Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

PR-News

ASUS เปิดตัว Agent Computer ขับเคลื่อนทุกทางเลือก AI “Powering Every AI Choice” นำเสนอระบบนิเวศคอมพิวเตอร์ AI ครบวงจร รองรับการทำงานบนคลาวด์ ภายในองค์กร และแบบไฮบริด ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

Agent Computer

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI Supercomputer แบบตั้งโต๊ะ ช่วยให้ผู้ใช้เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับลักษณะงาน ประสิทธิภาพที่ต้องการ ความสามารถในการขยายระบบ และระดับการควบคุมข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น

เลือกได้ตามรูปแบบการใช้งาน: Cloud, Local หรือ Hybrid AI

ASUS Agent Computer รองรับการวางระบบ AI ได้หลายรูปแบบ ทั้งการใช้บริการ AI บนคลาวด์ การประมวลผลบนอุปกรณ์หรือระบบภายในองค์กร (Local/On-Premises) และการผสานข้อดีของทั้งสองแนวทางแบบไฮบริด การประมวลผลภายในเครื่องช่วยให้องค์กรควบคุมข้อมูลสำคัญได้มากขึ้น และอาจลดการพึ่งพาค่าใช้จ่าย API หรือโทเคนบนคลาวด์ในงานที่เหมาะสม ขณะที่คลาวด์ยังมอบความยืดหยุ่นและความสามารถในการขยายกำลังประมวลผล ทั้งนี้ ต้นทุนและประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน โมเดล และการกำหนดค่าระบบ

Advertisement
Agent Computer

ครอบคลุม AI ตั้งแต่ผู้ใช้คนเดียวจนถึงระดับองค์กร

  • Personal AI: รองรับการสนทนากับ AI การค้นหาและถามตอบจากเอกสารส่วนตัว การช่วยเขียนโค้ด และ Personal RAG บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ เหมาะกับพีซีที่ใช้การ์ดจอเดี่ยว รวมถึงมินิพีซีและโน้ตบุ๊กที่มีหน่วยความจำแบบรวม โดยขนาดโมเดลที่ใช้งานได้ขึ้นอยู่กับ GPU และหน่วยความจำที่มี
  • AI Development: เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการสร้างต้นแบบ ทดสอบ พัฒนา AI Agent และปรับแต่งโมเดล (Fine-tuning) ในเครื่อง โดยมีทางเลือกทั้งพีซีที่ใช้ GPU หน่วยความจำสูง และ ASUS Ascent GX10 ซึ่งใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA DGX Spark
  • Homelab / AI Nodes: สำหรับผู้ใช้ระดับสูงหรือทีมขนาดเล็กที่ต้องการให้ AI Agent ทำงานต่อเนื่อง บริการโมเดลภายในเครือข่าย สร้างฐานความรู้ส่วนตัว และแบ่งปันบริการ AI ระหว่างผู้ใช้ รองรับการจัดชุดระบบหลาย GPU หรือใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับงาน
  • Enterprise Workstation: รองรับงาน AI ภายในองค์กร เช่น Factory Edge AI การวิเคราะห์ภาพและภาษา (VLM) การวิเคราะห์เอกสาร และ Engineering Copilot โดยหน้าโซลูชันระบุรูปแบบเวิร์กสเตชันสำหรับงานเฉพาะที่รองรับผู้ใช้ได้สูงสุด 25 คน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโมเดลและการกำหนดค่าระบบ
  • Enterprise Workstation Premium และ Enterprise Scale: รองรับการให้บริการ AI ร่วมกันในระดับแผนก การทำงานอัตโนมัติ และการขยายบริการ AI ไปยังผู้ใช้หลายกลุ่ม ตั้งแต่เวิร์กสเตชันหลาย GPU ไปจนถึงแพลตฟอร์มองค์กร เช่น ASUS ExpertCenter Pro ET900N G3 สำหรับงาน AI ที่ต้องการการประมวลผลและการขยายระบบในระดับสูง

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศ

พอร์ตโฟลิโอ ASUS Agent Computer ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ นักพัฒนา และองค์กร เช่น ROG, TUF Gaming, ProArt, NUC และ ExpertCenter Pro พร้อมทางเลือกแพลตฟอร์มและกราฟิกการ์ดที่เหมาะกับแต่ละระดับงาน นอกจากนี้ ยังมีซอฟต์แวร์และเฟรมเวิร์กสำหรับเริ่มต้นใช้งาน AI Agent เช่น ASUS Zenni Claw ซึ่งมีขั้นตอนแนะนำการตั้งค่าและเวิร์กโฟลว์สำเร็จรูป รวมถึงการเลือกใช้การประมวลผลแบบ Local หรือ Cloud ให้เหมาะกับอุปกรณ์และงานที่ทำ

ออกแบบมาเพื่อเวิร์กโฟลว์ AI ที่ทำงานต่อเนื่อง

AI Agent สามารถดำเนินงานหลายขั้นตอน ใช้เครื่องมือประกอบการทำงาน และทำงานต่อเนื่องได้มากกว่าการสร้างคำตอบเพียงครั้งเดียว ASUS Agent Computer จึงให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพที่ต่อเนื่อง หน่วยความจำที่เพียงพอ พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่รวดเร็ว และการระบายความร้อนที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เลือกเครื่องได้ตรงกับลักษณะงาน ตั้งแต่ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคล ไปจนถึงระบบ AI ที่ใช้ร่วมกันภายในองค์กร

ค้นหา Agent Computer ที่เหมาะกับคุณ

ผู้สนใจสามารถเข้าชมหน้า ASUS Agent Computer เพื่อเลือกแนวทางการประมวลผล AI และประเภทอุปกรณ์ที่ต้องการ พร้อมดูโซลูชันที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของตนเองได้ที่ https://www.asus.com/microsite/agent-computer/

เกี่ยวกับ ASUS

ASUS (2357.TW) เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่นำเสนอโซลูชัน AI ที่ครอบคลุมที่สุดในโลก ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure), Physical AI, AI PC/อุปกรณ์ต่างๆ และการสร้างศักยภาพด้วย AI (Engineering the AI ​​Advantage) ภายใต้กลยุทธ์ “Ubiquitous AI. Incredible Possibilities.” ASUS มุ่งมั่นนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้จริงตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงระดับ Edge นอกจากนี้ ASUS ยังมีแบรนด์ในเครืออย่าง ROG และ ProArt ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าเกมเมอร์และนักสร้างสรรค์ผลงานทั่วโลก

image 4

FORTUNE และ FORTUNE World’s Most Admired Companies เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ FORTUNE Media IP Limited และได้รับอนุญาตให้ใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

รีวิว Asus

ASUS TUF Gaming A16 FA608UHI จ่ายไม่แพง แรงพร้อมลุยทุกเกม ใช้งานดีรอบด้าน ASUS TUF Gaming A16 FA608UHI รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรหัสฝาแฝดกับ TUF Gaming F16 ซึ่งได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นทั้งสองรุ่นนี้จึงแชร์องค์ประกอบร่วมกันหลายอย่างตั้งแต่ดีไซน์เรียบง่ายน่าใช้, คีย์บอร์ดเกมมิ่งพร้อมไฟ 1-Zone RGB มีปุ่ม WASD...

CONTENT

ASUS TUF Gaming F16 FX608JHI ตัวคุ้มขวัญใจมหาชน ชิป Intel 14th generation แรงพร้อมชนทุกเกม ครีเอเตอร์ก็ชอบใจ! ASUS TUF Gaming series ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กราคาเข้าถึงได้และสเปคคุ้มค่าตัว เช่น ASUS TUF Gaming F16 FX608JHI รหัสนี้จะได้ขุมพลัง...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก