Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

รีวิว Samsung

รีวิว Samsung Galaxy Tab S12+ แท็บเล็ตจอใหญ่ตัวแรง แปลงร่างเป็นโน้ตบุ๊กได้ ทำงานก็ถูกใจ เล่นเกมออนไลน์ลื่นถึงใจ!!

Samsung Galaxy Tab S12+ แท็บเล็ตสุดทรงพลังใหม่จากแดนโสมขาว ฟีเจอร์ครบเครื่องใช้งานดีสูสีโน้ตบุ๊ก แต่พกง่ายหยิบใช้สะดวกสุดๆ

Samsung Galaxy Tab S12+

ในช่วงหลายปีมานี้จะเห็นว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายเจ้าพยายามปรับปรุงแท็บเล็ตให้ใกล้เคียงโน้ตบุ๊กยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นำทัพโดยรุ่นเรือธงอย่าง Samsung Galaxy Tab S12+ ซึ่งได้ฮาร์ดแวร์สุดทรงพลังมาใช้พร้อมระบบ One UI ไว้ใช้งานทั่วไปไม่ว่าจะใช้งานทั่วไปหรือเพื่อความบันเทิงก็ตาม หรือสลับเป็นโหมดพีซีด้วย DeX mode เพียงแตะไอคอนคีย์ลัดแล้วเพิ่มหน้า Desktop เสริมมาได้อีก 4 จอ ไว้แยกจอทำงานหลักและรองออกจากกันแล้วเปลี่ยนใช้งานเร็วทันใจขึ้น ไม่มีอาการหน่วงช้าใดๆ ด้วยพลังจากชิปเซ็ตเรือธงจาก MediaTek คู่กับจอ Dynamic AMOLED 2X ให้ภาพสวมคมชัดทำงานก็ง่ายหรือใช้เพื่อความบันเทิงก็ดีเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าใครใช้อุปกรณ์ Apple อยู่ ก็สามารถส่งไฟล์ข้ามไปมาระหว่างกันด้วย AirDrop กับ Quick Share แล้ว ช่วยลดความยุ่งยากลงไปได้มาก และยังไม่รวมฟีเจอร์เสริมอื่นๆ ในระบบ One UI ซึ่งทางบริษัทหมั่นทำและอัพเดตมาให้ใช้อีกด้วย

Samsung Galaxy Tab S12+

นอกจากการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างระบบปฏิบัติการกันแล้ว ถ้าใครใช้สินค้า Samsung ชิ้นอื่นแล้วใช้ Samsung Account เดียวกัน จะสามารถทำงานร่วมกันได้ดีมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นมือถือก็สามารถดึงภาพหน้าจอขึ้นมาบนแท็บเล็ตแล้วสั่งใช้งานจาก Galaxy Tab S12+ ได้ทันที ไม่ต้องหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง นอกจากนี้ยังมี Galaxy AI ภายในเครื่องไว้ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาทำงาน โดยเฉพาะการช่วยจดโน้ต, ถอดข้อความแล้วช่วยแก้ไขข้อมูลให้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้นแถมเป็นระบบภายในเครื่องจึงใช้งานฟรีไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแม้แต่น้อย

Advertisement

อุปกรณ์เสริมของ Samsung Galaxy Tab S12+ ก็ยังมีให้เลือกใช้ครบหมด ไม่ว่าจะ S Pen พร้อมเทคโนโลยี Wacom ซึ่งแถมมาฟรีพร้อมใช้และไม่ต้องชาร์จไฟเพื่อใช้งาน ทำให้ตรวจจับน้ำหนักบริเวณหัวปากกาได้ละเอียด ส่งผลให้เส้นมีความหนาและบางตามน้ำหนักมือผู้ใช้ ทำให้เขียนและสเก็ตช์ภาพได้ง่ายเป็นธรรมชาติ ถ้าซื้อตอนเปิดตัวก็จะได้ Book cover keyboard slim มาต่อเพิ่มให้พิมพ์ทำงานทั่วไปสะดวกขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม Pro Keyboard ในรีวิวนี้มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น Galaxy Tab S12 Ultra เท่านั้นแบบ Exclusive

Samsung Galaxy Tab S12+

NBS Verdicts

Samsung Galaxy Tab S12+

ในตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตยุคนี้ นอกจากการปรับดีไซน์และสเปคให้ทันสมัยและอัพเดตเฟิร์มแวร์มาให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทาง Samsung ก็จะมีจุดเด่นเรื่อง UI ที่ใช้งานง่ายและได้ฟีเจอร์เสริมติดมาให้ครบเครื่อง ไม่ว่าจะระบบ Side panel ไว้ปักแอพฯ ใช้งานบ่อยเอาไว้, DeX mode ไว้เปลี่ยนระบบและ UI ให้ทำงานได้เหมือนโน้ตบุ๊กยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุดนอกจากระบบส่งไฟล์ไร้สายอย่าง Quick Share ซึ่งส่งไฟล์ระหว่าง AirDrop ได้สะดวกขึ้น ก็มี แอพฯ Samsung Flow ไว้เชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือเข้าหากันด้วย Samsung Account ให้ใช้ระบบต่างๆ อย่างส่งงานในแอพข้ามเครื่องมาให้ทำต่อได้แล้วอัพเดตเวอร์ชั่นให้อัตโนมัติ, นำหน้าจอมือถือมาขึ้นใช้งานบนแท็บเล็ตหรือพีซี ฯลฯ ได้อย่างราบลื่น ทำให้ใช้งานสะดวกต่อเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกว่าเดิม

Samsung Galaxy Tab S12+

นอกจากเครื่องก็ต้องรวมถึงอุปกรณ์เสริมอย่าง S Pen พร้อมเทคโนโลยีจากผู้นำด้านสไตลัสอย่าง Wacom เองก็ตอบสองได้ดี มีระบบ Palm rejection ไม่ให้หน้าจอตอบสนองกับมือผู้ใช้เวลาวาดภาพ แถมกดปุ่มลัดบนตัวด้ามก็เรียกใช้ฟังก์ชั่นลัดเปลี่ยนปากกาสะดวกขึ้น แถมสัมผัสเวลาทดลองวาดภาพก็ไม่แพ้การใช้ดินสอสเก็ตช์ภาพลงกระดาษจริง แต่ลบแก้ตอนวาดผิดง่ายกว่ามากและถ้าจะใส่รายละเอียดเพิ่มก็ง่ายกว่า แถมถ้าต่อ Book Cover Keyboard Slim เพิ่มก็พิมพ์งานง่ายขึ้นพอกับโน้ตบุ๊กเลย

Samsung Galaxy Tab S12+

นอกจากเรื่องงานแล้ว Samsung Galaxy Tab S12+ ก็ใช้เพื่อความบันเทิงได้ดี เพราะลำโพงสเตอริโอทั้ง 4 ดอก, หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X และแบตเตอรี่ความจุสูงกับชิปเซ็ตรุ่นเรือธงอย่าง MediaTek Dimensity 9500 ทั้งหมดนี้ประกอบกันแล้ว จะเปิดดูซีรีส์ต่อเนื่องร่วม 20 ตอนก็ยังไหว เพราะทางบริษัทเคลมระยะเวลาการดูวิดีโอ (VDO Playback) ต่อเนื่องถึง 21 ชม. ถ้าเล่นเกมจะ Zenless Zone Zero, Genshin Impact หรือ Wutherring Waves ก็ปรับตั้งค่ากราฟิคสูงสุดและเลือกแบบ 60 FPS เล่นได้สบายมาก ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นแถมเครื่องก็แค่อุ่นขึ้นเล็กน้อยแค่พอรู้สึกว่ามันกำลังทำงานอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องวางเครื่องลงเลย แต่ขนาดของหน้าจอ 12.6″ เวลาจับใช้งานแล้วจะล้นมือพอสมควรจนเหยียดนิ้วแตะไอคอนควบคุมตัวละครไม่ถนัดเหมือนสมาร์ทโฟนแถมอุ้งมือผู้ใช้ก็จะปิดลำโพงไปหนึ่งคู่โดยปริยาย แม้จะใส่หูฟังและต่อจอยเกมไร้สายเล่นได้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทุกสถานการณ์เช่นกัน

ถัดมาคืออุปกรณ์เสริมอย่าง Samsung Pro Keyboard เมื่อเป็นโลหะทั้งตัวแข็งแรงทนทานและมีชุดกลไกขาตั้งด้านหลังไว้รับน้ำหนักเครื่องได้เยี่ยม แต่มันจะกางออกตามองศาหน้าจอเท่านั้นซึ่งเป็นเรื่องดีแต่ถ้าปรับเพิ่มระบบสลักล็อคเข้ามาให้ผู้ใช้เลือกพับขาตั้งได้อิสระก็จะดีมาก และขอแนะนำผู้ที่สนใจ Samsung Galaxy Tab S12+ สักเล็กน้อยว่าเวลาจะดึงแยกแท็บเล็ตจาก Pro Keyboard ให้ดึงจากมุมใดมุมหนึ่งยกเฉียงขึ้นเท่านั้นและต้องใช้แรงสักหน่อยเพราะแม่เหล็กมีแรงดูดสูงมาก แต่กลับกันแม่เหล็กยึดสไตลัส S Pen ถึงจะมีกำลังดูดติดพอควร แต่พอใส่กระเป๋าแล้วก็มีโอกาสโดนของใช้ชิ้นอื่นเบียดหลุดแล้วโดนของใช้ชิ้นอื่นทับจนเกิดความเสียหายได้ จึงขอแนะนำให้ใส่ช่องเก็บแท็บเล็ตโดยเฉพาะจะเหมาะสมสุด

ข้อดีของ Samsung Galaxy Tab S12+

  1. หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X แสดงสีสันได้สดสวยงามและลื่นไหลเป็นพิเศษ
  2. ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 มีสมรรถนะสูงทั้งใช้ทำงานและเล่นเกม
  3. ชุดระบายความร้อน 3D Vapor Chamber คุมอุณหภูมิชิปเซ็ตได้ดี ทำให้เครื่องไม่ร้อนเกินไป
  4. แบตเตอรี่มีความจุสูงและจัดการพลังงานดีพอให้ใช้งานจนจบวันและรองรับการชาร์จเร็ว 45W
  5. ลำโพง 4 ดอก Quad speaker ให้เสียงดังชัดเจน เหมาะกับความบันเทิงทุกรูปแบบ
  6. เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E (802.11ax) และรองรับ Bluetooth 6.0 ในตัว
  7. สามารถสลับการทำงานระหว่างโหมดแท็บเล็ตและ DeX mode ได้ราบลื่นเป็นพิเศษ
  8. สามารถเคลมสิทธิ์เจ้าของแท็บเล็ตเพื่อใช้บริการแอพฯ ทำงานและ AI ได้ฟรี
  9. S Pen มีเทคโนโลยี Wacom จึงใช้วาดและเขียนดีไม่แพ้ดินสอปากกาจริง
  10. กล้องหลังความละเอียด 12MP ใช้ถ่ายภาพและอัดคลิปความละเอียดสูงได้คมชัด
  11. ติดตั้งแอพฯ Samsung Flow เพื่อควบคุมและรับส่งงานข้ามอุปกรณ์ Samsung ได้
  12. กันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 จึงพกไปทำงานนอกสถานที่แล้วไม่ต้องระวังเครื่องนัก
  13. ได้เซนเซอร์ Ultrasonic ไว้ใช้สแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องหรือใช้กล้องสแกนใบหน้า

ข้อสังเกตของ Samsung Galaxy Tab S12+

  1. ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ เวลาถือเล่นเกมแล้วมือจะปิดลำโพงคู่ล่างโดยปริยาย
  2. S Pen แม้แม่เหล็กจะดูดติดดีแต่ก็มีโอกาสหลุดจากตัวเครื่องได้เมื่อเก็บใส่กระเป๋า

รีวิว Samsung Galaxy Tab S12+


Specification

Samsung Galaxy Tab S12+

Samsung Galaxy Tab S12+ นี้ เป็นแท็บเล็ตซีรีย์เรือธงจาก Samsung ซึ่งปรับแต่งสเปคกับ One UI ให้ใช้ทำงานสะดวกขึ้นไม่น้อยหน้าโน้ตบุ๊ก แถมใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง S Pen เพื่อวาดเขียนจดสิ่งต่างๆ ลงไปในไฟล์ได้โดยตรง แถมยังได้อัพเดตระบบปฏิบัติการต่อเนื่อง 7 ปี ให้ใช้งานสะดวกกว่าเดิม ซึ่งสเปคจะเป็นดังนี้

Display12.6″ WQXGA+ (2800*1752) Dynamic AMOLED 2X
Refresh Rate 120 Hz
ChipsetMediaTek Dimensity 9500 แบบ Octa-core
(Arm C1-Ultra*1 / Arm C1 Premium*3 / Arm C1 Pro*4)
รองรับหน่วยความจำ LPDDR5X และ UFS 4.1 (4-lane)

Arm Mali-G1 Ultra MC12

MediaTek NPU 990
(Generative AI, Agentic AI)
Operating System & UIOne UI 9.0
พัฒนาจาก Android 17
อัพเดตระบบปฏิบัติการต่อเนื่อง 7 ปี
Memory5G หรือ Wi-Fi
ความจุ 12+256 GB
Connectivity5G Sub6
Wi-Fi 6E ( 802.11ax)
Bluetooth 6.0
USB-C 3.2

GPS
Glonass
Beidou
Galileo
QZSS
Dimension & Weight289.5*187.8*5.3 มม.

5G น้ำหนัก 555 กรัม
Wi-Fi น้ำหนัก 553 กรัม
Battery10,600mAh
รองรับชาร์จเร็ว 45W
Securityสแกนลายนิ้วมือ
สแกนใบหน้า
EquipmentS Pen
Subscription servicesให้สิทธิ์ใช้บริการแอพฯ ฟรี
LumaFusion Creator Pass 1 เดือน
Adobe Photoshop 4 เดือน
Adobe Lightroom 2 เดือน
Goodnotes พร้อม Premium template 1 ปี
Notion Business 1 เดือน
Notability 6 เดือน แบบ Plus Plan
Gemini Google AI Pro 6 เดือน
PriceWi-Fi ราคา 41,900 บาท
5G ราคา 46,900 บาท

โปรโมชั่นช่วงเปิดตัวเมื่อซื้อที่ Samsung Experience Store และหน้าร้านค้าที่ร่วมรายการ ในช่วงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 จะมีโปรโมชั่นให้สมนาคุณ 3 รายการดังนี้

  1. รับ Book cover keyboard slim มูลค่า 6,990 บาทฟรี เมื่อซื้อ Galaxy Tab S12+ หรือ Tab S12 Ultra
  2. นำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตรุ่นที่ร่วมรายการมาแลกซื้อและรับส่วนลดเพิ่มเติม 5,000 บาท
  3. รับส่วนลดซื้อ Galaxy Buds เพิ่มอีก 20% เมื่อซื้อพร้อม Galaxy Tab เครื่องใหม่

Design

Samsung Galaxy Tab S12+

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab S12+ จะได้หน้าจอขนาดใหญ่ 12.6″ มีกรอบหน้าจอ 4 ด้านเสมอกันราว 7.9 มม. เพื่อติดตั้งชิ้นส่วนสำคัญไว้ ได้แก่ กล้องหน้าสำหรับใช้ประชุมออนไลน์และใช้สแกนใบหน้าได้, ปุ่ม Power, ปุ่มเพิ่มลดเสียงลำโพง, ช่องใส่ Nano SIM และชุดลำโพง ทำให้พาเนลหน้าจอต้องเว้นเข้ามาให้มีพื้นที่สำหรับชุดกลไกต่างๆ ได้ ส่วนใต้บานพาเนลหน้าจอจะมีเซนเซอร์ Ultrasonic ไว้สแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องหรือทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย

หน้าจอ 12.6″ Dynamic AMOLED 2X ตามสเปคแล้วจะมีความละเอียด 2800*1752 พิกเซล รองรับค่า Refresh rate 120 Hz สามารถแสดงภาพได้คมชัดและสีสันสวยงาม รองรับการใช้นิ้วแตะเลือกหรือใช้ S Pen วาดเขียนลงไปก็ได้ ทั้งจดบันทึกการประชุม, เลคเชอร์, เซ็นเอกสารหรือดูหนังฟังเพลงก็จะเห็นภาพชัดเจนและมีพื้นที่แสดงผลมาก ทำให้ผู้ใช้ชมเนื้อหาคอนเทนต์ได้เต็มอิ่มขึ้นและพาเนลนี้ก็ให้สีสันสดใสและสว่างมองเห็นชัดเจน ทำให้คนที่ต้องเดินทางนานหลายชั่วโมงสามารถสนุกกับซีรีย์ที่โหลดมาเก็บไว้ดูภายหลังได้นานร่วม 20 ชม.

ถ้าพลิกดูตาขอบเครื่องทั้ง 4 ด้าน ของ Samsung Galaxy Tab S12+ จะมีทั้งปุ่ม, พอร์ตและชิ้นส่วนต่างๆ ติดมาให้ทุกด้านเพื่อให้ใช้งานสะดวกขึ้นและมีจุดเชื่อมต่อพิเศษสำหรับคีย์บอร์ดติดมาด้วย โดยแต่ละมุมจะเป็นดังนี้

  • ขอบบนมีปุ่มเพิ่มลดเสียง, ปุ่ม Power เพื่อล็อคหน้าจอหรือปิดเครื่อง, ไมโครโฟนและช่องใส่ Nano SIM
  • ขอบล่างมีช่องคู่ไว้รับเดือยล็อคเครื่องจากคีย์บอร์ด ส่วนตัว Smart Connector แบบจุดสีเหลืองทองถูกย้ายไปติดบนฝาหลังเครื่องเหนือขึ้นไปเล็กน้อย
  • ฝั่งซ้ายมีลำโพงคู่พร้อมไมค์คู่เพื่อจับเสียงผู้พูด
  • ฝั่งขวาติดตั้งลำโพงและไมค์คู่ขนาบข้างพอร์ต USB-C 3.2
Samsung Galaxy Tab S12+

ส่วนด้านหลังของ Galaxy Tab S12+ จะไม่มีลวดลายใดเป็นพิเศษ ยกเว้นเส้นขอบเครื่องสองฝั่งซึ่งเป็นเสาอากาศในตัวแล้ว จะมีโลโก้ Samsung มุมบนซ้ายตรงข้ามกับกล้องหลังสำหรับใช้ถ่ายภาพและไฟแฟลชอีกดวงเท่านั้น ส่วนขอบล่างตรงกลางเครื่องจะมีขั้วต่อทองเหลืองไว้ใช้งานคู่กับคีย์บอร์ดติดมาให้เป็นจุดวงกลม 3 จุดเท่านั้น

Samsung Galaxy Tab S12+

เวลานำ Samsung Galaxy Tab ไปประกอบกับ Pro Keyboard นี้ เพียงนำเครื่องไปอยู่ใกล้แล้วแม่เหล็กจะดึงเข้าหากันทันที แต่บางครั้งแท็บเล็ตอาจจะตรงกับ Connector แล้ว แต่เบี่ยงจากเดือยล็อคตรงฐานคีย์บอร์ดบ้างก็แนะนำให้ดันเครื่องนิดหน่อยให้ฐานกับขอบเครื่องเสมอเป็นแนวเดียวกันก็จะประกอบแล้วพับคีย์บอร์ดได้พอดี แต่ว่า Pro Keyboard จะมีจำหน่ายแยกเฉพาะรุ่น Galaxy Tab S12 Ultra เท่านั้น ด้าน Galaxy Tab S12+ จะมีเฉพาะ Book cover keyboard slim ให้เลือกซื้อในภายหลัง แต่ถ้าสั่งซื้อในช่วงเปิดตัวก็จะได้รับเป็นของสมนาคุณไปทันที

จุดน่าสนใจคือคานกลไกบานพับหน้าจอซึ่งประกอบเข้าหากัน 3 ชิ้น คือ คานรับน้ำหนักทรงตัว U ด้านนอกสุดไว้คานน้ำหนักแท็บเล็ต ชุดก้านตรงกลางจะเป็นแท่นแม่เหล็กรับแท็บเล็ตกับชุด Connector และชุดก้านหลักของตัวคีย์บอร์ดซึ่งทำมุม 90 องศากับตัวแป้น เวลากางหน้าจอจนสุด 130 องศาแล้ว คานรับน้ำหนักตัวนอกสุดจะทาบไปกับพื้นโต๊ะพอดีแล้วตัวเครื่องจะไม่โยกไปมาแถมยังดึงเข้าหาตัวผู้ใช้ให้หน้าจอทำมุมแล้วมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น แต่เสียดายว่าถ้าคานตัว U ด้านหลังสุดสามารถปรับระยะได้อิสระกว่านี้ก็จะดีมาก เผื่อว่าอยากกางหน้าจอให้สุดแล้วดันเครื่องไปให้ชิดกับขอบโต๊ะชิดกำแพงได้มากขึ้น

Samsung Galaxy Tab S12+

ถึงขนาดเครื่องจะใหญ่ไล่เลี่ยกับโน้ตบุ๊กก็ตาม แต่น้ำหนักเครื่องก็เบาเพียง 557 กรัม รวมกับ S Pen อีก 7 กรัม แล้วมีน้ำหนัก 564 กรัมเท่านั้น จึงพกใส่กระเป๋าถุงผ้า (Tote bag) ไปไหนมาไหนสะดวกและบางเพียง 5.5 มม. ถ้ารวมระยะเลนส์กล้องหลังซึ่งนูนสูงขึ้นมาอีก 2 มม. จะเป็น 7.5 มม. จึงประหยัดพื้นที่เก็บของในกระเป๋ามาก แต่เวลาวางเครื่องขอแนะนำให้หันฝั่งคีย์บอร์ดลงพื้นโต๊ะให้เลนส์กล้องหลังไม่กระทบหรือรูดพื้นโต๊ะเพื่อให้ถ่ายภาพได้คมชัดเช่นเดิม

Samsung Galaxy Tab S12+

เสียงจากชุดลำโพง 4 ดอกของ Samsung Galaxy Tab S12+ ถือว่าน่าประทับใจทั้งความดังร่วม 85dB ให้ได้ยินชัดเจนทั่วห้องขนาด 13 ตารางเมตร ให้เนื้อเสียงเน้นเสียงนักร้องนำกับเครื่องดนตรีเคลียร์ชัดเจนไม่รกหูและมีเสียงเบสเสริมให้ฟังเพลงได้อรรถรสกำลังดีไม่บวมไป เหมาะกับเพลงสมัยใหม่ทุกสไตล์หรือชอบเพลงคลาสสิคก็ฟังก็ได้อรรถรสไม่แพ้กัน ส่วนเสียงตอนเล่นเกมก็แยกทิศทางเหตุกาณ์ชัดเจน ทำให้ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างดีขึ้น ถ้าใช้เล่นเกมก็เหมาะมาก


Keyboard & Stylus

Samsung Galaxy Tab S12+

Pro Keyboard มีจำหน่ายเฉพาะ Samsung Galaxy Tab S12 Ultra เท่านั้น ด้าน Galaxy Tab S12+ จะมีเฉพาะ Book cover keyboard slim ให้ใช้และแถมเป็นของสมนาคุณเมื่อซื้อแท็บเล็ตในช่วงโปรโมชั่นเปิดตัว

Pro Keyboard เป็นแป้นพิมพ์บอดี้อลูมิเนียม พอประกอบเข้าหากันแล้วนอกจากปกป้องตัวเครื่องได้ดี ก็มีไฟ LED Backlit สีขาวเรืองจากตัวอักษรให้พิมพ์ตอนแสงน้อยหรือสลัวได้สะดวกแล้ว สัมผัสปุ่มสวิตช์คีย์บอร์ด Low Profile ทั้งตอบสนองเร็วต่อเนื่องไม่มีตัวอักษรตกหล่น เสียงปุ่มเบาไม่รบกวนผู้อื่นนักและน้ำหนักเวลากดเหมือนโน้ตบุ๊กแถมให้ปุ่มกับคำสั่งใกล้เคียงกัน จึงไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวเกินไป

คำสั่งและคีย์ลัดถือว่าน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะ Function key ถัดจาก F12 เป็นต้นมาจะมีคำสั่ง Finder หรือ Settings, เรียกใช้ DeX mode หรือถ่ายภาพหน้าจอและปุ่ม Del ติดมาให้ ส่วนคำสั่งน่าสนใจจะติดอยู่ตามปุ่มต่างๆ ได้แก่

  • Tab กดแล้วจะเป็นคำสั่ง Keyboard input switch ไว้สลับ Input การพิมพ์จากคีย์บอร์ดแล้วไปขึ้นยัง Galaxy Tab S12+ หรือสมาร์ทโฟน Samsung ที่จับคู่ไว้ด้วยกัน
  • ปุ่ม Galaxy AI (รูปดาว 3 ดวง) ไว้ใช้เรียก AI ของ Samsung ขึ้นมาใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะถอดเสียงการประชุม, แก้ภาพและอื่นๆ ได้ทันที
  • ลูกศรทั้งสี่ทิศทาง ติดตั้งคำสั่ง Home, End, Page Up / Down
  • Space bar กดเพื่อปิดการทำงานแป้นทัชแพด
Samsung Galaxy Tab S12+

Hotkeys ในบรรทัด F1~F12 ของ Pro Keyboard ก็ถอดแบบมาจากคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กเช่นกัน โดยคำสั่งพื้นฐานจะเป็น F1~F12 และกด Fn ค้างไว้ก็จะใช้คีย์ลัดได้ แต่สังเกตว่าชุดคำสั่งจะอเนกประสงคและให้ปุ่มแบบมือถือมาให้กดใช้ได้สะดวกขึ้น จุดน่าสนใจคือปุ่ม F1~F3 ถูกเปลี่ยนเป็นคำสั่งไว้บันทึกและแอพฯ ใช้งานบ่อยขึ้นมาได้ทันที ถือว่าน่าสนใจมาก โดยคำสั่งทั้งหมดจะเป็นดังนี้

  • F1~F3 – ปุ่มเรียก App ใช้งานบ่อย รวม 3 ปุ่ม ซึ่งผู้ใช้สามารถบันทึกไว้เรียกใช้ได้
  • F4 – เรียกหน้ารวมแอพฯ ทั้งหมดในเครื่อง
  • F5 – Recent applications
  • F6 – ปุ่ม Home
  • F7~F8 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F9~F11 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F12 – ปรับความสว่างของไฟ LED Backlit

ทัชแพดของตัวแป้นพิมพ์เองก็ติดตั้งไว้ตรงกลางแท่นวางข้อมือเช่นเดียวกับของโน้ตบุ๊ก ขนาดกว้างกำลังพอดีแต่ค่อนไปทางซ้ายมือพอควรจึงลอดรับเข้าไปใต้สันมือซ้ายเวลาวางมือกดแป้นพิมพ์พอดี แต่เวลาใช้งานก็ไม่มีปัญหาเรื่องแป้นลั่นและมีคีย์ลัดไว้ปิดการทำงานในภายหลังได้ ตัวแป้นตอบสนองได้ต่อเนื่องและใช้ Gesture control ได้เช่นกัน แต่คำสั่งนิ้วจะต่างจากระบบปฏิบัติการอื่นจึงต้องใช้เวลาสักหน่อยถึงจะเข้ามือแล้วใช้ถนัดขึ้น

Samsung Galaxy Tab S12+

ส่วน Book cover keyboard slim ที่แถมมาพร้อมกับ Samsung Galaxy Tab S12+ เมื่อสั่งซื้อช่วงเปิดตัวจะไม่มีแป้นทัชแพด, คีย์บอร์ดไม่มีไฟ LED Backlit และปุ่ม F1~F12 แยกเฉพาะแล้วรวมเอาไว้กับบรรทัดตัวเลขแล้ว นอกจากนั้นอย่างปุ่ม Tab ติดคำสั่ง Keyboard input switch, Galaxy AI และอื่นๆ ให้ใช้เช่นกันแถมมีน้ำหนักเบาแถมบางพกสะดวกกว่า ซึ่งถ้าใครใช้ S Pen หรือใช้นิ้วแตะเลือกอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา

Samsung Galaxy Tab S12+

ด้านสไตลัส S Pen สีขาวทรงหกเหลี่ยมของ Galaxy Tab S12+ จะสกรีนโลโก้ Samsung ไว้ปลายด้ามพอดีและหน้าตรงกันข้ามใกล้หัวปากกาจะมีปุ่มลัดสำหรับกดเปลี่ยนหัวปากกาและสีในแอพฯ วาดภาพได้เร็วขึ้น แถมได้เทคโนโลยีจาก Wacom มาใช้ จึงตอบสนองต่อแรงกดได้ 4,096 ระดับ ทำให้ตอบสนองไม่แพ้เมาส์ปากกาและไม่ต้องชาร์จเพื่อใช้งาน ถ้าใช้เสร็จก็นำไปดูดติดตรงขอบบนเครื่องก็พอแล้ว


Connectivity

พอร์ตการเชื่อมต่อบนตัวจะมีเพียง USB-C 3.2 ช่องเดียวเท่านั้น ถ้าสังเกตจะเห็นว่าพอร์ตที่หนาเพียง 2.6 มม. นั้นแทบจะชิดกับบอดี้บาง 5.5 มม. ของ Samsung Galaxy Tab S12+ อยู่แล้ว ซึ่งระยะห่างที่เหลือนั้นสันนิษฐานว่าเป็นชุดหน้าจอ, สายสัญญาณและบอดี้สำหรับปิดทุกสิ่งให้อยู่ในโครงเครื่องเดียวกัน ซึ่งทั้งบางแล้วประกอบกับคีย์บอร์ดก็ยังไม่เทอะทะนัก นอกจากนี้จะมี Connector ไว้ต่อคีย์บอร์ดบนฝาหลังและถ้าซื้อรุ่น 5G ก็จะมีช่องใส่ Nano SIM ติดอยู่ตรงขอบบนเครื่องใต้จุดติด S Pen

การเชื่อมต่อไร้สายอ้างอิงกับชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 แล้ว โมเด็มในตัวจะรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 6.0 ในตัว จึงใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและรับส่งข้อมูลไร้สายได้รวดเร็วไม่ว่าจะดาวน์โหลดไฟล์งาน, คลิปหรือแอพฯ ใหม่มาใช้ก็ตาม


Performance

Samsung Galaxy Tab S12+

ชิปเซ็ตใน Samsung Galaxy Tab S12+ เป็น MediaTek Dimensity 9500 แบบ Octa-core โดยแยกแกนประมวลผลเป็น 3 แบบ คือ Arm C1-Ultra เป็นคอร์ใหญ่สุด รองลงมาเป็น Arm C1-Premium*3 คอร์ และปิดท้ายด้วย Arm C1-Pro*4 คอร์ ไว้ช่วยกันประมวลผลเวลาทำงานและเล่นเกมได้ดีขึ้น จับคู่กับจีพียู Arm Mali-G1-Ultra MC12 เพื่อเรนเดอร์กราฟิคและรองรับ Memory แบบ LPDDR5X บัส 10,677 MHz และ Storage แบบ UFS 4.1 ตามสเปคเคลมแล้วมีความเร็วสูงสุด 4,300 MB/s จึงทำงานได้เร็วต่อเนื่อง

เมื่อเช็คใน CPU-Z จะเห็นว่า One UI ของเครื่องจะมีพื้นฐานจาก Android 17 เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเช่นเดียวกับ Galaxy Z Fold 8 series ในปัจจุบัน พร้อมแพทช์รักษาความปลอดภัยเวอร์ชั่นล่าสุด จึงทำงานได้เสถียรและปลอดภัยขึ้น

Samsung Galaxy Tab S12+

เมื่อเช็คข้อมูลผ่านทาง DRM Info จะรองรับ Security Level L1 จึงดูคลิปความละเอียดสูงและรองรับ HDR10, HDR10+ และ HLG ให้สีสันสวยสมจริงขึ้น

Samsung Galaxy Tab S12+

การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax เมื่อทดสอบกับแอพฯ Speedtest by Ookla โดยเชื่อมต่อกับเราเตอร์ Wi-Fi 6 แพ็คเกจอินเทอร์เน็ต 750 / 750 Mbps โดยตั้งเครื่องห่างจากจุดกระจายสัญญาณราว 10 เมตรและมีประตูไม้กั้น 1 บาน จะเห็นว่าโมเด็ม MediaTek ก็รับส่งข้อมูลได้เร็วต่อเนื่อง สามารถโหลดไฟล์ขนาดใหญ่มาทำงานและส่งต่อให้เพื่อนได้เร็วทันใจ ดังนั้นถ้า Access Point ของบ้านหรือออฟฟิศเป็นรุ่นใหม่ก็ยิ่งทำงานดีขึ้นไปอีก ส่วนระยะการจับสัญญาณก็กว้างต่อเนื่องแม้จะใช้ในห้องส่วนตัวและมีประตูไม้กั้นอยู่ก็ยังทำงานได้ไวทันใจเช่นเดิม

ผลการทดสอบกับแอพฯ 3DMark ซึ่งจำลองการทดสอบเล่นเกมในแบบต่างๆ ถือว่า MediaTek Dimensity 9500 ใน Samsung Galaxy Tab S12+ นั้นมีสมรรถนะสูงจนใช้เล่นเกมออนไลน์ชั้นนำในปัจจุบันโดยปรับตั้งค่ากราฟิคสูงสุดได้สบายมาก ไล่เลี่ยกับแท็บเล็ตระดับเรือธงรุ่นอื่นในท้องตลาด ณ ตอนนี้ ซึ่งผลลัพธ์ในแต่ละการทดสอบเป็นดังนี้

  • Sling Shot เป็นการทดสอบด้วย OpenGL ES 3.0 ร่วมกับ API ต่างๆ บนความละเอียด 1080p แล้วสเกลความละเอียดภาพขึ้นมาเท่ากับความละเอียดหน้าจอว่าระบบการเรนเดอร์แสงเป็นอย่างไร ด้านเวอร์ชั่น Extreme จะเลือกได้ระหว่าง OpenGL ES 3.1 และ Vulkan ว่าจะใช้ API ไหนทดสอบ แต่จะเทสต์บนความละเอียด 1440p ซึ่งทั้งสองการทดสอบทำได้คะแนนเต็ม
  • Wild Life จะทดสอบด้วย Vulkan API หรือ Metal API เพื่อทดสอบสมรรถนะการเรนเดอร์กราฟิคด้วยอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ ทว่าเป็นอย่างไร โดยเวอร์ชั่นมาตรฐานทำได้คะแนนเต็ม

ผลคะแนนจากแอพฯ ทดสอบประสิทธิภาพส่วนต่างๆ อย่างเต็มกำลังอย่าง Geekbench 7 จะเห็นว่า MediaTek Dimensity 9500 เวลาใช้งานเต็มกำลังแล้วเป็นอย่างไร? ซึ่งถ้าสรุปแล้วกำลังประมวลผลแต่ละคอร์ถือว่าอยู่ในระดับใช้ทำงานหนักได้ดีไม่มีปัญหา แม้จะไม่หวือหวาน่าตกใจแบบชิปเซ็ตอื่นก็ตาม โดยแต่ละการทดสอบได้ผลดังนี้

  • CPU ทดสอบแล้วได้คะแนน Single-Core 2,711 คะแนน ส่วน Multi-Core 9,098 คะแนน
  • GPU ได้ 15,444 คะแนน
  • NPU ได้ 16,763 คะแนน

ด้านการทดสอบกับ Geekbench AI เพื่อทดสอบชิปเซ็ตว่าทำงานกับ AI ได้เร็วหรือไม่ ยิ่งถ้าได้คะแนนสูงยิ่งตอบสนองดี โดย Single Precision จะคำนวณโดยใช้ FP32, Half Precision ใช้ FP16 และ Quantized Score เป็น Int8 โดยผลคะแนนจากการทดสอบกับส่วนต่างๆ ของชิปเซ็ตแล้วได้ผลดังนี้

  • CPU ได้คะแนน Single Precision 1,902 คะแนน, Half precision 2,794 คะแนน และ Quantized Score 2,796 คะแนน
  • GPU ได้คะแนน Single Precision 1,410 คะแนน, Half precision 1,809 คะแนน และ Quantized Score 1,546 คะแนน
  • NPU ได้คะแนน Single Precision 704 คะแนน, Half precision 693 คะแนน และ Quantized Score 1,486 คะแนน

หากสรุปผลการทดสอบจาก Geekbench 7 และ AI ถือว่าแท็บเล็ตนี้ใช้ทำงานกับแอพฯ ทั่วไปในชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว สลับใช้งานไวต่อเนื่องไม่มีอาการหน่วงแม้แต่น้อย หากใช้ฟังก์ชั่น AI อย่างการแต่งภาพ, ถอดไฟล์เสียงเป็นอักษร (Transcribe) หรือปรับแต่งเอกสารให้เสร็จเร็วในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น


User Experience

Samsung Galaxy Tab S12+

ในยุคนี้เมื่อแท็บเล็ตแอนดรอยด์แทบทุกแบรนด์พากันขายผลคะแนน Benchmark กันเป็นเรื่องปกติแล้วเคลมว่าแท็บเล็ตรุ่นใหม่นี้ใช้ทำงานได้ดีไม่แพ้โน้ตบุ๊ก และมีฟีเจอร์ 1, 2, 3… เสริมมาให้ใช้ด้วย แต่เวลาลองใช้งานจริงแล้วแทบไม่ต่างจากการเอาแท็บเล็ตมาวางแนวนอนและต่อคีย์บอร์ดบลูทูธใช้งานเลยด้วยซ้ำ แต่ Samsung Galaxy Tab S12+ กลับต่างออกไป โดยเฉพาะโหมด DeX ซึ่งเปลี่ยน UI ให้คล้ายกับพีซีให้เจ้าของทำงานสะดวกขึ้น แถมในตอนนี้การสลับเข้าออกโหมดนี้ก็ไวขึ้นมากเหมือนกดเข้าออกแอพฯ ตามปกติ ไม่ต้องรอหน้า Animation โหลดให้เสียเวลา ซึ่ง UI นี้ช่วยให้ผู้ใช้เปิดแอพฯ เป็นหน้าต่างลอยหรือเต็มบานใช้ได้เหมือนพีซีและเพิ่มหน้า Desktop ไปได้ถึง 4 บาน เพื่อเปิดแอพฯ ทำงานหลักงานรองควบคู่กันไปและให้สักหน้า Desktop เอาไว้เปิดเกมแล้วปล่อยให้ระบบฟาร์มไอเทมมาใช้อัตโนมัติก็ไม่มีปัญหา ไม่มีอาการหน่วงให้เห็น ดังนั้นถ้าใครเปิดแอพฯ หลายตัวทำงานร่วมกันแล้ว ก็ไม่มีปัญหา

ข้อดีของการใช้แอพฯ Samsung Flow ซึ่งเชื่อมต่อกับมือถือ Samsung เอาไว้แล้ว ก็สามารถดึงภาพหน้าจอมือถือขึ้นมายังแท็บเล็ตหรือโน้ตบุ๊กได้ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอลอยหรือแบ่งครึ่งกับแอพฯ อื่นเพื่อใช้งานไปพร้อมกันแล้วไม่ต้องสลับไปจับเครื่องนั้นทีนี้ที ดังนั้นเวลาต้องส่งไฟล์, ปรับตั้งค่าหรือดูแจ้งเตือนใดๆ บนมือถือก็ทำจากหน้า Galaxy Tab S12+ ได้โดยตรง ไม่ต้องเสียสมาธิจากงานตรงหน้าแม้แต่น้อย และเพิ่มเติมว่าถ้าใครใช้อุปกรณ์ Apple ก็สามารถส่งไฟล์โดย AirDrop แล้วรับด้วย Quick Share ในมือถือหรือแท็บเล็ต Samsung ได้ทันที

Samsung Galaxy Tab S12+

ฟังก์ชั่น AI ภายในมือถือหรือแท็บเล็ต Samsung อย่าง Galaxy AI, Bixby ซึ่งหลายคนน่าจะได้ใช้ถอดเสียงการประชุม, แต่งภาพเพื่อเอาไปใช้งานและอื่นๆ ก็มีให้ใช้บน Galaxy Tab S12+ เช่นกัน แต่ทำงานเร็วกว่ามาก ซึ่งผู้เขียนทดลองสั่งถอดเสียงเป็นอักษร (Transcribe) ก็ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที ก็แปลงคลิปเสียงความยาว 30 นาที เป็นตัวอักษรแล้วเอาไปทำงานต่อได้ทันที แถมผู้ใช้ก็เปิดกล้องเป็นหน้าต่างลอยใน DeX mode เพื่อถ่ายภาพแล้วใส่เพิ่มในเอกสารได้ทันที แม้ภาพจะคมชัดน้อยกว่ากล้องจากมือถืออยู่เล็กน้อยแต่ใช้งานจริงได้และจบงานเร็วกว่าอย่างแน่นอน

จุดน่าประทับใจเมื่อเอา Keyboard cover มาต่อเพิ่ม นอกจากปกป้องตัวเครื่องได้ดีแล้วก็พิมพ์งานสะดวกมาก อย่าง Pro Keyboard ที่ได้มาทดลองใช้งานถือว่าน่าประทับใจ ทั้งสัมผัสการพิมพ์ไม่ต่างจากคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กจริงๆ แล้ว ยังมีคีย์ลัดให้กดใช้สะดวก แถมยังปักแอพฯ ใช้งานบ่อยเอาไว้ตรง F1~F3 ก็ถือว่าน่าประทับใจ ด้านของ Book cover keyboard slim ซึ่งแถมมาพร้อมกันแม้จะตัด Hotkeys ตรงบรรทัดตัวเลขออกไป แต่ปุ่มและฟังก์ชั่นต่างๆ ยังมีครบถ้วนจนเพียงพอกับการใช้งานแล้วก็เป็นไปได้ แถมยังปกป้องตัวเครื่องดีไม่แพ้กันและน้ำหนักเบาพกพาง่ายไม่เทอะทะเกินไปเลย

อุปกรณ์เสริมคู่ Galaxy Tab แทบทุกเครื่องอย่าง S Pen ซึ่งได้เทคโนโลยีจาก Wacom มาใช้ก็ทำงานดีมาก ถ้าใครต้องจดเลคเชอร์, เซ็นเอกสารหรือวาดภาพลงแอพต่างๆ ก็ทำงานดีไม่ต่างจากตอนใช้ดินสอปากกาเขียนลงสมุดจริงๆ ยิ่งใครเป็นศิลปินนักวาดภาพก็ถูกใจเพราะมันตอบสนองต่อแรงกดปากกาและลงเส้นละเอียดมากและกดปุ่มลัดเรียกคำสั่งลัดเปลี่ยนหัวปากกา, สีและ Tools ต่างๆ ไวทันใจ ซึ่งผู้เขียนได้ลองให้มัณฑนากร (Interior Designer) ใกล้ตัวทดลองวาดภาพด้วย Galaxy Tab S12+ แล้ว เจ้าตัวก็ค่อนข้างชอบ S Pen ด้ามนี้มาก เพราะมันวาดแล้วฝนเส้นตามมือไวแถมลงน้ำหนักเส้นหนาบางเหมือนดินสอจริงๆ ไม่พอ ยังเปลี่ยนหัวปากกาได้หลากหลายแบบ ดังนั้นถ้าใครเป็นศิลปินเปิดรับคอมมิชชั่นวาดภาพก็ใช้มันทำมาหากินได้แน่นอน

Samsung Galaxy Tab S12+

สมรรถนะของชิปเซ็ต MediaTek แม้จะได้ผลคะแนนในโปรแกรม Benchmark ไม่หวือหวาเหมือนคู่แข่งแต่เวลาเล่นเกมจริงๆ ก็ไม่น้อยหน้าใคร อย่างตอนทดลองเล่น Zenless Zone Zero ปรับกราฟิคสูงสุดและไม่จำกัด FPS ภาพก็ยังสวยลื่นไหล ใช้เดินฉากอ่านเนื้อเรื่อง, ทำภารกิจรายวันหรือลงด่านตีบอสก็ทำคอมโบได้ต่อเนื่อง แต่เวลาจับเครื่องจะไม่ถนัดเท่าไหร่เพราะจอใหญ่ล้นมือจึงแตะปุ่มคุมตัวละครไม่สะดวก แล้วต้องปรับตัวพอควรถึงจะคุมตัวละครได้ง่ายขึ้น

ระยะเวลาใช้งาน ถ้าใช้ทำงานออฟฟิศตามปกติและเปิดแอพฯ เพิ่มใน DeX mode จอที่ 2-4 เพิ่ม อาจจะใช้แบตเตอรี่มากกว่าปกติเล็กน้อยแต่ก็ยังใช้ได้จนเกือบจบวัน ปกติถ้าใช้ส่งเมล์, ทำเอกสารหรือวาดภาพแบตเตอรี่จะลดช้ามาก ราว 5~7% ต่อชั่วโมง กรณีเล่นเกมออนไลน์อย่าง Zenless Zone Zero จะลดเร็วกว่าราว 10~12% ต่อชั่วโมง ดังนั้นถ้าถอดสายชาร์จตอนเช้าราว 8~9 โมง และพกไปทำงานก็จะเหลือแบตเตอรี่กลับถึงบ้านราว 10~15% ได้อยู่ แต่แนะนำให้ชาร์จช่วงไฟเหลือ 30% จะช่วยถนอมให้เซลส์แบตเสื่อมช้าลงไปได้พอควร

ส่วนราคาในช่วงเปิดตัว Samsung Galaxy Tab S12+ นั้นมีโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวเพื่อความคุ้มค่ายิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเทรดอุปกรณ์เก่าเพื่อรับส่วนลดเพิ่มเติม, ให้ส่วนลดตอนซื้ออุปกรณ์เสริมและแถม Book cover keyboard slim เพิ่ม ประกอบกับ S Pen ในกล่องแล้ว ก็ใช้ทำงานได้ทันทีไม่พอ ทางบริษัทยังมีนโยบายอัพเดตระบบปฏิบัติการและแพทช์รักษาความปลอดภัยอีก 7 ครั้ง จึงใช้ได้หลายปีไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องย้ายข้อมูลให้งานสะดุด ขอแค่คอยดูแลรักษาอุปกรณ์ให้ดีทั้งนำเครื่องเข้าศูนย์บริการมาตรฐานของ Samsung เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่และชิ้นส่วนที่เสียหายสักหน่อยก็เพียงพอแล้ว ไม่แน่ว่าใช้ไป 1-2 ปี ก็อาจคืนทุนแล้วทำกำไรคืนเจ้าของแล้วด้วยซ้ำไป


Conclusion

Samsung Galaxy Tab S12+

การลงทุนกับอุปกรณ์ทำงานดีๆ สักชิ้น นอกจากมือถือแล้ว ชิ้นถัดมายังไงก็ต้องเป็นแท็บเล็ตสมรรถนะสูงอย่าง Samsung Galaxy Tab S12+ ซึ่งสมรรถนะสูงแล้วยังได้ฟีเจอร์รวมถึง UI ระดับโน้ตบุ๊กอย่าง DeX mode ให้เจ้าของสามารถทำงานหลักให้เสร็จได้สะดวกรวดเร็วและสลับไปทำงานรองเพื่อเติมเต็มฝันของแต่ละคนได้ตามชอบและได้ Galaxy AI มาช่วยลดความยุ่งยากลงไปได้ ช่วยให้งานยากกลายเป็นง่ายแทบจะในทันที

ถ้าใครสั่งซื้อที่ Samsung Experience Store และหน้าร้านค้าที่ร่วมรายการ ในช่วงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 สามารถนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตรุ่นที่ร่วมรายการมาเทิร์นเพื่อรับส่วนลดเพิ่มถึง 5,000 บาท และได้ส่วนลด 20% สำหรับ Galaxy Buds เมื่อซื้อพร้อม Galaxy Tab S12 Series แล้วแถม Book cover keyboard slim ไปให้ทำงานได้ทันที ถ้าหากใครตั้งใจจะลงทุนซื้อซื้อแท็บเล็ตดีๆ มาใช้อยู่แล้ว รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะจะลงทุนที่สุดเครื่องหนึ่งเลย


Gallery

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะซื้อ iPad รุ่นใดราคาแพงแค่ไหนมาใช้ก็ตาม แทบทุกคนต้องหาซื้อเคสไอแพดดีๆ สักชิ้นมาใส่ป้องกันเครื่องและเก็บ Apple Pencil เอาไว้ด้วยกันให้หยิบใช้ได้ง่ายและเก็บเป็นที่ จะได้ไม่เผลอลืมทิ้งไว้ไหนแล้วหาไม่เจอจนต้องซื้อใหม่ แถมเสริมขอบยางกันกระแทกมาให้เวลาเผลอทำเครื่องตกพื้นโดยไม่ตั้งใจก็ยังทนได้ไม่เกิดริ้วรอย, จอแตกเสียหายหรือบิดเสียรูป แถมนอกจากปกป้องเครื่องได้ดีแล้ว เคสไอแพดของแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวต่างกันไปไม่ว่าจะมีสีหรือรองรับ iPad หลายรุ่นตั้งแต่เก่าไปจนใหม่, ตั้งเครื่องได้ไม่ว่าจะตั้งหรือนอนจนถึงยกเครื่องให้สูงขึ้นพอระดับสายตาให้ทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะถ้าใครต้องนั่งตอบเมล์หรือเซ็นเอกสารบ่อยๆ ก็ต้องถูกใจแน่นอน เลือกเคสไอแพดอย่างไรดีถึงจบคุ้มค่า? เคสไอแพด 7 รุ่นน่าใช้ ใส่แล้วปกป้องเครื่องได้ดีทนทานแน่นอน! 1....

Buyer's Guide

เวลาจะซื้อของใช้ชิ้นใหม่สักชิ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ไอทีอย่างแท็บเล็ตซึ่งหลายคนก็หวังอยากซื้อครั้งเดียวจบใช้งานได้รอบด้านจนสงสัยว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดี เพราะตอนนี้มีตัวเลือกเยอะมากจนตัดสินใจไม่ถูก ซึ่งอันที่จริงหากเริ่มกำหนดโจทย์ว่าเรากำลังจะซื้อเครื่องนี้ไปทำอะไรบ้างและเงื่อนไขสำคัญอีกสัก 2~3 เรื่อง ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นแล้วตัดตัวรองออกไปได้หลายตัวจนเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นหรือได้คำตอบในทันทีก็เป็นไปได้ และอาจจะไม่ต้องจ่ายแพงอย่างที่คิดด้วย นอกจากวิธีเลือกแท็บเล็ตทั่วไปอย่างดูขนาดหน้าจอให้พอดีแล้วดูว่าชิปเซ็ตว่าได้รุ่นไหนแล้ว ก็มีประเด็นอย่างการทำงานร่วม Ecosystem และการใช้ Keyboard cover และสไตลัสทำงานได้หรือเปล่า? ซึ่งอย่างหลังนี้ถ้าใครจะใช้แท็บเล็ตทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊กแล้วใช้อุปกรณ์เสริมคู่นี้ได้ก็จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน Advertisement เลือกแท็บเล็ตรุ่นไหนดีถึงจะตอบโจทย์การใช้งานของเรากันนะ? 5 แท็บเล็ตรุ่นไหนดี สเปคแรงน่าใช้ถูกใจเกมเมอร์และครีเอเตอร์ 1. Xiaomi Pad...

Special Story

เดือนกันยายนของทุกปีหลังจากงานเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว ก็จะมีภาพผู้คนไปเข้าคิวเต็มหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายเพื่อจองหรือซื้อ iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง iPhone 18 Pro series ด้วย แต่ปีนี้นอกจากไปจองสินค้าหน้าร้านตามปกติแล้วก็ทำผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าได้ จึงไม่ต้องไปเข้าคิวให้เสียเวลาหลายชั่วโมงแล้ว และเมื่อถึงคิวสั่งจอง iPhone Duo ก็คาดว่าจะใช้วิธีเดียวกันนี้อย่างแน่นอนเพื่อให้สั่งจองได้สะดวกและลดความแออัดหน้าร้านไปได้มาก อย่างไรก็ตามถ้ามีเงินพร้อมใช้จ่ายไม่ขาดมือแล้ว การเปลี่ยน iPhone ทุกปีตามเทรนด์เพื่อให้ได้สัมผัสเทคโนโลยีใหม่เสมอก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ไม่คุ้มค่านักเพราะมือถือช่วงหลายปีนี้ไม่ได้ยกเครื่องเปลี่ยนฟีเจอร์ใหม่มากจนรู้สึกถึงข้อแตกต่างได้ชัดเจน ดังนั้นการใช้ iPhone ไปราว...

Buyer's Guide

เมื่อรู้โปรโมชั่นและรู้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่นี้แล้ว อุปกรณ์สำคัญชิ้นแรกก็ไม่พ้นเคสไอโฟน 18 ดีๆ สักชิ้นไว้ป้องกันตอนเผลอทำตกหรือกวาดไปกระทบโดนอะไรจนเกิดริ้วรอยหรือเสียหายจนพลอยเสียอารมณ์เอาได้ ยิ่งถ้าใครใช้ iPhone แบบสมบุกสมบันก็ควรลงทุนกับอุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นแบบเคสใสทำจากพลาสติก TPU ไปจนรุ่นเสริมกันกระแทกหนาเป็นพิเศษก็ตามจะได้อุ่นใจขึ้นแม้สักหน่อยก็ดี ข้อดีของ iPhone 18 Pro series คือมิติตัวเครื่องเหมือนกับ iPhone 17 Pro series จนเอาเคสมาใช้ร่วมกันได้ทันที...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก