Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Tips & Tricks

สเต็ปง่าย ๆ ล้างประวัติการเดินทาง ใน Google Maps เพิ่มความเป็นส่วนตัว แถมปลอดภัยจากคนข้าง ๆ

jgotjgtottgg

ในยุคนี้เพียงแค่มี Google Maps เดินทางไปไหนมาไหนได้ง่าย ๆ แถมสะดวกสบายมาก ๆ เพราะ Google Maps มีฟีเจอร์ให้เราเลือกใช้มากมาย ทั้งยังมีการแบ่งหมวดหมู่สถานที่ให้เราได้เลือกได้ตามต้องการ โดยเฉพาะกับใครที่ชอบเดินทาง Google Maps ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก และหลาย ๆ คนคงทราบกันแล้วว่าการที่เราใช้ Google Maps ผ่านสมาร์ทโฟนของเรานั้น ก็จะมีการเปิดให้ Google Maps เข้าถึงข้อมูลการเดินทาง และทำการบันทึกประวัติไว้ ซึ่งถือเป็นข้อดีที่เราสามารถดูได้ว่าเราไปไหนมาไหนมาแล้วบ้าง แต่ถ้าเกิดกรณีที่บางคนนั้น เวลาไปไหนมาไหนแล้วไม่ได้บอกคนข้าง ๆ หรือครอบครัวให้รับรู้ เคราะห์กรรมก็อาจจะเกิดกับเราได้ถ้าหากเขาเหล่านั้นเข้ามาดูประวัติการเดินทางของเรา

Advertisement

ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำเคล็ดไม่ลับ ฉบับง่าย ๆ ในการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้เราด้วยการล้างประวัติการเดินทางใน Google Maps มาฝากกัน

เริ่มต้นให้เราเปิดแอพพลิเคชั่น Google Maps ของเราขึ้นมา >> ไปที่รูปโปรไฟล์ Google ของเรา แล้วเลือก ‘Settings’

98922ED8 B673 45A6 9D04 72ED226310F4

จะปรากฏหน้า Settings ให้เราเลื่อนลงมาจนถึงเมนู ‘Account Settings’ เลือก ‘Personal Content’ >> เลื่อนลงมาแล้วเลือก ‘Delete Location History Range’ (เมื่อเข้ามาแล้วจะปรากฏตัวเลือกให้เราได้เลือกลบประวัติการเดินทางตามช่วงเวลา) >> ‘Delete’

A3FA5950 D614 4423 80AC CD47E57952CC

 

533F353D 9824 458B 8670 52174B661323

ในกรณีที่เราอยากจะตั้งค่าให้ระบบทำการลบประวัติของเราแบบอัตโนมัติก็สามารถทำได้โดยในหน้า ‘Personal Content’ >> เลือก ‘Automatically delete Location History’ ซึ่งในหน้านี้ก็สามารถเลือกตั้งเวลาการลบประวัติการเดินทางแบบอัตโนมัติได้เลย

A3FA5hgghh

 

35013D24 6276 4CB9 A39C 5F3B6195CAEC

เพียงขั้นตอนง่าย ๆ เท่านี้เราก็สามารถล้างประวัติการเดินทางของเราใน Google Maps ได้แล้ว นอกจากจะปลอดภัยจากคนข้าง ๆ ก็ยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้เราได้มากขึ้นอีกด้วย

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ยุคนี้พอต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วหาเวลาเพื่อเรียนภาษาใหม่เพิ่มไม่ทัน ก็ต้องพึ่งพลังเทคโนโลยีอย่างหูฟังแปลภาษามาช่วยให้ติดต่อคุยงานกันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งหูฟังเหล่านี้จะทำงานร่วมกับแอพฯ ของผู้ผลิตและใช้ AI ช่วยจับประโยคและสำเนียงของคู่สนทนาแล้วแปลเป็นภาษาให้เราเข้าใจได้ง่ายและเร็วระดับ Real-time ด้วยชิปเซ็ตกับอัลกอริธึ่มแบบใหม่ในตัวที่ทางผู้ผลิตพัฒนามันต่อยอดต่อเนื่องให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมและใช้งานได้นานขึ้นด้วย พอหมดเวลาทำงานแล้วหูฟังเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากหูฟัง True Wireless ทั่วไปในชีวิตประจำวันเพราะมันแชร์พื้นฐานร่วมกันหมดทั้งการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 1-2 เครื่องและสลับใช้งานได้สะดวก แถมบางรุ่นรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงและมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกในตัว แถมมีได้ไมโครโฟนคุณภาพดีไว้ใช้โทรพูดคุยกับผู้อื่นได้สะดวกรวดเร็วขึ้น หรือถ้าเน้นเรื่องการแปลภาษาเป็นหลักก็มีแบรนด์ที่เน้นการแปลภาษาให้เลือกเช่นกันAdvertisement เรื่องควรทราบก่อนซื้อหูฟังแปลภาษามาใช้งาน...

IT NEWS

Google ประกาศปรับรอบการออกเวอร์ชันของ Chrome ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนจากเดิมที่ออก milestone ใหม่ทุก 4 สัปดาห์ มาเป็นทุก 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ การแก้บั๊ก และการปรับปรุงประสิทธิภาพมาไวขึ้นกว่าที่เคย ขณะที่ฝั่งนักพัฒนาเว็บก็จะต้องปรับตัวกับจังหวะการอัปเดตที่เร็วขึ้นตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “เร่งปล่อยอัปเดต” แบบผิวเผิน แต่สะท้อนให้เห็นว่า Google...

IT NEWS

QuickLens กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงจากส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่สุดท้ายกลับถูกใช้เป็นช่องทางปล่อยมัลแวร์ใส่ผู้ใช้จริง ข่าวนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ QuickLens ไม่ใช่ส่วนขยายเถื่อนที่เพิ่งโผล่มาแบบไร้ที่มา แต่เป็น extension ที่เคยใช้งานได้จริง มีผู้ใช้สะสมหลายพันราย และเคยได้รับความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งมาก่อน ประเด็นสำคัญคือ หลังจากตัวส่วนขยายเปลี่ยนมือ มันถูกอัปเดตจนกลายเป็นเครื่องมือโจมตีผู้ใช้เต็มรูปแบบ ทั้งการแสดงหน้าหลอกให้อัปเดตปลอมแบบ ClickFix การขโมยข้อมูลล็อกอิน การดักข้อมูลแบบฟอร์ม และการพยายามเข้าถึงกระเป๋าคริปโตหลายบริการในเครื่องของเหยื่อAdvertisement QuickLens คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับส่วนขยายตัวนี้ เดิมที...

IT NEWS

Google ปล่อยอัปเดตฉุกเฉิน เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ zero-day ใน Chrome รหัส CVE-2026-2441 หลังยืนยันว่า “มี exploit ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง (in the wild)” และเริ่มทยอยปล่อยเวอร์ชันแก้ไขให้ผู้ใช้บน Stable Desktop แล้ว บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ว่าช่องโหว่นี้คืออะไร กระทบใคร เวอร์ชันไหนปลอดภัย และควรอัปเดตอย่างไร...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก