Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

CONTENT

3 สเปคที่ควรมี ถ้าจะซื้อโน้ตบุ๊กแรง ๆ ในปี 2024

ผ่านพ้นกลางปี 2024 มาแล้ว เชื่อว่าหลายคนก็กำลังเล็งจะซื้อโน้ตบุ๊กแรง ๆ หรือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่อยู่ และถ้าซื้อทั้งทีก็อยากให้ใช้ไปได้นานหลายปี มีประสิทธิภาพที่รองรับคุณสมบัติใหม่ ๆ ของระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์และเกมไปได้อีกยาว จะรับส่งข้อมูลอะไรก็รวดเร็ว ในบทความนี้จะมาแนะนำสเปค 3 ข้อที่ควรมี ในกรณีที่จะซื้อโน้ตบุ๊กแรง ๆ เครื่องใหม่ในปี 2024 นี้

ซื้อโน้ตบุ๊ก AMD Ryzen AI 300 series

ผ่านพ้นกลางปี 2024 มาแล้ว เชื่อว่าหลายคนก็กำลังเล็งจะซื้อโน้ตบุ๊กแรง ๆ หรือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่อยู่ และถ้าซื้อทั้งทีก็อยากให้ใช้ไปได้นานหลายปี มีประสิทธิภาพที่รองรับคุณสมบัติใหม่ ๆ ของระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์และเกมไปได้อีกยาว จะรับส่งข้อมูลอะไรก็รวดเร็ว ในบทความนี้จะมาแนะนำสเปค 3 ข้อที่ควรมี ในกรณีที่จะซื้อโน้ตบุ๊กแรง ๆ เครื่องใหม่ในปี 2024 นี้

Advertisement

cpu ai npu

CPU/APU มี NPU ที่เสริมพลังด้าน AI

เทรนด์ที่มาแรงที่สุดในโลกไอที ณ ขณะนี้ก็คือเรื่องของ AI ที่มีการนำมาใส่ในระบบต่าง ๆ เพิ่อเสริมการทำงานให้รวดเร็วขึ้น เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน เช่นในระบบปฏิบัติการอย่าง Windows 11 จาก Microsoft ก็จะมี Copilot ที่จะผลักดันสู่การเป็นแพลตฟอร์ม Copilot+ PC เพื่อทำให้เกิดเป็นยุค AI PC ขึ้นมา ฝั่งซอฟต์แวร์ที่เด่น ๆ ก็เช่น Adobe ที่ใส่ AI เข้ามาในหลายแอปพลิเคชัน อาทิ ระบบช่วย generate ภาพเพิ่มให้ใน Photoshop ระบบช่วยถอดเสียงเป็นข้อความของ Premiere Pro เป็นต้น ซึ่งแต่ละนักพัฒนาก็ทยอยปรับแต่งแอปของตนเองให้สามารถดึงพลังของ NPU จากใน CPU มาช่วยในการประมวลผลเชิง machine learning (ML) ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ถ้าหากใครต้องการซื้อโน้ตบุ๊กแรง ๆ เพื่อมาใช้ทำงานสายครีเอทีฟ ใช้งานที่ต้องการรีดประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงใช้เล่นเกมที่ต้องการสเปคสูง ก็ควรเลือกโน้ตบุ๊กที่ใช้ CPU รุ่นที่มี NPU สำหรับประมวลผลงาน AI แยกโดยตรง ซึ่งนอกจากจะได้พลังประมวลผลที่สูงขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ระบบสามารถทำงานได้เร็วขึ้น และใช้พลังงานน้อยลง ส่งผลให้สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้นด้วยอีกทาง

2024 06 03 9 51 13 scaled 1

ถ้าจะพูดถึง CPU โน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงซึ่งมาพร้อม NPU ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ก็จะเป็น AMD Ryzen AI 300 series ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Computex 2024 เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หนึ่งคือมาจากการเปลี่ยนชื่อซีรีส์เพื่อรองรับยุค AI แบบเต็มตัว อีกเรื่องที่ได้รับความสนใจก็คือการยกระดับประสิทธิภาพของ NPU แบบก้าวกระโดดจาก APU ตัวแรงรุ่นล่าสุดอย่าง AMD Ryzen 9 8945HS ที่มีพลังประมวลผลด้าน AI รวมทั้งชิปสูงสุดที่ 39 TOPS ขึ้นมาเป็น AMD Ryzen AI 9 HX 370 ที่มีพลังรวมสูงสุด 80 TOPS และถ้าเจาะรายละเอียดลงไปอีก พบว่าเฉพาะส่วนของ NPU สถาปัตยกรรม XDNA 2 เองก็มีพลังประมวลผล AI สูงสุดถึง 50 TOPS เข้าไปแล้ว ซึ่งสูงกว่า AMD Ryzen 9 8945HS ทั้งชิปซะอีก

นอกจากนี้ ในอนาคต Microsoft ก็จะเปิดแพลตฟอร์ม Copilot+ PC ให้รองรับกับ CPU จากค่ายอื่นนอกเหนือจาก Snapdragon ด้วย ซึ่งหนึ่งในเกณฑ์ขั้นต่ำก็คือตัว NPU ในชิปประมวลผลจะต้องมีพลังในการคำนวณด้าน AI ไม่ต่ำกว่า 40 TOPS ทำให้ชิปในตระกูล AMD Ryzen AI 300 Series ผ่านเกณฑ์แบบสบาย ๆ และเตรียมใช้งานระบบ AI จาก Windows 11 ได้แบบเต็มสตรีม ซึ่งตัวอย่างของฟีเจอร์ที่ต้องอาศัยพลัง AI ก็เช่น การอัปสเกลเพื่อเพิ่มความคมชัดของภาพแบบอัตโนมัติ โดยที่ใช้พลังในการเรนเดอร์ของ GPU น้อยลง ฟีเจอร์ช่วยเสริมการวาดภาพ การตกแต่งภาพ เป็นต้น

และ AMD Ryzen AI 300 series ก็ยังมีเทคโนโลยี AMD Ryzen AI ที่เปรียบเสมือนตัวเชื่อมระหว่างแอปพลิเคชันกับ NPU ของ APU ได้อย่างลงตัว ซึ่งจะทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างและใช้งานโมเดล LLM บน NPU ได้โดยตรงแบบไม่ต้องไปรบกวนพลังของ CPU และ GPU เลย ซึ่งตรงนี้ AMD ก็มีการขยายความร่วมมือกับนักพัฒนาทั้งตัวแพลตฟอร์มด้าน AI และนักพัฒนาอยู่ตลอด เพื่อให้สามารถรีดประสิทธิภาพของ AI ได้แบบเต็มศักยภาพที่สุด

ASUS Zenbook 14 OLED 27 Large

จอความละเอียดสูง ภาพสวย ดีเทลคม

หน้าจอคือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องให้ความสำคัญเกือบตลอดเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์ ดังนั้นถ้าต้องการซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ที่สเปคแรง ๆ สามารถใช้ทำงานสายกราฟิก สายครีเอทีฟ รวมถึงการเล่นเกม ก็ควรเลือกโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอความละเอียดสูง สีสันสวยงาม แม่นยำ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามและใกล้เคียงกับมาตรฐานค่าสีที่สุด ซึ่งนอกเหนือจากจะได้ภาพที่ดีแล้ว ยังทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ในแบบเดียวกับที่ผู้ผลิตคอนเทนต์หรือเกมต้องการสื่อสารอีกด้วย

ดังนั้นหากต้องการเลือกซื้อโน้ตบุ๊กในปี 2024 ก็ควรเลือกรุ่นที่มาพร้อมหน้าจอที่มีคุณสมบัติขั้นต้นดังนี้

  • สำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง
    • ควรเลือกจอความละเอียดขั้นต่ำระดับ Full HD (1920×1080)
    • รีเฟรชเรตขั้นต่ำ 144Hz
    • ค่าสี 99% sRGB หรือ DCI-P3 90% ขึ้นไป แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะแจ้งค่าไหนไว้
    • มีเทคโนโลยีการซิงค์ภาพ
  • สำหรับโน้ตบุ๊กทำงาน โน้ตบุ๊กสายครีเอเตอร์ โน้ตบุ๊กงานกราฟิก งานตัดต่อ
    • ควรเลือกจอความละเอียดขั้นต่ำระดับ 2K ขึ้นไป
    • รีเฟรชเรต ถ้าใช้ทำงานจะไม่เน้นมาก 60Hz ก็ไหว หรือถ้าสูงกว่านั้นก็มักจะอยู่ที่ 90 กับ 120Hz
    • ค่าสี sRGB 100% ขึ้นไป หรือ DCI-P3 90% ขึ้นไป หรือ NTSC 72% ขึ้นไป แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะแจ้งค่าไหนไว้
    • ถ้ามีระบุว่าผ่านการรับรองค่าสีจาก PANTONE, Adobe, Calman หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการแสดงผล มาตรฐานสีก็ยิ่งเป็นแต้มบวกขึ้นไปอีก
    • ค่าความสว่าง ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมขณะใช้งาน ถ้าต้องใช้ในบริเวณที่มีแสงมาก ก็อาจต้องดูรุ่นที่มีความสว่างสูงสุด 400 nits ขึ้นไป

ส่วนพาเนลจอ ตอนนี้โน้ตบุ๊กสเปคแรงรุ่นหลัก ๆ ในท้องตลาดก็มักจะให้มาเป็น IPS, OLED และ Mini-LED ซะเป็นส่วนใหญ่ ก็สามารถเลือกได้ตามชอบและตามงบที่มีได้เลย

ScreenShot 6 29 2024 61275

อย่างไรก็ตาม สำหรับสายโน้ตบุ๊กทำงาน โน้ตบุ๊กสายครีเอเตอร์รุ่นที่ผู้ผลิตใส่สเปคมาแบบไม่เน้นการเล่นเกม โดยจะอาศัยพลังประมวลผลกราฟิกจาก GPU ที่อยู่ในตัว CPU/APU แทน โดยคำที่ผู้ใช้ทั่วไปคุ้นเคยก็คือ Integrated GPU (iGPU) ซึ่งเมื่อหน้าจอมีความละเอียดสูง รีเฟรชเรตค่อนข้างสูง ทำให้ต้องอาศัยพลังของ iGPU ที่เพียงพอสำหรับใช้เรนเดอร์ภาพ รวมถึงในบางครั้งก็ต้องมาช่วยในการประมวลผลบางงานด้วยอีก จึงมีความจำเป็นที่ควรเลือกซื้อโน้ตบุ๊กที่มี iGPU ประสิทธิภาพสูง เพื่อให้รองรับการใช้งานได้แบบไม่มีสะดุด และสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้นานไปพร้อมกัน

ในจุดนี้ AMD ก็พร้อมมาก ๆ ด้วยพลังจาก AMD Radeon 800M Series ที่จะมาใน AMD Ryzen AI 300 Series ซึ่งเตรียมวางขายในช่วงครึ่งปีหลังนี้แน่นอน ด้วยการปรับตั้งแต่ระดับสถาปัตยกรรมมาใช้ RDNA 3.5 ที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น ทั้งยังสามารถอัดจำนวนคอร์กราฟิก (CU) ได้เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 16 คอร์อีกด้วย

ScreenShot 6 18 2024 44224

อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดเรื่องสเปคอาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่ แต่จากข้อมูลผลการทดสอบประสิทธิภาพ iGPU ที่มีออกมาหลังงานเปิดตัว อันนี้ต้องบอกเลยว่าน่าประทับใจมาก เพราะ AMD Radeon 890M ที่เป็น iGPU ในตัวของ AMD Ryzen AI 9 HX 370 สามารถทำคะแนนการทดสอบในหลาย ๆ ตัวได้เทียบเท่ากับชิปกราฟิกแยกที่อยู่ในโน้ตบุ๊กระดับราคา 20,000 กลาง ๆ ขึ้นไปได้เลย ดังนั้นจึงหายห่วงในเรื่องการใช้งานกับจอความละเอียดสูง รีเฟรชเรตสูง แถมยังใช้เล่นเกมในยามว่างได้อีกด้วย จะมีก็เรื่องแรมของระบบที่อาจจะต้องใส่ไปมากกว่า 16GB ซักหน่อย เพื่อให้ระบบสามารถแชร์แรมไปให้ iGPU ได้เต็มที่ โดยที่แรมสำหรับระบบยังเพียงพอกับการรัน OS และเกมอยู่

ScreenShot 6 29 2024 61744

พอร์ตที่ควรมี: USB4

นอกเหนือจากสเปคของ CPU และ GPU ที่จะทำให้สามารถใช้งานโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง หน้าจอสวย ๆ ได้อย่างเต็มที่แล้ว เรื่องพอร์ตเชื่อมต่อก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเสริมการทำงาน เพิ่มความสะดวกให้ไม่แพ้กัน ซึ่งถ้าเป็นยุคนี้แล้วก็คงต้องพูดถึงพอร์ตอย่าง USB4 ที่เป็นการอัปเกรดจาก USB 3 ในทุก ๆ ด้าน โดยที่ยังคงใช้หน้าตาเป็นแบบ USB-C เช่นเดิม ส่วนคุณสมบัติของ USB4 เวอร์ชัน 1.0 มีดังนี้

  • ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 40 Gbps (9.6 GB/s) ซึ่งเร็วกว่า USB 3.2 ถึงสองเท่า
  • สามารถเพิ่มความเร็วได้สูงสุดตามทฤษฎีถึง 120 Gbps
  • รองรับการทำงานร่วมกับ USB เวอร์ชันก่อนหน้าได้ทั้งหมด และทำงานได้กับ Thunderbolt 3
  • สามารถส่งสัญญาณภาพผ่านโปรโตคอล DisplayPort ได้
  • รองรับการจ่ายไฟผ่านสายแบบ USB-PD ได้สูงสุด 240W (48V 5A) ในโหมด Extended Power Range

ซึ่งสิ่งที่จะได้ก็คือพอร์ต USB-C ที่สามารถใช้งานได้แบบครอบคลุมมาก ๆ ทั้งใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อถ่ายโอนข้อมูล เสียบสายชาร์จเพื่อจ่ายไฟเข้าเครื่อง ใช้ต่อภาพขึ้นจอนอกหรือจอทีวี ใช้ต่อ eGPU ที่รับส่งข้อมูลผ่าน Thunderbolt (ควรตรวจสอบรายละเอียดว่าแต่ละรุ่นสามารถใช้งานได้หรือไม่อีกที) รวมถึงสามารถซื้อ USB-C Hub มาเพื่อเชื่อมต่อหลาย ๆ อุปกรณ์ผ่านพอร์ตเดียวได้แบบสะดวกมาก

ASUS Zenbook 14 OLED 44 Large

ณ ขณะนี้ กลุ่มโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสเปคแรง ๆ ที่มีขายในไทยหลายรุ่นก็มีการใส่พอร์ต USB4 มาให้บ้างแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องราคา 40,000 บาทขึ้นไป ทำให้ถ้าหากต้องการซื้อโน้ตบุ๊กแล้วกะใช้งานอีกหลายปี ก็ควรเล็ง ๆ พอร์ต USB4 ไว้เผื่อไปด้วยเลยก็ดี ซึ่งตอนนี้ถ้าจะมีก็มักให้มาที่ 1 พอร์ตเป็นหลัก ส่วนช่องอื่น ๆ ก็มักเป็น USB 3.2 และ USB 2.0 ที่ยังมีให้มาอยู่บ้าง

ซึ่งในเรื่องของประเภทพอร์ต USB ก็จะสอดคล้องกับสเปคของ CPU ด้วย อย่างใน AMD Ryzen AI 300 Series ก็จะมีระบุไว้ที่หน้าเว็บไซต์ AMD ว่ารองรับ USB ต่าง ๆ ดังนี้

  • USB4 (40 Gbps) 2 พอร์ต
  • USB 3.2 Gen 2 (10 Gbps) 2 พอร์ต
  • USB 2.0 (480 Mbps) 4 พอร์ต

ดังนั้นถ้าหากเลือกซื้อโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดของ AMD ที่น่าจะเริ่มมีวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ก็สบายใจได้เลยกับเรื่องพอร์ต USB เพราะตัวแพลตฟอร์มจะรองรับการทำงานที่ประสิทธิภาพระดับสูงสุดเท่าที่สามารถทำได้แน่นอน ที่เหลือก็จะขึ้นอยู่กับทางผู้ผลิตเครื่องว่าจะใส่ให้มาหรือไม่ ใส่ให้มากี่ช่องบ้าง

ส่วนเรื่องอุปกรณ์เสริม ในตอนนี้ก็สามารถหาซื้อสาย USB4 ได้ง่ายขึ้นมากแล้ว โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ในราคาหลักร้อยเท่านั้น ซึ่งถ้าจำเป็นต้องซื้อสาย USB-C ไว้ใช้งานระยะยาวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้ถ่ายโอนข้อมูลหรือใช้ชาร์จโน้ตบุ๊ก ชาร์จมือถือก็ตาม จะลองซื้อสาย USB4 มาใช้ก็ดีครับ รับรองว่าวิ่งเต็มแบนด์วิธแน่

3specs laptop amd

สรุป 3 สเปคที่ควรมีในการซื้อโน้ตบุ๊กแรง ๆ ในปี 2024

หากใครมีแผนจะซื้อโน้ตบุ๊กทำงาน โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง โน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงเครื่องใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ จะมีสเปคอยู่ 3 ข้อที่ควรมี ได้แก่

  • CPU ที่มาพร้อม NPU เพื่อการประมวลผล AI
  • จอความละเอียดสูง ภาพสวย
  • พอร์ต USB4

ซึ่งแน่นอนว่าโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ ที่จะมาพร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen AI 300 Series ก็น่าจะมีทั้งสามข้อนี้แบบครบถ้วน เพื่อทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะใช้ทำงานทั่วไป ใช้งานที่ต้องอาศัยประสิทธิภาพระดับสูง ใช้งานด้านกราฟิก วิดีโอ ไปจนถึงการเล่นเกมระดับ AAA ได้อย่างลงตัว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ตลาดเครื่องเล่นเกมพกพา (Handheld Gaming Console) กำลังร้อนระอุ และมีข่าวการแข่งขันออกมาอย่างต่อเนื่อง และแฟนๆ ต่างเฝ้ารอคอยการมาของ Steam Deck 2 จากทาง Valve อย่างใจจดใจจ่อ ล่าสุดมีข้อมูลหลุดที่น่าสนใจอย่างมากจากฐานข้อมูลผลทดสอบประสิทธิภาพ OpenBenchmarking ปรากฏชื่อชิปประมวลผล Engineering Sample รุ่นใหม่ภายใต้รหัสพัฒนาของ AMD ซึ่งถูกคาดหมายว่าอาจเป็นชิป APU ขุมพลังหลักที่จะนำมาใช้ในเครื่องเกมรุ่นถัดไป...

Special Story

ชิปเซ็ต NVIDIA RTX Spark ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ยุคที่ผู้คนหันมาใช้ AI Model ต่างๆ เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานยุ่งยากและเรื่งจิปาถะในชีวิตประจำวันลงไป ไม่ว่าจะเป็น Chatbot หรือ Agent Model ก็ตาม ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับงานและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ได้มากขึ้น แถมลดชั่วโมงการทำงานจากหลักร้อยหรือพันชั่วโมงให้เหลือไม่กี่สิบชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรีเซ็ต Token ให้งานสะดุดอีกด้วย ซึ่งชิปเซ็ตตัวนี้ NVIDIA เคลมว่ามันรองรับโมเดลขนาดใหญ่ถึง 120B (120...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก