
เกมเมอร์ฝั่งแดงเดือดมีข่าวดี เพราะล่าสุดได้ปล่อย AMD FSR “Redstone” SDK 2.4 ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยไฮไลต์สำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือการส่งเทคโนโลยีอัปสเกลภาพพลัง Machine Learning อย่าง FSR 4.1.2 มาให้การ์ดจอระดับตำนานอย่าง Radeon RX 6000 Series บนสถาปัตยกรรม RDNA 2 รวมถึง Ryzen APU ได้ใช้งานกันแบบทั่วถึง แถมยังจัดเต็มด้วยการรองรับ Vulkan API อย่างสมบูรณ์เทียบเท่า DirectX 12
ปลุกคืนชีพ RX 6000 Series ด้วยพลัง Machine Learning (INT8)

ก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีอัปสเกลภาพด้วย AI ของ AMD FSR มักจะจำกัดการใช้งานอยู่บนการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง Radeon RX 7000 และ RX 9000 เท่านั้น แต่ในเวอร์ชัน FSR 4.1.2 AMD ได้พัฒนา Full INT8 Machine Learning Model ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสถาปัตยกรรม RDNA 2 ทำให้เหล่าผู้ใช้การ์ดจอ Radeon RX 6000 Series สามารถสัมผัสความคมชัดระดับใกล้เคียงกับภาพ Native และลดรอยหยัก (Aliasing) ได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ โมเดล AI ดังกล่าวยังรองรับชิปประมวลผล Ryzen AI Max 300 และ 400 Series ที่ใช้กราฟิกอินทิเกรตที่เป็น RDNA 3.5 อีกด้วย ซึ่งจากการทดสอบเปรียบเทียบในเกม Crimson Desert บนการ์ดจอ RX 6800 XT และเกม Resonance: A Plague Tale Legacy พบว่า FSR 4.1.2 ให้คุณภาพชีวิตภาพและรายละเอียดที่ทิ้งห่างจาก FSR 3.1 แบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวดีสายเครื่องเกม Handheld Console ส่งโมเดลจิ๋วแต่แจ๋วลง Ryzen AI
สำหรับเกมเมอร์สายพกพา เช่น ผู้ใช้เครื่องเล่นเกมที่ใช้ชิปเซ็ต Ryzen AI 9 300/400 หรือชิประดับพกพาอย่าง Ryzen AI Z2 Extreme, Ryzen Z2 Extreme และ Ryzen Z2 A ทาง AMD ได้ซุ่มพัฒนา Lightweight INT8 Model ขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าโมเดลปกติถึงครึ่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ดึงทรัพยากรเครื่องและกินพลังงานมากเกินไป โดยระบบ SDK จะทำการเลือกโมเดลที่เหมาะสมให้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความคมชัดและประสิทธิภาพ FPS ให้กับเครื่องเกมพกพาได้เป็นอย่างดี

ปลดล็อก Vulkan API ให้ใช้งาน FSR Upscaling & Frame Generation
ถือเป็นอีกหนึ่งการอัปเกรดเชิงเทคนิคที่สำคัญที่สุดใน SDK 2.4 เลยก็ว่าได้ เพราะ AMD ได้ทำให้ Vulkan API รองรับ FSR Upscaling (4.1.2) และ Frame Generation (4.0.2) แบบเทียบเท่ากับ DirectX 12 เต็มรูปแบบแล้ว
ข้อมูลสำหรับเกมเมอร์: สำหรับเกม Vulkan เดิมที่ใช้ FSR 3.1 อยู่แล้ว ตัวระบบจะไม่ถูกอัปเดตเป็น FSR 4.1 ให้แบบอัตโนมัติผ่าน Driver เนื่องจากนักพัฒนาเกมจำเป็นต้องนำ SDK 2.4 ตัวใหม่นี้ไป Integrate เข้ากับตัวเกมก่อน อย่างไรก็ตาม หากเกมดังกล่าวได้รับการอัปเดต SDK เรียบร้อยแล้ว ในอนาคตตัวเกมจะสามารถอัปเกรดไปใช้เวอร์ชันใหม่ๆ ผ่านการอัปเดตไดรเวอร์ของ AMD ได้โดยตรง
เพิ่มพลังเฟรมเจนด้วย Driver-Assisted Frame Pacing และ Ray Regeneration 1.2.1

นอกจากการอัปสเกลแล้ว FSR SDK 2.4 ยังขนฟีเจอร์เด็ดระดับสูงมาเพิ่มความลื่นไหลอีกมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น
- Driver-Assisted Frame Pacing (FSR Frame Generation 4.0.0): ฟีเจอร์ลดอาการภาพกระตุก/เฟรมไม่สม่ำเสมอ ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Radeon RX 9000 Series ขึ้นไป โดยย้ายหน้าที่การจัดเวลาส่งภาพ (Presentation Timing) จากซีพียู CPU ไปให้ไดรเวอร์การ์ดจอจัดการแทน ช่วยลด CPU Overhead และจัดส่งเฟรมได้นุ่มนวลขึ้น (ต้องใช้กับ Adrenalin 26.10.1 ขึ้นไป, Windows 11 เปิด HAGS, โหมด Fullscreen และเปิด VRR)
- FSR Ray Regeneration 1.2.1: ปรับปรุงระบบลบนอยส์จากแสงสะท้อน (Ray Tracing Denoising) แยกต่างหากสำหรับ Ambient Occlusion และ Specular Occlusion (สงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะ RDNA 4 ขึ้นไป บน DX12)
- FSR 3.1.6 Analytical Upscaler: ปรับปรุงด้านความแม่นยำและการคำนวณ Reprojection สำหรับระบบอัปสเกลแบบไม่ใช้ AI ให้ทำผลงานได้ดียิ่งขึ้น
สรุปในมุมมองสื่อและเกมเมอร์
การปล่อย AMD FSR SDK 2.4 ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ AMD ที่ต้องการผลักดันเทคโนโลยีการเรนเดอร์ภาพด้วย Machine Learning ให้ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะใช้การ์ดจอรุ่นเก่าอย่าง RX 6000, เครื่องพกพา หรือการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง RX 9000 ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
อย่างไรก็ตามก้าวต่อไปของ AMD FSR จะขึ้นอยู่กับนักพัฒนาเกมด้วยว่าจะนำ SDK 2.4 ตัวนี้ไปอัปเดตใส่ในเกมของตนเองได้เร็วแค่ไหน แต่สำหรับเกมเมอร์ฝั่งแดง บอกได้เลยว่าอนาคตของภาพคมชัด เฟรมเรตลื่นๆ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
source: wccftech.com, AMD






