Kids Space ไว้ให้เด็กใช้เล่นเพิ่มพัฒนาการ
- มี Google Family Link ไว้ควบคุมคอนเทนต์และระยะเวลาใช้งานของเด็ก
ข้อสังเกต
- มี RAM 3GB, ROM 32GB เท่านั้น ทำงานได้ไม่ลื่นไหลมาก
5. Lenovo Tab One LTE (4,090 บาท)

| Display size & Resolution | 8.7″ HD+ (1340*800) LCD |
| Chipset & Memory & OS | MediaTek Helio G85 Octa-core Arm Mali-G52 MC2 RAM 4GB/ ROM 128GB MicroSD card Lenovo ZUI 16 พัฒนาจาก Android 15 |
| Cameras | กล้องหน้า 2MP กล้องหลัง 8MP |
| Connectivity | USB-C 2.0 Audio combo SIM 4G LTE Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac Bluetooth 5.3 |
| Battery & Charging | 5,100mAh ชาร์จไว 15W |
| Price | 4,090 บาท (WPN Mobile Shopee Mall) |
Lenovo Tab One LTE เป็นแท็บเล็ตสายคุ้มพร้อมฟีเจอร์ Google Kids Space และ Family Link เพื่อให้เด็กได้เล่นเพิ่มพัฒนาการให้ดียิ่งขึ้น แถมติดลำโพงคู่รองรับการแสดงผล Dolby Atmos มาให้ดูซีรีส์หรือคลิปได้สะดวกหรือเล่นเกมก็ได้เสียงดังเต็มอรรถรส ยิ่งได้ชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 ก็เล่นเกมทั่วไปได้ไหลลื่น ยิ่งใครเล่นเกมทั่วไปอย่าง RoV ก็เล่นได้ดีแน่นอน แต่ระบบปฏิบัติการ Lenovo ZUI 16 จะอัปเดตเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันแล้วมีแต่แพทช์รักษาความปลอดภัยเท่านั้น หากใครไม่ใส่ใจเรื่องนี้นักก็เป็นแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท ที่น่าสนใจเช่นกัน
ข้อดี
- ชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 ทำงานได้ลื่นไหล เหมาะกับการทำงานในชีวิตประจำวัน
- มีหน่วยความจำ 128GB และใส่ MicroSD card เพิ่มความจุได้อีกพอควร
- อัปเดตได้ถึง Android 15 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด
- มีระบบ Google Kids Space ให้เด็กเล่นเพื่อเสริมพัฒนาการได้
- มีระบบ Google Family Link ให้ผู้ปกครองควบคุมคอนเทนต์และระยะเวลาใช้งาน
- ลำโพงรองรับเสียงแบบ Dolby Atmos ทำให้เสียงดังฟังชัด
ข้อสังเกต
- มี RAM 4GB พอให้ใช้งานได้ แต่ถ้าเปิดหลายโปรแกรมจะทำงานช้าลง
6. Infinix Xpad 20 4G (4,390 บาท)

| Display size & Resolutionon | 11″ FHD+ (1200*1920) IPS Refresh Rate 90Hz Touch sampling rate 180Hz |
| Chipset & Memory & OS | MediaTek Helio G88 Octa-core Mali-G52 RAM 4GB/ ROM 128GB MicroSD card 1TB Android 15 อัปเดตแพทช์รักษาความปลอดภัย 2 ปี |
| Cameras | กล้องหน้า 5MP กล้องหลัง 8MP |
| Connectivity | USB-C 2.0 Audio combo SIM 4G LTE Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac Bluetooth 5.2 |
| Battery & Charging | 7,000mAh ชาร์จไว 10W |
| Price | 4,390 บาท (WPN Mobile Shopee Mall) |
Infinix Xpad 20 4G เป็นแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท สำหรับคนต้องการแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่เอาไว้ดูหนังฟังเพลงจะเหมาะมาก เพราะหน้าจอมีขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด Full HD จึงดูซีรีส์ได้เต็มตาและภาพก็ลื่นไหล ในเครื่องติดตั้ง Infinix AI ซึ่งใช้ ChatGPT มาเป็นพื้นฐานมาให้สั่งใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นและมีฟีเจอร์แชร์ไฟล์ข้ามอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วติดมาให้ แต่จุดสังเกตของแท็บเล็ตตัวนี้คือเป็น Android 15 ตั้งต้นมาให้แล้วอัปเดตเป็นเวอร์ชั่นใหม่ไม่ได้ มีแต่แพทช์รักษาความปลอดภัยต่อเนื่อง 2 ปีเท่านั้น จึงไม่ได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตมาใช้ แต่ถ้าเน้นจอใหญ่ราคาไม่แรงก็ถือว่าน่าใช้พอควร
ข้อดี
- แบตเตอรี่มีความจุ 7,000mAh ใช้งานได้นานต่อเนื่องนานจบวันแน่นอน
- รองรับการใส่ SIM 4G ใช้อินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่องไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi อย่างเดียว
- มีหน่วยความจำในเครื่อง 128GB สามารถติดตั้งแอปฯ และเก็บไฟล์ได้เยอะ
- อัปเดตแพทช์รักษาความปลอดภัยยาวนาน 2 ปีเต็ม ใช้งานได้อุ่นใจ
- ชิปเซ็ต MediaTek Helio G88 ใช้งานได้ลื่นไหลต่อเนื่อง
- หน้าจอมีขนาดใหญ่ 11″ FHD+ พร้อม Refresh Rate 90Hz ใช้งานได้เต็มตา
ข้อสังเกต
- ไม่ได้อัปเดต Android เวอร์ชั่นใหม่ มีแต่แพทช์รักษาความปลอดภัยเท่านั้น
สรุปสเปค 6 แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท สเปคดีน่าใช้ ดูหนังก็ดีเล่นเกมก็เวิร์ค



แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับนักอ่านทุกคน โดยเฉพาะถ้าใครซื้อ e-Book หรือเติมเหรียญอ่านนิยายบนหน้าเว็บไซต์ไปจนอ่านข่าวล่ะก็ แนะนำให้มีติดกระเป๋าไว้สักเครื่อง จะอ่านได้สะดวกสบายตามาก เพราะขนาดจอ 8.7″ เทียบแล้วจะมีขนาดพอกับหนังสือนิยายเล่มหนึ่งพอดี จึงใหญ่พอดีตาแล้วปรับขนาดตัวอักษรและเปิดโหมดถนอมสายตาได้ด้วย นอกจากนี้ยังเอาไว้ดูซีรีส์ได้ จึงอเนกประสงค์กว่า e-Reader ทั่วไปพอควร
ถ้าจะเน้นดูหนังฟังเพลงเป็นหลักและอ่านคอนเทนต์บ้าง แนะนำให้เลือกแท็บเล็ตจอใหญ่ 10″ จะได้รับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้เต็มตา กลับกันถ้าเน้นเดินทางไปไหนมาไหน อยากได้รุ่นจอเล็กพกง่ายเหมือนหนังสือนิยายสักเล่ม ไซซ์ 8.7″ จะเหมาะที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง





