
SANDISK Optimus GX PRO 8100 SSD 2TB สุดแกร่งความเร็วสูง ออกแบบมาเพื่อเพิ่ม Productivity สายงานครีเอเตอร์ งาน AI และเกมมิ่งให้สูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงรองรับภาระงานร่วมกับไฟล์จำนวนมหาศาลเท่านั้น แต่ช่วยให้เข้าถึงและเปิดใช้งานไฟล์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 1TB ไปจนถึง 8TB มาพร้อมองค์ประกอบที่รับโหลดงานหนักได้ดี มีความทนทาน อินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อ PCIe 5.0 ความเร็วสูง และเทคโนโลยี SANDISK nCache™ 4.0 สำหรับเวิร์กโฟลว์ AI ที่หนักหน่วง ไปจนถึง IOPS ที่สูงถึง 2.3M/ 2.4M สามารถใช้งานร่วมกับโน้ตบุ๊กและพีซี การออกแบบเพื่อลดความร้อนภายใน ให้สามารถรับโหลดและใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานในแต่ละวัน พร้อมซอฟต์แวร์ที่ใช้ดูแลจัดการ รับประกันอุ่นใจได้ยาวนานถึง 5 ปี
จุดเด่น
- เชื่อมต่ออินเทอร์เฟส PCIe 5.0 ให้ความเร็วสูงในการทำงาน
- ความเร็วในการอ่าน/เขียนระดับ 14,900 MB/s และ 14,000 MB/s เปิดไฟล์ โอนข้อมูลรวดเร็ว
- ความจุระดับ 2TB จัดเก็บข้อมูลและติดตั้งโปรแกรม เกมได้เยอะ
- มาพร้อมซอฟต์แวร์ช่วยดูแลและจัดการ SSD
ข้อสังเกต
- จะได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ เมื่อใช้ร่วมกับเมนนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตรองรับ PCIe 5.0
Sandisk Optimus GX Pro 8100 SSD 2TB PCIe 5.0 อ่านเขียนไว เพื่อเกมเมอร์และครีเอเตอร์
Specification
| หัวข้อ | รายละเอียดสเปก |
| ความจุ | 2 TB |
| ฟอร์มแฟคเตอร์ | M.2 2280 |
| อินเทอร์เฟซ | PCIe 5.0 x4 |
| ความเร็วอ่านตามลำดับ | สูงสุด 14,900 MB/s |
| ความเร็วเขียนตามลำดับ | สูงสุด 14,000 MB/s |
| อ่านแบบสุ่ม | สูงสุด 2.3M IOPS |
| เขียนแบบสุ่ม | สูงสุด 2.4M IOPS |
| เทคโนโลยี NAND | BiCS TLC 3D CBA NAND รุ่นที่ 8 |
| เทคโนโลยีการแคช | SANDISK nCache 4.0 |
| ความทนทาน | 1200 TBW สูงสุดตามการรับประกัน |
| ระบบความปลอดภัย | รองรับ TCG Opal v2.02 (การเข้ารหัสข้อมูลในเครื่อง) |
| อุณหภูมิการทำงาน | 0°C ถึง 85°C |
| การรับประกัน | รับประกันแบบจำกัดเงื่อนไข 5 ปี |
Unbox

SANDISK OPTIMUS GX PRO 8100 มาในแพ็คเกจกล่องสีดำ พร้อมกราฟิกโมดูล SSD ให้เห็นชัดเจน กับข้อมูลในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เฟส PCIe 5.0 x4, M.2 2280 และบอกศักยภาพในเบื้องต้นความเร็วการอ่าน 14,900 MB/s และความจุ 2TB เรียกว่าชัดเจนตั้งแต่หน้ากล่อง



ด้านหลังมีช่องเล็กๆ พอให้เห็นโมดูลจริงของ SANDISK รุ่นนี้ กับรายละเอียดที่บอกไว้หน้ากล่อง แต่เพิ่มเจนเนอเรชั่นของ SSD พอให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่ซีรีส์ OPTIMUS มาเป็น OPTIMUS GX และล่าสุดกับรุ่นนี้ที่เป็น OPTIMUS GX PRO นั่นเอง

เมื่อแกะกล่องภายในจะเป็นกล่องพลาสติกใสกันกระแทกมาให้อีกหนึ่งชั้น และมองเห็นโมดูล SSD ซึ่งเป็นรูปแบบที่เรามักจะเห็นกันในท้องตลาด

พลาสติกใสที่ห่อหุ้มโมดูล SSD อยู่ภายในนี้ ค่อนข้างแข็งแรง และมีความยืดหยุ่นพอสมควร ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกในระหว่างการขนส่งได้ดี และยังพอรับน้ำหนักที่กดทับได้ดีในระดับหนึ่งเลย

ดูความหนาและช่องว่างของพลาสติก ที่ยึดตัวโมดูลของ SANDISK รุ่นนี้ จะเห็นว่ามีช่องเล็กๆ พอให้รับแรงกด และตัวกล่องและโมดูลยังมีความแน่น ไม่เคลื่อนที่หรือแกว่งได้ง่ายอีกด้วย
Design

SANDISK OPTIMUS GX PRO 8100 มาพร้อมฟอร์มแฟคเตอร์มาตรฐาน M.2 2280 (ขนาด 22 x 80 มม.) ทำให้รองรับการติดตั้งบนเมนบอร์ดพีซีและ Workstation รุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

โดยในรุ่นความจุ 1TB, 2TB และ 4TB ตัวการ์ดจะถูกวางวงจรแบบหน้าเดียว (Single-sided PCB) เพื่อความกะทัดรัด ส่วนรุ่นความจุสูงสุด 8TB จะใช้การวางชิปแบบสองหน้า (Double-sided PCB) เพื่ออัดแน่นเมมโมรี่แพ็กเกจให้ได้ความจุสูงสุดในพื้นที่จำกัด

ตัวการ์ดมีความบางและกะทัดรัด ติดตั้งเข้ากับเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ทำให้ประหยัดพื้นที่ภายในเคส ไม่ว่าจะเป็นพีซีขนาดเล็ก, Workstation ระดับมืออาชีพ หรือจะเป็นโน้ตบุ๊กบางเบาก็ตาม

โมดูลรุ่นนี้เป็นแบบที่ไม่มีชุดซิงก์ระบายความร้อนมาด้วย โดยจะเป็นลาเบลขนาดใหญ่ ที่บอกรายละเอียดของ SSD รุ่นนี้ ทั้งรุ่น OPTIMUS ซีรีส์ GX PRO และความจุ 2TB ปิดทับ NAND และ Controller เอาไว้

เมื่อพลิกด้านใต้ขึ้นมา จะเห็นเป็นโมดูลแบบ Single-side พร้อมมาตรฐานและ Certified ต่างๆ ระบุเอาไว้ให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น RoHS, UKCA, VCCI, FCC, CE, KC, และ CAN ICES-3(B) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่บอกถึงมาตรฐาน ความปลอดภัย และการรับรองผลิตภัณฑ์จากทั่วโลก เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน

อินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อเป็นแบบมาตรฐาน M.2 NVMe PCIe ที่สามารถใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันได้เต็มรูปแบบ และทุกซีรีย์ ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ตของ Intel หรือ AMD ก็ตาม
| ซ็อกเก็ต ซีพียูที่รองรับ | ชิปเซ็ต | รูปแบบการรองรับ M.2 PCIe 5.0 | |
| Intel | LGA 1851 (Core Ultra 200 Series) | Z890, B860 | รองรับ M.2 PCIe 5.0 x4 จาก CPU (ไม่แชร์เลนการ์ดจอ) |
| LGA 1700 (12th, 13th, 14th Gen) | Z790, B760, Z690 | รองรับ M.2 PCIe 5.0 แบบ แชร์เลนการ์ดจอ (แชร์ x16 ของ GPU เป็น x8/x4) | |
| AMD | AM5 (Ryzen 7000, 8000, 9000 Series) | X870E, X870 | รองรับ M.2 PCIe 5.0 x4 จาก CPU เป็นมาตรฐาน |
| X670E, B650E | รองรับ M.2 PCIe 5.0 x4 จาก CPU เป็นมาตรฐาน | ||
| X670, B650, B840 | ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตเมนบอร์ด (Optional) อาจมีหรือไม่มีก็ได้ |
เพียงแต่ถ้าต้องการให้ใช้งานได้แบบเต็มประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือ การเลือกเมนบอร์ดให้เหมาะสม จำเป็นต้องรองรับ PCIe 5.0 x4 เพื่อให้รีดพลังได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น Intel B หรือ Z series และ AMD B หรือ X series ก็ตาม แต่ก็สามารถใช้งานร่วมกับ PCIe 4.0 x4 ได้เช่นกัน แต่ความความเร็วก็จะถูกลดทอนไปบ้าง ตามช่องทางการเชื่อมต่อ

ด้วยสถาปัตยกรรม NVMe 2.0 (Silicon Motion SMI 2508) ที่รองรับการประมวลผลข้อมูลพร้อมกันในระดับคำสั่งหนักๆ ได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยมี NAND Flash ในรุ่น BiCS 3D TLC CBA NAND รุ่นที่ 8 ความหนาแน่นที่ 218-Layer ซึ่งนอกจากจะให้ประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วแล้ว ยังมีจุดเด่นเรื่องความทนทานและการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น ให้ความจุต่อพื้นที่สูงอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมี หน่วยความจำ DRAM Cache ที่เป็นแคช LPDDR4 มาให้ในตัว ช่วยเก็บแมปปิ้งอินเดกซ์ของไฟล์ ลดค่าความล่าช้า (Latency) ในการเข้าถึงข้อมูลแบบสุ่ม ทำให้ระบบปฏิบัติการตอบสนองได้ไว
ออกแบบให้จัดการกับโหลดงานหนาแน่นได้อย่างมีเสถียรภาพ เช่น งานเรนเดอร์ 3D หรือการประมวลผล AI ให้ความทนทานต่อการเขียนข้อมูลซ้ำได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์งานที่ต้องบันทึกไฟล์ขนาดใหญ่ตลอดเวลา

ในแง่ของความทนทาน (Endurance) SANDISK OPTIMUS GX PRO ออกแบบให้รองรับค่าการเขียนข้อมูล (TBW) สูงสุดถึง 4,800 TBW (ในรุ่น 8TB) ส่วนในรุ่นความจุ 2TB จะอยู่ที่ 1200 TBW เช่นเดียวกับความทนทานต่อแรงกระแทกหรือ Shock Resistance ระดับ 1,500G และรองรับแรงสั่นสะเทือนขณะใช้งานได้ดี เพื่อลดความเสียหายต่อโมดูล
นอกจากนี้รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูล TCG Opal v2.0 ในระดับฮาร์ดแวร์เพื่อปกป้องข้อมูลที่จัดเก็บ ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตกรณีไดรฟ์สูญหายหรือถูกโจรกรรม

รองรับใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์แดชบอร์ดเฉพาะของ SANDISK เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ SSD รวมถึงการอัปเดตเฟิร์มแวร์ มอนิเตอร์อุณหภูมิ และตั้งค่าการทำงานของไดรฟ์ให้อยู่ในจุดที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่เสมอ

เชื่อมต่อผ่านพอร์ต M.2 รองรับแบนด์วิดท์สูงสุดของสเปก PCIe 5.0 x4 เลน ทำความเร็วอ่านตามลำดับ (Sequential Read) สูงสุดถึง 14,900 MB/s และเขียนสูงสุด 14,000 MB/s ให้ความเร็วเหนือกว่า SSD PCIe 4.0 ทั่วไปถึงเกือบ 2 เท่า ส่งข้อมูลมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมการรับประกันตามเงื่อนไขยาวนาน 5 ปี เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน
Installation

ข้อควรระวังก่อนทำการถอดหรือติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทุกครั้ง ต้องปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ถอดปลั๊กไฟออก และทำการคายไฟฟ้าสถิตในร่างกายก่อนสัมผัสอุปกรณ์

เตรียมอุปกรณ์ ปิดระบบปฏิบัติการ ถอดสายไฟ ถอดแบตเตอรี่ (สำหรับโน้ตบุ๊ก) ถอดฝาเคสคอมพิวเตอร์หรือฝาหลังของโน้ตบุ๊กออก หาตำแหน่งติดตั้ง หาช่องเสียบ M.2 2280 บนเมนบอร์ด โดยแนะนำให้เลือกช่องที่เชื่อมต่อกับ PCIe 5.0 x4 จากซีพียูโดยตรงเพื่อการใช้ประสิทธิภาพได้สูงสุด

การติดตั้งทำมุมเอียงประมาณ 30 องศา แล้วเสียบขั้วต่อของ SANDISK Optimus GX PRO 8100 เข้าไปในช่อง M.2 ให้แน่น จากนั้นค่อยๆ กดตัวการ์ดลงให้แนบกับเสารองด้านใต้ จากนั้นไขสกรู M.2 ขันยึดตัว SSD ให้แน่น บูตเครื่องเพื่อเข้าสู่ระบบ ก็พร้อมใช้งาน หรือติดตั้งระบบปฏิบัติการ

เนื่องจากรุ่นนี้เป็นแบบโมดูล SSD M.2 พื้นฐาน และไม่ได้ติดตั้งฮีตซิงก์มาให้ จึงสามารถใช้งานร่วมกับโน้ตบุ๊กได้ แต่ก็มีรุ่นที่มาพร้อมฮีตซิงก์ช่วยระบายความร้อนให้เลือกเช่นเดียวกัน
Performance

ในเบื้องต้นหลังจากติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home เสร็จสิ้น จากรายงานบนซอฟต์แวร์ SANDISK ระบุว่าใช้พื้นที่ไปประมาณ 67GB จากทั้งหมด 2000.40GB เรียกว่ามีพื้นที่สำหรับทำงาน ติดตั้งเกม โปรแกรม และจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเหลือเฟือ

ในการตรวจเช็คพื้นฐานของ SANDISK OPTIMUS GX PRO รุ่นนี้ ระบุข้อมูลเอาไว้ชัดเจน PCIe x4 ความจุรวม 2000GB บนการเชื่อมต่อกับพีซีในอินเทอร์เฟส NVMe PCIe 5.0 x4 เมื่อเริ่มต้นการใช้งาน Device Health เท่ากับ 100%

CrystalDiskInfo สามารถตรวจเช็คอินเทอร์เฟสของ SSD บนมาตรฐานเชื่อมต่อ PCIe 5.0 x4 ได้อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับ NVM Express 2.0 และฟีเจอร์อย่าง SMART, TRIM และ VolatileCache ได้อย่างถูกต้อง


CrystalDiskMark เป็นหนึ่งโปรแกรมที่สามารถบอกถึงประสิทธิภาพของ Storage ได้อย่างชัดเจน สิ่งที่เห็นได้ชัดนั่นคือ SEQ1M Q8T1 ที่เป็นความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลแบบต่อเนื่องเรียงต่อกันเป็นบล็อกใหญ่ ถือเป็นค่าความเร็วสูงสุด (Peak Performance) ที่ SSD รุ่นนี้ทำได้ใกล้เคียงกับตามที่ระบุไว้ 14644 MB/s และ 14073 MB/s (Read/ Write) สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงเมื่อต้องย้าย โอนถ่าย หรือก๊อปปี้ไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ เช่น ไฟล์หนังความละเอียดสูง 4K/8K และไฟล์ติดตั้งเกมขนาดใหญ่
เช่นเดียวกับ RND4K Q32T16 ที่เป็นประสิทธิภาพในการอ่าน-เขียนไฟล์ขนาดเล็กมากๆ (4 Kilobytes) แบบสุ่มพร้อมกันหลายๆ ทิศทาง ภายใต้คิวและเธรดจำนวนมาก ตัวเลขที่ได้ 5867 MB/s และ 1395 MB/s (Read/ Write) บอกถึงพลังในการทำงาน เวลาที่ต้องประมวลผลชุดข้อมูล AI ที่ต้องดึงไฟล์เล็กๆ นับแสนไฟล์ได้พร้อมๆ กัน โดยรวมต้องถือว่าเป็นตัวแทนของ SSD ยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งงานหนัก และงาน AI ได้ดีทีเดียว

ในการทดสอบบน AS SSD จะมีการจำลองการทดสอบแบบใช้งานจริงกับการย้ายไฟล์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ISO, Program และ Game ซึ่งตัวเลขที่ได้มาจากการทดสอบนี้ อาจจะไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ก็บอกได้ชัดเจนถึงความเร็วในการติดตั้งโปรแกรมและ Copy ไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ Image .iso, ไฟล์วิดีโอ 4K/8K หรือไฟล์บีบอัด Zip/RAR ก็ตาม รวมถึงการก๊อปปี้โฟลเดอร์โปรแกรม ซึ่งประกอบไปด้วยไฟล์ขนาดเล็กและปานกลางจำนวนมากปะปนกัน (เช่น ไฟล์ .dll, .exe, .ini, .dat) เป็นต้น
และที่สำคัญเกมเมอร์จะได้ประโยชน์จาก SSD จาก SANDISK รุ่นนี้ โดยเฉพาะการก๊อปปี้ไฟล์เกม ซึ่งเป็นรูปแบบไฟล์ผสมที่มีทั้งไฟล์ขนาดใหญ่ อย่าง Texture, Model, Audio และไฟล์ขนาดเล็ก Script และ Config ที่ช่วยให้การย้ายไดรฟ์ติดตั้งเกม เช่นการ Move Game Folder ใน Steam หรือ Epic Games ทำได้ไวและลดระยะเวลาในการแตกไฟล์อัปเดตแพตช์เกมขนาดใหญ่ และทำให้การดึง Asset/Texture ขณะเปิดเกมได้รวดเร็วอีกด้วย

PerformanceTest ให้ผลการทดสอบ Overall 95726 คะแนน ซึ่งจัดว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับ SSD PCIe 4.0 ที่เราเคยทดสอบไปก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับค่าการอ่านและเขียนข้อมูลใกล้เคียงกับตัวเลขบนการทดสอบอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่การันตีด้านประสิทธิภาพของ SANDISK OPTIMUS GX PRO รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี



สำหรับการใช้งานโมเดล 3D ใน Blender ซึ่งระบบสามารถเปิดไฟล์โปรเจกต์ขนาดใหญ่ และเข้าสู่โปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการโหลด Asset และ Material ความละเอียดสูง ต่างๆ ได้ทันใจ โดยเฉพาะคนที่ต้องเรนเดอร์งานในระดับ 4K ที่สำคัญสามารถสลับโหมด Viewport ไปที่ Material Preview หรือ Rendered Mode ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะเข้าไปรับหน้าที่เสริมการส่งข้อมูลสู่ VRAM ของการ์ดจอได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเรนเดอร์งานแอนิเมชั่นยาวๆ ลดอาการสะดุดได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มระดับ Workflow และ Productivity ได้มากยิ่งขึ้น


งานตัดต่อวีดีโอ SSD ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การเปิดพรีวิว, เลื่อนไทม์ไลน์ ไปจนถึงการ Import และ Export วีดีโออีกด้วย ยิ่ง SSD มีความเร็วสูง ก็จะทำให้ลดเวลาในการทำงานลง ซึ่งจากการทดสอบทัังโปรแกรมพื้นฐานอย่าง CapCut ไปจนถึง Premier Pro ก็ต่างทำงานได้อย่างไหลลื่น โดยเฉพาะการเปิดไฟล์วีดีโอระดับ 4K จากบน SSD เพื่อพรีวิว รวมถึงการลากไทม์ไลน์ก็ทำได้ง่ายดาย ใครที่สร้างงานวีดีโอที่ใช้งานแบบ Multi-Layer ซึ่งรวมเอา Motion Graphic และเอฟเฟกต์เข้าไปด้วย SANDISK รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดี
Software

SANDISK Dashboard แอปนี้เป็นเป็นโปรแกรมยูทิลิตีประจำเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งาน SSD ของ SanDisk โดยเฉพาะ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการมอนิเตอร์และดูแลรักษาการทำงานของไดรฟ์ เพื่อให้ SSD สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานยาวนาน

ในหน้าของภาพรวมระบบ (Overview / Status)
- Drive Health: แสดงเปอร์เซ็นต์ความสมบูรณ์ของ SSD (เช่น 100% Normal) เพื่อให้รู้ว่าไดรฟ์เสื่อมสภาพไปมากน้อยเพียงใด
- Capacity: แสดงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานไปแล้ว และพื้นที่ว่างที่คงเหลือ
- Temperature: แสดงอุณหภูมิการทำงานปัจจุบันของ SSD พร้อมแจ้งเตือนเมื่อไดรฟ์มีความร้อนสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน
- Interface Speed: ตรวจสอบความเร็วการเชื่อมต่อของพอร์ตที่ใช้อยู่ โดยบอกทั้งความสามารถสูงสุดของ SSD และความเร็วที่เชื่อมต่อได้จริงบนเมนบอร์ด

เครื่องมือดูแลรักษา (Tools)
- Firmware Update: ตรวจสอบและอัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุดให้กับ SSD ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว
- S.M.A.R.T. Diagnostic: ระบบตรวจวิเคราะห์และรายงานปัญหาของไดรฟ์อย่างละเอียด มีให้เลือกทั้งการสแกนแบบรวดเร็ว (Short Test) และการสแกนลึก (Extended Test)
- Erase Drive: ฟังก์ชันการสร้างตัว USB Boot Drive เพื่อนำมาใช้ในการบูตระบบ

การมอนิเตอร์ประสิทธิภาพ (Performance)
- TRIM: สั่งการคำสั่ง TRIM ไปยัง SSD เพื่อแจ้งชิปคอนโทรลเลอร์ว่าบล็อกข้อมูลใดบ้างที่ถูกลบไปแล้วในระบบปฏิบัติการ แต่ยังไม่ได้ล้างประจุในระดับฮาร์ดแวร์ ช่วยคืนความเร็วในการเขียนข้อมูล (Write Speed) ของ SSD ให้กลับมาฉับไวเหมือนใหม่ ป้องกันปัญหาความเร็วตกสะดุดเมื่อ SSD ถูกใช้งานไปเป็นเวลานาน
- Enable Windows TRIM / Automatic TRIM Schedule: ตั้งค่าเปิดระบบ TRIM ของ Windows รวมถึงกำหนดช่วงเวลาในการล้างข้อมูลขยะแบบอัตโนมัติ (เช่น สัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละครั้ง) ทำให้ระบบดูแลรักษาความเร็วของ SSD โดยอัตโนมัติใน background โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องคอยมากดสั่งการด้วยตนเองบ่อยๆ
- Enable Write-Cache: เปิดการใช้งานแคชการเขียนของระบบปฏิบัติการ เพื่อให้ข้อมูลถูกพักไว้ใน RAM ก่อนที่จะเขียนลงบน SSD จริง เพิ่มความเร็วในการตอบสนองและเพิ่มสปีดการเขียนข้อมูลของระบบให้สูงสุด ช่วยลดภาระการเขียนลงชิป NAND Flash โดยตรง จึงมีส่วนช่วยยืดอายุการใช้งานไดรฟ์

Conclusion
SANDISK Optimus GX PRO 8100 SSD 2TB นับเป็น SSD ความเร็วสูงอีกรุ่นหนึ่ง ที่เข้ามาช่วยยกระดับความเร็วและความสามารถในการทำงาน รวมถึงโหลดงานหนักๆ ในชีวิตประจำวันของหลายๆ คนได้เป็นอย่างดี ด้วยความเร็วระดับทะลุ 14,000 MB/s ทำให้ SSD นี้กลายเป็นอุปกรณ์คู่ใจสำหรับเวิร์กสเตชัน งาน AI รวมถึงครีเอเตอร์สายตัดต่อ และเกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์ที่ต้องการความคล่องตัว เช่นเดียวกับฟีเจอร์ที่เสริมเข้ามา นอกจากได้ทั้งความเร็ว ยังมีระบบความปลอดภัย ช่วยให้ตัวไดรฟ์คงประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลหนักหน่วง ได้อย่างมีเสถียรภาพ เช่นเดียวกับความทนทานและการรับประกันอุ่นใจยาวนานถึง 5 ปี






