Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

การวิ่งแล้วใช้ Apple Watch วัดระยะทางแต่ไม่ได้พก iPhone ไว้ใกล้ๆ จะทำให้ทำงานได้ไม่แม่นยำ

เอาหล่ะครับ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ข่าวดีมากนักสักเท่าไรเมื่อ Graham Bower นักเขียนจาก Cult of Mac ได้ทำการทดสอบ watchOS 2 ระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ของสมาร์ทวอทช์หรูของ Apple อย่าง Apple Watch

เอาหล่ะครับ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ข่าวดีมากนักสักเท่าไรเมื่อ Graham Bower นักเขียนจาก Cult of Mac ได้ทำการทดสอบ watchOS 2 ระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ของสมาร์ทวอทช์หรูของ Apple อย่าง Apple Watch ที่มีจุดเด่นมากมายหลายอย่าง และหนึ่งในจุดเด่นของ Apple Watch นั้นก็คือการใช้งานคู่กับแอปพลิเคชันสำหรับการติดตามการออกกำลังกายตัวอย่างเช่นแอปพลิเคชันชื่อดังอย่าง Runkeeper ที่มีจำนวนผู้ใช้เป็นจำนวนมากและเป็นหนึ่งในไม่กี่แอปที่ประกาศออกมาอย่างรวดเร็วว่าสนับสนุนการใช้งานกับ watchOS 2

dont-leave-me-this-way-600

Advertisement

Photo: Graham Bower / Cult of Mac

ความสามารถอย่างหนึ่งนั้นก็คือความสามารถในการติดตามการวิ่งโดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องพก iPhone ไว้กับตัวด้วยเวลาที่ทำการวิ่งอีกต่อไปครับ ผู้ใช้ iPhone รุ่นเก่าอาจจะไม่มีปัญหาเรี่องการพก iPhone ติดตัวเพราะคุณอาจจะใช้ iPhone เครื่องนั้นในการฟังเพลงไปด้วยเวลาวิ่ง แต่ทว่าลองคิดถึงผู้ใช้ iPhone 6 Plus หรือ 6s Plus รุ่นขนาดจอ 5 นิ้วที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากพอสมควรการพก iPhone ไปด้วยวิ่งไปด้วยคงจะไม่ใช่เรื่องที่สนุกมากเท่าไรครับ

ทั้งนี้จริงๆ แล้วบน Apple Watch เองนั้นก็มีแอปพลิเคชันอย่าง Workout ของทาง Apple ที่เอาไว้ใช้สำหรับการติดตามการออกกำลังกายมาให้ผู้ใช้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ Bower สงสัยนั้นก็คือแอปพลิเคชันจากผู้ผลิตรายอื่นจะสามารถใช้งานได้ดีบน Apple Watch ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ watchOS 2 รึเปล่า Runkeeper จึงกลายมาเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่เขาจะทำการทดสอบในการวิ่งโดยไม่พก iPhone(ทิ้ง iPhone ชาร์จแบตไว้ที่บ้าน) ใส่แต่ Apple Watch เท่านั้นครับ

สัญลักษณ์แดงที่สุดแสนจะน่ารำคาญ

apple watch no connection 600

เมื่อ Apple Watch ออกห่างจากระยะการทำงานของ iPhone คุณก็จะสังเกตเห็นสัญลักษณ์สีแดงทางด้านบนที่แสดงว่าตัวเครื่องทั้ง 2 ไม่ได้อยู่ในระยะของการทำงานร่วมกันครับ(และสัญลักษณ์นี้ก็จะค้างอยู่อย่างนี้ไปจนกว่าตัวเครื่อง Apple Watch จะกลับเข้าสู่ในระยะของ iPhone) อย่างไรก็ตามแต่บนระบบปฎิบัติการ watchOS 2 นั้น Apple ได้บอกว่าผู้ใช้สามารถที่จะใช้งาน Apple Watch ในการที่จะติดตามการออกกำลังกายของคุณอย่างการวิ่งได้ตลอดเวลาดังนั้นเรื่องนี้จึงทำให้ Bower คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด(ตามทฤษฎี)

สิ่งหนึ่งที่จำเป็นก็คือการทำงานแบบนี้ได้นั้น Apple Watch ของคุณจะต้องผ่านการ calibrate(ปรับแต่ง) ร่วมกับ iPhone มาก่อนเพื่อที่จะสามารถทำงานติดตามการวิ่งของคุณได้ครับ เพื่อเป็นการทดสอบว่าสรุปแล้ว Apple Watch สามารถที่จะทำงานโดยไร้ iPhone ใกล้ๆ ได้หรือไม่ เริ่มต้นทาง Bower ได้ทดสอบวิ่งแล้วใช้แอปพลิเคชันของ Apple เองอย่าง Workout ในการติดตามการวิ่งก่อน ผลที่พบนั้นไม่น่าประทับใจเลยครับ เพราะระยะทางที่แอป Workout ระบุนั้นกลายเป็นว่าระยะปกติที่ Bower วิ่งทุกวันเพิ่มจาก 11.58 km เป็น 16.89 km ไปซะอย่างนั้น(เพิ่มมากกว่าเดิมถึง 45% เลยทีเดียว)

หมายเหตุ – Bower คิดว่า Apple Watch ของเขาน่าจะมีการ calibrate(ปรับแต่ง) ตัวเองมาอย่างดีแล้วเพราะก่อนหน้าที่เขาจะทำการทดสอบนี้เขาพก iPhone วิ่งไปพร้อมกับ Apple Watch ตลอดเป็นเวลามากกว่า 30 ชั่วโมงด้วยกัน

ปัญหามันอยู่ที่อะไรกันแน่

ดูเหมือนกับว่า iPhone และ Apple Watch จะไม่ยอมแยกออกจากกันครับ แต่ทาง Bower เองก็ไม่ยอมแพ้เพราะนานมาแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกว่าการวิ่งแบบไม่ต้องพก iPhone 6 Plus ที่มีน้ำหนักมากๆ ติดตัวไปด้วยนั้นมันสบายอย่างไร Bower ได้ติดต่อไปยังฝ่ายสนับสนุนของ Apple เพื่อสอบถามวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ Apple Watch แจ้งระยะการวิ่งไม่ถูกต้องดังที่เขาต้องประสบ แต่ทางฝ่ายสนับสนุนของ Apple ดันกลับบอกให้ Bower พก iPhone กลับไปวิ่งด้วยเหมือนเดิมซะงั้น(ทางฝ่ายสนับสนุนของ Apple บอกว่าเพื่อความแม่นยำที่ดีที่สุด)

ด้วยความที่ Bower ไม่ยอมแพ้ดังนั้นฝ่ายสนับสนุนจึงลองให้ Bower ใช้วิธีใหม่ด้วยการทดสอบ un-pairing(เลิกจับคู่) และ re-pairing(จับคู่ใหม่) ระหว่าง iPhone และ Apple Watch ของเขาซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวเป็นเรื่องที่วุ่นวายมากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม Bower ลองแล้วและก็ยังคงพบว่าในการวิ่งโดยที่ไม่พก iPhone ติดตัวไปด้วยนั้น Apple Watch ก็ยังติดตามระยะทางให้เขาผิดพลาดเหมือนเดิมครับ เขาถึงแม้กระทั่งพยายามตั้งค่า calibration data ใหม่ด้วยการลบค่าเก่าทิ้งแล้ว recalibrating ใหม่แต่ผลที่ได้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิมครับ

Bower เริ่มคิดไปไกลกว่านั้นว่าสรุปแล้วปัญหาดังกล่าวมันไม่ได้เกิดจากตัว Apple Watch รึเปล่า แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแกว่งมือมากเกินไปเวลาวิ่งของเขาเอง(เหมือนกับที่โค้ชของเขาบอกเขาอยู่ตลอดเวลา) แต่เขาก็คิดได้ว่าอุปกรณ์ในการติดตามการวิ่งที่ดีไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของค่าที่ติดตามผู้วิ่งรายเดิมมากนักและน่าจะรองรับกับรูปแบบการวิ่งของผู้วิ่งหลายๆ แบบมากกว่าที่จะบังคับรองรับรูปแบบการวิ่งในรูปแบบเดิมๆ และรูปแบบเดียวครับ

แอปพลิเคชันจากผู้ผลิตรายอื่นก็เจอปัญหานี้เช่นเดียวกัน

third-party-apps-in-activity 600

ไม่เพียงแค่แอปพลิเคชัน Workout ของทาง Apple เท่านั้นครับที่เจอกับปัญหาดังกล่าวนี้ ปัญหาเรื่องนี้ลามมาถึงแอปพลิเคชันจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น Bower ได้ทดสอบกับแอปพลิเคชัน Runkeeper ที่มีการอัปเดทให้สนับสนุนกับ watchOS 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว(ซึ่งนั่นหมายความว่าสนับสนุนการติดตามการวิ่งโดยไม่ต้องใช้ iPhone) แต่ผลก็ไม่ได้ต่างกับแอปพลิเคชัน Workout ของทาง Apple แด่อย่างใดครับ Bower คาดไว้ว่ามีความเป็นไปได้ว่าปัญหาดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นจากการที่แอปพลิเคชัน Runkeeper ใช้ Workout API ครับ

เรื่องที่น่าแปลกอย่างหนึ่งก็คือทาง Bower ได้คุยกับผู้ใช้บางคนซึ่งผู้ใช้บางคนก็ไม่พบปัญหาดังกล่าวที่ว่านี้ครับ เรียกว่าปัญหาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับบางคนเท่านั้นทำให้การคาดเดาเรื่องของการแกว่งข้อมือที่มากเกินไปของ Bower ได้กลับเข้ามาอยู่ในความคิดของเขาอีกครั้งหนึ่งว่าปัญหาดังกล่าวนี้อาจจะเกิดขึ้นจากการที่เขาแกว่งมือมากเกินไปขณะที่ทำการวิ่ง(ตามที่ได้บอกไว้ในตอนต้น) ดังนั้นแล้วเรื่องนี้จะต้องให้ผู้ใช้คนอื่นช่วยกันทดสอบเพิ่มเติมกันต่อไปว่าเท็จจริงแล้วเป็นเช่นใดครับ

ปัญหาดังกล่าวที่ว่านี้จะแก้ได้อย่างตรงตัวก็เมื่อ Apple ใส่เซนเซอร์ GPS มาไว้บน Apple Watch โดยตรงครับ ซึ่งก็ไม่มีใครสามารถทราบได้เหมือนกันว่ากับ Apple Watch 2 นั้น Apple จะใส่ GPS มาให้ในตัวเลยหรือไม่ อย่างไรก็ตามแต่ตอนนี้ท่านใดที่พบปัญหาดังกล่าวแบบ Bower นั้นก็อาจจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการพก iPhone ติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ทำการวิ่ง แต่สำหรับ Bower แล้วเขาก็ยังคงโกงผลการวิ่งนี้ต่อไปเพราะการวิ่งโดยไม่ต้องพก iPhone 6 Plus ไปด้วยนั้นมันช่างสร้างความแตกต่างทางด้านความสะดวกสบายให้กับเขาจริงๆ ครับ

ที่มา : cultofmac

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เมื่อ Apple ไม่ได้แถมหัวชาร์จไอโฟนมาให้กับ iPhone แล้วแถมแต่สายชาร์จ USB-C to C มาเพียงเส้นเดียวทำให้ผู้ใช้ต้องเสียเงินซื้ออะแดปเตอร์เพิ่มโดยปริยาย ซึ่งหลายคนอาจเลือกหัวชาร์จ 20W ราคา 790 บาทมาใช้เพื่อความสบายใจก็ดี แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปเพราะในยุคนี้ด้วยจำนวนเงินเท่ากันก็หาซื้ออะแดปเตอร์ชาร์จเร็วจากผู้ผลิตแบรนด์อื่นได้หลายสเปค ถ้าเพิ่มเงินไปอีกหน่อยก็ได้กำลังไฟสูงขึ้นพอให้ใช้ชาร์จอุปกรณ์ชิ้นอื่นไปพร้อมกันได้ ยิ่งถ้าใครมีอุปกรณ์ Apple ชิ้นอื่นด้วยยิ่งน่าซื้อหัวชาร์จไอโฟนดีๆ กับสาย USB-C เผื่อไว้สักเส้นสองเส้นก็จะดีมาก เรื่องควรทราบก่อนซื้อหัวชาร์จไอโฟนและ MacBook...

Buyer's Guide

พอซื้อหรือ MacBook เครื่องใหม่มาแล้ว ใครๆ ก็มักคิดจะช็อปปิ้งอุปกรณ์เสริม MacBook มาใช้คู่กันก็ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะตอนนั่งทำงานประจำโต๊ะแล้วพ่วงหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเข้าไปจนกลายเป็นพีซีให้ทำงานสะดวกขึ้นได้ แถมเวลาพกไปไหนก็หยิบออกมาต่อใช้เปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะทำงานนอกสถานที่ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ผลิตหลายแบรนด์สร้างอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ตามชอบแถมราคาต่อชิ้นก็ไม่กี่ร้อยหรือพันบาทก็หามาใช้ได้แล้ว ถ้าเปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ๊ค Windows รุ่นที่มีพอร์ต USB-C Full Function หรือ Thunderbolt ก็เอามาต่อใช้ได้ไม่เสียเงินฟรีแน่นอน แถมเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีก เหตุผลว่าทำไมควรซื้ออุปกรณ์เสริม MacBook นั่นเพราะทุกรุ่นแถมแค่สาย...

Tips & Tricks

พอซื้อโน้ตบุ๊คหรือ MacBook มาใหม่ เป็นใครก็อยากใช้งานมันให้คุ้มค่าตัวแล้วหาคลิปหรือบทความทิปใช้งาน MacBook มาดูแล้วดาวน์โหลดแอพฯ ตาม ทั้งที่ macOS 26 ก็มีฟีเจอร์ให้ใช้หลายอย่าง แค่เปิดแอพฯ Settings ขึ้นมาตั้งค่านิดหน่อยก็อาจจะได้ฟีเจอร์เพียงพอใช้งานไม่ต้องโหลดแอพฯ มาเพิ่มก็ได้ และการใช้ฟีเจอร์แบบมีติดมาให้กับ macOS แล้วยังลดปัญหาจุกจิกแถมประหยัดไฟไปในตัว แล้วถ้าฟีเจอร์ตั้งต้นของระบบปฏิบัติการไม่พอใช้หรือยังไม่ตอบโจทย์แล้วจะไปดาวน์โหลดแอพฯ มาติดตั้งเพิ่มทีหลังก็ไม่มีปัญหา ทิปใช้งาน MacBook ให้สะดวก ตั้งค่าเสร็จใช้ดีกว่าเดิม!...

Buyer's Guide

ปัจจุบัน MacBook ราคาเข้าถึงง่ายขึ้นและแบ่งซีรีส์กับกลุ่มผู้ใช้กันชัดเจน อย่าง Neo ก็ราคาไม่แพงใช้ทำงานทั่วไปได้ดี ส่วนรุ่นยอดนิยมอย่าง Air ก็มีสมรรถนะสูงขึ้นจนใช้ทำงานแต่งภาพตัดต่อคลิปได้ ด้านมืออาชีพและงานโปรดักชั่นก็มีรุ่น Pro ให้เลือกใช้งาน ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อ MacBook ราคาเท่าไหร่รุ่นไหนมาใช้งานดีจนบางคนกลับคิดว่าโน้ตบุ๊ค Windows จากบริษัทชั้นนำเจ้าต่างๆ คงจะหารุ่นมาเทียบกันยากและชิงส่วนแบ่งการตลาดมาได้แน่นอน ในความเป็นจริงไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบหรือถนัดระบบปฏิบัติการ macOS เสมอไป แถมบริษัทผู้ผลิตโน้ตบุ๊คแต่ละเจ้าก็มีโน้ตบุ๊คขายหลากหลายซีรีส์แถมสเปคเทียบกับ MacBook ราคาต่างๆ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก