
ถ้าคุณเป็นสายเล่นเกมตัวจริง โดยเฉพาะเกมประเภท FPS หรือ MOBA ที่ต้องสื่อสารกับเพื่อนในทีมตลอดเวลา จะทราบเลยว่าหูฟังเกมมิ่งที่ดีมีผลต่อชัยชนะเพียงใด จากประสบการณ์ของใครหลายคนที่สิงอยู่ในวงการเกม หูฟังดีๆ อาจไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป วันนี้เราจึงนำหูฟังสำหรับเล่นเกม ราคาเบาๆ แค่หลักร้อย แต่ใส่สบาย มีลูกเล่น ใช้ได้นาน มาแนะนำกัน พร้อมให้คุณใส่ลุยเกมลงดันเจี้ยนกับเพื่อนๆ ได้แบบยาวๆ ไม่เมื่อยหู แถมขับย่านเสียงคมชัด จะทิศทางของเสียงเท้าในเกมแอ็คชั่น FPS หรือเสียงเอฟเฟกต์ในเกมผจญภัย ที่สามารถลุยได้ทุกแนวเกม ใครที่กำลังมองหาหูฟังตัวคุ้มงบน้อยแต่ฟังก์ชันน่าใช้ บทความนี้เป็นไกด์ไลน์ให้คุณได้
7 หูฟังเกมมิ่ง เสียงจัดจ้าน ราคาเบาแค่หลักร้อยปี 2026 ดีไซน์สวย สวมใส่สบาย
- SIGNO HP-833
- Rapoo VH160S
- FANTECH HG30
- Onikuma GT806
- NUBWO X903
- NUBWO X99
- FANTECH WHG04
- FAQ คำถามที่เกมเมอร์ที่ใช้หูฟังเกมมิ่งใช้ในการเล่นเกมกันบ่อยๆ
- บทสรุปส่งท้ายบทความในการเลือกและใช้งานหูฟังเกมมิ่ง เสียงจัดจ้าน ราคาเบา ลุยเกมได้ทุกแนว
1.SIGNO HP-833

ใครที่ใช้เวลาลงดันกับแก๊งเพื่อนบ่อยๆ SIGNO HP-833 BAZZLE หูฟังเกมมิ่งราคาสบายกระเป๋า ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว น้ำหนักเบา สวมใส่สบายด้วยฟองน้ำครอบหูนุ่มสบาย ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ขนาด 50 มม. ตอบสนองความถี่ 20Hz – 20kHz มีค่าความไวเสียง 107dB และอิมพีแดนซ์ 32 โอห์ม พร้อมระบบเสียงจำลอง Virtual 7.1 Surround ช่วยให้แยกแยะทิศทางเสียงในเกมได้อย่างแม่นยำ การเชื่อมต่อเป็นแบบ USB 2.0 สายถักยาว 2.2 เมตร ใช้งานแบบ Plug & Play รองรับการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กทุกระบบ Windows มีซอฟต์แวร์เสริมสำหรับปรับแต่งเสียง และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน เหมาะมากสำหรับคอเกมแนว FPS ที่ต้องฟังเสียงฝีเท้า รวมถึงการดูหนังและฟังเพลงทั่วไปให้มิติเสียงที่โอบล้อม หูฟังรุ่นนี้จึงเข้ากับเกมเมอร์งบประหยัดที่มองหาหูฟังราคาเบาๆ เพราะแค่ 494 บาทเท่านั้น
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดสเปก |
| การเชื่อมต่อสัญญาณ | สาย USB 2.0 (Plug & Play ความยาวสาย 2.2 เมตร) |
| น้ำหนัก | ประมาณ 260 กรัม |
| วัสดุ | โครงสร้างสลิงปรับระดับได้อัตโนมัติ และฟองน้ำหุ้มหนังสังเคราะห์ (Leatherette Ear Cushions) |
| ย่านความถี่เสียง | 20Hz – 20000Hz (ไดรเวอร์ขนาด 50 มม.) |
| ระบบเสียง | ระบบเสียงจำลอง Virtual 7.1 Surround |
| ปุ่มควบคุม | ปุ่มปรับระดับเสียงที่ตัวหูฟัง |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟนแบบรอบทิศทาง (Omnidirectional) พร้อมไฟ LED ที่ก้านไมค์ |
| แสงไฟ | ไฟตกแต่งแบบ LED / RGB |
พิกัดหูฟัง: SIGNO
2.Rapoo VH160S

Rapoo VH160S หูฟังเกมมิ่งดีไซน์ล้ำสมัย ไฟ RGB สวยเท่ น้ำหนักประมาณ 346 กรัม สวมใส่สบายด้วยเฮดแบนด์แบบโครงลอยและฟองนุ่มพิเศษไม่กดทับ ขับเคลื่อนด้วยไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 50 มม. ให้พลังเสียงคมชัด ความต้านทาน 32 โอห์ม ตอบสนองความถี่ 20-20,000Hz พร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์เสมือน 7.1 และไมค์ ENC ตัดเสียงรบกวนรอบทิศทางเชื่อมต่อผ่านสาย USB แบบมีสายที่เสถียร รองรับการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์พีซีและโน้ตบุ๊ก พร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่งเสียงและเอฟเฟกต์ไฟได้ตามสไตล์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมแนว FPS ที่ต้องฟังเสียงฝีเท้าและทิศทาง รวมถึงแนว MOBA และ RTS เล่นเพลินแถมยังดูหนังฟังเพลงได้มิติเสียงรอบทิศทางเยี่ยม หูฟังรุ่นนี้จึงเหมาะมากสำหรับเกมเมอร์สายงบประหยัดที่มองหาหูฟัง ฟังก์ชันครบครัน สำหรับใช้งานยาวนานกับไปตี้เพื่อนในราคาประมาณ 539 บาท
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดสเปก |
| การเชื่อมต่อสัญญาณ | สาย USB (ให้สัญญาณเสถียร ใช้งานง่ายแบบ Plug & Play) |
| น้ำหนัก | ประมาณ 346 กรัม |
| วัสดุ | โครงสร้างเฮดแบนด์แบบลอยตัว, ครอบหูฟังบุนุ่มด้วยฟองน้ำพิเศษเพื่อความสบายในการสวมใส่ |
| ย่านความถี่เสียง | 20Hz – 20,000Hz (ไดร์เวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 50 มม., ความต้านทาน 32Ω) |
| ระบบเสียง | ระบบเสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริง 7.1 รอบทิศทาง |
| ปุ่มควบคุม | ควบคุมผ่านซอฟต์แวร์ปรับแต่งเฉพาะของ Rapoo |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟนพร้อมระบบ ENC ตัดเสียงรบกวนรอบทิศทาง 360° |
| แสงไฟ | ไฟ RGB Backlight เพิ่มบรรยากาศในการเล่นเกม |
พิกัดหูฟัง: Rapoo
3.FANTECH HG30

ถ้ากำลังมองหาหูฟังเกมมิ่งคุ้ม ๆ แบบ FANTECH HG30 หูฟังเกมมิ่ง ระบบ 7.1 Gaming Headset มีไมโครโฟน ควบคุมระดับเสียงได้ง่าย เชื่อมต่อผ่าน USB ตอบโจทย์มากเพราะดีไซน์ครอบหู (Over-Ear) ฟองน้ำนิ่ม น้ำหนักเบาแค่ 280 กรัม ใส่ได้ยาวๆ ไม่บีบหัว เล่นกับเพื่อนได้ทั้งวันสบาย สเปกจัดเต็มด้วยไดรเวอร์ 40 มม. ให้พลังเสียงกระหึ่มระบบ 7.1 Virtual Surround ช่วยให้แยกเสียงและทิศทางในเกมเดินหน้ายิง FPS ได้ดีพอสมควร เชื่อมต่อผ่าน USB-A เสียบปุ๊บติดปั๊บ รองรับทั้ง PC, PS4, PS5 และ Nintendo Switch มีไมค์ตัดเสียงรบกวนรอบทิศทาง สามารถคุยกับเพื่อนในทีมชัดเจนพอสมควร แถมปรับระดับเสียงที่ตัวหูฟังได้ทันที พร้อมปรับแต่ง Equalizer ผ่านซอฟต์แวร์เฉพาะตัวได้อีก เหมาะกับเกมเมอร์ตัวยงที่ชอบทั้งเล่นเกม และดูหนังฟังเพลงในงบประหยัดแต่ได้คุณภาพคุ้มราคา 735 บาท
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดสเปก |
| การเชื่อมต่อสัญญาณ | แบบมีสายผ่านพอร์ต USB-A (รองรับ PC, Mac, PS4, PS5 และ Nintendo Switch) |
| น้ำหนัก | ประมาณ 280 กรัม |
| วัสดุ | โครงสร้างแข็งแรงทนทาน พร้อมที่ครอบหูฟองน้ำนิ่มแบบ Over-Ear |
| ย่านความถี่เสียง | ตอบสนองความถี่ 20Hz – 20kHz (ไดรเวอร์ขนาด 40 มม.) |
| ระบบเสียง | ระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1 Virtual Surround |
| ปุ่มควบคุม | ปุ่มปรับระดับเสียงและควบคุมฟังก์ชันต่างๆ บนตัวหูฟัง |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟนแบบรอบทิศทาง (Omnidirectional) ขนาด 6.0 x 5.0 มม. พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน |
| แสงไฟ | มีไฟ LED ตกแต่งเพิ่มความสวยงามสไตล์เกมมิ่ง |
พิกัดหูฟัง: FANTECH
4.Onikuma GT806

Onikuma GT806 เป็นหูฟังเกมมิ่ง 3 โหมด ใช้งานได้ทั้ง Bluetooth 5.3 / 2.4G / AUX 3.5mm. เอาไว้ลุยกับแก๊ง รุ่นนี้ถือว่าเด็ดและคุ้มค่าตัวหลักร้อย ดีไซน์ดุดันทรงแบบเกมมิ่ง พร้อมแสงไฟ RGB สวยงาม น้ำหนักตัวพอดีหัว มีฟองน้ำระบายอากาศใส่เล่นยาวๆ ไม่ร้อนหู รุ่นนี้เด่นเรื่องความอเนกประสงค์ด้วยการเชื่อมต่อ 3 โหมด (Bluetooth 5.4, ดองเกิล 2.4GHz และสาย AUX) รองรับทั้ง PC, PS5, สมาร์ทโฟน และ Nintendo Switch ใช้งานสะดวก กำลังขับจัดเต็มด้วยไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 50 มม. เสียงบึ้มๆ สะใจ ฟังเพลงดูหนังมิติเสียงดีงาม ส่วนการเล่นเกมแนว FPS หรือแนวลุยๆ ช่วยให้แยกทิศทางเสียงฝีเท้าได้ชัดเจน ไมค์ตัดเสียงรบกวน ถอดเก็บและปรับหมุนได้ 360 องศา คุยกับเพื่อนในทีมเคลียร์ใส แบตอึดใช้งานได้ยาวนาน แถมควบคุมปุ่มต่างๆ บนตัวหูฟังได้ง่ายอีกด้วย สรุปแล้วเหมาะมากๆ สำหรับเกมเมอร์ที่อยากได้หูฟังอเนกประสงค์เชื่อมต่อได้ทุกแพลตฟอร์มในงบจำกัดกับราคาประมาณ 855 บาท เท่านั้น
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดสเปก |
| การเชื่อมต่อสัญญาณ | 3 โหมด: ไร้สายผ่านดองเกิล 2.4GHz (USB / Type-C), บลูทูธ (Bluetooth 5.4) และสาย AUX 3.5 มม. |
| น้ำหนัก | ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย (รองรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน) |
| วัสดุ | ที่ครอบหูทำจากวัสดุเป็นมิตรกับผิวหนังระบายอากาศได้ดี, แถบคาดศีรษะมีความนุ่มและปรับระดับได้ |
| ย่านความถี่เสียง | 20Hz – 20kHz |
| ระบบเสียง | ไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 50 มม. (Dual Neodymium Drivers) ให้พลังเสียงทรงพลัง |
| ปุ่มควบคุม | ปุ่มควบคุมบนตัวหูฟัง: เปิด/ปิดเครื่อง, เล่น/หยุดเพลง, รับ/วางสาย, เพิ่ม/ลดเสียง, เปลี่ยนเพลง และสลับโหมด |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน สามารถถอดเก็บได้และปรับหมุนยืดหยุ่นได้ 360 องศา |
| แสงไฟ | มีไฟ RGB ดีไซน์เกมมิ่งที่ตัวหูฟัง (เปิด/ปิดไฟได้ผ่านปุ่มควบคุม) |
พิกัดหูฟัง: Onikuma
5.NUBWO X903

หูฟังเกมมิ่ง Nubwo X903 โดดเด่นด้วยดีไซน์ Over-Ear ครอบหูนุ่ม นํ้าหนักเบา พับเก็บง่าย พกพาสะดวกไม่เมื่อยหัว รองรับการเชื่อมต่อ 3 โหมด (Wireless 2.4GHz, Bluetooth 5.4 และ AUX 3.5 มม.) ขับเสียงด้วยไดรเวอร์ 40 มม. ให้ระบบเสียงเสมือน 7.1 Surround พร้อมแบตอึด 900mAh ใช้งานได้สูงสุด 60 ชั่วโมงในโหมดบลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อครอบคลุมทั้งพีซี สมาร์ทโฟน และเครื่องเล่นเกมต่างๆ ผ่านตัวรับสัญญาณ USB และสาย Type-C to 3.5 มม. สะดวกสบายในทุกย่างก้าว เหมาะมากสำหรับแนว FPS ที่ต้องฟังเสียงฝีเท้า หรือแนว Open World ที่เน้นบรรยากาศสมจริง รวมถึงการดูหนังและฟังเพลงได้อย่างเพลิดเพลิน ไมโครโฟนรอบทิศทางปรับงอได้ช่วยให้สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างชัดเจน ไร้เสียงรบกวน เพื่อลุยได้ตลอดการเล่นเกมแบบยาวๆ นับเป็นหูฟังสุดคุ้มอีกรุ่นหนึ่ง ที่ตอบโจทย์เกมเมอร์สายปาร์ตี้ รวมถึงการใช้งานทั่วไป มีความอเนกประสงค์ในราคาสบายกระเป๋าแค่ประมาณ 790 บาท
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดสเปก |
| การเชื่อมต่อสัญญาณ | รองรับ 3 โหมด (Tri-Mode): Wireless 2.4GHz (ผ่านตัวรับสัญญาณ USB), Bluetooth 5.4 และสาย AUX 3.5 มม. (ผ่านสาย Type-C to 3.5mm) |
| น้ำหนัก | ดีไซน์น้ำหนักเบา สวมใส่สบายไม่กดทับศีรษะ รองรับการเล่นเกมยาวนาน |
| วัสดุ | บอดี้พลาสติกแข็งแรงโครงสร้างพับเก็บได้ (Flat-folding) / ฟองน้ำครอบหูนุ่มกระชับผิวสัมผัสดีไซน์ Over-Ear |
| ย่านความถี่เสียง | 20 Hz – 20,000 Hz ขับเสียงด้วยไดรเวอร์ขนาด 40 มม. ให้เสียงทรงพลัง |
| ระบบเสียง | ระบบเสียงเสมือน 7.1 Surround (Virtual 7.1 Surround Sound) |
| ปุ่มควบคุม | ปุ่มควบคุมการทำงาน มัลติฟังก์ชัน เปิด/ปิด, เปลี่ยนโหมดการเชื่อมต่อ และปรับระดับเสียงที่ตัวหูฟัง |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟนแบบ Omni-directional (รับเสียงรอบทิศทาง) ปรับงอได้และสื่อสารชัดเจน |
| แสงไฟ | โหมดไฟตกแต่งดีไซน์สวยงามสไตล์เกมมิ่ง |
พิกัดหูฟัง: NUBWO
6.NUBWO X99

NUBWO X99 หูฟังเกมมิ่ง รองรับระบบเสียง 7.1 Surround แยกเสียงซ้าย-ขวา รุ่น X99 รุ่นนี้ตอบโจทย์สายเกมมิ่งได้ดีมาก ดีไซน์แนวสปอร์ตเท่ ๆ มีไฟ RGB/LED สวยงาม วัสดุครอบหูนุ่มสบายไม่หนีบหู แต่น้ำหนักแอบเอาเรื่องที่ 638 กรัม ด้านสเปกจัดเต็มด้วยระบบเสียงจำลอง 7.1 Surround เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB หัวชุบทอง รองรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ค มีคอนโทรลเลอร์คุมเสียงและเปิด-ปิดไมค์/ไฟได้ง่ายที่สาย เหมาะมากกับเกมแนว FPS, MOBA หรือ RTS ที่ต้องฟังเสียงทิศทางซ้าย-ขวาแม่นยำ รวมถึงดูหนังฟังเพลงก็ได้มิติเสียงดีเยี่ยม เหมาะกับเกมเมอร์งบประหยัดที่เน้นฟังก์ชันครบๆ ในราคาประมาณ 869 บาท
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดสเปก |
| การเชื่อมต่อสัญญาณ | สาย USB (Gold Plated / Silver Plated) |
| น้ำหนัก | 638 กรัม |
| วัสดุ | ที่คาดหัวทำจากยาง / ฟองน้ำครอบหูนุ่มพิเศษหุ้มผ้าตาข่ายระบายอากาศ |
| ย่านความถี่เสียง | อ้างอิงมาตรฐานหูฟังเกมมิ่งทั่วไป รองรับเสียงรอบทิศทาง |
| ระบบเสียง | เสียงเสมือน 7.1 Virtual Surround Sound ช่วยแยกทิศทางซ้าย-ขวา |
| ปุ่มควบคุม | คอนโทรลเลอร์บนสาย: เพิ่ม-ลดเสียง, เปิด-ปิดเสียงไมโครโฟน และเปิด-ปิดไฟ |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟนทิศทางเดียว (Unidirectional) ปรับระดับขึ้น-ลงได้ เสียงชัดเจน |
| แสงไฟ | ด้านซ้ายไฟ RGB, ด้านขวาไฟ LED (รุ่นสีดำ) / ไฟ LED สองข้าง (รุ่นสีขาว) |
พิกัดหูฟัง: NUBWO
7.FANTECH WHG04

Fantech WHG04 Tamago II หูฟังเกมมิ่งที่มาในดีไซน์เออร์โกโนมิคเรียบหรู น้ำหนักเบาเพียง 174 กรัม สวมใส่สบาย พร้อมสเปกจัดเต็มด้วย 3 โหมดการเชื่อมต่อ ทั้ง 2.4GHz Wireless, Bluetooth 5.3 และสาย 3.5 มม. ตอบสนองย่านความถี่ 20Hz – 20KHz ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ทรงพลังขนาด 40 มม. อิมพีแดนซ์ 30 โอห์ม พร้อมความไวลำโพง 121 dB ให้มิติเสียงคมชัดเล่นเกมและฟังเพลงสนุก มีฟีเจอร์เด่นคือไมค์พับเก็บได้พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ENC แบตเตอรี่อึดใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 22 ชั่วโมง ต่อการชาร์จรองรับการใช้งานกับหลากหลายเครื่องเล่นทั้ง PC, Mac, มือถือ, Switch, PS4 และ PS5 เหมาะกับแนวเกม FPS ที่ต้องฟังเสียงฝีเท้า ไร้ข้อจำกัดเรื่องซอฟต์แวร์เสริมเพราะเป็นแบบ Plug-and-Play เชื่อมต่อง่ายสะดวกรวดเร็วพร้อมลุยกับเพื่อนได้ทันที เหมาะสุดๆ สำหรับเกมเมอร์สายปาร์ตี้กับเพื่อน คอซีรีส์ และคนที่มองหาหูฟังไร้สายน้ำหนักเบาราคาคุ้มค่าเพื่อใช้งานยาวๆ ตลอดวัน ในราคาประมาณ 899 บาท
| หัวข้อสเปก | รายละเอียดสเปก |
| การเชื่อมต่อสัญญาณ | รองรับ 3 โหมด: ไร้สาย 2.4GHz (ผ่าน USB-A Dongle), Bluetooth 5.3 และสาย AUX 3.5 มม. |
| น้ำหนัก | เบาเป็นพิเศษเพียง 174 กรัม สวมใส่สบาย |
| วัสดุ | บอดี้พลาสติกคอมแพคต์น้ำหนักเบา ผสานฟองน้ำครอบหูบุวัสดุระบายอากาศ |
| ย่านความถี่เสียง | ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 20Hz – 20KHz (ขับด้วยไดรเวอร์ขนาด 40 มม.) |
| ระบบเสียง | ระบบเสียงสเตอริโอทรงพลัง มิติเสียงเคลียร์ชัดเจนแยกทิศทางได้ดี |
| ปุ่มควบคุม | ปุ่มเปิด/ปิด, ปุ่มปรับระดับเสียง และสวิตช์ควบคุมมัลติมีเดียบนตัวหูฟัง |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟนแบบ Omnidirectional ชนิดพับเก็บได้ พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ENC (พับขึ้นเพื่อปิดเสียง / พับลงเพื่อเปิดเสียง) |
| แสงไฟ | เน้นดีไซน์เรียบเท่แบบมินิมอล (ไม่มีไฟ RGB) |
พิกัดหูฟัง: FANTECH
FAQ คำถามที่เกมเมอร์ที่ใช้หูฟังเกมมิ่งใช้ในการเล่นเกมกันบ่อยๆ
1: หูฟังเกมมิ่งระบบเสียง 7.1 ดีกว่าสเตอริโอธรรมดาอย่างไร เล่นเกมแล้วได้เปรียบจริงไหม?
ตอบ: ได้เปรียบขึ้นแน่นอนครับ! ระบบเสียง 7.1 จะช่วยจำลองมิติเสียงรอบทิศทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราแยกแยะเสียงฝีเท้า ทิศทางกระสุน หรือศัตรูที่กำลังอ้อมหลังในเกมแนว FPS ได้แม่นยำกว่า ช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิกิริยาและคว้าชัยชนะในจังหวะสำคัญได้ไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมาะมากสำหรับสายแข่งที่ต้องการเน้นความได้เปรียบทางด้านมิติเสียง
2: หูฟังเกมมิ่งไร้สาย (Wireless) กับแบบมีสาย (Wired) เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?
ตอบ: ถ้าเน้นความเสถียร สัญญาณไม่ดีเลย์ และไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ หูฟังแบบมีสายคือคำตอบ แต่ถ้าชอบความอิสระ เดินลุกไปไหนมาไหนได้สะดวกโดยสายไม่พันกัน ไร้สายยุคนี้ก็ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะรุ่นที่มีดองเกิล 2.4GHz ที่ให้ความหน่วงต่ำจนแทบไม่รู้สึกแตกต่างจากแบบมีสายเลย ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้งาน ถ้าชอบความคล่องตัวจัดไร้สาย แต่ถ้าชอบความชัวร์งบประหยัดจัดมีสาย
3: ใส่หูฟังเกมมิ่งนานๆ แล้วเจ็บหูหรือร้อนหู เกิดจากอะไร และมีวิธีแก้ไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่มักเกิดจากแรงบีบของหูฟัง และวัสดุฟองน้ำที่ระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าที่ควร วิธีแก้คือควรมองหาหูฟังที่ใช้น้ำหนักเบา และเลือกใช้วัสดุครอบหูที่เป็นผ้าตาข่ายหรือหนังนุ่มพิเศษรวมถึงปรับระดับก้านคาดศีรษะให้พอดี ไม่ให้กดทับหูแน่นเกินไปในขณะใช้งาน และอย่าลืมถอดพักสายตาพักหูทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อสุขภาพหูที่ดีในระยะยาวด้วย
4: ไมโครโฟนที่ติดมากับหูฟังเกมมิ่งหลักร้อย สื่อสารกับเพื่อนในทีมได้ชัดเจนจริงไหม?
ตอบ: ยืนยันเลยว่าหูฟังยุคนี้พัฒนาไปไกลมาก ไมค์หลักร้อยก็สื่อสารกับเพื่อนได้ชัดเจนสบายๆ ส่วนใหญ่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (ENC) หรือไมค์แบบรับเสียงรอบทิศทางที่เก็บเสียงพูดได้ดี ช่วยลดเสียงพัดลมหรือเสียงรอบข้าง ไม่ให้ไปรบกวนการคอลเกมและการวางแผนของเพื่อนร่วมทีม อาจจะไม่ได้คลีนเท่าไมค์คอนเดนเซอร์แยก แต่สำหรับการเล่นเกมสื่อสารทั่วไปถือว่าเหลือๆ
บทสรุปส่งท้ายบทความในการเลือกและใช้งานหูฟังเกมมิ่ง เสียงจัดจ้าน ราคาเบา ลุยเกมได้ทุกแนว
หลายท่านที่เป็นคอเกมตัวยงคงพอสัมผัสได้ เมื่อใช้หูฟังในการเล่นเกมมาหลายๆ รุ่น หูฟังเกมมิ่งดีๆ อาจไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง เพราะหูฟังมีสายในราคาประหยัดก็ยังใช้ได้อย่างคุ้มค่า ด้วยจุดเด่นเรื่อง เสียงที่ฟังสนุก ราคาเบา แค่หลักร้อย ช่วยให้เก็บครบทุกรายละเอียดเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเท้าหรือทิศทางศัตรู แถมยังออกแบบมาให้ ดีไซน์สวย สวมใส่สบาย น้ำหนักเบา ลุยกันได้แบบยาวๆ กับเพื่อนในทีมได้ตลอดคืน เหมาะสำหรับเกมเมอร์มือใหม่ที่อยากเริ่มต้นด้วยงบประหยัด แต่ต้องการอุปกรณ์ที่ เล่นเกมได้ทุกแนว ตั้งแต่ FPS ถึง MOBA หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจเลือกหูฟังคู่ใจชิ้นใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งลองผิดลองถูก ลองเลือกรุ่นที่ถูกใจและเหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณ






