Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

INTEL

[Intel] ลงทุนเต็มเหนี่ยวกับโครงการสุดล้ำ ด้วยการผสมผสานความเสมือนจริงที่ใช้ชื่อว่า “Project Alloy VR”

ตอนนี้นั้นเรากำลังเข้าสู่ยุคที่การสร้างภาพเสมือนจริงเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ ครับ จะเห็นได้ว่าบริษัททางด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ หลายบริษัทต่างก็เข้ามาในธุรกิจนี้กันอย่างเต็มที่แล้ว แน่นอนว่ายักษ์ใหญ่

ตอนนี้นั้นเรากำลังเข้าสู่ยุคที่การสร้างภาพเสมือนจริงเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ ครับ จะเห็นได้ว่าบริษัททางด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ หลายบริษัทต่างก็เข้ามาในธุรกิจนี้กันอย่างเต็มที่แล้ว แน่นอนว่ายักษ์ใหญ่ของวงการอย่าง Intel นั้นต้องไม่พลาดที่จะเข้ามาในธุรกิจยี้แน่นอนแต่ในเมื่อเข้ามาช้ากว่าเขาหน่อยก็ต้องจัดให้เหนือกว่าด้วยอุปกรณ์ที่ผสมผสานความเหมือนจริงเต็มรูปแบบที่ทาง Intel ใช้ชื่อในการพัฒนาว่า “Project Alloy VR” ครับ

intel-project-alloy-vr-600-01

Advertisement

“Project Alloy” ของทาง Intel นั้นจะเหนือกว่าคู่แข่งด้วยการที่มันเป็นอุปกรณ์สร้างประสบการณ์แบบผสมผสานความเสมือนจริงหรือที่เรียกว่า “merged reality” ซึ่งทาง Intel ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการนี้กับทาง Microsoft โดยจะมีจุดเด่นอยู่ที่อุปกรณืสวมศรีษะสำหรับสร้างภาพเสมือนจริงของ “Project Alloy” นั้นไม่ต้องเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลเพราะบนตัวอุปกรณ์สวมศรีษะนั้นจะมาพร้อมกับชิปหน่วยประมวลผลภาพเสมือนจริงถึง 2 ตัวด้วยกันครับ

ยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นนะครับบนอุปกรณ์สวมศรีษะของ “Project Alloy” ยังจะมีกล้องที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี  Intel RealSense 3D เอาไว้อยู่พร้อมกันนี้ยังมีแบตเตอรี่ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ในตัวและที่เหนือไปกว่านั้นก็คืออุปกรณ์สวมศรีษะสำหรับสร้างภาพเสมือนจริงจากโครงการ “Project Alloy” นั้นยังมาพร้อมกับซอต์แวร์โฮโลแกรมของ Microsoft อีกด้วยหล่ะครับ(ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์สวมศรีษะเครื่องแรกของโลกที่มากับโปรแกรมนี้)

intel-project-alloy-vr-600-02

หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วเจ้า “Project Alloy” นั้นเป็นอุปกรณ์สร้างประสบการณ์แบบผสมผสานความเสมือนจริงหรือที่เรียกว่า “merged reality” อย่างไร ซึ่งคำตอบตรงนี้นั้นคุณ Lauren Goode หนึ่งในบรรณาธิการของ The Verge ได้เข้าไปสัมผัสกับเครื่องต้นแบบของ “Project Alloy” แบะนี่คือประสบการณ์ “merged reality” ที่คุณ Lauren ได้รับกลับมาครับ

  • ในตอนต้นเลยที่เริ่มใช้อุปกรณ์ดังกล่างนี้นั้นนอกจากโลกเสมือนจริงที่โปรแกรมสร้างขึ้นแล้ว คุณ Lauren ยังสามารถที่จะมองเห็นวัตถุของจริงภาพนอกได้อีกด้วย(ซึ่งปกติแล้วนั้นหากเราสวมอุปกรณ์สำหรับสร้างภาพเสมือนจริงอยู่จะไม่สามารถมองเห็นได้) ที่สามารถเห็นวัตถุภาพนอกได้ในขณะที่สวมอุปกรณ์นั้นก็เนื่องมาจากว่ากล้อง RealSense จะทำการจัภาพจากวัตถุภายนอกมาให้ได้เห็นครับ
  • สำหรับความรู้สึกแรกสัมผัสของ “Project Alloy” นั้นจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง augmented reality หรือการเติมความเป็นจริงที่ได้รับจาก HoloLens กับ virtual reality  หรือการสร้างภาพ(โลก) เสมือนจริง ที่ได้รับจาก Oculus Rift(หรืออุปกรณ์ VR อื่นๆ) ครับ
  • ในการทดลองใน ด้วยความที่ “Project Alloy” ยังคงทำให้เห็นวัตถุจากโลกความเป็นจริงอยู่ ดังนั้นหากมีใครก็ตามยื่นกระดาษมาให้ Lauren คุณ Lauren ก็สามารถที่จะรับกระดาษนั้นมาได้แล้วใช้ปากกาเสมือนที่อยู่ในโลกเสมือนทำการเขียนข้อความลงไปในกระดาษแผ่นนั้น(ซึ่งข้อความที่เขียนจะไม่ไปปรากฎในโลกของความเป็นจริงเนื่องจากถูกเขียนในโลกเสมือน)
  • ไม่เพียงแค่กระดาษเท่านั้น วัตุอื่นๆ ที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงสามารถที่จะโผล่เข้ามาในโลกเสมือนได้เช่น นาฬิกาหรือโทรศัพท์ และวัตถุต่างๆ เป็นต้น โดยเธอสามารถที่จะเช็คมันได้เหมือนอยู่ในโลกของความจริง(ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือคุณ Lauren สามารถที่จะถ่าย Selfie ตัวเองในตอนที่เธออยู่ในโลกเสมือนได้

intel-project-alloy-vr-600-03

  • “Project Alloy” มาพร้อมกับความปลอดภัยที่มากกว่าอุปกรณ์สวมศรีษะสำหรับสร้างภาพเสมือนจริงอื่นๆ เพราะเวลาใช้งานนั้นคุณจะยังคงมองเห็นสิ่งที่เป็นของจริงในโลกของความจริงอยู่
  • เหนือสิ่งอื่นใดเลยก็คือ “Project Alloy” นั้นได้ทำลายขีดจำกัดของการใช้งานจอยคอลโทลเลอร์และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงออกไปเนื่องจากว่า “Project Alloy” นั้นสามารถที่จะมองเห็นอุปกรณ์ภาพนอกในโลกเสมือนจริงได้ทำให้เวลาใช้งานนั้นไม่จำเป็นที่จัต้องติดเซ็นเซอร์ตรวจจับมากมายเอาไว้กับตัว รวมไปถึงไม่จำเป็นต้องใช้คอนโทรเลอร์เฉพาะเพื่อสร้างการตอบสนองในการใช้งานอีกด้วย
  • ถึงแม้จะมีข้อดีแต่ทว่ามันก็มีข้อเสียอยู่(ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทาง Intel ยังคงกำหนดสถานะของ “Project Alloy” เป็นเพียงเครื่องต้นแบบเท่านั้น) คือมันไม่ได้ขนาดพอดีกับรูปศรีษะของคุณ Lauren ขณะใช้งานแถมน้ำหนักของมันก็ค่อนข้างมากคืออยู่ที่ราวๆ 750 g ซึ่งทำให้ผู้หญิงอย่างคุณ Lauren รู้สึกได้ถึงความหนักเมื่อสวมใส่
  • จุดที่ยังคงเป็นข้อเสียใหญ่มากเลยก็คือเมื่อสวมใส่ “Project Alloy” นั้นเวลามองเห็นวัตถุจากโลกแห่งความจริงแล้ว หากวัตถุนั้นเป็นวัตถุที่มีความละเอียดมากๆ สิ่งที่คุณจะเห็นจะเป็นจุด pixel อย่างเห็นได้ชัดตัวอย่างเช่นผู้คนที่อยู่ในโลกของความจริง โดยคุณ Lauren ได้บอกเอาไว้ว่าหากคนๆ นั้นไม่เคลื่อนไหวก็จะยังดูดีอยู่แต่หากคนๆ นั้นเคลื่อนไหวเมื่อไรจุด pixel จะปรากฎให้เห็นทันที(ตรงจุดนี้นั้นคุณ Lauren ได้เสริมอีกว่าในการใช้งานในโลกจริงๆ แล้วหล่ะก็น่าจะเกิดปัญหาจุด pixels เต็มจอไปหมดอย่างแน่นอน)

อย่างที่คุณ Lauren บอกครับ “Project Alloy” ยังค่อนข้างที่จะเป็นเครื่องต้นแบบมากเลยทีเดียว แต่ทว่าถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เครื่องต้นแบบแต่มันก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ในเครื่อง “Project Alloy” รุ่นต้นแบบนั้นใช้หน่วยประมวลผล Intel Core สถาปัตยกรรม Skylake และกล้อง RealSense รุ่น R200 ซึ่งคาดว่าในปี 2017 ฃ่วงกลางปีที่จะมีการเปิดตัว “Project Alloy” อย่างเป็นทางการนั้นมันน่าจะถูกอัพเกรดไปใช้ Kaby Lake พร้อมกล้องรุ่น R400 และกราฟิกการ์ดแบบแยกครับ

ที่มา : theverge

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กพร้อมจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 series หากเล่นเกมออนไลน์ทั่วไปหรือใช้หน้าจอความละเอียด 1080p ก็ยังเลือกซื้อรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากซึ่งเคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ได้แล้ว แต่ถ้าพร้อมทุ่มงบสักหน่อยให้ได้รุ่นสเปคดีขึ้นจนใช้แทนพีซีได้ก็มีตัวเลือกอีกมากและลดความยุ่งยากเวลาต้องจัดสเปคหรือประกอบเครื่องไปได้มาก ยิ่งถ้าต่อหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเพิ่มอีกหน่อยก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งเกมมิ่งโน้ตบุ๊กราคาเกิน 50,000 บาทขึ้นไปในตอนนี้ดีพอให้ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้หมดบนความละเอียด QHD ไม่ว่าจะใช้เพียง NVIDIA DLSS Upscaling หรือใช้ Frame generation เสริมก็เล่นบนความละเอียด...

รีวิว MSI

MSI Modern 16S AI+ G3M โน้ตบุ๊คทำงานฟีเจอร์แน่นถึงใจ ดีไซน์เรียบหรูดูแพง ใช้งานดีแบตทนถึงใจ 12 ชม. ไม่ต้องง้อสายชาร์จ!! MSI Modern series เป็นโน้ตบุ๊คเพื่อวัยทำงานราคาประหยัดจากผู้ผลิตเกมมิ่งโน้ตบุ๊คชั้นนำของโลกซึ่งตอนนี้มี MSI Modern 16S AI+ G3M เป็นรุ่นสูงสุดของซีรีส์ก่อนจะข้ามไปเป็น Venture หรือ Prestige...

Buyer's Guide

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กในยุคราคาหน่วยความจำแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนราคาโน้ตบุ๊กสูงขึ้นแบบนี้ นอกจากทำให้ตัดสินใจซื้อยากแล้วยังดึงให้ราคาชิ้นส่วนต่างๆ สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้จนหลายคนที่จำเป็นต้องซื้อถึงกับต้องคิดก่อนจ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทางออกมีสองอย่างคือเลือกรุ่นสเปครองราคาเข้าถึงได้ แต่สเปคก็ยังไม่น่าประทับใจนักหรือไม่ก็ลงทุนเพิ่มเงินอีกหน่อยไปซื้อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นติดตั้งจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series อย่างในตอนนี้ถึงราคาจะแพงขึ้นแล้วแต่ก็ยังพอซื้อหามาเป็นเจ้าของได้อยู่เช่นกัน กลับกันบางคนอาจมองว่าถ้าราคาเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแพงอย่างนี้ก็ประกอบพีซีสเปคเริ่มต้นมาใช้แล้วไล่อัพเกรดไปเรื่อยๆ ดีกว่า ในแง่ความคุ้มค่าระยะยาวก็ถูกต้องแต่ก็ต้องใช้พื้นที่ระดับหนึ่ง อย่างถ้าใครอยู่บ้าน, คอนโดมิเนียมหรือหอพักแล้วห้องมีขนาดเล็กยังไงโน้ตบุ๊กก็ยังกินพื้นที่น้อยกว่าแล้วยังต่อเกมมิ่งเกียร์และหน้าจอใช้เป็นคอมตั้งโต๊ะได้เหมือนกันและชิปเซ็ตของโน้ตบุ๊กในหลายปีมานี้ก็ทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ จนไม่น้อยหน้าฝั่งพีซีแล้วด้วยซ้ำAdvertisement เรื่องควรรู้ก่อนซื้อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่มาใช้งาน 7 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กน่าโดน รวมมิตรรุ่นเด็ดสเปคดีเล่นเกมลื่น 1. Lenovo LOQ...

รีวิว Asus

ASUS ROG Strix G18 G815LR โน้ตบุ๊คเกมมิ่งตัวแรง ใช้งานดีไม่แพ้เรือธงกับราคาเข้าถึงง่ายกว่า ฟีเจอร์มาครบพร้อมใช้อัพเกรดง่าย ใช้เป็นเครื่องหลักได้อีกหลายปี! เกมมิ่งโน้ตบุ๊คจาก ASUS ตระกูล ROG Strix ถ้ามี ROG Strix SCAR 18 G835LXG เป็นพี่ใหญ่เป็นหน้าตาของแผนกแล้ว ก็มี ASUS ROG...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก