Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Sony อาจเตรียมพอร์ตเกมจาก PlayStation ลง Xbox และ Nintendo มากขึ้น

PlayStation exclusives

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Sony ได้เปลี่ยนกลยุทธ์จากการวางจำหน่ายเกมแบบ “Exclusive บน PlayStation เท่านั้น” มาสู่การทยอยพอร์ตเกมเหล่านั้นไปลงบน PC ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย ล่าสุดดูเหมือนว่าทิศทางนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ PC อีกต่อไป เพราะมีสัญญาณชัดเจนว่า Sony อาจกำลังพิจารณานำเกม PlayStation exclusives ลงแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Xbox และ Nintendo อย่างจริงจัง

Advertisement

จุดเริ่มต้นของแนวคิด “มัลติเพลตฟอร์ม”

ย้อนกลับไปในปี 2021 เกมเบสบอลชื่อดัง MLB The Show กลายเป็นเกมแรกที่ Sony ปล่อยลง Xbox ซึ่งในตอนนั้นถือว่าแปลกประหลาดในสายตาคนเล่นเกม เพราะ Sony เองเป็นผู้จัดจำหน่ายหลัก และเกมนี้เคยเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเครื่อง PlayStation เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่เกมนี้ข้ามฝั่งไปยัง Xbox ก็เพราะแรงกดดันจากเจ้าของลิขสิทธิ์ (MLB) มากกว่าจะมาจากความตั้งใจของ Sony เอง


Helldivers 2 เปิดประตูสู่นโยบายใหม่?

ล่าสุด Sony ได้ประกาศว่า Helldivers 2 ซึ่งเป็นเกมแนวยิงไซไฟแบบ Live Service จะเปิดให้เล่นบน Xbox Series S และ X ในเดือนหน้า ถือเป็นก้าวที่สำคัญมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่เกมกีฬาที่มีข้อบังคับเรื่องลิขสิทธิ์ แต่เป็นเกมจาก PlayStation Studios โดยตรง

เนื่องจากเกมแนว Live Service ต้องการฐานผู้เล่นจำนวนมากเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจในเกมสมดุล การเปิดให้เล่นบนหลายแพลตฟอร์มจึงอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ด้านธุรกิจและประสบการณ์ผู้เล่น


หลักฐานใหม่จากการประกาศรับสมัครงาน

สิ่งที่ทำให้แนวคิดมัลติเพลตฟอร์มของ Sony ดูมีมูลค่าขึ้นมาอีกขั้น คือการพบประกาศรับสมัครงานตำแหน่ง Senior Director of Multiplatform & Account Management ซึ่งระบุชัดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งจะมีหน้าที่ “กำหนดกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ระดับโลกของเกมจาก PlayStation Studios สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกประเภทที่ไม่ใช่ PlayStation โดยเฉพาะ Steam, Epic Games Store, Xbox, Nintendo และมือถือ”

หน้าที่นี้ยังครอบคลุมถึงการบริหารแผนรายได้กลาง-ยาว, การทำงานร่วมกับพันธมิตรแพลตฟอร์มต่างๆ และการขยายธุรกิจให้เกม PlayStation เข้าถึงผู้เล่นในทุกช่องทางเท่าที่จะเป็นไปได้


เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแนวทาง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Sony ต้องเปลี่ยนวิธีคิด คือ “ต้นทุนการพัฒนาเกม Triple-A ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ” รวมถึงเวลาที่ใช้ในการพัฒนาเกมก็ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจำกัดเกมไว้แค่บน PlayStation เท่านั้น อาจกลายเป็นการปิดกั้นรายได้ที่ควรจะเข้ามาอย่างไม่สมเหตุสมผล

Microsoft เองก็เคยเผชิญสถานการณ์คล้ายกัน และตัดสินใจเปลี่ยน Xbox ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มมัลติเพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเข้าถึงผู้เล่นให้ได้มากที่สุด และ Sony ก็ดูเหมือนจะกำลังเดินตามเส้นทางนั้นอยู่ในขณะนี้


Nintendo ยังยืนหนึ่งเรื่อง “ทางของฉัน”

แม้ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นเกมจาก PlayStation Studios ไปอยู่บน Xbox และ PC มากขึ้น แต่สำหรับแพลตฟอร์มอย่าง Nintendo นั้น อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเปิดรับแนวทางนี้ เพราะ Nintendo ยังยึดมั่นในระบบนิเวศของตนอย่างเหนียวแน่น และมักจะทำทุกอย่างในแบบ “ทางของฉัน” เสมอ


บทสรุป

การเปลี่ยนแนวทางของ Sony ครั้งนี้อาจกลายเป็นการปฏิวัติอีกครั้งในอุตสาหกรรมเกม เพราะหากผู้ผลิตเครื่องคอนโซลเริ่มเปิดเกมของตัวเองไปยังเครื่องของคู่แข่ง นั่นหมายถึงเส้นแบ่งระหว่างแบรนด์เกมต่างๆ จะเริ่มจางลง ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผู้เล่นทั่วโลกจะเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์มากที่สุด


อัปเดตล่าสุด: ยังไม่มีการประกาศเกมใดเพิ่มเติมที่จะลง Xbox หรือ Nintendo อย่างเป็นทางการนอกจาก Helldivers 2
น่าจับตา: หากเกมอย่าง Ghost of Tsushima, God of War หรือ Spider-Man ปรากฏตัวบน Xbox หรือ Switch จริงเมื่อใด เมื่อนั้นวงการเกมจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่นอน

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสินค้าไอทีชั้นนำในประเทศไทย นำเข้า SCUF Gaming อย่างเป็นทางการ เปิดตัว SCUF OMEGA Controller สาย E-Sport Officially Licensed สำหรับ PS5® จัดเต็ม 11 ปุ่มเสริม และ TMR Thumbsticks พร้อม...

Buyer's Guide

MacBook ไม่ว่าจะ Neo, Air หรือ Pro ถึงจะเหมาะกับการทำงานทุกแบบแถมฮาร์ดแวร์ก็ทรงพลังทั้งชิปเซ็ต, หน้าจอ, พอร์ตเชื่อมต่อ ฯลฯ ก็มีคุณภาพสูงพอให้ใช้งานได้นานหลายปี ยิ่งถ้ามีอุปกรณ์เสริมสักหน่อยยิ่งช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ว่าจะตอนนั่งประจำโต๊ะแล้วต่อหน้าจอแยกใช้เป็นพีซีหรือพกไปทำงานนอกสถานที่หรือพบลูกค้าก็ตาม แถมราคาอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตรายย่อยในตอนนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายสเปคและดีไซน์แถมให้ฟีเจอร์ใหม่ๆ มาใช้อีกเพียบ ดังนั้นถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนเริ่มเก่าแล้วอยากจะเปลี่ยนชิ้นใหม่ก็จ่ายได้ไม่แพงอีกด้วย ถึงจะชื่อว่าเป็นอุปกรณ์เสริม MacBook แต่มันก็ใช้งานกับอุปกรณ์อื่นอย่าง iPad, iPhone, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android รวมถึงโน้ตบุ๊ก...

PR-News

(กรุงเทพฯ / 17 ก.ย. 2569) – บริษัทโซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดหูฟังไร้สาย พร้อมขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ด้วยการเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด WH-CH730N และ WH-CH530 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟังเพลง การทำงาน การเรียนออนไลน์ การเดินทาง และการรับชมคอนเทนต์ โดยโซนี่เข้าใจถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกและการแสดงออกในแบบของตนเอง และมองว่าหูฟังในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแก็ดเจ็ตที่สะท้อนแฟชั่น สไตล์ และคาแรกเตอร์ของผู้ใช้งานได้อีกด้วย จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีสดใสที่สะท้อนความสนุกสนาน โทนสีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีคลาสสิก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์และตัวตนได้อย่างลงตัว โดย WH-CH730N มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ดีไซน์น้ำหนักเบาและพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพกพาและใช้งาน พร้อมมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ WH-CH530 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา มีสีสันให้เลือกหลากหลาย และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนาน พร้อมมอบประสบการณ์เสียงไร้สายที่สะดวกและใช้งานง่ายในแบบฉบับของโซนี่ Advertisement WH-CH730N หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ หูฟังไร้สาย WH-CH730N มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพดีควบคู่กับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Dual Noise Sensor เพื่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับเสียงเพลงหรือคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอารมณ์ยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์แบบครอบหูที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายตลอดวัน มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีออฟไวท์ (Off-white), สีชมพู (Pink), สีน้ำเงิน (Blue), สีดำ(Black) และสีเบจ (Beige) ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางเป็นประจำ คนทำงานแบบไฮบริด นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน พร้อมปรับโฉมใหม่ให้มีน้ำหนักเบาและสามารถพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งระหว่างการใช้งานและการพกพา นอกจากนี้ยังได้รับการยกระดับคุณภาพการสนทนา เพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมระบบชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 4.5 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการปรับแต่งเสียงได้อย่างเต็มรูปแบบตามความชื่นชอบของผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Sound Connect เพื่อให้เหมาะกับแนวเพลงและสไตล์การฟังของแต่ละคน ด้านการสนทนา WH-CH730N ช่วยให้เสียงพูดมีความคมชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ผสานการทำงานของไมโครโฟนแบบ Beamforming การจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนอย่างเหมาะสม และระบบลดเสียงรบกวนที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย LE Audio เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่น รองรับ Multipoint Connection สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง รวมถึง Fast Pair และ Swift Pair ช่วยให้การจับคู่และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โซนี่ชวน Gen Z เปิดประสบการณ์หูฟังโซนี่ตัวแรก...

PR-News

(กรุงเทพฯ / 24 ก.ค. 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สานต่อแนวคิด “Cinema is Coming Home” ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปทีวี BRAVIA และชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ นำโดย BRAVIA 9...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก