Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

CONTENT

AMD Ryzen AI 300 series – APU ตัวครบ ใช้จบได้ทั้งทำงาน เล่นเกมและ AI

หากต้องการที่จะซื้อโน้ตบุ๊กซักเครื่อง โดยเฉพาะถ้าจะนำไปใช้งานที่ต้องการสมรรถนะเครื่องระดับสูง ต้องอาศัยพลังประมวลผลแรง ๆ อาทิ การใช้งานหลายโปรแกรมพร้อมกันแบบสลับไปมา มีโปรแกรมทำงานเบื้องหลังหลาย ๆ ตัว ใช้ในการทำงานสายมัลติมีเดีย ต้องเรนเดอร์งานบ่อย ๆ มีการใช้ AI ช่วยงาน ไปจนถึงการเล่นเกมที่นอกจากพลังของการ์ดจอจะต้องสูงในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนของ CPU ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสำหรับฝั่งค่ายแดงอย่าง AMD ก็จะมีชิป CPU แบบ APU ที่เป็นซีรีส์ชูโรงสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปในขณะนี้ก็คือ AMD Ryzen AI 300 series ที่แม้จะได้รับการเปิดตัวตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ตามมาเป็นระยะ

AMD Ryzen AI 300

หากต้องการที่จะซื้อโน้ตบุ๊กซักเครื่อง โดยเฉพาะถ้าจะนำไปใช้งานที่ต้องการสมรรถนะเครื่องระดับสูง ต้องอาศัยพลังประมวลผลแรง ๆ อาทิ การใช้งานหลายโปรแกรมพร้อมกันแบบสลับไปมา มีโปรแกรมทำงานเบื้องหลังหลาย ๆ ตัว ใช้ในการทำงานสายมัลติมีเดีย ต้องเรนเดอร์งานบ่อย ๆ มีการใช้ AI ช่วยงาน ไปจนถึงการเล่นเกมที่นอกจากพลังของการ์ดจอจะต้องสูงในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนของ CPU ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสำหรับฝั่งค่ายแดงอย่าง AMD ก็จะมีชิป CPU แบบ APU ที่เป็นซีรีส์ชูโรงสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปในขณะนี้ก็คือ AMD Ryzen AI 300 series ที่แม้จะได้รับการเปิดตัวตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ตามมาเป็นระยะ

ในบทความนี้เราจะมาดูรายละเอียดของชิปในตระกูลนี้กันอีกรอบ และมาเจาะดูรายละเอียดของชิปรุ่นใหม่ รวมถึงดูผลด้านประสิทธิภาพหลังจากมีการวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปซีรีส์นี้ไปแล้วกัน

Advertisement

ทำความรู้จักกับ AMD Ryzen AI 300 series กันอีกรอบ

ตัวของชิปประมวลผลในกลุ่มซีรีส์ AMD Ryzen AI 300 จะยังคงใช้การออกแบบชิปในสไตล์ chiplet ที่มีกระบวนการผลิตโมดูลแต่ละส่วนแยกกันไป อาทิ ส่วนของ CPU, GPU, NPU, I/O แล้วนำมาประกอบรวมในแพ็คเกจเดียวกัน โดยมีถนนเส้นกลางไว้ใช้สำหรับเชื่อมต่อแต่ละโมดูลให้สามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งก็จะมีทั้งการรับส่งข้อมูลภายใน รวมถึงการแชร์ข้อมูลจากแคช L3 ที่ใช้งานร่วมกัน

ข้อดีของการผลิตชิปในรูปแบบ chiplet ที่เห็นได้ชัดก็คือความสามารถในการสเกลเพื่อแบ่งระดับชิปได้ง่าย เช่น ในชิปรุ่นเริ่มต้นก็อาจจะใส่ CPU มา 1 CCD ที่ภายใน CCD จะมีอยู่ 2 CCX พร้อมกับ GPU จำนวน 12 คอร์ (CU) ส่วนในชิปรุ่นสูงก็อาจจะใส่ CPU ที่ใช้ CCD แบบเดียวกันมา 2 หน่วย ทำให้รวมแล้วจะมีด้วยกัน 4 CCX และ GPU จำนวน 16 คอร์ ทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถประหยัดต้นทุนในภาพรวมลงได้ เพราะจะสามารถออกแบบและผลิตแพ็คเกจชิปแค่แบบเดียวเพื่อให้ทุกรุ่นใช้แบบเดียวกันทั้งหมด แล้วไปสร้างความแตกต่างที่การบรรจุแต่ละโมดูลแทน ตามที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น

pia amd ryzen ai 300 hero t

ทีนี้ถ้ามาแตกย่อยในแต่ละส่วนสำคัญของ AMD Ryzen AI 300 series จะมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

CPU – สถาปัตยกรรม Zen 5 แบบไฮบริด

ฝั่งของ CPU ที่ใช้ประมวลผลหลักของชิปในซีรีส์นี้จะใช้สถาปัตยกรรมแบบไฮบริดที่มีการผสมผสานระหว่างคอร์ใหญ่และคอร์เล็ก แต่นิยามคำว่าคอร์เล็กของ AMD จะแตกต่างจากคู่แข่งอยู่พอสมควร ถ้าให้ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือเป็นการนำคอร์ใหญ่มาลดขนาดให้เล็กลง พร้อมกับลดความเร็วในการทำงานลงด้วย เพื่อลดความร้อนสะสมในระหว่างการทำงาน ในขณะที่ชุดคำสั่งและความสามารถในการคำนวณต่าง ๆ ยังอยู่อย่างครบถ้วน

ซึ่งประโยชน์ของการออกแบบในลักษณะนี้ก็คือจะได้ชิปประมวลผลที่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ (OS) ได้ง่าย เพราะ OS ไม่ต้องคอยแยกงานอย่างละเอียดตามความสามารถของคอร์ ดูแค่ว่าเป็นงานที่ต้องการพลังประมวลผลสูง หรือเป็นงานเบา ๆ งานเบื้องหลังก็พอ ซึ่งจะแตกต่างจากสถาปัตยกรรมไฮบริดแบบอื่นที่อาจจะออกแบบให้คอร์ใหญ่มีชุดคำสั่งครบถ้วน ในขณะที่คอร์เล็กจะถูกตัดบางชุดคำสั่งออกไป แม้จะทำให้งานเล็ก ๆ สามารถทำงานได้เร็วก็จริง แต่ถ้าต้องไปเจอกับงานที่บังคับใช้ชุดคำสั่งที่มีในคอร์ใหญ่ล้วน ๆ ก็อาจจะต้องมีการรอจัดสรรทรัพยากรโดย OS บ้างเหมือนกัน แต่สำหรับฝั่ง AMD คือจะไม่มีปัญหานี้ เพราะทุกคอร์สามารถทำงานได้เหมือนกัน แม้อาจจะมีความเร็วที่แตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย เนื่องจากความเร็วในการประมวลผลแบบ single thread จะไม่สูงเท่ากับสถาปัตยกรรมของค่ายฟ้า แต่ของ AMD ก็จะมีจุดเด่นในเรื่องการทำงานที่ค่อนข้างกินทรัพยากรหลาย ๆ งานพร้อมกัน และงานที่มีการกระจายการประมวลผลไปหลายคอร์ได้ดี

2024 08 27 19 32 16 scaled 1

กลับมาที่ AMD Ryzen AI 300 series ซึ่งใช้สถาปัตยกรรมแบบไฮบริดโดยเลือกใช้คอร์ Zen 5 และ Zen 5c ที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของ AMD สำหรับชิปแพลตฟอร์มโมบายล์ในปัจจุบัน มีกระบวนการผลิตที่โหนดระดับ 4 นาโนเมตร แต่ละคอร์จะมีเธรดย่อยภายใน 2 เธรดที่สามารถแบ่งกันช่วยทำงานได้ ทำให้การระบุจำนวนเธรดทำได้ง่าย คือสามารถนำจำนวนคอร์มาคูณสองได้เลย

สำหรับสิ่งที่ Zen 5 พัฒนาขึ้นจาก Zen 4 ก็มีหลายจุดทีเดียว โดยเฉพาะในแง่ของโครงสร้าง ระบบการทำงานภายใน อาทิ

การปรับปรุงระบบ Branch Prediction

เทคโนโลยี Branch Prediction ถือเป็นหนึ่งในฟังก์ชันที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับ CPU ในยุคปัจจุบัน หลักการทำงานคร่าว ๆ ก็คือส่วนประมวลผลจะพยายามคาดเดาคำสั่งต่อไปที่จะถูกนำมาใช้งานและนำมาประมวลผล เพื่อเรียกคำสั่งนั้นขึ้นมารอในขณะที่คิวว่างไว้เลย เช่น การประมวลผลที่เป็นไปตามเงื่อนไข ซึ่งถ้าเดาถูก ก็จะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานลง เพราะไม่ต้องมารอดึงคำสั่งอีกหนึ่งรอบการทำงาน แต่ถ้าเดาผิดก็จะดำเนินการไปตามปกติ นั่นคือทิ้งคำสั่งที่เดาไว้ไป แล้วดึงคำสั่งที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ ขึ้นมา ซึ่งในคอร์ Zen 5 ก็มีการปรับปรุงระบบนี้ให้สามารถคาดเดาได้แม่นยำขึ้น ลดโอกาสการเดาคำสั่งผิดลง ส่งผลให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการคำนวณได้

Op Cache ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

โดยธรรมชาติของชุดคำสั่งในชิปสถาปัตยกรรม x86 คือมักจะเป็นชุดคำสั่งที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อน ภายในมีชุดคำสั่งย่อย ๆ จำนวนมากอยู่รวมกัน ทำให้เวลาจะนำมาใช้งานก็จะต้องมีการแตกชุดคำสั่งออกเป็นคำสั่งย่อยก่อน ทีนี้ถ้าการประมวลผลนั้นจำเป็นต้องอาศัยชุดคำสั่งย่อยเดิมซ้ำ ๆ การมีแคชมาช่วยสำรองข้อมูลก็จะช่วยทำให้ส่วนประมวลผลสามารถทำงานได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องไปดึงชุดคำสั่งรวมมาเพื่อแตกชุดคำสั่งอีกรอบ สามารถไปดึงจากคำสั่งย่อยที่ถอดรหัสไว้แล้วในแคชมาใช้ต่อได้เลย ซึ่งตัวแคชนี้ก็จะใช้ชื่อเรียกว่า Op Cache นั่นเอง

สำหรับคอร์ Zen 5 ที่ใช้ใน AMD Ryzen AI 300 series ก็จะมีการใส่ Op Cache ที่ขนาดใหญ่กว่าใน Zen 4 ทำให้สามารถเก็บคำสั่งย่อยได้มากขึ้น ส่งผลให้ CPU สามารถทำงานได้เร็วขึ้น และกินพลังงานน้อยลงด้วย

2024 08 27 19 32 01 scaled 1

เพิ่มขนาด Micro-Op Queue

ต่อเนื่องกันมาจาก Op Cache เนื่องจากการที่ CPU จะดึงคำสั่งย่อยไปใช้งาน ก็จะมีการใส่หน่วยความจำเล็ก ๆ มาทำหน้าที่เป็นตัวจัดลำดับคิวให้ เพื่อให้สามารถนำส่งคำสั่งย่อยไปยังปลายทางได้ถูกต้องตามลำดับ ส่วนนี้ก็คือ Micro-Op Queue ที่ในส่วนของ Zen 5 จะมีการเพิ่มขนาดของคิวให้ใหญ่ขึ้น จุข้อมูลได้เยอะขึ้น และส่งผลให้ CPU สามารถดึงคำสั่งย่อยไปใช้งานได้เร็วขึ้นนั่นเอง

ถนนของแคช L1 Data และ L2 กว้างกว่าเดิม

การออกแบบแคชของ CPU สำหรับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะมีการใส่หน่วยความจำแคชแบ่งเป็น 3 ระดับหลัก โดยตัวที่พบเห็นในหน้าสเปคได้บ่อย และมักใช้เป็นฟีเจอร์ชูโรงในการโฆษณาของยุคนี้ก็คือแคชระดับ 3 (L3 Cache) ซึ่งอยู่วงนอกสุด มักมีการแชร์ร่วมกันระหว่างหลายคอร์ มีขนาดใหญ่สุดเมื่อเทียบกับแคชที่อยู่ใกล้กว่าอย่าง L2 ที่จะมีการใส่ไว้ให้ในแต่ละคอร์ ส่วนแคชที่อยู่ใกล้หน่วยประมวลผลที่สุดก็คือแคช L1 ที่มีขนาดเล็กสุด แต่มีความเร็วในการทำงานสูงสุด ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นกระดาษทดที่อยู่ใกล้มือที่สุดเพื่อเก็บข้อมูลชั่วคราวที่ CPU กำลังใช้งานอยู่ ซึ่งแคช L1 จะถูกแบ่งเป็นสองแบบตามประเภทข้อมูลที่รองรับ หนึ่งคือ Instruction Cache ที่ใช้สำหรับเก็บชุดคำสั่งและ Data Cache ที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่จะถูกนำมาคำนวณ หรือข้อมูลที่ผ่านการคำนวณเรียบร้อยแล้ว รอนำไปใช้งานซ้ำหรือส่งต่อไปที่อื่น

ซึ่งในคอร์ Zen 5 จะมีการขยายถนนรับส่งข้อมูลของแคช L1 ที่ใช้สำหรับเก็บ Data ไปยัง Micro-Op Queue ให้กว้างกว่าเดิมอีกหนึ่งเท่าตัว ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น ซึ่งก็สอดรับกับการขยายขนาดของคิวและช่องทางการรับส่งข้อมูลระหว่างคิวกับหน่วยประมวลผลได้เป็นอย่างดี รวมถึงส่วนของแคช L2 ก็มีการปรับปรุงในลักษณะเดียวกัน ทำให้ประสิทธิภาพของ CPU ในภาพรวมจะสูงขึ้น เมื่อเทียบกับคอร์ Zen 4

อีกส่วนที่แม้จะไม่ใช่การปรับปรุงที่ส่วนประมวลผลโดยตรง แต่ก็เป็นโมดูลที่ทำงานอยู่ในแพ็คเกจชิปเดียวกันก็คือ ส่วนของอินเตอร์เฟสหน่วยความจำ ซึ่งจะทำงานร่วมกับแรมในเครื่อง ที่ในรอบนี้ Zen 5 จะรองรับแรม DDR5 ล้วน ๆ โดยมีความเร็วขั้นต่ำตามที่ระบุในสเปคคือ DDR5-5600 ขึ้นไป ส่วนถ้าเป็นชิป LPDDR5X ก็จะได้ถึง LPDDR5X-8000 เลย ทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างแรมและ CPU สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับการทำงานของ iGPU ที่ใช้แรมของระบบเป็น VRAM

2024 08 27 19 32 25 1456x819 1

GPU – RDNA 3.5

เป็นสถาปัตยกรรมสำหรับ iGPU ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก RDNA 3 ที่ใช้อยู่ในกราฟิกแบบออนชิปรุ่นยอดนิยมอย่าง AMD Radeon 780M และกลุ่มของชิป AMD Ryzen Z1 ในเครื่องเล่นเกมพกพาขึ้นมาอีกระดับ ด้วยการเปลี่ยนโหนดสถาปัตยกรรมการผลิตจาก TSMC N4 มาใช้ TSMC N4P ที่แม้จะมีการผลิตในระดับ 5 นาโนเมตรเท่ากัน แต่จะมีการปรับปรุงในด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงานให้ดีขึ้น ทำให้แม้จะใช้พลังงานเท่าเดิม แต่จะได้ความแรงเพิ่มจาก RDNA 3 ขึ้นมาอีก จุดที่จะส่งผลมาถึงผู้ใช้งานก็คือพลังประมวลผลกราฟิกที่สูงขึ้นเล็กน้อย แต่ประหยัดพลังงาน ใช้แบตได้นานกว่าเดิม

นอกจากนี้ใน AMD Ryzen AI 300 series ยังมีการขยายขนาดดายของ iGPU ให้ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถบรรจุจำนวนคอร์ได้สูงสุด 16 CU ประกอบกับความเร็วในการทำงานที่สูงขึ้นด้วย จึงทำให้กราฟิกออนชิปของ APU ซีรีส์นี้จะมีประสิทธิภาพกราฟิกที่สูงขึ้นกว่าเดิมจนสามารถใช้เล่นเกมได้ดีขึ้น แม้จะเป็นเกมระดับ AAA หลายเกมในปัจจุบันก็ตาม

อีกหนึ่งความสามารถที่ได้รับการยกระดับขึ้นมา ก็คือการรองรับการจัดสรรแรมในระบบให้ไปใช้เป็น VRAM ได้มากขึ้นใน RDNA 3.5 ที่ในรอบนี้สามารถตั้งค่าให้ระบบนำแรมหลักของเครื่องไปใช้เป็น VRAM ได้สูงสุดถึง 75% ของแรมที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น ถ้าในเครื่องติดตั้งแรมไว้ 32GB ก็จะสามารถจัดสรรไปให้เป็นแรมของกราฟิกออนชิปได้สูงสุด 24GB เลย จากที่จะมีการแบ่งไว้ให้อยู่แล้ว 512MB แต่ทางที่ดีก็ควรปรับระดับให้เหมาะสมกับการใช้งานน่าจะดีที่สุด โดย AMD แนะนำว่าควรจะเหลือแรมไว้ให้ระบบหลักใช้งานที่ขั้นต่ำ 16GB เอาไว้ก่อน

2374687 woman gamer privacy

และส่วนสำคัญที่แทบจะขาดไม่ได้ของระบบกราฟิกใน AMD Ryzen AI 300 series ก็คือด้านของซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้เสริมประสิทธิภาพให้กับการเล่นเกมให้ได้เฟรมเรตสูง ภาพสวยในระดับหนึ่ง แม้จะเป็นกราฟิกแบบออนชิปก็ตาม ตัวอย่างเทคโนโลยีที่รองรับบน RDNA 3.5 ก็เช่น

  • AMD FidelityFX Super Resolution (FSR) 3 – ใช้สำหรับอัปสเกลภาพ เพื่อให้ได้ภาพในเกมที่คมชัด แต่ใช้พลังในการประมวลผลและเรนเดอร์น้อยลง
  • AMD Fluid Motion Frame (AFMF) – ใช้สำหรับเพิ่มเฟรมเรตในเกมด้วยการทำเฟรมเจ็นแบบที่ยังคง latency ต่ำอยู่ โดยอาศัย AI ในการคำนวณ
  • HYPR-RX -เป็นชุดโปรไฟล์ที่ทำให้สามารถปรับการทำงานของฟีเจอร์ต่าง ๆ ในไดรเวอร์ได้ง่ายขึ้น
  • AMD Radeon Anti-Lag – ช่วยปรับจูนการทำงานระหว่าง CPU และ iGPU ให้ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ส่งผลถึง latency ที่ต่ำลง ตอบสนองกับการควบคุมได้ดี
  • AMD Radeon Chill – ช่วยปรับจูนการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ความร้อนต่ำ แต่ได้ประสิทธิภาพกราฟิกที่เหมาะสม

ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเข้าไปปรับแต่งการทำงานได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ AMD Software: Adrenalin Edition ที่ได้รับการติดตั้งมาพร้อมกับไดรเวอร์อยู่แล้ว

nYBFYNwFEen5mvcTC6YgXi

NPU – XDNA 2

AMD Ryzen AI 300 series นับเป็นชิปรุ่นแรกที่มาพร้อม NPU สถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุดของ AMD อย่าง XDNA 2 ที่มีการปรับปรุงภายในหลายจุด อาทิ การเพิ่ม AI Engine Tiles จากเดิมที่มี 20 Tile มาเป็น 32 Tile รวมถึงมีการปรับจูนอีกหลายจุด ทำให้มีประสิทธิภาพในการประมวลผลชุดคำสั่ง AI เฉพาะตัว NPU เองได้สูงสุดถึง 50 TOPS จากเดิมที่ทำได้สูงสุด 16 TOPS เท่านั้น ซึ่งด้วยพลังของ NPU ล้วน ๆ นี้ก็สามารถผ่านเกณฑ์ Copilot+ PC ได้สบายแล้ว เพราะ Microsoft กำหนดไว้ว่าพีซีจะต้องมาพร้อม NPU ที่มีพลังประมวลผลขั้นต่ำ 40 TOPS เท่านั้น

อีกประเด็นที่ทำให้ NPU ใน AMD Ryzen AI 300 series น่าสนใจก็คือความสามารถในการรองรับเทคนิคการประมวลผล neural แบบ Block FP16 ที่ให้ความเร็วในระดับใกล้เคียงกับแบบ INT8 ที่มีความเร็วสูง โดยที่ยังได้ความแม่นยำของการคำนวณในระดับเดียวกับแบบ FP16 ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการประมวลผล AI ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน

รุ่นย่อยของ AMD Ryzen AI 300 series

ScreenShot 8 11 2025 51420

จากที่ในปีก่อนมีการเปิดตัวออกมาเพียง 3 รุ่นหลัก ได้แก่

  • AMD Ryzen AI 9 HX 375
  • AMD Ryzen AI 9 HX 370
  • AMD Ryzen AI 9 365

ซึ่งทั้งสามรุ่นก็จะอยู่ในกลุ่มของ Ryzen AI 9 โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่มี 12 คอร์ (4+8) ใช้ iGPU เป็น AMD Radeon 890M ที่จะมีคำว่า HX อยู่ในชื่อ ส่วนรุ่นปกติจะมี 10 คอร์ (4+6) จะเห็นว่าจุดที่ต่างกันก็คือจำนวนคอร์ Zen 5c และกราฟิกออนชิปที่ใช้เป็น Radeon 880M แทน

ต่อมาก็มีการเปิดตัวชิปรุ่นรองในซีรีส์ตามมาเป็นระยะ ๆ ดังนี้

  • AMD Ryzen AI 7 350
  • AMD Ryzen AI 5 340
  • AMD Ryzen AI 5 330

แน่นอนว่าทั้งสามรุ่นย่อยนี้จะมาพร้อม CPU คอร์ Zen 5 + Zen 5c ด้านของ GPU ก็เป็นสถาปัตยกรรม RDNA 3.5 และใช้ NPU XDNA 2 ที่มีพลังในการประมวลผลเฉพาะ NPU เองสูงสุด 50 TOPS เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็จะมีจุดแตกต่างกันตามปกติคือในเรื่องจำนวนคอร์ ความเร็ว จำนวนคอร์ของ iGPU ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กสามารถเลือกนำไปใส่ในผลิตภัณฑ์ของตนได้หลากหลายขึ้น เหมาะกับเครื่องที่ออกแบบมาเป็น AI PC ยุคใหม่ที่นอกเหนือจาก CPU จะต้องทรงพลังแล้ว ยังต้องมีการจัดการพลังงานที่ดี iGPU ในตัวรองรับการประมวลผลกราฟิกได้ดีในระดับหนึ่ง และต้องมี NPU สมรรถนะสูงเพื่อใช้ในการทำงานด้าน AI ของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ ดังจะเห็นได้จากตอนนี้เราก็ได้เห็นโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 series ในราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 26,000 บาทเท่านั้น จากที่ในช่วงแรกจะมีแต่รุ่นที่ใช้ชิประดับท็อป ๆ ราคาเริ่มตั้งแต่ประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป นั่นจึงทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงพลังของชิปสถาปัตยกรรมใหม่ได้ง่ายขึ้นมาก

ซึ่งถ้าหากค้นหาว่าโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิป Ryzen AI 300 series มีรุ่นไหน ราคาเท่าไหร่บ้าง สามารถเข้าไปดูได้จากหน้าค้นหาของเว็บไซต์เราได้เลย หรือถ้าจะดูสเปคแบบละเอียดก็สามารถเข้าไปดูได้จากในหน้าเว็บไซต์ของ AMD ได้เช่นกัน

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

กระแสข่าวหลุดรอบล่าสุดเกี่ยวกับโรดแมป APU ของ AMD กำลังถูกพูดถึงหนัก เพราะประเด็นหลักมันกระทบตรง ๆ กับคนซื้อโน้ตบุ๊กและเครื่องพกพายุคใหม่: แหล่งข่าวหลุดอ้างว่า AMD จะยังคงใช้ iGPU สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 ใน APU กลุ่ม Entry และ Mainstream ไปยาวถึงปี 2029 ส่วน...

IT NEWS

ตลาดการ์ดจอในช่วงต้นปี 2026 ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากปัญหาต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูง โดยเฉพาะ GDDR6 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการ์ดจอระดับกลางถึงระดับสูง ส่งผลให้ผู้ผลิต GPU รายใหญ่ต้องเริ่มปรับกลยุทธ์ด้านไลน์อัปสินค้าอย่างจริงจัง ล่าสุดมีรายงานจาก ProHardVer ระบุว่า AMD อาจเลือกให้ความสำคัญกับ Radeon RX 9070 XT มากกว่า RX 9070 รุ่นธรรมดา เนื่องจากรุ่น XT...

IT NEWS

ในช่วงต้นปี 2021 วงการ CPU เริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเทคโนโลยี cache รูปแบบใหม่จาก AMD ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแนวทางการออกแบบ CPU ไปอย่างสิ้นเชิง และในช่วงกลางปีเดียวกันที่งาน Computex ทาง AMD ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเป็นทางการในชื่อ 3D V-Cache ซึ่งเป็นการนำ L3 cache มาซ้อนในแนวตั้ง (vertical stacking)...

CONTENT

CES 2026 ที่หลายแบรนด์มักจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงนำนวัตกรรมมาโชว์ในงาน โดยในรอบนี้ก็เป็นที่คาดการณ์ว่า AMD จะเปิดตัวชิปรุ่นใหม่สำหรับสายโมบายล์ นั่นคือ AMD Ryzen AI 400 series

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก