
เมื่อรู้โปรโมชั่นและรู้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่นี้แล้ว อุปกรณ์สำคัญชิ้นแรกก็ไม่พ้นเคสไอโฟน 18 ดีๆ สักชิ้นไว้ป้องกันตอนเผลอทำตกหรือกวาดไปกระทบโดนอะไรจนเกิดริ้วรอยหรือเสียหายจนพลอยเสียอารมณ์เอาได้ ยิ่งถ้าใครใช้ iPhone แบบสมบุกสมบันก็ควรลงทุนกับอุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นแบบเคสใสทำจากพลาสติก TPU ไปจนรุ่นเสริมกันกระแทกหนาเป็นพิเศษก็ตามจะได้อุ่นใจขึ้นแม้สักหน่อยก็ดี
ข้อดีของ iPhone 18 Pro series คือมิติตัวเครื่องเหมือนกับ iPhone 17 Pro series จนเอาเคสมาใช้ร่วมกันได้ทันที ถ้าใครเปลี่ยน iPhone แบบรุ่นต่อรุ่นอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อเคสใหม่ให้เปลืองเงิน แถมผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ก็แข่งกันใส่ฟีเจอร์ใช้งานต่างๆ มาให้แล้วเลือกใช้วัสดุให้หนาแข็งแรงทนทานหรือไม่ก็ทำให้เคสบางลงจนเหมือนจับมือถือโดยตรงอีกด้วย
เรื่องควรทราบเกี่ยวกับเคสไอโฟน 18
- เนื่องจาก iPhone 18 Pro และ iPhone 17 Pro มีมิติตัวเครื่องเท่ากันหมด จึงใช้เคสร่วมกันได้ทันที ไม่ต้องซื้อเคสใหม่ก็ได้
- ถ้าเคสไอโฟน 18 รุ่นนั้นไม่มีขาตั้งให้ใช้วางเครื่องในแนวนอนก็มีอุปกรณ์เสริมอย่างขาตั้ง MagSafe หรือวงแหวนแม่เหล็กให้ซื้อมาติดเพิ่มได้
- ปุ่ม Camera control ของเคสไอโฟน 18 จะมี 2 แบบ คือไม่ตัดเว้นพื้นที่แบบปุ่มเพิ่มลดเสียง ก็จะติดปุ่ม Capacitive มาเพื่อให้ใช้ควบคุมกล้องได้ตามปกติ
- เคสแบบใส่การ์ดได้มักจะไม่หนามาก มีพื้นที่พอให้ใส่การ์ดได้ราว 1-2 ใบเท่านั้น จึงเหมาะกับบัตรเครดิตหรือตั๋วเดินทางมากกว่า
- ฐานเลนส์ของ iPhone 18 Pro series เทียบกับ iPhone 17 Pro series จะสูงต่างกันเพียง 0.1 มม. ซึ่งถ้าเคสแบรนด์ใดยกกรอบป้องกันเลนส์ให้สูงขึ้นสักหน่อยก็จะป้องกันกล้องได้ดีขึ้น
7 เคสไอโฟน 18 Pro น่าใช้ ใส่เครื่องแล้วอุ่นใจตกไม่แตกไม่เสียสวย!!
- UNIQ LifePro Xtreme (700 บาท)
- Ringke Fusion Card (784 บาท)
- Aulumu A18 Frosted Case (1,490 บาท)
- ESR Classic Hybrid Stash Stand (1,690 บาท)
- MOUS Clarity 3.0 Case (2,190 บาท)
- UAG Pathfinder (2,290 บาท)
- Pitaka Edge Case (2,690~3,190 บาท)

1. UNIQ LifePro Xtreme (700 บาท)

| Type | เคสใสวัสดุ TPU ผสม PC |
| Colors | เคสใส |
| Features | วงแหวนแม่เหล็กสำหรับอุปกรณ์ MagSafe ขอบติดยางกันกระแทก AirLite ตัวเคสทนการตกจากความสูง 2.5 เมตรได้ ปุ่ม Capacitive ตรงปุ่ม Camera control |
| Price | 700 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: UNIQ Shopee Mall |
ถ้าใช้สินค้า Apple มาสักระยะจะคุ้นชื่อแบรนด์ UNIQ ซึ่งผลิตเคสสำหรับอุปกรณ์ Apple ร้อยแปดอย่างมาให้ซื้อไปใช้งาน ซึ่งถ้าใครได้ iPhone 18 Pro series มาใช้ก็มีเคสรุ่น LifePro Xtreme ไว้ป้องกันมือถือเครื่องใหม่ให้อยู่ในสภาพดีที่สุดเสมอและเอาไปใส่ iPhone 17 Pro ก็ได้ ตัวเคสใสจะเน้นโชว์สีของเครื่องให้เห็นชัดเจนจึงเหมาะกับคนชอบโชว์สีพิเศษเฉพาะรุ่นมาก เสริมด้วยยางกันกระแทกในชื่อซีรีส์ “AirLite” 4 มุม เพื่อป้องกันการตกกระแทกจากความสูง 2.5 เมตร มากกว่าความสูงเฉลี่ยของมนุษย์จึงใช้ได้สบายใจแม้จะตกจากมือหรือถือเล่นอยู่แล้วโดนชนเครื่องตกถึงพื้นก็ไม่เสียแน่นอนและยังระบายความร้อนดีแม้จะใช้เล่นเกมหรือทำงานต่อเนื่องเป็นชั่วโมงก็ตาม
ฟีเจอร์พื้นฐานของเคสไอโฟนทั่วไปก็มีครบถ้วน ทั้งวงแหวนแม่เหล็กด้านหลังไว้ใช้กับอุปกรณ์ MagSafe ได้ ไม่ว่าจะชาร์จไร้สาย, ติดโครงกล้องเพื่อถ่ายงานไปจนติดขาตั้งมือถือไว้ดูคลิปก็สะดวก ตรงปุ่ม Camera control ติดปุ่ม Capacitive เอาไว้ให้แตะควบคุมเลือกและลั่นชัตเตอร์เก็บภาพบันทึกคลิปสะดวกขึ้น ส่วนราคาก็สมเหตุผลไม่แพงเกินไป แต่ถ้าผู้ผลิตติดขาตั้งให้กางเพื่อวางมือถือได้และมีรูห้อยสาย Lanyard ไว้สะพายพาดลำตัวสักหน่อยก็จะดีมาก แต่เพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบายมากแล้ว
ข้อดี
- ฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วนทั้งวงแหวน MagSafe, ขอบยกสูงกันกล้องหลังและอื่นๆ
- ขอบตัวเคส AirLite ทนต่อการตกกระแทกสูง 2.5 เมตรได้ไม่มีรอยเสียหาย
- ติดปุ่ม Capacitive มาตรง Camera control ให้คุมกล้องสะดวกขึ้น
- ราคากำลังดีไม่แพงมาก สามารถซื้อมาใส่ป้องกัน iPhone 18 Pro series ได้
ข้อสังเกต
- ไม่มีขาตั้งโลหะติดมาให้ตั้ง iPhone ในแนวนอนได้ ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมเท่านั้น
2. Ringke Fusion Card (784 บาท)

| Type | เคสใสพร้อมขอบยาง TPU กับ Polycarbonate |
| Colors | เคสใส |
| Features | ช่องใส่การ์ดด้านหลังเคส ดีไซน์แบบบางพิเศษ 2.2 มม. ตัวเคสยกกรอบกล้องหลัง 1 มม. มีช่องร้อยสายสะพาย (Lanyard) |
| Price | 784 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Ringke Shopee Mall |
เคสไอโฟน 18 จากเกาหลีใต้อย่าง Ringke Fusion Card จะเปลี่ยนจากวงแหวนแม่เหล็กด้านหลังเคสสำหรับติดอุปกรณ์ MagSafe มาเป็นช่องใส่บัตรต่างๆ แทนให้สไลด์ออกมาใช้ได้ง่ายขึ้นและให้ช่องร้อยสายสะพาย Lanyard มาเพื่อห้อย iPhone 18 Pro series พาดลำตัวแทนการใส่กระเป๋ากางเกงได้แถมยกกรอบตรงชุดเลนส์กล้องหลังให้สูงขึ้นไม่ให้เกิดริ้วรอยเวลาวางเครื่องหงายหน้าจอขึ้นมา เป็นเคสเพื่อสายแฟชั่นและไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะ
กลับกันเคสนี้อาจจะไม่ถูกใจครีเอเตอร์และผู้ใช้บางกลุ่มนัก เพราะไม่มีวงแหวน MagSafe ไว้ติดอุปกรณ์ต่างๆ แถมไม่มีขาตั้งมาให้วางเครื่องใช้งานในแนวตั้งหรือนอนได้อย่างเคสไอโฟน 18 รุ่นอื่น แถมช่องใส่บัตรติดด้านหลังก็ทำให้คอยล์ชาร์จของแท่นและ iPhone จะห่างกันจนชาร์จไร้สายไม่ได้และต้องถอดเคสเสมอ แต่ถ้าปกติต่อสายชาร์จอยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้นัก
ข้อดี
- เคสใส TPU ผสม Polycarbonate เสริมกรอบยางหนารอบตัวรวมถึงเลนส์กล้อง
- ตัวเคสออกแบบให้บางพกพาสะดวกและทนต่อการตกกระแทกได้ระดับหนึ่ง
- มีช่องร้อยสายสะพาย Lanyard มาให้ร้อยสายใช้งานสะดวกขึ้น
- มีกรอบใส่บัตรไว้ด้านหลังเคส สามารถนำบัตรใช้งานบ่อยมาเก็บไว้ได้
ข้อสังเกต
- ไม่มีวงแหวนแม่เหล็กด้านหลังเคสให้ใช้ ถ้าจะใช้ต้องซื้อวงแหวนเหล็กมาติดเพิ่มเอง
3. Aulumu A18 Frosted Case (1,490 บาท)

| Type | เคสใสจากยาง TPU เสริมอลูมิเนียมอัลลอยด์ |
| Colors | สีขาว Translucent White สีเทา Translucent Grey |
| Features | วงแหวนแม่เหล็กสำหรับอุปกรณ์ MagSafe วงแหวนแม่เหล็กเคลือบสารเรืองแสงในความมืด เส้นขีดไฟบอกอุณหภูมิตัวเครื่องบนเคส กรอบปิดป้องกันเลนส์กล้องหลัง ดีไซน์ช่วยระบายความร้อนเวลาใช้งาน ปุ่ม Capacitive ปิดบนปุ่ม Camera control |
| Price | 1,490 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: AULUMU Shopee Mall |
Aulumu A18 Frosted Case เป็นเคสไอโฟน 18 ใช้โครงสร้างเป็นพลาสติก TPU เหมือนรุ่นอื่น แต่เสริมเพลตอลูมิเนียมสำหรับป้องกันเลนส์กล้องหลัง, ชุด CoolHyper Tech เป็นซิลิโคนและฮีตซิ้งค์เสริมช่วยระบายความร้อนดีขึ้นเวลาทำงานหรือเล่นเกมต่อเนื่องให้อยู่ในระดับที่กำลังด ติดขีดใต้กรอบเลนส์กล้องเพื่อแจ้งอุณหภูมิตั้งแต่ 25~45 องศาเซลเซียส ไล่จากสีแดงไปถึงเหลือง ส่วนวงแหวนแม่เหล็กสำหรับติดกับอุปกรณ์ MagSafe ก็เคลือบสารเรืองแสงในความมืดมาให้ ถ้าเผลอวางเครื่องไว้ในห้องมืดก็หาเจอง่าย แถมตัวเคสก็แข็งแรงทนต่อการทำตกจากมือกระทบพื้นอย่างมาก ยิ่งถ้าใครชอบดีไซน์แบบล้ำสมัยและใช้โทนสีเข้มดุดันน่าจะชอบมาก
กลับกันเคสนี้มีแต่สีขาวหรือเทาเท่านั้น จึงไม่ถูกใจคนชอบเคสไอโฟน 18 สีสันสดใสมาก ไม่พอยังไม่ติดขาตั้งมาให้ตั้งเครื่องในแนวตั้งหรือนอนอีกด้วย ยังดีว่าปุ่ม Camera control ยังติดปุ่ม Capacitive เอาไว้ตั้งค่ากล้องและลั่นชัตเตอร์ได้สะดวกขึ้น จึงแนะนำให้หาซื้อเตรียมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มาใช้ร่วมกันก็จะดีมากและเหมาะกับคนใช้ iPhone แบบสมบุกสมบันมาก พอใส่แล้วก็ช่วยให้ใช้งานได้สบายใจขึ้นแน่นอน
ข้อดี
- เคสแบบใสกันกระแทกจากพลาสติก TPU และอลูมิเนียมอัลลอยด์ทนต่อการตกกระแทกได้ดี
- ติดวงแหวนแม่เหล็กไว้ใช้กับอุปกรณ์ MagSafe และเคลือบสารให้เรืองแสงในที่มืด
- บนฝาหลังเคสมีแถบสีเปลี่ยนตามอุณหภูมิตัวเครื่องโดยอัตโนมัติ
- มีกรอบไว้ให้ปิดเลนส์กล้องหลังเพื่อป้องกันเวลาทำเครื่องตกพื้น
- ติดซิลิโคนและชิ้นส่วนต่างๆ เพิ่มเพื่อช่วยระบายความร้อนให้เครื่องเย็นลง
- ติดปุ่ม Capacitive ปิดบนปุ่ม Camera control ให้กดควบคุมสะดวกขึ้น
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะสีขาวและเทาเท่านั้น ไม่มีสีอื่นให้เลือกเหมือยแบรนด์อื่น
- ไม่ได้ติดขาตั้งด้านหลังเคสมาให้ ถ้าตั้งมือถือในแนวนอนต้องติดอุปกรณ์เสริม
4. ESR Classic Hybrid Stash Stand (1,690 บาท)

| Type | เคสใสพร้อมขอบยาง TPU |
| Colors | เคสใส, สีดำใส, สีดำทึบ, สีชมพู, สีฟ้า, สีแดง, สีส้ม |
| Features | วงแหวนแม่เหล็กสำหรับอุปกรณ์ MagSafe กรอบโลหะกันกล้องหลังแบบกางเป็นขาตั้งได้ ดีไซน์กันการกระแทกจากความสูง 3 เมตร ปุ่ม Capacitive ปิดปุ่ม Camera control |
| Price | 1,690 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Vgadz Shopee Mall |
ESR Classic Hybrid Stash Stand ถ้ามองเผินๆ จะเหมือนเคสไอโฟน 18 สำหรับสายแฟชั่นเพราะมีหลายสีให้เลือกตั้งแต่เคสใสโชว์สีเครื่องตามปกติ, เคสดำใสหรือทึบและเล่นสีสันหลากหลายโทนให้ตัดกับสีของ iPhone 18 Pro series ได้เพียงสวมทับลงไป แม้จะดูเน้นแฟชั่นและความสวยงามก็จริง แต่ตามสเปคแล้วทางผู้ผลิตออกแบบมาให้ทนต่อการตกจากที่สูง 3 เมตร แล้วไม่เสียหายไม่มีริ้วรอย เสริมด้วยอุปกรณ์เสริมมาให้ครบตั้งแต่วงแหวนแม่เหล็กสำหรับใช้คู่กับอุปกรณ์ MagSafe, ปุ่ม Capacitive ตรง Camera control รวมถึงกรอบเหล็กล้อมรอบเลนส์กล้องหลังเพื่อป้องกันตอนวางเครื่องหงายหน้าจอหาผู้ใช้และยังกางออกมาเป็นขาตั้งไว้วางมือถือใช้ดูคอนเทนต์หรือเปิดเกมออนไลน์ปล่อยฟาร์มของได้สบายมาก
จุดน่าคิดของเคส ESR Classic ตัวนี้หลักๆ แล้วคือราคาค่อนข้างสูงร่วม 1,700 บาท ไล่เลี่ยกับเคสแบรนด์ชั้นนำเจ้าอื่น ทำให้บางคนตัดสินใจซื้อได้ค่อนข้างยากและไม่มีรูร้อยสาย Lanyard มาให้ จึงต้องหาตัวสายแบบลอดผ่านช่องสายชาร์จมาใช้แทน แต่ถึงอย่างนี้ก็เป็นเคสมือถือน่าใช้อีกรุ่นแถมนอกจาก iPhone 18 Pro series ก็ยังมีรุ่นอื่นให้เลือกอีกเพียบ
ข้อดี
- เคสเป็นพลาสติก TPU เลือกได้หลายสีตามรสนิยมของแต่ละคน
- ติดวงแหวนแม่เหล็กมาให้ต่อกับอุปกรณ์ MagSafe ไว้ใช้งานได้
- มีกรอบโลหะล้อมรอบเลนส์กล้องหลังและกางออกมาเป็นขาตั้งได้
- เสริมกรอบกันกระแทกมาให้เป็นพิเศษ ทนต่อการตกกระแทกจากความสูง 3 เมตร
- มีปุ่ม Capacitive ปิดปุ่ม Camera control ให้กดใช้งานได้สะดวก
ข้อสังเกต
- ราคาเคสค่อนข้างสูงร่วม 1,700 บาท ถือว่าค่อนข้างสูงแต่ปกป้องเครื่องได้ดี
- ไม่มีรูห้อยสาย Lanyard มาให้เหมือนแบรนด์อื่น ต้องหาสายแบบสอดหลังเคสมาใช้
5. MOUS Clarity 3.0 Case (2,190 บาท)

| Type | เคสใสผลิตจาก TPU ผสมโพลีเอสเตอร์ PTCG และโพลีคาร์บอเนต |
| Colors | เคสใสติดกรอบยางสีดำ |
| Features | วงแหวนแม่เหล็กสำหรับอุปกรณ์ MagSafe เคลือบสารให้เคสไม่เหลืองในอนาคต ขอบยางกันกระแทก AiroShock ปุ่ม Capacitive สำหรับ Camera control |
| Price | 2,190 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Vgadz Shopee Mall |
ถ้าดูคลิปสั้นจากต่างประเทศอยู่เป็นระยะๆ อาจจะได้เห็น CEO ของ MOUS นำเคสของทางบริษัทไปสวม iPhone รุ่นใหม่แล้วโยนขึ้นฟ้าให้ตกลงมากระแทกพื้นโชว์ว่าเคสแบรนด์นี้ทนทานจริง ซึ่งถ้าใครอยากซื้อเคสไอโฟน 18 ของแบรนด์นี้ก็มี MOUS Clarity 3.0 Case ให้เลือก ซึ่งนอกจาก iPhone 18 Pro และ 17 Pro series แล้ว ยังมีของ iPhone Air ให้ซื้ออีกด้วย แม้ราคาจะสูงพอควรและมีแต่แบบเคสใสขอบยาง TPU สีดำหรือลายคาร์บอนไฟเบอร์ให้เลือกก็ตาม แต่เทคโนโลยีกันกระแทกของทางแบรนด์เรียกว่าไม่น้อยหน้าคู่แข่งแน่นอน แถมยังระบายความร้อนดีไม่มีปัญหาตามมาด้วย
จุดแข็งของเคส MOUS ได้แก่วัสดุองค์ประกอบหลักซึ่งใช้ TPU เป็นพื้นฐานร่วมกับโพลีเอสเตอร์และโพลีคาร์บอเนตและทำมุมของเคส 4 ด้าน ให้หนาเป็นพิเศษ ซึ่งทางบริษัทเรียกว่า AiroShock ไว้รับแรงกระแทกตอนตกกระแทกพื้นแล้ว iPhone จะไม่เสียหายและยกกรอบล้อมเลนส์กล้องหลังขึ้นเพื่อกันกระแทกและติดวงแหวนแม่เหล็กเพื่อใช้กับอุปกรณ์ MagSafe และปุ่ม Capacitive ให้กดปุ่ม Camera control ได้เช่นกัน ถ้าใครชอบเคสกันกระแทกคุณภาพสูงแต่ดูไม่ต่างจากเคสทั่วไปน่าจะถูกใจแบรนด์นี้แน่นอน
ข้อดี
- เคสใส TPU ผสมโพลีเอเสตอร์และโพลีคาร์บอเนตและดีไซน์กันกระแทก AiroShock
- เคลือบสารกันเคสใสเหลืองมาให้ ใช้งานไปหลายปีแล้วไม่เหลืองให้เสียสวย
- สามารถสั่งซื้อกรอบกันเลนส์มาติดกรอบกล้องเพิ่มได้เพื่อป้องกันเลนส์แตกเสียหาย
- ติดวงแหวนแม่เหล็กมาเพื่อรองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi2
- ติดปุ่ม Capacitive มาให้ใช้ร่วมกับ Camera control ได้สะดวก
ข้อสังเกต
- ราคาเคสค่อนข้างสูงร่วม 2,200 บาท แต่กันกระแทกได้เยี่ยมยอด
- มีเฉพาะเคสใสขอบดำเท่านั้น ถ้าอยากได้เคสหลายสีสันอาจจะไม่ชอบใจนัก
6. UAG Pathfinder (2,290 บาท)

| Type | เคสยาง TPU ผสมโพลีคาร์บอเนตเสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ |
| Colors | สีดำ, เขียว, เหลือง, ส้ม, ขาวและแดงเข้ม |
| Features | วงแหวนแม่เหล็กสำหรับอุปกรณ์ MagSafe มาตรฐาน MIL-STD 810G-516.6 ทนต่อการตกจากที่สูง 5.5 เมตร มีช่องร้อยสายสะพาย Lanyard ชาร์จไร้สายได้โดยไม่ต้องถอดเคสออกก่อน |
| Price | 2,290 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: UAG Shopee Mall |
เพียงได้เห็นชื่อ UAG Pathfinder แทบทุกคนน่าจะเห็นภาพเคสไอโฟน 18 ทรงกล่องโลหะยิงหมุดสุดแกร่งซึ่งได้มาตรฐานความแข็งแรงทนทาน MIL-STD 810G-516.6 การันตีว่าถึงจะทำตกจากที่สูง 5.5 เมตรแล้ว iPhone 18 Pro series เครื่องใหม่ก็ยังสวยเหมือนแกะกล่องมาใหม่ เพราะทางบริษัทเสริมขอบยางกันกระแทกเอาไว้ตามมุมและกรอบเลนส์กล้องไว้แล้ว รวมถึงฝาหลังก็ออกแบบให้เป็นรูปทรงกระจายแรงกระแทกในตัว ถ้าใครมักจะซุ่มซ่ามทำเครื่องตกเป็นประจำหรือใช้งานอย่างสมบุกสมบันเสมอๆ ก็อยากให้ลงเงินสักก้อนซื้อเคสแบรนด์นี้ไปใช้แล้วจะปลอดภัยไม่ต้องใช้ประกัน AppleCare+ เลยก็ได้ และถึงเคสจะดูหนาก็ตามแต่ระบายความร้อนดีผิดกับรูปร่างของมันพอควร
นอกจากความแข็งแรงทนทานแล้ว เคส UAG ก็มีให้เลือกหลายสีแถมติดวงแหวนแม่เหล็กมาให้ใช้กับอุปกรณ์ MagSafe และชาร์จไร้สายได้โดยไม่ต้องถอดเคสออก แถมมีรูร้อยสาย Lanyard ไว้พาดลำตัวได้ถ้าไม่อยากเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง แต่ทางบริษัทเลือกจะไม่ติดปุ่ม Capacitive แต่ตัดกรอบยางให้พอดีกับช่อง Camera control แทน ให้เจ้าของเอานิ้วแตะควบคุมตอนถ่ายภาพได้สะดวกขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเคสแบรนด์นี้เมื่อสวม iPhone แล้วเครื่องจะหนาขึ้นมากแถมดีไซน์ก็ดูแข็งและเหลี่ยมจนไม่ถูกจริตผู้ใช้บางคน ซึ่งถ้าประเด็นเรื่องขนาดและดีไซน์ไม่ใช่ปัญหาหลักก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก
ข้อดี
- เคส TPU ผสมโพลีคาร์บอเนตแข็งแรงพิเศษ ทนต่กการตกจากที่สูง 5.5 เมตรได้สบายมาก
- เลือกสีเคสได้ 6 สี ตามรสนิยมของแต่ละคน ไม่ต้องเป็นขาวหรือดำอย่างเดียว
- ติดวงแหวนแม่เหล็กมาให้ใช้กับอุปกรณ์ MagSafe และชาร์จไร้สายได้สะดวก ไม่ต้องถอดเคส
- มีรูร้อยสายสะพายพาดลำตัว Lanyard กรณีไม่อยากเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง
- เจาะเว้นช่องให้กดใช้ปุ่มต่างๆ บนตัวมือถือได้ทันที ไม่มีชิ้นส่วนเสริมติดเข้ามาให้
ข้อสังเกต
- ราคาค่อนข้างสูงร่วม 2,300 บาท และดีไซน์ดูแข็ง อาจไม่ถูกใจผู้ใช้บางคน
- เมื่อใส่เคสแล้วมือถือจะหนาขึ้นจนรู้สึกได้ทันที ถ้าชอบเคสบางๆ ก็ไม่แนะนำนัก
7. Pitaka Edge Case (2,690~3,190 บาท)

| Type | เคสอารามิดไฟเบอร์เคลือบ Mammoth Resin |
| Colors | สีดำ Black Grey สีส้มน้ำตาล Sunset สีน้ำเงิน Moonrise 2.0 สีส้มน้ำเงิน California Dream-01 |
| Features | วงแหวนแม่เหล็กสำหรับอุปกรณ์ MagSafe ปุ่ม PitaTap สำหรับ Camera control ให้กดถ่ายภาพสะดวก ดีไซน์เคสบางพิเศษเพียง 1.03 มม. Mammoth resin ทนต่อรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ |
| Price | สีดำ Black Grey ราคา 2,690 บาท สี Sunset, Moonrise 2.0 และ California Dream-01 ราคา 3,190 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Vgadz Shopee Mall |
Pitaka Edge Case น่าจะเป็นเคสไอโฟน 18 ในใจของใครหลายคนทั้งดีไซน์สวยเล่นสีไม่เหมือนกับเคสแบรนด์อื่นที่ทำเป็นแบบใสหรือใช้สีเดียวเท่านั้น เพราะทางบริษัทใช้ผ้าอารามิดไฟเบอร์เกรดเดียวกับอวกาศยานมาสานไล่สีและเคลือบด้วยเรซิ่นพิเศษชื่อ Mammoth Resin จึงทนต่อการตกจากความสูงระดับเอวมนุษย์และรอยขีดข่วนต่างๆ ได้ดี แถมยังบางจนแทบไม่รู้สึกว่าใส่เคสอยู่เพราะทาง Pitaka เคลมความบางเอาไว้ 1.03 มม. เท่านั้น ถูกใจคนอยากใช้ iPhone แบบให้สัมผัสเหมือนไม่ใส่เคส แต่ยังปกป้องเครื่องให้สวยเหมือนใหม่ได้
ฟีเจอร์น่าสนใจของเคส Pitaka Edge นอกจากติดวงแหวนแม่เหล็กไว้ใช้กับอุปกรณ์ MagSafe ในตัวแล้ว ยังติดปุ่ม PitaTap เป็นปุ่ม Capacitive บางพิเศษเสมอเคสให้กดปุ่ม Camera control ของ iPhone 18 Pro series ได้สะดวกและยกกรอบเลนส์กล้องหลังให้สูงขึ้นเพื่อกันเลนส์ไม่ให้เกิดรอยเสียหายตอนวางหงายหน้าจออีกด้วย ส่วนข้อสังเกตของเคสแบรนด์นี้หลักๆ แล้วคือไม่มีช่องร้อยสาย Lanyard มาให้ ถ้าจะใช้ก็ต้องเอาแผ่นฐานสายใส่เข้าไปในเคสก่อนจึงคล้องสายได้และราคาก็สูงจนเอาไปซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างแท่นชาร์จไร้สายหรือพาวเวอร์แบงค์ก้อนใหญ่ได้เลย แต่ถ้าใครชอบเคสไล่สีสันสวยงามมีเอกลักษณ์ของตัวเองชัดเจนก็ต้องยกให้แบรนด์นี้เลย
ข้อดี
- เคสทำจากผ้าอารามิดไฟเบอร์เคลือบเรซิ่นพิเศษ บางเพียง 1.03 มม. พอกับตอนไม่ใส่เคส
- ตัวเคสออกแบบให้ปกป้อง iPhone 18 Pro series ได้ดีและมีกรอบยกกันเลนส์กล้องด้วย
- ปุ่ม Capacitive ชื่อ “PitaTap” ออกแบบให้บางเสมอเคสและกดปุ่ม Camera control สะดวก
- เลือกได้ 4 สี และไล่โทนได้สวยงามมีเอกลักษณ์กว่าเคสไอโฟน 18 แบรนด์อื่น
- ติดวงแหวนแม่เหล็กไว้ใช้กับอุปกรณ์ MagSafe ได้ทุกรูปแบบแถมชาร์จไร้สายได้ไม่ต้องถอดเคส
ข้อสังเกต
- เคสแต่ละสีมีราคา 2,690~3,190 บาท ทำให้ผู้ใช้บางคนตัดสินใจซื้อยากพอสมควร
- ไม่มีรูร้อยสายสะพาย Lanyard มาให้เหมือนเคสแบรนด์อื่น จึงต้องใช้สายแบบเก็บในเคสแทน
สรุปสเปค 7 เคสไอโฟน 18 น่าใช้ เลือกได้ตามชอบ ทนทานไว้ใจได้!!


เคสไอโฟน 18 เป็นอุปกรณ์เสริมสำคัญชิ้นหนึ่งซึ่งหลายคนยอมลงทุนซื้อเพื่อป้องกันมือถือราคาครึ่งแสนบาทให้สภาพยังดีเสมอและพอเกิดเหตุสุดวิสัยก็ยังทนความเสียหายได้ หากใครใช้กล้อง iPhone ถ่ายคอนเทนต์อยู่เป็นประจำยิ่งควรลงทุนกับเคสกันกระแทกเอาไว้เปลี่ยนใช้ตอนต้องพกเครื่องไปออกกองทำงานแล้วมีเคสบางจับสบายอีกสักตัวเก็บสำรองเอาไว้ตอนใช้ชีวิตก็เหมาะมาก
ซึ่งการลงทุนกับเคสคุณภาพสูงสักอันนั้นถูกกว่าการซื้อประกัน AppleCare+ ราคา 8,590 บาท สำหรับ iPhone 18 Pro series อย่างแน่นอน แม้จะได้การรับประกันถึง 2 ปี แล้วซ่อมหรือเปลี่ยนโดยไม่มีเงื่อนไขก็ตามแต่คุณค่าทางจิตใจก็ลดลงอยู่ดี ดังนั้นการลงทุนกับการป้องกันเครื่องมือของใช้เพื่อทำมาหากินแต่เนิ่นๆ ก็คุ้มกว่าเกิดเหตุวัวหายล้อมคอกแน่นอน
บทความที่เกี่ยวข้อง






