Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Microsoft News

ผู้ใช้พบปัญหา Windows ปิด (และลบ) บางแอปพลิเคชันหลังการอัพเดทใหญ่ครั้งแรกของ Windows 10

สำหรับผู้ใช้งาน Windows 10 ที่ได้ทำการอัพเดทระบบปฎิบัติการใหญ่ครั้งแรกประจำเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้บางคนได้พบปัญหาหลังทำการอัพเดทและได้ไปโพสลงเว็บบอร์ดหลายๆ ที่ครับว่า เมื่อทำการอัพเดทระบบปฎิบัติการ

สำหรับผู้ใช้งาน Windows 10 ที่ได้ทำการอัพเดทระบบปฎิบัติการใหญ่ครั้งแรกประจำเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้บางคนได้พบปัญหาหลังทำการอัพเดทและได้ไปโพสลงเว็บบอร์ดหลายๆ ที่ครับว่า เมื่อทำการอัพเดทระบบปฎิบัติการแล้วนั้น Windows 10 ได้ทำการลบแอปพลิเคชัน(รวมถึงซอฟต์แวร์) บางโปรแกรมที่ผู้ใช้ได้ทำการติดตั้งไว้ก่อนหน้าที่จะทำการอัพเดทโดยไม่มีการขออนุญาตผู้ใช้งานเลยแต่อย่างใดครับ

windows_10_0

Advertisement

ตัวอย่างของโปรแกรมที่ผู้ใช้รายงานว่าโดนลบไปหลังจากที่ทำการอัพเดท Windows 10 ประจำเดือนพฤศจิกายนนี้ได้แก่

  • CPU-Z
  • Speccy
  • AMD Catalyst Control Center(อันนี้ผมเองก็โดนกับตัวเองและเป็นทุกครั้งที่ทำการอัพเดท Windows 10 เป็น Build ใหม่ครับ)

โดยจากรายงานของผู้ใช้งานนั้นพบว่าโปรแกรมดังกล่าวนั้นบางทีก็หายไปจากระบบเลย หรือถ้ายังคงอยู่ก็จะไม่สามารถคลิกเข้าไปเพื่อทำการใช้งานได้ตามปกติ โดยหากคลิกเข้าไปแล้วบางทีก็จะเกิดปัญหาเครื่องค้างหรือไม่ก็เกิด blue screen of death ขึ้นมา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้นั้นก็เนื่องมาจากการที่ระบบอัพเดทของ Windows 10 ได้นำเอาแอปพลิเคชันไปเก็บไว้ใน folder ที่มีชื่อว่า “Windows.old” เพื่อที่ว่าแอปพลิเคชันต่างๆ (บางตัว) จะไม่ถูกผลกระทบอะไรจากการอัพเดทครับ

ในการแก้ปัญหานั้นผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้วิธีการที่จะลองแอปพลิเคชัน(หรือโปรแกรม) นั้นๆ ใหม่ ซึ่งพบว่าสามารถที่จะใช้งานได่ตามปกติไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นตามมาครับ ทาง Microsoft ได้ปฎิเสธที่จะให้ข้อคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวนี้ ทว่า ก่อนหน้านี้ทาง Microsoft เคยได้อธิบายกับทาง GamesBeat เอาไว้ว่า Windows 10 อาจจะย้ายซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งบนเครื่องของคุณออกหากมีการพิจารณาแล้วว่าซอฟต์แวร์นั้นๆ อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้งานของคุณ ซึ่งในกรณีนี้ไม่ใช่เฉพาะซอฟต์แวร์ตัวอย่างที่กล่าวออกมาเท่านั้นแต่อาจจะรวมไปถึงโปรแกรมอื่นๆ ที่อาจจะขโมยข้อมูลของคุณหรือทำให้เครื่องของคุณติดเชื้อไว้รัสอื่นๆ ได้ครับ

หมายเหตุ – Microsoft ได้ระบุเรื่องดังกล่าวไว้ใน “Windows 10 Services Agreement” ไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ดังนั้นแล้วผู้ที่ใช้งานระบบปฎิบัติการ Windows 10 ก็ต้องทำใจในเรื่องนี้ จนกว่าที่จะมีการส่งเสียงมากพอไปยัง Microsoft ให้ทำการแก้ไข(และ Microsoft ตัดสินใจ) ปัญหาดังกล่าวครับ

ที่มา : venturebeat

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 มีประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากในฝั่งเกมคอนโซล หลังมีการหยิบคำขอสิทธิบัตรของ Microsoft ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยใจความสำคัญคือแนวคิดของระบบ AI ที่จะเข้ามาช่วยผู้เล่นเวลาติดด่าน ติดบอส หรือผ่านฉากบางช่วงไม่ได้ จนต้องหยุดเล่นแล้วออกไปหาแนวทางจากข้างนอก ประเด็นนี้น่าสนใจตรงที่สิทธิบัตรดังกล่าวไม่ได้พูดถึงแค่การให้คำแนะนำบนหน้าจอแบบเดิม แต่เป็นการออกแบบระบบที่ให้ “ผู้ช่วย” เข้ามารับช่วงการควบคุมเกมได้ชั่วคราว ซึ่งผู้ช่วยคนนั้นอาจเป็นผู้เล่นจริงที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน หรืออาจเป็น AI ก็ได้ แนวคิดนี้จึงทำให้หลายคนมองว่า Microsoft กำลังลองคิดไกลกว่าระบบ hint...

IT NEWS

ในช่วงที่ผู้ใช้พีซีจำนวนมากยังปรับตัวกับข้อกำหนดของ Windows 11 ไม่ทัน ข่าวลือชุดใหม่เกี่ยวกับ Windows 12 ก็เริ่มกลับมาร้อนอีกครั้ง โดยรายงานล่าสุดจาก PCWorld ซึ่งถูกสื่ออื่นอย่าง Notebookcheck นำไปขยายต่อ ระบุว่า Windows 12 มีโอกาสเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 และจุดเปลี่ยนสำคัญอาจไม่ใช่แค่หน้าตาใหม่หรือฟีเจอร์เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่คือการผลัก AI ให้กลายเป็น “แกนหลัก” ของระบบมากกว่าที่เคยเห็นใน...

IT NEWS

ใครที่กำลังรอให้ Windows 11 เปิดใช้ Smart App Control ได้แบบไม่ต้องลงระบบใหม่ ตอนนี้คงต้องรอต่อไปอีกสักพัก เพราะ Microsoft ยืนยันแล้วว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่ถูกปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานจริงในตอนนี้ ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องที่หลายคนสับสนพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้ Microsoft เคยทดสอบการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิด Smart App Control ได้โดยไม่ต้องทำการติดตั้งระบบใหม่ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า clean install แต่ล่าสุดรายละเอียดดังกล่าวถูกถอดออกจากเอกสารอัปเดตอย่างเป็นทางการแล้ว...

IT NEWS

Windows 11 กำลังได้อัปเดตด้านเสียงที่มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับคนที่ชอบดูหนัง ฟังเพลง หรือใช้งานร่วมกันบนเครื่องเดียว เพราะ Microsoft กำลังปรับปรุงฟีเจอร์ Shared Audio ให้ใช้งานสะดวกกว่าเดิม จุดสำคัญของรอบนี้คือผู้ใช้แต่ละคนสามารถปรับระดับเสียงของหูฟังตัวเองได้แยกกันแล้ว ไม่ต้องใช้ความดังเท่ากันทั้งสองฝั่งเหมือนช่วงแรกที่เริ่มเปิดทดสอบ ฟีเจอร์แบบนี้หลายคนน่าจะคุ้นจากฝั่งแท็บเล็ตหรืออุปกรณ์พกพาอยู่แล้ว แต่พอมาอยู่บน Windows 11 มันก็มีประโยชน์ในชีวิตจริงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูหนังกับเพื่อนบนโน้ตบุ๊กเครื่องเดียว ฟังเพลงด้วยกันโดยไม่ต้องเปิดลำโพง หรือใช้งานในที่ที่ไม่อยากรบกวนคนรอบข้าง จุดนี้ทำให้เห็นว่า Microsoft กำลังค่อย...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก